ห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง

    บทที่ 19.2

             

            "หลินฮุ่ย!รีบมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้"

             

            น้ำเสียงหวานใสเอ่ยเรียกศิษย์รักวัยเจ็ดขวบที่กำลังนั่งสัปหงกหัวผงกอยู่มุมห้อง

             

            เด็กหญิงตัวน้อยถูกจับลอกคราบและยัดเข้าไปในชุดกระโปรงผ้าไหมสีอ่อน ที่งดงามและประณีตไม่แพ้กัน

             

            เมื่อกระบวนการแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จสมบูรณ์ทั้งสองคนก็มายืนเคียงคู่กันอยู่กลางเรือน

             

            สตรีโฉมสะคราญกับเทพธิดาตัวน้อยที่ถูกห่อหุ้มด้วยอาภรณ์หรูหราระยับบัดนี้ดูราวกับนางสวรรค์ที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากวิมานชั้นฟ้าก็มิปาน

             

            เจียงลี่หยูเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยมุมปากกระจับสีชมพูระเรื่อยยกยิ้มอย่างพึงพอใจขั้นสุด

             

            'โอเค... สวยสับระดับตัวท็อปขนาดนี้ต่อให้เดินไปเตะตากลุ่มโจรป่าพวกมันก็คงยอมก้มกราบขอชีวิตแทนการควักมีดออกมาปล้นแหงๆ!'

             

            เจียงลี่หยูในชุดแพรพรรณหรูหราเดินนวยนาดออกไปสำรวจรอบเรือนคอนกรีตของตนเองนัยน์ตากลมโตสาดส่ายมองสิ่งปลูกสร้างที่เคยภูมิใจนักหนาทว่าบัดนี้กลับรู้สึกว่ามันช่างดูจืดชืดและคับแคบเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับฐานะและหน้าตาที่เพิ่งอัปเกรดมาใหม่

             

            'มีเบ้าหน้าสวยระดับเทพธิดาแต่ดันต้องมาอยู่บ้านปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์เนี่ยนะ...มันดูผิดที่ผิดทางเหมือนเอาเพชรแท้ไปวางประดับบนก้อนอิฐชัดๆ'

             

            อดีตพนักงานออฟฟิศตัดสินใจละเลงผลาญค่า SPอีกระลอกใหญ่ เธอเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมา แล้วกดคำสั่ง 'แก้ไข' รัวๆประหนึ่งกระหน่ำกดคลิกเมาส์แย่งบัตรคอนเสิร์ต

             

            เรือนคอนกรีตเสริมเหล็กถูกรื้อโครงสร้างและขยายขนาดแผ่ออกไปกว้างขวางโอ่อ่ามันใหญ่โตมโหฬารเสียยิ่งกว่าพระราชวังของฮ่องเต้ในเมืองหลวงผนังและเสาเรือนทุกต้นถูกฉาบเคลือบด้วยทองคำบริสุทธิ์เหลืองอร่ามสะท้อนแสงแดดจนแสบตาประหนึ่งวิมานบนสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าชานเมือง

             

            ทว่าเมื่อเนรมิตมหาวิหารทองคำเสร็จสมบูรณ์จนเป็นที่พอใจสตรีโฉมงามกลับทรุดตัวลงนั่งแปะบนเก้าอี้ไม้สลักลายมังกรอย่างหมดแรงสองมือเรียวยกขึ้นนวดขมับตนเองเบาๆ

             

            'บ้านช่องใหญ่โตขนาดที่เดินหลงทางได้เป็นวันๆแบบนี้... มันก็ควรจะมีขี้ข้าสักสิบยี่สิบคนไว้คอยปัดกวาดเช็ดถูหรือเดินตามคอยรับใช้สิวะ ให้มานั่งถูพื้นวิมานทองคำด้วยตัวเองมีหวังหลังขดหลังแข็งตายพอดี'

             

            แต่เมื่อนึกถึงขั้นตอนการเปิดรับสมัครงานเจียงลี่หยูก็เริ่มรู้สึกปวดหัวตึบประหนึ่งไมเกรนกำเริบ

             

            'จะให้ออกไปตั้งโต๊ะรับสมัครคนใช้ในเมืองซานตงมันก็ดูจะเอิกเกริกเกินไปแถมยังต้องมานั่งปวดหัวเรื่องเตรียมเงินค่าจ้างรายเดือนอีกต่างหาก'

             

            'ที่สำคัญกว่านั้น... ไอ้พวกคนที่จ้างมาทำงานด้วยเงินมันจะไว้ใจได้แค่ไหนกัน เกิดวันดีคืนดีแอบขโมยแจกันทองคำในบ้านไปขายหรือเอาเรื่องของฉันไปแบล็กเมล์ขายข่าวให้พวกขุนนางหน้าเลือด จะไม่ซวยเอาหรือไง'

             

            ยิ่งคิดก็ยิ่งวุ่นวายใจหญิงสาวจึงตัดสินใจสลัดเรื่องจ้างคนรับใช้ทิ้งไปชั่วคราวก่อนจะเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของค่าสถานะส่วนตัวหวังจะหาอะไรมาดูให้ชื่นใจ

             

            ติ๊ง!

             

            หน้าปัดค่าสเตตัสเด้งพรวดขึ้นมาตรงหน้า

             

            [HP 100]

            [SP 11090]

            [STR 120]

            [AGI 120]

            [INT 210]

             

            'อืม... ค่า SP ทะลุหมื่นหน่วยแล้วส่วนความฉลาดก็ปาเข้าไป 210 ดูเหมือนการผลาญสกิลรัวๆจะช่วยอัปเลเวลได้ดีจริงๆ'

             

            มุมปากกระจับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนที่นิ้วเรียวจะเลื่อนไปกดดูค่าสถานะของลูกศิษย์ตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นอยู่มุมห้องบ้าง

             

            พรึ่บ!

             

            [ชื่อ: หลินฮุ่ย]

            [HP 210]

            [SP 210]

            [STR 210]

            [AGI 210]

            [INT 210]

             

            เจียงลี่หยูอ้าปากค้างเติ่ง นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

             

            'เดี๋ยวนะ! นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!'

             

            สตรีผู้งดงามปานล่มเมืองแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อพบว่าค่าสถานะทุกอย่างของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบที่เพิ่งหายป่วยกลับพุ่งพรวดทะยานขึ้นไปอยู่ที่เลข 210 ถ้วน!มันสูงลิบลิ่วแซงหน้าผู้เป็นอาจารย์อย่างเธอไปไกลลิบประหนึ่งรถม้าศึกควบแซงเต่าคลาน

             

            ตรรกะแบบห่านๆ ที่มีค่าความฉลาด 210หน่วย ประมวลผลความจริงอันน่าอดสูอย่างรวดเร็ว

             

            'บัดซบ...ยัยหนูนี่เพิ่งจะฟื้นไข้และกลับมามีสภาพร่างกายสมบูรณ์แบบคนปกติแท้ๆสเตตัสยังโหดดุดันขนาดนี้'

             

            'ถ้าเช่นนั้น...พวกมนุษย์เดินดินทั่วไปในยุคโบราณ หรือพวกทหารยามหน้าโง่ที่มาเก็บภาษีเมื่อวานก็คงมีค่าพลังชีวิตและพละกำลังสูงปรี๊ดทะลุหลอดเหนือกว่าหลินฮุ่ยไปอีกหลายเท่าตัวเลยสินะ!'

             

            ความภูมิใจที่คิดว่าตนเองเก่งกาจเทียบชั้นสัตว์เทพพังทลายลงไม่เป็นท่าเจียงลี่หยูตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีว่าที่ผ่านมาค่าสถานะของเธอนั้นมันช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินประหนึ่งมดปลวกที่พยายามจะเบ่งกล้ามสู้กับช้างสารเสียจริงๆ

             

            'ให้ตายเถอะ...นี่ฉันหลงระเริงคิดว่าตัวเองเทพทรูมาตลอด ที่ไหนได้... สเตตัสตอนเป็นห่านของฉันมันกระจอกงอกง่อยยิ่งกว่าเด็กเจ็ดขวบเสียอีก!'

             

            หญิงสาวพรูลมหายใจออกมายาวเหยียดพยายามปลอบใจตนเองว่าอย่างน้อยเธอก็มีสกิลช่องเก็บของสุดโกงไว้พึ่งพา

             

            'ว่าแต่...ป่านนี้เลเวลของสกิลช่องเก็บของน่าจะอัปเกรดทะลุเลเวล 10 ไปแล้วกระมังคงจุของได้เพิ่มเป็น 20 ช่องแล้วล่ะมั้ง'

             

            อดีตพนักงานออฟฟิศคิดในใจอย่างไม่หยี่ระ

             

            'แต่ถึงจะมีช่องว่างเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยช่องมันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรอีกแล้วล่ะ ในเมื่อฉันค้นพบวิธีโกงระบบยัดของทุกอย่างลงตะกร้าแล้วดองเหมาเข่งได้แบบนี้ไอ้สล็อตที่เพิ่มขึ้นมาใหม่มันก็กลายเป็นแค่ของประดับหน้าจอที่ไร้ประโยชน์นั่นแหละ'

             

            ทว่าในจังหวะที่กำลังจะกดยกเลิกหน้าต่างโฮโลแกรมทิ้งหางตาคู่สวยก็พลันไปสะดุดเข้ากับข้อความบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ตรงมุมล่างสุดของหน้าจอ

             

            มันคือปุ่มคำสั่งใหม่เอี่ยมอ่องที่เพิ่งถูกปลดล็อกเพิ่มเข้ามาเคียงคู่กับคำสั่ง 'จำแลงกาย'และ 'แก้ไข'

             

            เจียงลี่หยูหรี่ตากลมโตลงเพ่งมองตัวอักษรเรืองแสงสีฟ้าที่เขียนระบุเอาไว้สั้นๆ ทว่าชวนให้สะกิดใจพิกล

             

            [ตั้งค่าจิตวิญญาณ]

             

            ริมฝีปากอวบอิ่มทรงกระจับขยับมุบมิบหญิงสาวเอียงคอมองหน้าจอด้วยความฉงนสนเท่ห์

             

            'ตั้งค่าจิตวิญญาณงั้นเหรอ...'

             

            สมองของเจียงลี่หยูเริ่มจินตนาการไปต่างๆ นานา

             

            'คำสั่งนี้มันมีไว้ทำอะไรกันแน่? หรือว่ามันจะสามารถเสกวิญญาณใส่ก้อนหินกิ่งไม้ให้กลายเป็นผีสางนางไม้ลุกขึ้นมาเดินเตาะแตะเป็นขี้ข้ารับใช้ฉันได้เหมือนพวกเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติในยุคปัจจุบันหรือเปล่านะ?'

             

    คล้ายกับเรื่องห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง ที่คุณอ่าน