3
นางจิ้งจอกเข้าครัว
เยว่จือบีบมือตัวเองแน่นเธออยากสร้างเื่โกหกม่านอวี้อันอย่างที่แล้วๆ มา ทว่าไม่รู้เหตุใดยามนี้คุณผู้หญิงถึงไม่เหมือนเดิม และยังสร้างความกล้าหาญให้เด็กสาวอยากพูดความจริงอย่างหมดเปลือก!
“นะหนู เดินไม่ดูทางเอง เลยเจอกับเฮียถัง เขามาถามเื่เงินค่าเช่าร้านที่ติดไว้กับเงินที่คุณผู้หญิง เอ่อ...มาดามยืมมาซื้อของ แล้วทำเจ๊งจนเรากำลังจะอดตาย...”
ฟังจากปากเยว่จือ ม่านอวี้อันก็รู้ว่าโลกที่เธอกำลังเผชิญไม่ใช่แค่ความยากจน หากมีหนี้ที่ต้องจ่ายและถึงขั้นที่คนของฝ่ายนั้นกล้าทำร้ายเด็กสาวตัวเล็กๆนั่นย่อมหมายความว่ามันอยู่ในขั้นวิกฤติ
“เฮียถัง...”
เมื่อเอ่ยชื่อนี้ขึ้นม่านอวี้อันก็ตัวแข็งค้าง ในความทรงจำ เธอเห็นผู้ชายตัวสูงใหญ่และกลุ่มแก๊งของเขาที่ถือขวาน และมีดเล่มยาว เป็พวกมาเฟียปล่อยเงินกู้และเก็บดอกเบี้ยสุดโหด โชคชะตาเล่นตลกกับผู้หญิงที่ต้องดิ้นรนเลี้ยงดูตัวเองทำให้ม่านอวี้อันไปยืมเงินคนพวกนั้น โดยเอาบ้านเป็หลักค้ำประกันซึ่งบ้านหลังนี้ด้านหน้าเปิดเป็ร้านอาหาร แต่เกือบหนึ่งปีแล้วที่ขายของไม่ดีตัวเธอยังป่วยกระเสาะกระแส สุดท้ายจึงติดหนี้ก้อนใหญ่เกือบห้าหมื่นดอล์ลาร์ และในภาพก่อนจะล้มป่วยม่านอวี้อัน เห็นภาพน่ากลัวจนเธอไม่อยากเชื่อว่าเ้าของร่างเคยคิดกินยาฆ่าตัวตายแบบยกครัวมาแล้วหากไม่ใช่ว่ามีใครบางคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือไว้!
เมื่อเยว่จือเอ่ยปากออกไปแล้ว ก็เห็นม่านอวี้อันนิ่งแต่ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวอย่างที่ผ่านมา จึงเสริมต่อ
“มีอีกเื่ค่ะ เฮียถังบอกว่าจะให้มาดามทำอาหารเลี้ยงวันเกิดน้องสาวเขาด้วย”
“ฮึ กล้าทำคนของฉันเจ็บตัวยังมีหน้าออกคำสั่งเฮงซวยอย่างนั้นด้วยเหรอ ไอ้ลูกเต่า!”
ม่านอวี้อันว่าเสียงดังทั้งสีหน้าเป็เดือดเป็แค้น ยามนั้นลูกชายคนเล็กจึงยืนตัวแข็ง ดวงตากลมโตมองเธอก่อนส่งเสียงเล็กๆ ว่า
“มัมมี้! พูดไม่ดี พูดแบบนี้เดี๋ยวเฮียผิงจะเลียนแบบ!”
หญิงสาวดึงสติตนกลับได้ทันควันเธอเคยร้ายมามากแค่ไหน แต่จะมาทำนิสัยเ่าั้ให้เด็กๆ เห็นไม่ได้
“โถ คนดี แม่แค่แสดงงิ้วเจียวเกอไม่กลัวใช่ไหมจ๊ะ”
“น้องไม่กลัว แค่จะฉี่ใส่ที่นอน แต่เฮียผิงนะซีฝันร้ายแหงๆ”
เสียงเจื้อยแจ้วนั้นทำให้ม่านอวี้อันหัวเราะร่วนเธอไม่คิดว่าจะพบความสุขเรียบง่ายด้วยเื่เล็กน้อยจากหัวใจบริสุทธิ์ซึ่งอาจมากกว่าการขายของได้เงินนับร้อยล้านดอล์ลาร์ในเวลาไม่ทันข้ามคืนด้วยซ้ำ !
“รับรองว่า สุดหล่อของแม่ จะได้กินอิ่มนอนหลับปุ๋ย และโตเร็วๆ เอาล่ะ บ่ายนี้ เรากินอะไรกันดีน้า” ม่านอวี้อันว่าและคิดในหัวคร่าวๆ เธอจะทำเค้กกล้วยหอมโรยด้วยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และฝานเนื้อกล้วยบางๆวางแปะไว้้า ส่วนอาหารสำหรับเด็กๆ คงเป็ไข่ข้นหอมๆ กินกับมันฝรั่งบดที่นุ่มจนแทบละลายในปาก
เยว่จือมองท่าทีของม่านอวี้อันแล้วเธอแปลกใจอยู่ในที ทว่าดูเหมือนจะเป็สิ่งที่ดีมิน้อย ด้วยไม่เห็นคุณผู้หญิงกระปี้กระเป่ามีชีวิตชีวาเช่นนี้นานแล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ม่านอวี้อันจมอยู่กับความทุกข์ ทั้งมักตัดพ้อต่อบิดาของลูกชายทั้งสองคนที่หายสาบสูญไปในเหตุการณ์รุนแรงระดับชาติ
“เอ่อ แต่เราไม่มีข้าวนะมาดาม”
“อืม เื่นั้นฉันรู้ ว่าแต่เธอน่ะเชื่อเื่เวทมนตร์ไหม” ม่านอวี้อันถาม
“เอ ยังไงนะคะ”
“ในอดีตชาติ ฉันเป็ปีศาจจิ้งจอกเื่ใช้เวทมนตร์ และร่ายคาถา ฉันถนัดที่สุด โดยเฉพาะการหลอกล่อให้เหยื่อติดกับและฉันนี่แหละ จะเรียก เนื้อ กุ้งหอย ปู ปลา และเงินทองมาให้เต็มบ้านหลังนี้!”
ยิ่งฟังเยว่จือยิ่งมึนงงผิดกับสองฝาแฝดที่ตาโต และดูสนใจสิ่งที่แม่พูด ราวกับเป็นิทานก่อนนอนซึ่งพวกเขาไม่ได้ฟังนาน เพราะแม่เอาแต่ขังตนเองในห้อง และบางครั้งได้ยินเสียงร้องไห้ด้วย
“น้องอยากเห็นปีศาจ”เซียงเจียวว่าอย่างกระตือรือร้น ส่วนผิงกั่วกำหมอนเน่าของตัวเองแน่นก่อนเอ่ยเสียงเบาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า
“จิ้งจอกมะ มัม กินตับ มะ ไหมมัมมี้!”
ม่านอวี้อันหัวเราะอีกครั้งเธอชอบใจบ้านหลังนี้กับครอบครัวเล็กๆ ทุกคนช่างบริสุทธิ์ และพร้อมส่งพลังงานสร้างสรรค์ให้เธออย่างมหาศาล
“ไม่กินตับจ๊ะ จิ้งจอกตัวนี้มีเก้าหางมันจะเนรมิตทุกอย่างให้ลูกทั้งสองคนกับเยว่จือมีแต่ความสุขเราจะสร้างบ้านลูกกวาดด้วยกัน บ้านที่มีเสียงหัวเราะ มีอาหารดีๆ ผิงเกอ เจียวเกอชอบไหม”
เป็ตอนนั้นที่ผิงกั่วทิ้งหมอนข้างลงเขาก้าวช้าๆ มาหาม่านอวี้อัน
“ผะ ผม...หิว ปะ ปีศาจจิ้งจอกมีข้าวกินไหม” เด็กน้อยว่า และสีหน้าเขาซีดเซียว มือน้อยๆข้างหนึ่งลูบท้องตัวเองให้เธอดู
ม่านอวี้อันที่หัวเราะและใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เมื่อครู่ได้ยินแบบนั้น เธอรีบอุ้มลูกชายคนโตขึ้น แล้วหอมแก้มซ้ายขวาเขาเด็กน้อยอายุเพียงเท่านี้ต้องพบเจอเื่เลวร้ายใดมาบ้างก่อนที่เธอจะย้อนเวลามาอยู่ในร่างมารดาของพวกเขา
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ลึกมากเธอไม่อยากเสียน้ำตาใดๆ อีก หากสุดท้ายกลับกลั้นเอาไว้ไม่ไหว “กิน...วันนี้ทุกคนจะต้องอิ่มพุงกาง แม่ให้สัญญา!”
ม่านอวี้อันจะไม่ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกชายเธอเด็ดขาดเมื่อตั้งมั่นจะเช่นนั้น ภายในห้องครัวจึงมีงานล้นมือ!
ทว่าเมื่อลงมือเข้าครัวกันจริงจัง เซียงเจียวกลับเป็เด็กชายที่มีแต่ความน่ารัก เขาพูดเก่ง ขี้อ้อนและสิ่งที่ทำให้ม่านอวี้อันผิดคาดคือ เขาค่อนข้างี้เีนิสัยแบบนี้โตไปหากไม่คอยสอน หรือควบคุมให้ดีเขาต้องเป็หนุ่มหล่อที่แผลงฤทธิ์ให้คนเอือมระอาแน่ๆ ส่วนผิงกั่วของเธอเมื่อบอกให้ปอกกล้วย ร่อนแป้ง หรือนั่งรอนิ่งๆ เขาไม่ส่งเสียงบ่น และยังทำงานของตนได้ดีอย่างที่ผู้ใหญ่แบบเยว่จือเทียบไม่ติด
“คนเก่งของแม่”
เธอชมผิงกั่วและเขายิ้มเขินอายลูกชายคนโตช่างเป็สุภาพบุรุษแสนน่ารัก พอได้ยินแม่ชมพี่ชายเซียงเจียวจึงหน้าง้ำหน้างอ หากไม่ได้ส่งเสียงประท้วง
“เอ ผิงเกอรู้ไหม เวลาเข้าครัวถ้าทำหบ้าบูดบึ้ง วันนั้นจะกินข้าวไม่อร่อย และยังท้องเสียด้วย” ม่านอวี้อันเอ่ยและผิงกั่วเป็เด็กที่ว่านอนสอนง่าย เขาพยายามยิ้มกว้าง แต่ภาพที่เห็นดูเหมือนเขาอยากร้องไห้มากกว่า
“ผะ ผิงยิ้มเป็” ผิงกั่วเอ่ยท่าทางเขาประหม่ามิน้อย
“ใช่ลูกรัก แม่เห็นแล้ว”ม่านอวี้อันหัวเราะ เยว่จือที่ใช้ไข่ไก่ต้มประคบรอยช้ำที่แก้ม พยักหน้าเห็นด้วยส่วนคนที่หน้าตาบอกบุญไม่รับอยู่ก่อนหน้านี้ ยิงฟันให้ม่านอวี้อัน ก่อนทำเสียงหึๆๆ เลียนแบบตัวร้ายในทีวี ซึ่งเป็นักมวยปล้ำที่เขาชอบมาก
เซียงเจียวร้ายได้ใครนะยามนั้นม่านอวี้อันพยายามนึก ก่อนจะโทษไปถึง คนเป็บิดาของเด็กชาย แจ็คสัน หยวนบุรุษผู้นี้ ช่างดูลึกลับ และแน่นอนในหัวสมองตอนนี้ ไม่มีภาพเขาหลงเหลืออยู่ดูเหมือนเ้าของร่างไม่ใช่แค่ชิงชัง หากคงเ็ปมากกับผู้ชายอย่างเขา
“ตายไปได้ซะก็ดี!” ม่านอวี้อันหลุดคำพูดนั้นออกมาและทำให้ทุกคนหยุดมองเธออย่าสงสัย หญิงสาวเลยรีบเปลี่ยนเื่
“เจียวเกอไม่อยากกินอาหารอร่อยฝีมือแม่เหรอ อันนี้เขาเรียกว่า ไข่ข้นลาวาแสนนุ่มแม่ผัดด้วยเนย ใส่เกลือนิดหน่อย มีพริกไทยขาวโรย และต้นหอมซอย แล้วยังมีมันฝรั่งบดที่กินแล้วเจียวเกอต้องชอบแน่ๆ และแม่ยังแบ่งมันฝรั่งส่วนหนึ่งไปทำเฟรนซ์ฟรายส์ ทอดกินแบบร้อนๆเลย เวลาจิ้มกับซอสมะเขือเทศ ลูกรู้ไหมว่า มันเด็ดสะระตี่ จนต้องเลียนิ้วมือ”
เซียงเจียวฟังแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิมเขาชอบที่แม่เล่า และอยากกินไวๆ “น้องจะช่วยแม่ทำครัว”
ในที่สุดลูกชายคนเล็กก็ยอมร่วมมือพร้อมสลัดความี้เีทิ้งไป
เมือทำไข่ข้นเสร็จพร้อมมันฝรั่งบดก็เกิดเสียงดังล้งเล้งที่ด้านหน้าบ้านในส่วนที่ทำเป็ร้านอาหาร
“ใครมาะโหน้าบ้านเสี่ยวจือ”
เยว่จือซึ่งคุ้นเคยเสียงนั้นดีหน้าซีดเผือดไร้สีเื ก่อนเอ่ยว่า
“เดี๋ยวหนูไปดูค่ะ มาดาม”
แต่ม่านอวี้อันไม่ปล่อยให้เด็กสาวไปคนเดียวเธอปิดเตาแก๊ส เช็คเตาอบซึ่งตอนนั้นเค้กกล้วยหอมเสร็จเรียบร้อยพอดีจึงยกออกจากเตานำมาพักข้างนอกบนตะแกรงสแตนเลส
เค้กกล้วยหอมนอกจากหน้าตาดีกลิ่นยังลอยอบอวลชวนให้น้ำลายไหล เรียกได้ว่า ทั้งสองแฝด และเยว่จือ ต่างทำตาโตอยากกินจนเธอต้องทำเสียงดุ
“มันยังร้อนอยู่ อีกอย่างนี่คือของดีที่เราจะใช้ล่อเหยื่อเรียกอาหารอื่นๆ มาที่บ้านหลังนี้!”
จากนั้นม่านอวี้อันก็สั่งให้ผิงกั่วพาเซียงเจียวไปรอที่ห้องนั่งเล่นซึ่งติดกับห้องนอนพวกเขาพร้อมกำชับว่าหากเธอไม่เรียก เด็กๆ ทั้งสองคนห้ามออกมาจากที่นั่นเด็ดขาด