“เมื่อกี้ที่คุณสวดมนต์ หลับตาปี๋ นี่แค่ซ้อมใช่ไหมครับ ไม่ได้กลัวเท่าไหร่เลยเนอะ” รฐนนท์ยกยิ้มมุมปากแล้วแกล้งพูดล้อเลียนหญิงสาวตรงหน้า ทำให้ดารันรู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที เพราะเขาดันรู้ทันเธอ ความจริงแล้วเธอน่ะกลัวผีมากถึงมากที่สุดเลยทีเดียว
“ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็ไรนะคะ ฉันแค่อยากมีเพื่อนคุยด้วยก็แค่นั้น ไม่ได้กง ไม่ได้กลัวอะไรเลย.... ไม่กลัวเลยจริงจริ๊ง” ดารันพูดเสียงสูงในประโยคสุดท้าย พร้อมกับเดินไปยังห้องน้ำโดยไม่หันมามองชายหนุ่มอีก
“ผมจะอยู่ด้านนอกตรงนี้รอนะครับ ถ้าคุณมีอะไรก็เรียกผมละกัน” รฐนนท์เห็นท่าทางของคนขี้กลัวแล้วไม่รู้ว่าจะสงสารหรือขำดี ที่เธอไม่ยอมรับความจริง ท่าทางบ่งบอกว่ากลัวผีออกอย่างนั้นแล้วยังไม่ยอมรับอีก เห็นทีคงหัวรั้นน่าดู
“ผู้กอง..... คุณ...ยังอยู่ไหมคะ” ดารันะโออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่กำลังเร่งอาบน้ำให้เสร็จโดยเร็ว เพราะตอนนี้เธอทั้งหนาวทั้งกลัวผี
“ครับ ผมอยู่ตรงนี้แหละครับ ไม่ไปไหนหรอก คุณอาบไปเถอะ” คนเฝ้าะโตอบกลับ ริมฝีปากหน้ายกยิ้มเล็กน้อย
“นี่คุณ ถามไรหน่อยสิ คนอื่น ๆ เค้าอาบน้ำกันตอนกี่โมงคะ” ดารันหาเื่คุยเพื่อเป็การฆ่าเวลา
“ส่วนใหญ่ก็อาบกันั้แ่ยังไม่ค่ำน่ะครับ ถ้าไม่ติดอะไรนะ แต่วันนี้ผมพึ่งอาบเสร็จเมื่อครู่ ก่อนหน้าที่จะเจอคุณนี่แหละครับ” รฐนนท์ตอบคำถามขณะที่ยืนรอดารันหน้าห้องน้ำ พลางคิดว่านี่ถ้าลูกน้องของเขามาเห็นเข้าคงต้องโดนล้อเป็แน่ ที่มายืนเฝ้ายามให้สาวแบบนี้
“แล้วพวกเด็ก ๆ ที่ค้างที่นี่ล่ะคะ อยู่ที่ไหน ั้แ่มา ฉันยังไม่เห็นเลยสักคน” ดารันสงสัยเพราะเห็นครูใหญ่บอกว่ามีเด็กที่พักที่นี่ ด้วย แต่ั้แ่เธอมาถึงก็ยังไม่เจอเลยสักคน
“่นี้เหลือเด็กไม่เยอะ อีกอย่างเด็ก ๆ เข้าห้องนอนกันแต่หัวค่ำน่ะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าคุณก็จะเจอเองแหละ”
“อืม เหรอคะ คุณง่วงไหม ฉันรบกวนคุณรึเปล่า อีกเดี๋ยวก็จะเสร็จแล้วค่ะ รออีกแป๊ปนึง นะคะ” ดารันอาบน้ำเสร็จแล้วเหลือแต่งตัว เธอคิดว่าจะเป็การรบกวนเขามากไปไหมที่ให้อยู่เป็เพื่อนแบบนี้ แต่ท้ายที่สุดเธอก็คิดว่าช่วยไม่ได้เขาเป็คนทำให้เธอกลัวเองนี่นา เพราะฉะนั้นเขาต้องรับผิดชอบ
“ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ยังไม่ง่วงหรอกครับ เป็ตำรวจมีหน้าที่รับใช้ประชาชนอยู่แล้วครับไม่ต้องห่วง แล้วอีกอย่างเป็เพราะคุณเห็นผมเลยทำให้เข้าใจผิด เกิดกลัวผีขึ้นมาผมเลยต้องรับผิดชอบไงครับ” รฐนนท์ตอบคำถามเสียยืดยาว สุดท้ายยังไม่วายแอบล้อดารันเื่กลัวผี
“คุณนี่...ทำอะไรตามหน้าที่ตลอดเลยสินะ อ้อ...แล้วก็ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้กลัวผี รบกวนเข้าใจซะใหม่ด้วยนะคะ” ดารันเปิดประตูออกมาพอดีกับ ที่รฐนนท์หันหน้ามาทางเธอเช่นกัน เขามองชุดนอนที่เธอสวมอยู่แล้วหัวเราะออกมาแบบอั้นไม่อยู่
“คุณ...ขำอะไรคะ” ดารันเห็นท่าทางของคู่สนทนาที่เขากำลังหัวเราะอยู่ เธอจึงคิดว่าเขาคงขำชุดนอนเธอเป็แน่ ชุดนอนชุดนี้เธอชอบใส่มากมันเป็ชุดที่นุ่มใส่แล้วนอนสบายมาก ๆ ซึ่งเป็นกทวิตตี้ตัวการ์ตูนที่เธอชอบมากเพราะตอนเด็กๆ
แม่ชอบเอาการ์ตูนเื่นี้มาเปิดให้เธอดูอยู่บ่อย ๆ แม่บอกว่าเป็นกตัวโปรดของแม่ แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นกตัวโปรดของเธอด้วยเช่นกัน ชุดนี้มีหมวกรูปหัวนกทวิตตี้ด้วย ซึ่งตอนนี้เธอดึงหมวกขึ้นมาคลุมที่หัวทำให้ดูแล้วตัวเธอแทบจะแปลงร่างกลายเป็นกทวิตตี้เลยก็ว่าได้
“เปล่า ... ก็แค่ ไม่คิดว่าชุดนอนของคุณมันจา... เหมือนเด็ก ๆ ขนาดนี้” รฐนนท์ส่งสายตาขบขันมายังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มที่เธอไม่ค่อยได้เห็นจากเขา รอยยิ้มนั้นช่างหน้าดูเสียจริง ดารันเผลอมองรอยยิ้มของเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะแสร้งทำเป็ตั้งคำถามกลบเกลื่อน
“แล้วชุดนอนของฉันที่คุณคิดต้องเป็ไงคะ ต้องสายเดี่ยวเซ็กซี่ หรือต้องเป็ชุดคอกระเช้าผ้าถุงดีล่ะคะ” ดารันถามเสียงประชดประชัน ก็เธอชอบของเธอแบบนี้ไม่เห็นจะตลกตรงไหน แต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอกลับทำท่าทางราวกับว่ามันตลกมากเสียนี่ ทว่ารอยยิ้มของเขากลับทำให้เธอแทบจะลืมความโกรธไปเลยนี่สิ 'คนอะไรยิ้มยากแต่พอยิ้มทีละลายเลยทีเดียว'
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ จริง ๆ ชุดนี้มันก็ ..เหมาะกับคุณดีนะ ไปผมจะเดินไปส่ง” รฐนนท์ออกเดินนำหน้าไปก่อน เขารู้สึกว่าั้แ่เขาเจอเธอมักจะมีเื่ให้เขาผ่อนคลายได้อยู่เรื่อย ๆ
“ผู้กอง ตอนนี้มันกี่ทุ่มแล้วคะ ฉันไม่ได้พกนาฬิกามาด้วยอะค่ะ” ดารันอยากรู้เวลา เพราะดูจากบรรยากาศรอบข้างตอนนี้เหมือนจะดึกมากแล้ว
“ตอนนี้น่าจะเกือบสี่ทุ่มแล้วครับ เดี๋ยวคุณก็รีบเข้านอน เพราะที่นี่เค้าตื่นกันเช้านะครับ ต้องตื่นไปวิ่งกันตอนตีห้าครึ่งหรือถ้าคุณไม่ไหวยังปรับตัวไม่ได้จะงดก่อนก็ได้ครับแล้วแต่คุณ” รฐนนท์บอกให้ดารันรับรู้ไว้เผื่อเธอจะได้เตรียมตัวหากเธออยากจะเข้าร่วมกิจกรรมในตอนเช้าด้วย
“ฉันก็อยากจะออกไปวิ่งด้วยนะคะ แต่ว่าฉันไม่ได้เตรียมชุดมาอะค่ะ มีแต่เสื้อยืด แต่ไม่มีกางเกงวอร์มเลย” ดารันพูดอย่างเสียดาย ขณะเดินตามคนตัวสูงที่เดินนำหน้าเธออยู่ แต่สายตาเธอก็คอยเหลือบมองไปรอบ ๆ ตัว เพราะมันเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่รอบตัวและจ้องมองเธออยู่ในความมืด หรือสมองเธอเริ่มคิดไปเองกันแน่ก็ไม่รู้ ‘สงสัยโรคเดิมกำเริบอีกแล้วสิเรา’
“โอ๊ย .... อะไรของคุณเนี่ย จะหยุดก็ไม่บอก ดูสิจมูกฉัน โอ๊ย...เจ็บอะ” ดารันละสายตาจากความมืดและเงาไหว ๆ ข้างทางด้านซ้ายมือเพื่อจะมองตรงไปข้างหน้า ทำให้เธอชนเข้ากับแผงอกกว้างของรฐนนท์ เข้าอย่างจังจนเธอรู้สึกเจ็บที่จมูก เนื่องจากความสูงของเขาและเธอที่ต่างกันมาก ศีรษะของเธอสูงประมาณไหล่ของเขา เธอเอามือจับที่จมูกตัวเองแล้วโยกไปมา “หักหรือเปล่าเนี่ย โอ๊ย....”
“คุณนั่นแหละที่เดินไม่มองทาง ผมหยุดเดินแล้วหันมาตั้งนานแล้ว คุณก็มัวแต่มองอะไรไม่รู้ เลยเดินมาชนผมเอง” รฐนนท์พูดขณะที่มือของเขายังจับที่ต้นแขนของคนตัวเล็กเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอล้ม
“ก็...” ดารันพูดได้แค่นั้นก็พูดไม่ออกเพราะใบหน้าของรฐนนท์ที่โน้มลงมาใกล้เสียจนเธอใ
“ไหนดูซิ .....ก็ไม่เห็นเป็ไรหนิ ไม่หักหรอกน่า ไม่ค่อยจะมีให้หักนะผมว่า” รฐนนท์ใช้มือข้างหนึ่งเชยคางดารันขึ้นมาแล้วมองสำรวจจมูกของเธอ
“เอ๊ะ คุณหนิ อย่ามาล้อนะ ถึงฉันจะผิดที่เดินมาชนคุณเอง แต่คุณก็ผิดนะที่อยู่ดี ๆ ก็หยุดเดิน แถมเห็นฉันแล้วไม่หลบอีก เอาเป็ว่าผิดด้วยกันทั้งคู่ โอเคปะ” ดารันรีบเบือนหน้าหนี เพราะรู้สึกเขินเอามาก ๆ เธอจึงรีบหาเื่คุย
“คุณนี่ก็แปลกนะ อืม... โอเคผมยอมรับผิด อ้อ...แล้วที่ผมหันมาเนี่ยก็เพราะจะบอกคุณว่า ผมมีกางเกงวอร์มที่ยังไม่ได้ใช้ถ้าคุณไม่รังเกียจล่ะก็ พรุ่งนี้ผมจะเอามาให้” รฐนนท์ปล่อยแขนของดารัน แล้วหันหลังกลับเดินต่อ ไป จนกระทั่งทั้งคู่เดินมาถึงบ้านพักของดารัน
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันไปเอาเองก็ได้ค่ะ คุณจะได้ไม่ต้องลำบากเดินมา” ดารันเสนอ แต่เธอยังไม่ค่อยแน่ใจว่าเธอจะตื่นไหวไหม เพราะวันนี้เธอเองรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน
“ถ้างั้นก็แล้วแต่คุณละกัน แต่ผมวิ่งตีห้าครึ่งนะครับ ถ้าคุณมาไม่ทันผมไม่รอนะ” รฐนนท์พูดย้ำกับดารันเื่เวลาเพราะกลัวเธอจะลืมหรือตื่นไม่ทัน
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่เดินมาส่ง เอ่อ....ฝันดีนะคะ” พอพูดจบดารันก็รีบหมุนตัวกลับเข้าไปในห้อง ส่วนรฐนนท์เองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกแปลก ๆ หรืออาจเป็เพราะไม่มีใครพูดประโยคนี้กับเขามานานมากแล้ว แต่ในความรู้สึกแปลก ๆ นี้กลับเจือปนไปด้วยความรู้สึกยินดีอย่างประหลาด คืนนี้เขาคงจะหลับฝันดีอย่างที่ใครบางคนบอกจริง ๆ ก็เป็ได้
“ฝันดีเช่นกันครับ” รฐนนท์พูดออกไปทั้งที่ดารันไม่ได้อยู่ฟังแล้ว แต่เขาแค่รู้สึกว่าอยากพูดออกไปจริง ๆ
***************************************
ดารันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงจากโทรศัพท์มือถือ ที่เธอตั้งปลุกเอาไว้เวลาตีสี่ห้าสิบนาที แล้วเธอก็กดหยุดเสียงและนอนต่อ อีกห้านาทีเสียงจากนาฬิกาก็ดังขึ้นอีกครั้ง ดารันทำแบบเดิมอยู่ 3 รอบจนรอบสุดท้าย จึงจำใจต้องลุกจากเตียงที่แสนอบอุ่นอย่างอยากลำบาก
หญิงสาวออกไปล้างหน้าแปรงฟันตรงระเบียงบ้านหลังจากนั้นก็เข้ามาเปลี่ยนชุด เพราะหากใส่ชุดนอนออกไปเอากางเกงที่ผู้กอง คงมีคนเห็นและแอบหัวเราะเธออีกเป็แน่ แต่พอเธอเปิดประตูออกไปกลับพบว่า ผู้กองรฐนนท์กำลังเงื้อมือจะเคาะประตูห้องเธออยู่พอดี
“อ่าว ผู้กอง เอากางเกงมาให้เหรอคะ ไม่น่าลำบากเลย ฉันกำลังจะไปเอาอยู่พอดีเลยค่ะ” ดารันพูดหลังจากที่ออกมายืนด้านนอกห้องแล้ว ส่วนรฐนนท์ก็ถอยออกไปยืนอยู่ห่าง ๆ
“คือผมคิดว่าถ้าคุณไปเอา คุณก็ต้องกลับมาเปลี่ยนอีก เสียเวลาเปล่า ๆ ผมเลยเอามาให้เองดีกว่า อะ...นี่ครับกางเกง รีบเปลี่ยนนะ แล้วก็ไปเจอกันที่สนามหน้าอาคารเรียนครับ” รฐนนท์ส่งกางเกงวอร์มให้ดารัน จากนั้นจึงหมุนตัวเดินจากไป
เมื่อดารันเดินมาถึงสนามเธอเห็นทุกคนรวมตัวกันอยู่อย่างเป็ระเบียบ เธอจึงเดินเข้าไปทำความเคารพครูใหญ่และครูพิกุลที่อยู่ที่นั่นด้วย
“มา ๆ ครูรัน เห็นผู้กองนนท์บอกว่าครูจะมาวิ่งด้วย ทีแรกผมไม่ได้บอกคุณก่อนเพราะอยากให้พักให้เต็มที่ แต่มาก็ดีแล้วครับ วิ่งออกกำลังกายตอนเช้าคุณจะได้สดชื่นมีแรงลุยงานหนักได้นะ อืม ดี ๆ” ครูใหญ่พูดกับดารันพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ดารันสังเกตเห็นทุกคนใส่ชุดเหมือนกันคือ เสื้อยืดสีดำมีตราที่หน้าอกและด้านหลังมีสกรีนคำว่าตชด. กับกางเกงวอร์มสีดำเช่นเดียวกันกับที่เธอใส่ แต่เสื้อนี่สิเธอมีแต่พวกโทนสีสว่าง ๆ ก็เลยเลือกสีขาวมาเพราะมันดูจะเรียบร้อยกว่าสีอื่นๆ
“คุณครูจะไหวเหรอครับ พวกเราวิ่งกันไกลอยู่นะครับบาง่ก็มีขึ้นเขาด้วย” ผู้หมวดอาทิตย์ถามด้วยความเป็ห่วงเพราะเห็นเธอตัวเล็ก ๆ ดูบอบบาง อาจจะไม่เคยออกแรงเยอะแบบนี้
“ก็...ต้องลองดูค่ะ ไหวไม่ไหวเดี๋ยวก็รู้ ถ้าเราไม่ลองก็ไม่รู้จริงไหมคะ” ดารันได้ฟังที่เขาพูดแล้วก็อยากจะบอกว่าไม่ไหวเหมือนกัน แต่ต่อหน้าคนเยอะแยะ เธอจึงต้องทำจนถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เสียชื่อลูกสาวนายทหารเช่นกัน แม้ว่าเธอจะไม่เคยออกวิ่งตอนเช้าเลยไม่ว่าพ่อกับพี่ชายจะชวนอย่างไร แต่เธอก็ไม่เคยยอมไปวิ่งด้วยสักครั้ง ‘เอ้อ...รู้งี้ออกไปวิงกับพ่อบ้างก็ดีเรา’