'หมู่บ้านไผ่งาม เมืองัฟ้า'
ณ ชายป่ารอบนอกเขาหมื่นอสูร บนเส้นทางเข้าหมู่บ้านไผ่งาม ปรากฏร่างสูงเพรียวของคนผู้นึง สวมชุดจอมยุทธ์ชายสีดำ สวมหมวกไม้ไผ่มีผ้าแพรสีดำปกปิดใบหน้า ร่างนั้นเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างช้าๆ สายลมพัดพาแพรผืนบางปลิวไปมา จนทำให้เห็นใบหน้าอันงดงามภายใต้ผืนผ้าเป็บางครั้ง
สาวงามคนนี้เป็ซิ่วอิงนั่นเอง ซึ่งกำลังเดินเข้าหมู่บ้านด้วยจิตใจไม่มั่นคงนัก เพราะในใจมัวแต่คิดถึงพ่อแม่และน้องสาว ว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากทุกคนเสียชีวิตไปหมดแล้วเธอจะทำเช่นไรดี ถึงซิ่วอิงจะเดินอย่างช้าๆ แต่เพียงไม่นานก็ถึงบริเวณในหมู่บ้าน
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งได้แสดงตัวเข้ามาขวางไว้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน
" หยุด.. เ้าเป็ใคร.."
“ เอ่อ.. ข้า..”
ซิ่วอิงนิ่งอึ้งไปชั่วครู่กับคำถามของชายแปลกหน้า พยายามค้นหาความจำเกี่ยวกับชายวัยกลางคนตรงหน้า ไม่กี่อึดใจก็รู้ว่าชายผู้นี้มีนามว่าอี้หลางหรือลุงอี้ เป็สหายของจ้าวเว่ยผู้เป็บิดาของซิ่วอิง ลุงอี้คนนี้มักจะออกไปล่าสัตว์กับบิดาของเธอเสมอ ลุงอี้เป็คนอัธยาศัยดีพูดจาสุภาพมีเหตุผล และใจดีกับซิ่วอิงในวัยเด็กเป็อย่างมาก
" ท่านลุงอี้.. นี่ข้าเอง.. ซิ่วอิง.. ข้ากลับมาแล้ว..” ซิ่วอิงพูดจบก็ถอดหมวกไม้ไผ่เก็บในแหวนมิติ ใบหน้างดงามปรากฏออกมาทันที
ชายวัยกลางคนผู้นั้นมองหน้าซิ่วอิงอยู่ครู่นึง ก็เอ่ยออกมา
“ อะไรนะ.. นี่เ้า.. เ้าคือนังหนูซิ่วอิง ลูกสาวจ้าวเว่ยเช่นนั้นหรือ..”
“ เ้าค่ะท่านลุงอี้.. ข้าคือซิ่วอิงจริงๆ”
“ อืม.. ถึงจะโตขึ้นจนเป็สาวเช่นนี้ ข้าก็ยังพอจดจำเ้าได้.. เ้ายังมิได้ตายจริงๆเหรอนี่ ทุกคนคิดว่าเ้าตายไปแล้วั้แ่เมื่อ 4 ปีก่อน ตอนที่พวกโจรเข้าปล้นหมู่บ้าน..”
ลุงอี้กล่าวออกมาด้วยความดีใจเมื่อจดจำซิ่วอิงได้
“ ข้ายังไม่ตายท่านลุง.. มีอันใดค่อยคุยที่บ้านข้าเถอะนะ.. ข้าคิดถึงท่านพ่อท่านแม่แล้วก็น้องสาวจะแย่อยู่แล้ว.."
ซิ่วอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน
" ได้สิ.. ไว้ค่อยคุยกัน.. เ้ารีบไปดูที่บ้านเ้าเถอะ ถึงจะไม่มีใครเสียชีวิตตอนโจรปล้น แต่พ่อของเ้าก็าเ็สาหัสมา 4 ปีแล้วละ "
ลุงอี้พูดพร้อมกับทำหน้าตาเศร้าสร้อย ด้วยความสงสารสหายที่าเ็มานานปี
“ หา.. ท่านลุง.. พ่อข้าาเ็หนักอย่างนั้นหรือ งั้นข้าต้องรีบไปก่อนละ ” กล่าวจบซิ่วอิงใช้วิชาตัวเบา พุ่งทะยานไปยังบ้านของตนทันที
อี้หลางเห็นการใช้ทักษะวิชาตัวเบาของซิ่วอิง จึงรู้ว่าเด็กน้อยสามารถฝึกยุทธ์ใช้พลังปราณได้แล้ว อีกทั้งยังอยู่ในระดับสูงจนตัวเขาไม่สามารถตรวจสอบได้ ถึงกับเอ่ยกับตนเองด้วยความตื่นเต้นระคนใ
‘ นางหายตัวไป 4 ปี.. ทุกคนต่างคิดว่านางน่าถูกโจรฆ่าตายไปแล้ว นึกไม่ถึงว่านางจะยังไม่ตาย ทั้งยังสามารถบ่มเพาะพลังปราณได้แล้ว.. ฮ่าๆๆ น่าดีใจแทนจ้าวเว่ยจริงๆ'
ณ บ้านหลังนึงท้ายหมู่บ้านไผ่งาม
" ท่านพ่อ ท่านแม่ หยวนเอ๋อร์.. ข้าซิ่วอิงกลับมาแล้ว.."
ทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน ซิ่วอิงส่งเสียงอันสั่นเครือออกมาทันที
‘แอ๊ดด’
ทันใดนั้น ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างผอมบางของสตรีวัย 30 ปีกว่าคนนึง เดินออกมาจากตัวบ้านอย่างรีบเร่ง ผู้หญิงคนนั้นก็คือ ‘จ้าวเหมย’ มารดาของซิ่วอิงนั่นเอง นางยืนมองร่างของเด็กสาวผู้งดงาม ซึ่งอ้างตัวเป็ซิ่วอิงบุตรสาวของตนที่หายตัวไปนานถึง 4 ปี ด้วยสายตาอันตกตะลึง
“ เ้า..”
นางจ้าวเอ่ยด้วยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สายตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา มองตรงไปยังร่างเด็กสาวในชุดจอมยุทธสีดำนิ่งด้วยความไม่มั่นใจ เพราะเด็กสาวตรงหน้าถึงจะมีเค้าโครงของลูกน้อยตอนยังเล็ก แต่ตอนนี้กลับเติบใหญ่งดงามจนจำแทบไม่ได้
ซิ่วอิงเมื่อเห็นมารดาที่ตนเองคิดถึงอยู่ทุกวัน น้ำตาพลันไหลออกมาด้วยความยินดี เธอยืนมองหญิงชาวบ้านผู้เป็มารดา ที่มีร่างกายอันทรุดโทรมผอมบางด้วยความสะท้อนใจ ก่อนจะเอ่ยออกมา
“ ท่านแม่.. ฮือๆๆ ข้าเอง.. อิงเอ๋อร์ของท่านไงเ้าคะ ”
ซิ่วอิงเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะร้องให้ออกมาด้วยความเศร้าโศก ไม่สนใจว่ามารดาจะจำได้หรือไม่ รีบเดินเข้าไปกอดร่างอันผอมบางของนางอย่างรวดเร็ว
“ ท่านแม่.. ฮืออ”
“ อิงเอ๋อร์.. อิงเอ๋อร์จริงเหรอนี่.. ใช่อิงเอ๋อร์ลูกสาวข้าจริงๆหรือ ”
นางจ้าวพูดพลางกอดร่างเด็กสาวในอ้อมกอดแน่น จากความผูกผันในสายเืตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่า เด็กสาวคนนี้ต้องเป็ซิ่วอิงบุตรสาวของเธอแน่ๆ ถึงจะโตเป็สาวแต่เค้าโครงรูปหน้า ยังคลับคล้ายลูกสาวตัวน้อยอยู่หลายส่วน ยิ่งเ้าตัวยืนยันหนักแน่นเช่นนั้น นางก็ยิ่งมั่นใจ
“ ข้าเอง.. ท่านแม่.. ฮือๆๆๆ ข้าซิ่วอิงกลับมาแล้ว..”
" อิงเอ๋อร์.. ฮือๆๆ.. ลูกสาวของแม่ยังไม่ตาย.. แม่ดีใจยิ่งนัก..”
สองแม่ลูกยืนกอดกันแน่นอย่างไม่มีข้อกังขาอีกต่อไป เสียงร้องให้แปร่งออกมาพร้อมน้ำตาแห่งความดีใจ ด้วยทั้งสองคิดว่าจะไม่ได้เจอะเจอกันอีกแล้ว
ขณะที่ซิ่วอิงกอดร่างผอมบางของมารดาด้วยความดีใจอยู่นั้น มีความรู้สึกว่าชายเสื้อโดนดึงอยู่ยึกๆเบาๆ เธอเลยผละออกจากอ้อมกอดมารดา แล้วส่งสายตามองลงไปด้านข้าง เห็นเด็กหญิงตัวน้อยร่างผอมบาง ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆที่มีแต่รอยปะชุน จึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“ เสี่ยวหยวน.. ใช่เสี่ยวหยวนน้องสาวพี่หรือไม่ นี่ซิ่วอิงพี่สาวของเ้าเอง.."
กล่าวจบซิ่วอิงคุกเข่าลงข้างนึง นั่งลงตรงหน้าเด็กหญิงตัวน้อย แล้วคว้าร่างผอมบางเข้าสู่อ้อมกอดตนเองทันที
“ หยวนเอ๋อร์.. น้องพี่.. พี่คิดถึงเ้ายิ่งนัก..”
“ อะ เอ่อ..ท่านแม่ นี่คือพี่ซิ่วอิงของข้าจริงๆหรือ..”
เด็กน้อยจ้าวเสี่ยวหยวนเงยหน้าถามมารดาเพื่อความแน่ใจ เพราะพี่สาวที่เธอจำได้นั้นตัวเล็กบอบบาง มิใช่สาวงามล่มเมืองแบบนี้
“ ถูกแล้วละ.. นี่คือพี่สาวซิ่วอิงของเ้าจริงๆ..”
เมื่อได้ยินมารดายืนยันแบบนั้น เด็กหญิงตัวน้อยจึงหันมามองหน้าพี่สาวอย่างเต็มตา สองมือเรียวเล็กกอดคอซิ่วอิงเอาไว้แน่น พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า
“ พี่สาว.. ข้าคิดถึงพี่สาวมากเลยเ้าค่ะ..”
“ พี่สาวก็คิดถึงเ้า.. เด็กน้อยของพี่..”
ซิ่วอิงเอ่ยเสียงสั่นเครือ หอมแก้มสองข้างของน้องสาวด้วยความคิดถึง ก่อนจะหันกลับไปพูดกับมารดา
“ ท่านแม่.. ท่านพ่ออยู่ที่ใดเ้าคะ.. เมื่อสักครู่ข้าเจอท่านลุงอี้.. ท่านลุงบอกว่าท่านพ่อาเ็สาหัส”
“ อิงเอ๋อร์.. ท่านพ่อของเ้าาเ็สาหัส จากการต่อสู้กับพวกโจรเมื่อครานั้น.. ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายเป็ปกติได้.. ท่านพ่อของเ้านอนอยู่ในบ้าน ไปหาเขากันเถอะ..”
กล่าวจบนางจ้าวก็เดินนำเข้าไปในบ้าน ซิ่วอิงยืนขึ้นพร้อมจูงมือน้องสาว เดินตามเข้าไปด้วยหัวใจอันเต้นระทึก นางจ้าวพยักหน้าให้ซิ่วอิงเข้าไปดูผู้เป็บิดาในห้อง ส่วนนางพาเสี่ยวหยวนลูกสาวคนเล็กไปสวนผักหลังบ้าน
ซิ่วอิงเมื่อเดินเข้าไปในห้องของท่านพ่อ เห็นร่างผอมแห้งของชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง อา.. ชายคนนี้คือจ้าวเว่ยบิดาของเธอนั่นเอง ซิ่วอิงมองบิดาด้วยสายตาของความคิดถึง หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นยินดี เมื่อได้เจอหน้าผู้เป็บิดาอีกครั้ง
เพราะอาการาเ็ทำให้ไม่สามารถเดินไปไหนได้ จ้าวเว่ยจึงนอนรอบุตรสาวอยู่บนเตียง เมื่อเห็นร่างเพรียวในชุดดำของซิ่วอิงเดินเข้ามา จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ อิงเอ๋อร์.. เ้าคืออิงเอ๋อร์ของพ่อจริงๆหรือ..”
“ ท่านพ่อ.. ลูกเองเ้าค่ะ.. ฮือๆ ”
ซิ่วอิงเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปกอดร่างผอมแห้งของบิดา ก่อนจะร้องให้ออกมาอย่างหนัก เพราะเธอนั้นสนิทกับบิดามากที่สุด ที่ผ่านมาเป็บิดาผู้นี้ที่สอนเธอเกือบทุกอย่าง ทั้งเข้าป่าล่าสัตว์ ทั้งหาสมุนไพร
“ อิงเอ๋อร์.. เ้าคืออิงเอ๋อร์ของพ่อจริงๆหรือนี่.. เ้ายังไม่ตาย ทั้งยังเติบโตเป็สาวน้อยที่งดงามเช่นนี้..”
จ้าวเว่ยกอดบุตรสาวคนโตด้วยความคิดถึง ด้วยความรักความห่วงใย เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาคิดว่าบุตรสาวคนนี้ได้ตายจากไปแล้ว
“ ท่านพ่อ.. ข้าคือซิ่วอิงของท่านจริงๆเ้าค่ะ.. ข้ากลับมาแล้วท่านพ่อ..”
ซิ่วอิงเอ่ยวาจาหนักแน่น สองตามองสบตาบิดานิ่งยืนยันถึงคำพูดของตน
“ พ่อดีใจเหลือเกินที่ลูกปลอดภัย.. ั้แ่ที่หมู่บ้านของเราถูกพวกโจรบุกปล้น เ้าหายตัวไปอย่างไร้วี่แวว.. พ่อก็าเ็จนไม่อาจตามหาเ้า.. ขอบคุณ์ ขอบคุณบรรพบุรุษที่ช่วยคุ้มครองบุตรสาวของข้า.."
จ้าวเว่ยกล่าวพร้อมสวมกอดซิ่วอิงด้วยความดีใจ
" ข้าเป็บุตรอกตัญญูนัก ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องทุกข์ใจ ขอท่านพ่อโปรดให้อภัยบุตรคนนี้ด้วย"
ซิ่วอิงกล่าวพร้อมคุกเข่าลง
" อิงเอ๋อร์.. อย่าโทษตัวเอง ลูกกลับมาอย่างปลอดภัยแค่นี้พ่อก็ดีใจแล้ว "
จ้าวเว่ยกล่าวเสียงสั่นเครือ ประคองร่างบุตรสาวให้ขึ้นมานั่งที่บนเตียง พลางส่งสายตาดูรูปร่างหน้าตาอันงดงามของนางอย่างภูมิใจยิ่งนัก
ทันใดนั้น พลันมีเสียงคนเดินเข้ามาในบ้าน เป็อี้หลางนั่นเองที่ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งอี้หลางนั้นวิ่งตามซิ่วอิงมาเช่นกัน แต่ด้วยพลังปราณที่ต่างกัน ทำให้เขาเพิ่งจะมาถึงเอาตอนนี้
" จ้าวเว่ย.. เป็อย่างไรบ้าง.. ซิ่วอิงกลับมาแล้วเ้าคงมีความสุขมากทีเดียวใช่มั้ย.."
" อ้าว.. อี้หลางเ้ามาได้ยังไง แล้วทำไมเ้าดูเหนื่อยขนาดนั้น.."
จ้าวเว่ยเอ่ยถามสหายด้วยความแปลกใจ
" ฮึ.. ก็ข้าวิ่งตามหลานซิ่วอิงมานะสิ.. ข้าตามนางจากทางเข้าหมู่บ้าน แต่เพิ่งจะมาถึงเมื่อสักครู่นี้เอง "
อี้หลางกล่าวพร้อมกับหายใจแรง
" ห่ะ.. เ้าว่าอะไรนะ เ้าตามอิงเอ๋อร์ไม่ทันเช่นนั้นรึ?"
จ้าวเว่ยเมื่อฟังที่อี้หลางกล่าวถึงกับใ จึงได้เพ่งจิติญญาตรวจสอบบุตรสาวของตน แล้วสิ่งที่รับรู้ทำให้จ้าวเว่ยแปลกใจเป็อย่างมาก อี้หลางบอกว่าบุตรสาวของเขาสามารถบ่มเพาะได้ แต่เหตุใดเขาไม่สามารถรับรู้ถึงพลังปราณของนางสักนิดเดียว
" อิงเอ๋อร์.. เ้า.. เ้าสามารถบ่มเพาะปราณได้แล้วจริงรึ แต่ทำไมพ่อไม่สามารถรับรู้ถึงพลังปราณของเ้าได้เลย.."
" เ้าค่ะท่านพ่อ.. ลูกบ่มเพาะพลังปราณได้แล้ว เพียงแต่ลูกมีวิชาปกปิดพลังปราณ ทำให้ไม่มีใครรับรู้ได้เ้าค่ะ.."
ซิ่วอิงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
" ทักษะปกปิดพลังปราณอย่างนั้นหรือ.. ใครสอนเ้ากัน"
จ้าวเว่ยเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
" ท่านพ่อ.. วันนั้นข้าวิ่งหนีพวกโจรเข้าไปในป่าจนพลัดตกลงไปในหุบเขา หลังจากนั้นลูกสลบไปไม่รู้สึกตัวอีกเลย.. มารู้สึกตัวอีกทีก็พบกับผู้าุโท่านนึง ซึ่งได้ช่วยเหลือข้าและนำไปอยู่ในถ้ำกลางป่า.. ต่อมานางรับข้าเป็ศิษย์ ถ่ายทอดความรู้และวรยุทธ์ให้เ้าค่ะ.."
ซิ่วอิงบอกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
จ้าวเว่ยกับอี้หลางต่างรับฟังด้วยสีหน้าใ หากวันนั้นไม่มีผู้าุโช่วยไว้ เด็กน้อยคนนี้คงต้องตายอย่างแน่นอน จ้าวเว่ยจึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า
" ตอนนี้ผู้าุโท่านนั้นอยู่ที่ใดกันอิงเอ๋อร์.. พ่อจะได้ไปขอบคุณท่านด้วยตัวเอง"
" เอ่อ.. เห็นทีจะไม่ได้เ้าค่ะท่านพ่อ.. ท่านอาจารย์ได้จากไปแล้วั้แ่สี่ปีก่อน ซึ่งข้าเองก็ไม่ทราบว่าไปที่ใด.. แม้แต่ชื่อตนเองท่านอาจารย์ยังไม่เคยบอกข้าเลยเ้าค่ะ"
ซิ่วอิงเล่าความจริงให้บิดากับอี้หลางฟังเป็บางส่วน ก่อนจะตัดบททันที
“ ท่านลุงอี้.. ระหว่างทางกลับบ้านข้าสังหารสัตว์อสูรระดับ4่ ไปตัวนึง.. ท่านลุงเอาไปชำแหละ แบ่งกันกินในหมู่บ้านนะเ้าคะ”
“ อะไรนะสัตว์อสูรระดับ 4.. นี่เ้าฆ่ามันด้วยตัวคนเดียวหรือ”
อี้หลางอุทานออกมาด้วยความใ ส่วนจ้าวเว่ยนั้นพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากจนกรามค้างไปแล้ว
“ เ้าค่ะท่านลุงอี้.. ท่านลุงผลึกอสูรข้ายกให้ แต่ท่านลุงเอาเนื้อมาแบ่งให้ข้าบ้างละ”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับส่งแหวนมิติไปให้อี้หลาง อี้หลางถ่ายร่างสัตว์อสูรใส่แหวนมิติตนเอง แล้งส่งแหวนคืนให้ซิ่วอิง อี้หลางนั้นถึงจะไม่ร่ำรวยแต่พอมีฐานะจึงมีแหวนมิติระดับต่ำติดตัว
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมานั้น ท่านพ่อาเ็ทำอะไรไม่ได้ ท่านแม่บอกว่าได้ลุงอี้ช่วยไว้มาก ทั้งเื่อาหารการกินและเื่ความปลอดภัยของครอบครัว ซิ่วอิงจึงตั้งใจตอบแทนบุญคุณของเขาให้ได้
“ ได้สิ.. ข้าจะเอาไปแบ่งให้คนในหมู่บ้านกินกัน นี่ก็ไกล้มืดค่ำแล้วข้าขอตัวไปก่อน”
กล่าวจบอี้หลางก็จากไป
" อืม.. อิงเอ๋อร์.. เ้าก็ไปพักเถอะ แล้วค่อยมาคุยกันต่อ "
จ้าวเว่ยเห็นว่าบุตรสาวของตนเพิ่งจะกลับมา จึงได้ให้ไปพักผ่อนเสียก่อน แม้จะมีเื่ที่น่าสงสัยอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากมายนัก เพราะอย่างไรเสียบุตรสาวสุดที่รักได้กลับมาแล้ว
" ท่านพ่อ.. ท่านาเ็ที่ใดให้ข้าตรวจดูได้หรือไม่.. ข้าได้รับความรู้มาจากท่านอาจารย์มากมาย บางทีอาจรักษาท่านพ่อได้..”
ซิ่วอิงเอ่ยถามถึงอาการาเ็ของบิดา
” เอ่อ.. ตอนต่อสู้กับพวกโจรเส้นลมปราณพ่อาเ็ หมอทุกคนที่มาตรวจต่างพูดว่าไม่มีทางรักษาได้.. คงไม่มีทางรักษาอีกแล้วละ..”
จ้าวเว่ยเอ่ยด้วยสีหน้าท้อแท้ขึ้นมา
“ ถ้าเช่นนั้น.. หากข้าพักหายเหนื่อยแล้วจะมาตรวจท่านพ่อนะเ้าคะ.. ข้าอาจมีวิธีรักษา..”
“ เอาเถอะ.. เ้าไปพักเสียก่อน แล้วค่อยมาดูอาการของพ่อก็ยังไม่สาย..”
“ เ้าค่ะท่านพ่อ.. ข้าขอตัวก่อน.."
กล่าวจบซิ่วอิงออกจากห้องบิดาทันที เธอรีบออกมาเพราะ้าเข้าไปในมิติส่วนตัว เพื่อหาสมุนไพรมาปรุงยารักษาให้บิดา ซึ่งการปรุงยานั้นถึงแม้ซิ่วอิงจะไม่เคยได้ฝึกฝน แต่องค์ความรู้ด้านโอสถของอาจารย์ในหัวของเธอ เรียกได้ว่าอาจารย์คือผู้เชี่ยวชาญในการปรุงโอสถระดับเซียนทีเดียว
เมื่อเข้ามาในห้องเดิมที่เคยอยู่ใน่วัยเด็ก ซิ่วอิงกวาดสายตาดูภายในห้อง เห็นเตียงเก่าที่เคยนอนก็ให้รู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก เพราะที่ผ่านมาครอบครัวของเธอนั้นยากจนจริงๆ แต่ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว พร้อมกับความรู้ที่หลอมรวมกับของอาจารย์ อีกทั้งยังมีมิติส่วนตัวซึ่งเต็มไปด้วยสมุนไพรหายากมากมาย ทั้งยังมีน้ำทิพย์ดารา เคล็ดการปรุงยาระดับสูง เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังปราณ วิชายุทธต่างๆอีกมากมาย ต่อไปนี้เธอจะไม่ให้ครอบครัวต้องลำบากอีกแล้ว
คิดได้เช่นนั้นซิ่วอิงเข้าไปในมิติของเธอทันที แล้วเดินเข้าไปในกระท่อมเถาวัลย์ จากนั้นเธอก็นั่งสมาธิเพื่อค้นหาวิธีรักษาอาการาเ็ของบิดา และค้นหาองค์ความรู้ของอาจารย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรและการปรุงโอสถ
ไม่นานซิ่วอิงก็ค้นพบวิธีปรุงโอสถ รายชื่อโอสถต่างๆ ระดับและคุณภาพ รายชื่อสมุนไพรกว่า 10,000 ชนิด จากนั้นเธอก็ทำสมาธิและเริ่มศึกษาในทันที
……………………………..