"หลินฮุ่ย!รีบมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้"
น้ำเสียงหวานใสเอ่ยเรียกศิษย์รักวัยเจ็ดขวบที่กำลังนั่งสัปหงกหัวผงกอยู่มุมห้อง
เด็กหญิงตัวน้อยถูกจับลอกคราบและยัดเข้าไปในชุดกระโปรงผ้าไหมสีอ่อน ที่งดงามและประณีตไม่แพ้กัน
เมื่อกระบวนการแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จสมบูรณ์ทั้งสองคนก็มายืนเคียงคู่กันอยู่กลางเรือน
สตรีโฉมสะคราญกับเทพธิดาตัวน้อยที่ถูกห่อหุ้มด้วยอาภรณ์หรูหราระยับบัดนี้ดูราวกับนางสวรรค์ที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากวิมานชั้นฟ้าก็มิปาน
เจียงลี่หยูเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยมุมปากกระจับสีชมพูระเรื่อยยกยิ้มอย่างพึงพอใจขั้นสุด
'โอเค... สวยสับระดับตัวท็อปขนาดนี้ต่อให้เดินไปเตะตากลุ่มโจรป่าพวกมันก็คงยอมก้มกราบขอชีวิตแทนการควักมีดออกมาปล้นแหงๆ!'
เจียงลี่หยูในชุดแพรพรรณหรูหราเดินนวยนาดออกไปสำรวจรอบเรือนคอนกรีตของตนเองนัยน์ตากลมโตสาดส่ายมองสิ่งปลูกสร้างที่เคยภูมิใจนักหนาทว่าบัดนี้กลับรู้สึกว่ามันช่างดูจืดชืดและคับแคบเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับฐานะและหน้าตาที่เพิ่งอัปเกรดมาใหม่
'มีเบ้าหน้าสวยระดับเทพธิดาแต่ดันต้องมาอยู่บ้านปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์เนี่ยนะ...มันดูผิดที่ผิดทางเหมือนเอาเพชรแท้ไปวางประดับบนก้อนอิฐชัดๆ'
อดีตพนักงานออฟฟิศตัดสินใจละเลงผลาญค่า SPอีกระลอกใหญ่ เธอเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมา แล้วกดคำสั่ง 'แก้ไข' รัวๆประหนึ่งกระหน่ำกดคลิกเมาส์แย่งบัตรคอนเสิร์ต
เรือนคอนกรีตเสริมเหล็กถูกรื้อโครงสร้างและขยายขนาดแผ่ออกไปกว้างขวางโอ่อ่ามันใหญ่โตมโหฬารเสียยิ่งกว่าพระราชวังของฮ่องเต้ในเมืองหลวงผนังและเสาเรือนทุกต้นถูกฉาบเคลือบด้วยทองคำบริสุทธิ์เหลืองอร่ามสะท้อนแสงแดดจนแสบตาประหนึ่งวิมานบนสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าชานเมือง
ทว่าเมื่อเนรมิตมหาวิหารทองคำเสร็จสมบูรณ์จนเป็นที่พอใจสตรีโฉมงามกลับทรุดตัวลงนั่งแปะบนเก้าอี้ไม้สลักลายมังกรอย่างหมดแรงสองมือเรียวยกขึ้นนวดขมับตนเองเบาๆ
'บ้านช่องใหญ่โตขนาดที่เดินหลงทางได้เป็นวันๆแบบนี้... มันก็ควรจะมีขี้ข้าสักสิบยี่สิบคนไว้คอยปัดกวาดเช็ดถูหรือเดินตามคอยรับใช้สิวะ ให้มานั่งถูพื้นวิมานทองคำด้วยตัวเองมีหวังหลังขดหลังแข็งตายพอดี'
แต่เมื่อนึกถึงขั้นตอนการเปิดรับสมัครงานเจียงลี่หยูก็เริ่มรู้สึกปวดหัวตึบประหนึ่งไมเกรนกำเริบ
'จะให้ออกไปตั้งโต๊ะรับสมัครคนใช้ในเมืองซานตงมันก็ดูจะเอิกเกริกเกินไปแถมยังต้องมานั่งปวดหัวเรื่องเตรียมเงินค่าจ้างรายเดือนอีกต่างหาก'
'ที่สำคัญกว่านั้น... ไอ้พวกคนที่จ้างมาทำงานด้วยเงินมันจะไว้ใจได้แค่ไหนกัน เกิดวันดีคืนดีแอบขโมยแจกันทองคำในบ้านไปขายหรือเอาเรื่องของฉันไปแบล็กเมล์ขายข่าวให้พวกขุนนางหน้าเลือด จะไม่ซวยเอาหรือไง'
ยิ่งคิดก็ยิ่งวุ่นวายใจหญิงสาวจึงตัดสินใจสลัดเรื่องจ้างคนรับใช้ทิ้งไปชั่วคราวก่อนจะเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของค่าสถานะส่วนตัวหวังจะหาอะไรมาดูให้ชื่นใจ
ติ๊ง!
หน้าปัดค่าสเตตัสเด้งพรวดขึ้นมาตรงหน้า
[HP 100]
[SP 11090]
[STR 120]
[AGI 120]
[INT 210]
'อืม... ค่า SP ทะลุหมื่นหน่วยแล้วส่วนความฉลาดก็ปาเข้าไป 210 ดูเหมือนการผลาญสกิลรัวๆจะช่วยอัปเลเวลได้ดีจริงๆ'
มุมปากกระจับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนที่นิ้วเรียวจะเลื่อนไปกดดูค่าสถานะของลูกศิษย์ตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นอยู่มุมห้องบ้าง
พรึ่บ!
[ชื่อ: หลินฮุ่ย]
[HP 210]
[SP 210]
[STR 210]
[AGI 210]
[INT 210]
เจียงลี่หยูอ้าปากค้างเติ่ง นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
'เดี๋ยวนะ! นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!'
สตรีผู้งดงามปานล่มเมืองแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อพบว่าค่าสถานะทุกอย่างของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบที่เพิ่งหายป่วยกลับพุ่งพรวดทะยานขึ้นไปอยู่ที่เลข 210 ถ้วน!มันสูงลิบลิ่วแซงหน้าผู้เป็นอาจารย์อย่างเธอไปไกลลิบประหนึ่งรถม้าศึกควบแซงเต่าคลาน
ตรรกะแบบห่านๆ ที่มีค่าความฉลาด 210หน่วย ประมวลผลความจริงอันน่าอดสูอย่างรวดเร็ว
'บัดซบ...ยัยหนูนี่เพิ่งจะฟื้นไข้และกลับมามีสภาพร่างกายสมบูรณ์แบบคนปกติแท้ๆสเตตัสยังโหดดุดันขนาดนี้'
'ถ้าเช่นนั้น...พวกมนุษย์เดินดินทั่วไปในยุคโบราณ หรือพวกทหารยามหน้าโง่ที่มาเก็บภาษีเมื่อวานก็คงมีค่าพลังชีวิตและพละกำลังสูงปรี๊ดทะลุหลอดเหนือกว่าหลินฮุ่ยไปอีกหลายเท่าตัวเลยสินะ!'
ความภูมิใจที่คิดว่าตนเองเก่งกาจเทียบชั้นสัตว์เทพพังทลายลงไม่เป็นท่าเจียงลี่หยูตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีว่าที่ผ่านมาค่าสถานะของเธอนั้นมันช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินประหนึ่งมดปลวกที่พยายามจะเบ่งกล้ามสู้กับช้างสารเสียจริงๆ
'ให้ตายเถอะ...นี่ฉันหลงระเริงคิดว่าตัวเองเทพทรูมาตลอด ที่ไหนได้... สเตตัสตอนเป็นห่านของฉันมันกระจอกงอกง่อยยิ่งกว่าเด็กเจ็ดขวบเสียอีก!'
หญิงสาวพรูลมหายใจออกมายาวเหยียดพยายามปลอบใจตนเองว่าอย่างน้อยเธอก็มีสกิลช่องเก็บของสุดโกงไว้พึ่งพา
'ว่าแต่...ป่านนี้เลเวลของสกิลช่องเก็บของน่าจะอัปเกรดทะลุเลเวล 10 ไปแล้วกระมังคงจุของได้เพิ่มเป็น 20 ช่องแล้วล่ะมั้ง'
อดีตพนักงานออฟฟิศคิดในใจอย่างไม่หยี่ระ
'แต่ถึงจะมีช่องว่างเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยช่องมันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรอีกแล้วล่ะ ในเมื่อฉันค้นพบวิธีโกงระบบยัดของทุกอย่างลงตะกร้าแล้วดองเหมาเข่งได้แบบนี้ไอ้สล็อตที่เพิ่มขึ้นมาใหม่มันก็กลายเป็นแค่ของประดับหน้าจอที่ไร้ประโยชน์นั่นแหละ'
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะกดยกเลิกหน้าต่างโฮโลแกรมทิ้งหางตาคู่สวยก็พลันไปสะดุดเข้ากับข้อความบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ตรงมุมล่างสุดของหน้าจอ
มันคือปุ่มคำสั่งใหม่เอี่ยมอ่องที่เพิ่งถูกปลดล็อกเพิ่มเข้ามาเคียงคู่กับคำสั่ง 'จำแลงกาย'และ 'แก้ไข'
เจียงลี่หยูหรี่ตากลมโตลงเพ่งมองตัวอักษรเรืองแสงสีฟ้าที่เขียนระบุเอาไว้สั้นๆ ทว่าชวนให้สะกิดใจพิกล
[ตั้งค่าจิตวิญญาณ]
ริมฝีปากอวบอิ่มทรงกระจับขยับมุบมิบหญิงสาวเอียงคอมองหน้าจอด้วยความฉงนสนเท่ห์
'ตั้งค่าจิตวิญญาณงั้นเหรอ...'
สมองของเจียงลี่หยูเริ่มจินตนาการไปต่างๆ นานา
'คำสั่งนี้มันมีไว้ทำอะไรกันแน่? หรือว่ามันจะสามารถเสกวิญญาณใส่ก้อนหินกิ่งไม้ให้กลายเป็นผีสางนางไม้ลุกขึ้นมาเดินเตาะแตะเป็นขี้ข้ารับใช้ฉันได้เหมือนพวกเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติในยุคปัจจุบันหรือเปล่านะ?'