“พวกมึง พวกมึงทำอะไรกับลูกน้องกู!”
ร่างสูงใหญ่ที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ดีดดิ้นด้วยความโกรธ ชายหนุ่มลูกน้องสองคนถูกลากจูงเข้ามาเรื่อยๆ ยิ่งท่านนายพลได้เห็นสองคนนั้นใกล้ๆเขาก็ยิ่งโกรธแค้น สิงห์และนาวาเป็ลูกน้องฝีมือดี แต่สภาพของพวกเขาตอนนี้ไม่เหลือความเป็คนแม้แต่นิดเดียว!
“สวัสดีหัวหน้าพวกมึงหน่อยสิ”
“ส…สวัสดี…ครับ…ห…หัวหน้า อึก…อึก”
เสียงแหบแห้งจากชายหนุ่มสองคนพูดพร้อมกัน...
สิงห์เป็ชายร่างใหญ่ผิวเข้มกำยำ แต่แก้มทั้งสองข้างนั้นกลับแดงจัดจนผิวสีแทนไม่อาจปกปิดได้ เขาเป็นายตำรวจที่เก่งกาจเื่การต่อสู้ ผิดกับนาวาที่เป็ชายหนุ่มผิวขาวซีด แม้ว่าจะไม่ได้เก่งศิลปะการป้องกันตัวเท่ากับเพื่อนผิวเข้ม แต่นาวานั้นมีมันสมองและกลยุทธิ์ในการวางแผนยอดเยี่ยม ผิวสีขาวของเขาทำให้เห็นรอยหวดฟาดและรอยฟกช้ำชัดเจน จุกนมทั้งสองข้างบวมเป่งเหมือนกับถูกอะไรดูดดื่มมานานนับเดือน!
“ไม่ว่ากันนะ ที่พวกกูแอบฝึกทักษะเพิ่มเติมให้ลูกน้องฝีมือดีของมึงอีกนิดหน่อย”
“มึง….พวกมึงไม่ตายดีแน่!!!”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
เสียงหัวเราะของพวกโจรนับร้อยดังก้องไปทั่วโกดัง ส่วนชายในชุดสูทที่ยืนอยู่บนชั้นสองก็มีท่าทางขบขันไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
“มึงนี่ตลกจริงๆ ไหนกูขอดูหน่อยสิว่ายังจะปากดีได้อีกหรือเปล่า”
“พวกมึงจะทำอะไร”
“หึหึ กูไม่ทำอะไรมึงตอนนี้หรอก แค่จะโชว์สิ่งที่กูสอนลูกน้องของมึงให้ดูเป็ขวัญตาเท่านั้น”
“อย่า มึงอย่าทำอะไรลูกน้องกูนะ!”
“เอาอุปกรณ์มา”
ในขณะที่อุปกรณ์ฝึกทาสมากมายมาพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกนับสิบ แต่สิงห์กับนาวากลับนั่งชันเข่าแน่นิ่งเหมือนกับสุนัขตำรวจ ดวงตาของทั้งคู่เหม่อลอยเหมือนกับกำลังเมามายอะไรบางอย่าง เมื่อไอ้ศรได้แส้หนังสีดำมาไว้กับมือ มันจึงสั่งให้นายตำรวจทั้งสองโก่งโค้งโดยเร็ว
“ไอ้สิงห์ ไอ้นาวา มึงได้ยินกูมั้ย!”
“…..”
“อย่าไปฟังมัน ไอ้สิงห์ ไอ้นาวา!”
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!!
เสียงหวดแส้กระทบกับแผ่นหลังดังลั่น จากนั้นเสียงคำรามก็ดังสนั่นด้วยความทรมาน ชายหนุ่มสองคนโก่งโค้งเป็ท่าหมารับแส้หนังสีดำจนน้ำตาไหลอาบแก้ม แต่รอยยิ้มที่ฉีกออกมาจากริมฝีปากของนาวากลับเป็อะไรที่ตรงกันข้าม ดวงตาของสิงห์ก็หวานเยิ้มไม่ต่างกัน ยิ่งถูกแส้หวดฟาดกระหน่ำ บั้นท้ายของทั้งสองคนก็ชูชันรับความเ็ปสูงกกว่าเดิม!
“โอ๊ยยยย ผมเจ็บ ผมเจ็บ!!!”
“อ้ากกกก!”
“หัวหน้าครับ ช่วยผมด้วย!!!”
“หัวหน้า ทำไมต้องส่งเรามาโดนอะไรแบบนี้ด้วย แฮก แฮก อ้ากกกกก!!!”
“ยอม ยอมพวกมันเถอะครับหัวหน้า โอ๊ยยยยย”
“อ้ากก สงสารพวกผมเถอะ ยอมคนพวกนี้ซะ!!!”
เสียงกรีดร้องของลูกน้องทำภูผาใจสลาย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานั้นก็มีความผิดกับเื่นี้อยู่ไม่น้อย ทั้งๆที่เขาสามารถส่งกำลังเสริมตามหลังสองคนนี้ได้ แต่ท่านนายพลกลับมั่นใจในฝีมือของทั้งคู่ หนุ่มใหญ่ประเมินแก๊งมาเฟียแก๊งนี้ผิดไป ถ้าเกิดเขาไม่ชะล่าใจ ลูกน้องสองคนคงไม่ต้องมาโดนอะไรแบบนี้!
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!!
“โอ๊ยยยยย หัวหน้าครับ ผมเจ็บ!!!”
“อ้าาาา หัวหน้า ช่วยพวกเราด้วยสิครับ!”
“พอแล้ว ถ้าพวกมึงจะทำให้มาทำกับกูคนเดียว!!!”
เสียงแส้หยุดลง...จากนั้นไอ้หัวหน้าโจรหัวทองก็เดินเข้ามาหาท่านนายพลใกล้ๆ ใบหน้าดิบเถื่อนของมันก้มลงมองคราบน้ำตาของลูกผู้ชายพร้อมกับหัวเราะ ภูผาไม่กล้าแม้แต่จะมองสภาพของลูกน้องตัวเอง เขาก้มหน้าพร้อมสะอึกสะอื้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต
“มึงว่าอะไรนะ”
“ก…กูยอมแล้ว กูยอมพวกมึงทุกอย่างแล้ว”
“จริงหรอ”
“ขอแค่มึงปล่อยตัวลูกน้องของกูไป กูจะยอมทำตามที่พวกมึงสั่งทุกอย่าง”
ไอ้ศรเงยหน้าขึ้นไปมองชายในชุดสูท้า เมื่อคนเ่าั้พยักหน้าตกลง การลงโทษลูกน้องสองคนจึงหยุดลง ปลอกคอหนังสีดำถูกนำมาสวมใส่ให้ท่านนายพลพร้อมกับเชือกจูง จากนั้นเสื้อผ้าของเขาก็ถูกคัตเตอร์กรีดปาดจนร่างกายเปลือยเปล่าล้อนจ้อน
“ถ้าตุกติก มึงรู้ใช่มั้ยว่าลูกน้องมึงจะเป็ยังไง”
“กู…กูสัญญา”
“หึหึ ดี”
เชือกที่มัดตามร่างค่อยๆถูกแก้ปม จากนั้นไอ้นักเลงหัวทองก็สั่งให้ท่านนายพลคลานเหมือนหมาตามแรงจูงเชือกของมัน ชายวัยกลางคนยอมทำตามคำสั่ง แม้จะต้องกัดฟันฝืนทนด้วยความเ็ปก็ตาม ระหว่างการคลานไปด้านหน้าเสียงผิวปากและเสียงเอ่ยแซวสุดลามกถึงบั้นท้ายกลมงอนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
ภูผาถูกนำขึ้นมาบนโกดังชั้นสอง...
ก่อนจะเห็นชายในชุดสูททั้งห้าคนจ้องมองด้วยท่าทางเคร่งขรึม!