หว่อง!
โซ่สีดำและมือสีดำยังคงดึงร่างของจางหลินเข้าสู่ประตูสำริด แรงฉุดกระชากทิ้งรอยเท้าเป็นทางยาวหลายสิบจั้ง!
การต่อต้านของจางหลินไร้ประโยชน์! เขาไม่แม้แต่จะสามารถชะลอแรงดึงจากโซ่และมือสีดำได้เลย!
ขาทั้งสองข้างของจางหลินได้ก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของประตู มีเพียงแค่ลำคอและใบหน้าเท่านั้นที่ยังอยู่นอกขอบเขต
ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ ความสิ้นหวังและความไม่เต็มใจ อารมณ์ที่หลากหลายเหล่านี้ทำให้เขาระเบิดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด “ไม่! ข้ายังตายไม่ได้! พวกเขากำลังรอข้าอยู่!”
ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นร่างของจางหยินเซียวที่ถูกฆ่า และเห็นภาพหลอนของสมาชิกตระกูลจางทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่จางเจียหยู จางหลงและจางหวู่ฮุ่ยที่ถูกตัดหัวไปต่อหน้าต่อตา!
เขาไม่ต้องการให้มีใครตายไปมากกว่านี้อีกแล้ว!
เขาต้องกลับออกไป!
เมื่อรู้ว่าตนไม่สามารถหลีกหนีจากมือสีดำไปได้ จางหลินที่กำลังจมเข้าสู่ความมืดอย่างสมบูรณ์ก็อดไม่ได้ที่จะกัดฟันจนเลือดไหล!
แม้จะมีความมุ่งมั่น ท้ายที่สุดจางหลินก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไร้พลัง เขาคงมิอาจรอดพ้นจากชะตากรรมนี้ไปได้...
ดวงตาที่มืดสนิทของจางหลินเริ่มวางเปล่า เขาบ่นพึมพำราวกับยอมรับต่อชะตากรรมไปโดยสมบูรณ์
“ท่านพ่อ ลุงหยูเซิง ข้าขอโทษ…”
“ข้าไม่สามารถทำอะไรได้เลย…”
“ข้าไม่สามารถช่วยใครไว้ได้เลย…”
“ท่านพ่อ บอกข้าที... นี่เป็นความผิดของข้าหรือไม่?”
น้ำตายังคงคั่งค้างในดวงตาที่มืดมิด จางหลินเผยรอยยิ้มที่ขมขื่น ก่อนที่ร่างของเขาจะเป็นสีดำสนิทจากความมืดที่เข้ากลืนกินทุกอณู...
ทว่าก่อนที่ร่างของจางหลินจะถูกดูดกลืนให้หายไปในความมืดอย่างสมบูรณ์ จู่ๆก็มีเสียงเก่าแก่ของใครบางคนดังกึกก้องไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ
“ลูกเอ๋ย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลย…”
พริบตานั้นพลันบังเกิดแสงสีทองเจิดจ้าจากน่านฟ้า! เผยให้เห็นเงาสีขาวพุ่งผ่านมือและโซ่สีดำราวกับสายฟ้าฟาด ทำให้ทุกอย่างที่กำลังพันธนาการจางหลินถูกสะบั้นขาดออกจากกัน!
ฉัวะ!
ครั้นหลุดพ้นจากพันธนาการ ร่างของจางหลินก็ทรุดลงหน้าคะมำ
จางหลินตกใจ แต่เขาก็พยายามตะเกียกตะกายออกมาให้รอดพ้นจากความมืดมิด
พรึ่บ!
เงาสีขาวที่พุ่งผ่าน ปรากฏให้เห็นร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนผมสีเงินลอยอยู่กลางอากาศอย่างสง่างาม
ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีทองหรูหราราวกับเป็นชนชั้นสูงจากราชวงศ์ใดราชวงศ์หนึ่ง
แม้จะกำลังยืนอยู่ต่อหน้าประตูนรกที่น่าสยดสยอง แต่ร่างนั้นกลับไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัว หากแต่ค่อยๆยกแขนขึ้นอย่างเชื่องช้า และกางฝ่ามือไปยังประตูนรกเบื้องหน้าด้วยความโอ่อ่า
“ไปให้พ้น!”
ด้วยเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหว ปราณอันเจิดจรัสก็ปะทุออกมาจากฝ่ามือของเขาเข้าปะทะกับความมืดมิดจากประตูนรกในทันที!
วู้ม!
ประตูสำริดบานใหญ่ราวกับได้เผชิญหน้ากับศัตรูตามธรรมชาติ! บานประตูขนาดใหญ่ค่อยๆปิดลง ส่งผลให้กระแสลมเย็นยะเยือกพัดผ่านออกมา
เสียงกรีดร้องที่สิ้นหวังด้านหลังประตูก็พลันอันตรธานหายไปทันทีที่ประตูบานใหญ่ถูกปิดลง
ประตูสำริดเก่าแก่ที่ปิดสนิท ก็ค่อยๆจมลงสู่พื้นที่ขาวโพลนราวกับว่ามันได้กลับไปยังก้นบึ้งของขุมนรกเฉกเช่นเดิม...
การปรากฏขึ้นของชายวัยกลางคนลึกลับได้ทำให้จางหลินรอดพ้นจากความตายมาได้!
จางหลินที่อยู่ห่างออกไปหอบหายใจอย่างหนัก แววตายังคงสั่นไหวด้วยความกลัวที่ตกค้าง
เขาจ้องมองชายวัยกลางคนด้วยความสับสนมึนงง ‘ขะ-แข็งแกร่งมาก…’
แม้ชายวัยกลางคนจะระเบิดพลังออกมาเพียงแค่ครั้งเดียว แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสวรรค์และโลกได้จากกระบวนท่านั้น!
ชายที่อยู่ตรงหน้าของเขาไม่ใช่คนธรรมดา!
ชายวัยกลางคนที่เห็นว่าประตูนรกได้หายไปแล้วก็ถอนหายใจยาว เขานำสองมือกลับมาไพล่หลัง และหันกลับไปถามจางหลินด้วยแววตาที่อ่อนโยน “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
“ขะ-ข้าไม่เป็นอะไร…” จางหลินพยายามลุกขึ้น และประสานมืออย่างนอบน้อม “ขอขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ… ขอทราบได้หรือไม่ว่าควรจะเรียกท่านว่าอย่างไร?”
ชายวัยกลางคนจ้องมองจางหลินอย่างไม่กระพริบตา ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความสงสารและความเห็นอกเห็นใจโดยไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
ระลอกคลื่นขนาดใหญ่ปรากฏในแววตา เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดู “ลูกเอ๋ย เจ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลย”
คำพูดที่แสนอ่อนโยนทำให้จางหลินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ยากจะอธิบาย เขาจึงเผลอเอ่ยถามออกมา “ผะ-ผู้อาวุโส ท่านรู้จักข้าหรือไม่?”
ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างเป็นกันเอง “ข้าจะไม่รู้จักเจ้าได้อย่างไร? เจ้าต่างหากที่ไม่ควรจะรู้จักข้า และเจ้าก็ไม่ควรจะพบกับข้าเช่นกัน”
ประโยคนั้นยิ่งทำให้จางหลินรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น “ทะ-ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“มีใครบางคนพยายามดึงข้าออกมา—” แต่ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะกล่าวจบ แขนของเขากลับปรากฏแสงระยิบระยับ พร้อมกับร่างกายของเขาที่ค่อยๆสูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
ร่างของชายวัยกลางคนเปรียบเสมือนเศษเสี้ยวดวงจิตที่ถูกทิ้งไว้ เมื่อพลังงานจากดวงจิตหมดไป เขาก็ต้องกลับเข้าสู่วิถีแห่งการกลับชาติมาเกิด
ชายวัยกลางคนทำได้เพียงถอนหายใจอย่างหมดหนทาง เขามองจางหลินพลางกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ดูเหมือนว่ามีใครบางคนต้องการจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเจ้า และบีบบังคับให้ข้าต้องทำสิ่งที่ไม่ต้องการจะทำ—”
“ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่าคนที่ทำให้เจ้าต้องตกอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้หวังดีกับเจ้า! แต่มันต้องการพาเจ้าไปสู่หนทางแห่งการล่มสลาย!”
“ไม่ว่ามันผู้นั้นเป็นใคร ข้าหวังว่าหากเจ้ามีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ อย่าปล่อยชายผู้นั้นให้มีชีวิตอยู่เป็นอันขาด! มันจะกลายเป็นภัยคุกคามที่จะจองล้างจองผลาญไปจนกว่าเจ้าจะพบเจอความสิ้นหวัง!”
“นับจากนี้เส้นทางของเจ้าจะเต็มไปด้วยขวากหนามและความยากลำบาก การที่ข้าจะผนึกพลังของเจ้าต่อไป อาจจะทำให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตราย…”
“ข้าจะคืนสิ่งที่เคยเป็นของเจ้าให้เจ้ากลับคืน ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถเอาชีวิตรอดให้ได้นานที่สุด…” ชายวัยกลางคนค่อยๆถกแขนเสื้อ เผยให้เห็นอักขระโบราณสีดำนับหมื่นเรียงราย
วู้ม!
อักขระสีดำค่อยๆเปล่งแสงสีทองออกมาอย่างเชื่องช้า ราวกับว่าทุกอักขระเป็นต้นกำเนิดของพลังอันยิ่งใหญ่!
สายตาที่สับสนของจางหลินก็บังเอิญเห็นอักขระที่ฝ่ามือขวาของชายวัยกลางคน และพบว่าอักขระนั้นมีตัวอักษรคำว่า 秦 สลักไว้
นั่นทำให้เขาที่สับสนในใจอยู่แล้วก็ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่
[ฉิน?]
[นี่ไม่ใช่รอยสักเดียวกับของจักรพรรดิไร้บัลลังก์เมื่อครู่นี้หรอกหรือ?]
[ทั้งสองคน…มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร?]
ก่อนที่จางหลินจะได้เอ่ยถาม รอยสักอักขระโบราณก็ค่อยๆลอยออกมาจากร่างของชายวัยกลางคน ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาจางหลินโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว!
หว่อง!
อักขระโบราณนับหมื่นเปรียบดั่งสัตว์เลื้อยคลานที่ไหลไปตามแขนและขาของจางหลิน!
จางหลินรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ดูเหมือนจะแผดเผาเส้นชีพจรทั้งหมดของเขาให้กลายเป็นจุล!
“อ๊าก!”
เสียงคำรามของเขาดังกึกก้อง จิตวิญญาณพฤกษาที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลแห่งจิตวิญญาณก็เกิดการสั่นคลอนครั้งใหญ่!
อักขระสีทองได้ลุกลามครอบคลุมไปทั่วจิตวิญญาณพฤกษา บัดนี้รากของจิตวิญญาณพฤกษาได้ฝังลึกลงไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณมากยิ่งขึ้น!
พริบตานั้นจุดชีพจรที่เคยปิดกั้นมาตลอดเก้าปี ก็ค่อยๆเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาทีละจุด ไล่เรียงไปจนครบห้าสิบสองจุด!
อักขระสีทองกำลังเติมเต็มจุดชีพจรที่ถูกปิดกั้นของจางหลิน!
วู้ม!
ขณะนี้ราวกับว่ามีพลังงานอันบริสุทธิ์กำลังปะทุอยู่ภายใน มันเป็นพลังปราณอันท่วมท้นที่จางหลินไม่เคยพบเจอมาก่อน!
นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เขากำลังจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในไม่ช้า!
ดวงตาของจางหลินเปล่งประกายด้วยแสงสีทอง ก่อนที่จู่ๆการมองเห็นของเขาจะมืดลง
และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสีทองของชายวัยกลางคน จะสูญสลายเป็นแสงระยิบระยับ ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ “ลูกเอ๋ย เจ้าต้องอดทนผ่านไปให้ได้ แม้ว่าเจ้าจะต้องเป็นศัตรูกับโลกทั้งใบก็ตาม…”