เครดิตภาพ : tumblr , pinterest
กฏของรามข้อที่ 03
เหมือนเหตุการณ์ในห้องนี้จะเป็เื่ปกติของคนที่นี่ ในเมื่อทุกคนไม่สนใจ ทำไมฉันต้องไปสนใจกับมันด้วยล่ะ ถ้าพวกเขาทำเื่แบบนั้นกันโดยไม่อาย ฉันก็ไม่จำเป็ที่จะต้องอายพวกเขา ดังนั้น ทำตัวสบายเข้าไว้ยัยแอรีส มันเป็เื่ที่แกต้องเจอทุกวัน แกต้องชิน แต่มันจะชินได้อย่างนั้นเหรอ เฮ้อ
ฉันบอกกับตัวเองในใจก่อนที่จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่เหลือว่าอยู่ มันเหลือที่นั่งอยู่อีกเยอะแต่ที่ว่างที่ว่ามันอยู่โซนอันตรายหมด เซฟโซนของฉันเลยเหลือแค่เก้าอี้ตัวนี้ตัวเดียว แต่จะว่าไปเก้าอี้ตัวนี้ถูกออกมาสำหรับคนสูงหรือไงกันมันถึงได้สูงแบบนี้ มันเป็เก้าอี้ทรงสูงที่เป็อุปสรรคต่อคนเตี้ยอย่างฉัน ส่วนสำหรับผู้ชายสูงเพรียวหุ่นนายแบบของสมาชิกในวงดูเหมือนว่าเก้าอี้นี้จะไม่เป็อุปสรรคต่อพวกเขาเลยสักนิด
“ฮึบ!”
เนื่องด้วยการที่ฉันจะปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้นั่นมันต้องใช้แรงค่อนข้างมาก และความพยายามของฉันดูเหมือนจะดูน่าอนาถใจอยู่เหมือนกันทุกคนถึงได้มองมาที่ฉันเหมือนกับว่าฉันเป็ตัวตลกยังไงยังงั้น
“อ่ะ”
ฉันอุทานขึ้นมาด้วยความใเมื่อจู่ๆ เท้าของฉันมันก็ลอยขึ้นเหนือพื้นจนในที่สุดฉันก็สามารถขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ได้ โดยสาเหตุที่เท้าของฉันลอยขึ้นจากพื้นนั้นเป็เพราะว่าตัวฉันถูกยกขึ้นด้วยฝีมือของพี่พฤกษ์ที่ไม่รู้ว่าเขาเดินมาั้แ่ตอนไหน เมื่อกี้ยังเห็นเขายืนเช็กเบสของเขาอยู่เลย
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันเอ่ยขอบคุณไป สภาพของฉันเมื่อกี้มันคงดูไม่ได้แน่ๆ พี่เขาถึงได้มาช่วยฉันแบบนั้น
“เรานี่ตัวเล็กกว่าที่คิดอีกนะ ไว้พรุ่งนี้พี่จะให้คนเอาเก้าอี้ที่พอดีกับเราเข้ามาให้”
“อ่า ค่ะ”
โห่ สมแล้วที่พี่พฤกษ์เป็หัวหน้าวงเขามีความเป็ผู้นำที่ดีอย่างนี้นี่เอง ฉันนี่ขอชื่นชมเขาเลยจริงๆ และหลังจากนั้นฉันก็กลับเขาสู่โหมดปกติอีกครั้งเพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะขึ้นไปแสดง ฉันเลยหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเสียบหูฟังเพื่อที่จะได้ทบทวนเนื้อเพลงที่จะร้องวันนี้ให้ขึ้นใจ
คนอื่นๆ ในวงก็ทำหน้าที่ใครหน้าที่มันโดยไม่สนใจว่าใครจะทำอะไรบ้าง ฉันเลยหยิบเอาอมยิ้มรสสตอเบอร์รี่ที่ฉันชอบกินอยู่เป็ประจำออกมาแล้วแกะก่อนที่จะหยิบมันใส่เข้าปาก แต่ไม่รู้ว่าทำไมใน่ที่ฉันกำลังนั่งกินอมยิ้มไปพร้อมกับทบทวนเนื้อเพลงอยู่นั้น ฉันก็รู้สึกได้ว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังมองมาที่ฉันอยู่ ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็ใครมองเพราะไม่ได้หันไปมองแต่มันก็ยังรู้สึกได้
แต่ด้วยความสงสัยของฉันมันมีอยู่มาก ฉันเลยหันไปยังตำแหน่งที่ฉันััได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองมาที่ฉันอยู่ ปรากฏว่ามันอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับที่พี่รามคนนั้นนั่งอยู่ อ่า สายตาที่แสนจะว่างเปล่าของเขากำลังจ้องมาที่ฉันอยู่อย่างไม่วางตาทั้งๆ ที่เขากำลังทำเื่น่าอายแบบนั้นกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ หึย อะไรของเขาวะ ฉันรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ดูเหมือนเป็มิตรแต่ก็ไม่ จะอันตรายก็ไม่เชิง ทำไมกันนะ ทำไมฉันถึงได้รู้สึกแบบนั้นกัน
รามสูร Talk
ชีวิตในแต่ละวันของผมมันช่างมันไม่สีสันอะไรอื่นเลยนอกจากสีดำ ผมยอมรับว่ามันไม่ใช่คนดีอะไรที่คนอื่นๆ ต้องมาชื่นชม โลกของผมมันดำมืดมันไม่น่าอยู่นักหรอก แต่ผมก็รู้สึกสบายใจที่จะอยู่กับความมืดนี้ต่อไป วันๆ หนึ่งผมก็แค่ กิน นอนแล้วก็เซ็กซ์ ของสามอย่างนี้คือสิ่งที่ผมขาดไม่ได้ และตอนนี้ผมก็กำลังทำมันอยู่
จุดกึ่งกลางร่างของผมตอนนี้มีหัวของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใช้ปากของเธอปรนเปรอความ้าให้ผมอยู่ ถึงมันจะช่วยได้ไม่มากแต่ก็ถือว่ายังดีกว่าที่ไม่ได้ทำมัน เธอคนนี้เป็ใครผมไม่รู้จัก แค่เห็นว่าดูง่ายดีผมก็ให้ลูกน้องนำตัวเธอมาที่นี่ ผู้หญิงทุกคนที่ถูกผมเรียกมาที่นี่ล้วนรู้สึกยินดีปรีดาเป็อย่างมากที่ได้เข้าใกล้ผม ก็ผู้หญิงสนใจอยู่แค่สองอย่างก็คือ เงินแล้วก็ผู้ชายหล่อ สองสิ่งนั้นผมมีครบทุกอย่างมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมเป็ที่้าของผู้หญิงไม่มากก็น้อย
แต่สิ่งที่ผมทำแรกๆ มันก็น่าตื่นเต้นดี แต่ตอนนี้มันเริ่มน่าเบื่อไปหมด ผมเบื่อไปหมดทุกอย่าง อยากจะนอนอยู่เฉยๆ แล้วไม่ทำอะไรเลยก็ได้ แต่มันคงไม่มีอะไรน่าเบื่อไปนอกจากนี้แล้ว ผู้หญิงที่เข้าหาผมล้วนไม่เคยซ้ำหน้ากันสักครั้ง พวกเธอตามใจผมทุกอย่างแต่ไม่รู้ทำไมผมกลับรู้สึกเบื่อและเฉยชาแบบนี้กันนะ
“หาว~”
ผมหาวออกมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายทั้งๆ ที่แก่นกายของผมกำลังถูกด้วยััที่เร่าร้อนอยู่ แต่ทำไมกันนะผมถึงรู้สึกเบื่อ
หืมมม
ผมครางกับตัวเองในใจเมื่อสายตาของผมมันดันมองตรงไปตรงข้างหน้าเข้าพอดี ซึ่งตรงนั้นมีผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ผมจำได้ว่าเธอเป็นักร้องใหม่ที่ไอ้พฤกษ์พามา เธอเสียงดีแต่ก็ไม่ได้ดูน่าสนใจอะไรมากนัก ชื่ออะไรนะ ผมลืมไปแล้วแหละ อ่อ แม่สาวสตอเบอร์รี่ ผมเรียกชื่อนี้ไปก่อนก็แล้วกัน
แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมมองเธอทั้งๆ ที่ไม่ได้สนใจอะไรในตัวเธอเลยสักนิด เธอไม่ได้เข้าข่ายผู้หญิงในสเปกผมเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว และอีกอย่างผมไม่นิยมคั่วกับคนในวงหรอกเดี๋ยวได้เสียการเสียงานกันพอดี แต่..แม่งก็น่าแปลกทำไมผมถึงยังไม่ละสายตาไปจากเธอกันนะ
แต่คิ้วของผมก็ต้องขมวดขึ้นมาเป็ปมเมื่อคนที่ผมกำลังจ้องอยู่ก็หยิบเอาอะไรบางอย่างออกมา แล้วเธอก็นำสิ่งนั้นไปคาบเอาไว้ในปาก ตาของผมจ้องไปยังสิ่งที่อยู่ในปากของเธอที่น่าจะเรียกว่าลูกอมอย่างไม่วางตา
“กึก!”
ผมเผลอกัดฟันของตัวเองไว้แน่นเพราะจู่ๆ ก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา มันรู้สึกแปลกอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ทำไมผมยังคงจ้องไปที่ริมฝีปากนั่นของเธอด้วยนะ ริมฝีปากที่กำลังดูดดึงเอาลูกอมในปากไปมามันทำให้แก่นกายของผมตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด อ่า ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ ก็แค่เธอคนนั้นใช้ปากคาบลูกอมทำไมหัวสมองผมถึงได้จินตนาการไปว่าสิ่งที่เธอกำลังคาบอยู่คือแก่นกายของผมไปได้ เหี้ย ผมพึ่งเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็โรคจิตก็วันนี้แหละ
หมับ!
ผมใช้มือของผมคว้าหมับเขาที่หัวของผู้หญิงที่กำลังเล้าโลมผมอยู่ให้ฝั่งลึกเข้ากับระหว่างขาของผมจนแก่นกายของผมที่เธอกำลังดูดดึงอยู่มันเข้าไปลึกขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกตื่นเต้นที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนมันทำผมวันนี้รู้สึกคึกขึ้นมาเป็พิเศษ แต่ผมยิ่งคึกขึ้นกว่าเดิมเมื่อแม่สาวสตอเบอร์รี่หันมาสบตากับผมทั้งๆ ที่ปากเธอก็ยังคาบลูกอมอยู่อย่างนั้น
อ่า
ลองคิดว่าลิ้นที่กำลังดูดเอาความหวานจากลูกอมนั่นมาทำแบบเดียวกันกับส่วนนั้นของผมมันจะเป็ยังไง หึ ผมดีพิลึก เหี้ย นี่ผมกำลังคิดเื่เหี้ยอะไรอยู่กันนะ และดูเหมือนว่าเธอจะรู้ตัวแล้วว่าผมคนนี้กำลังมองเธออยู่เธอถึงได้รีบหันหน้ากลับไปทันที หึ เด็กคนนี้ช่างไร้เดียงสาซะจริงๆ คนแบบนี้ผมไม่ควรยุ่งด้วยจะดีที่สุด
“กึก!!”
ผมขบกรามของตัวเองไว้แน่นเมื่อรู้สึกว่าถึงจุดสูงสุดแล้วมือของผมยังกดหัวเธอคนนั้นไว้แแ่กับแก่นกายของตัวเองโดนไม่สนใจเลยว่าเธอคนนั้นจะรู้สึกยังไง ในเมื่อเธอเต็มใจมาก็ต้องเต็มใจที่จะรองรับอารมณ์ของผมตอนนี้ได้
“อื้อ”
เสียงที่น่ารำคาญของเธอดังประท้วงขึ้นมาเมื่อผมกดหัวของเธอไว้แน่นจนผมปล่อยน้ำขาวขุ่นของผมเข้าไปในปากของเธอจนหมด
“กลืนเข้าไป”
ผมเอ่ยเสียงเรียบแล้วเหยียดตามองเธอคนนั้นอย่างดูแครนก่อนที่จะผลักหัวเธอออกให้ห่างจากตัวเองโดยไม่สนใจเลยว่าเธอคนนั้นจะล้มไปกองกับพื้นในท่าไหน แล้วผมก็หันส่งสัญญาณให้ลูกน้องของผมลากตัวเธอออกไปให้พ้นหน้าแล้วหันมาจัดการกับตัวเองต่อเพราะตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่ผมต้องไปทำงานบ้างแล้ว
แอรีส Talk
เวลาต่อมา
“ไม่อยากจะเชื่อว่าวันแรกของเราคนดูเขาจะชอบมากขนาดนี้ เรามีพร์นะรู้ตัวบ้างไหม”
หลังจากที่ฉันได้ขึ้นไปร้องเพลงจนตอนนี้เราก็แสดงเสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เสียงของพี่ครามก็เอ่ยชมฉันขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้กระแสตอบรับจากแฟนคลับของพวกเขามามากมายขนาดนี้ ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะถูกยอมรับได้เร็วแบบนี้แต่ส่วนหนึ่งมันก็เป็เพราะพวกพี่ๆ ในวงช่วยด้วยนั่นแหละ ถ้าฉันทำคนเดียวคงล้มไม่เป็ท่าแน่
“ไม่หรอกพี่ รีสแค่ทำเต็มความสามารถแค่นั้น”
ฉันตอบไปด้วยความถ่อมตัวแล้วคว้าเอาผ้าขนหนูมาซับเหงื่อของตัวเองออกจากกรอบหน้าเบาๆ เนื่องจากเมื่อกี้ตอนแสดงฉันสนุกสุดเหวี่ยงมากไปหน่อยเลยได้เหงื่อเยอะขนาดนี้ ถือว่าฉันเลือกถูกจริงๆ ที่ตอบรับงานนี้ ถือว่าแก้ความเบื่อของฉันในแต่ละวันได้ดีเลยทีเดียวละ
“ถ้าเราเข้าวงการบันเทิงรับรองรุ่งแน่ๆ เชื่อพี่”
พี่ครามยังคงเอ่ยชมฉันต่อ
“ไม่หรอกพี่ รีสทำแค่เป็งานอดิเรกพอ ไม่ไหวหรอก”
“น่าเสียดายออกนะ เสียงก็ดี หน้าตาก็สวย”
ฉันได้เพียงแค่ยิ้มให้แทนคำตอบพร้อมกับเก็บข้าวของของตัวเองเข้าที่เพื่อที่จะได้เตรียมตัวกลับสักที อ่า ฉันยังไม่ได้กลับหรอกต้องแวะไปหาพวกเพื่อนของฉันที่อุตส่าห์มาดูก่อนนะ
“จะกลับแล้วงั้นเหรอ พี่ว่าจะเลี้ยงเหล้าต้อนรับเราสักหน่อย”
พี่พฤกษ์หันมาเอ่ยถาม แต่จะว่าไปพี่รามหายไปไหนของเขาหรือว่าเขากลับไปแล้วนะ เพราะั้แ่ลงจากเวทีมาพี่เขาก็หายตัวไปเลย
“พอดีเพื่อนรีสมากันนะพี่ คงต้องวันหลังแล้วแหละ”
“อ่อ เอางั้นก็ได้ กลับดีๆ นะ”
“ไปนะพี่”
ฉันเอ่ยลาเพียงแค่นั้นแล้วเดินออกมาจากห้องพักนักดนตรีทันที แต่ในระหว่างทางที่ฉันจะเดินไปที่โซนลูกค้าอยู่นั้น ฉันต้องเดินผ่านห้องน้ำก่อน บริเวณนี้คนค่อนข้างเยอะและมืดพอสมควรฉันที่ตัวเตี้ยขาสั้นมันเลยลำบากเอาการที่จะเบียดผู้คนเดินไปหาเพื่อนตัวเองได้
หมับ!
และในระหว่างนั้นเองมือของฉันข้างหนึ่งก็ถูกคว้าไว้ก่อนที่ร่างของฉันจะถูกกระชากไปตามแรงของเ้าของมืออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“จะไปครับคนสวย คุยกับพวกพี่ก่อนสิ เมื่อกี้เห็นน้องร้องเพลงเพราะดี นักร้องใหม่เหรอ”
เ้าของมือนั่นดูเหมือนจะเป็ลูกค้าของที่นี่ที่ค่อนข้างจะเมามากแล้วเพราะฉันได้กลิ่นเหล้าตามตัวเขาค่อนข้างฉุนเหมือนกัน สถานการณ์แบบนี้ฉันกำลังถูกคุกคาม
“ใช่ แล้วมีอะไรหรือเปล่าพี่”
ฉันตอบไปอย่างไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เพราะฉันเจอสถานการณ์แบบนี้มาค่อนข้างบ่อย ตอนที่ฉันไปเที่ยวกับเพื่อนก็เจอแบบนี้อยู่เป็ประจำ พวกผู้ชายมักเห็นว่าฉันตัวเล็กคงง่ายต่อการคุกคาม แต่เล็กๆ อย่างฉันนี่แหละเล็กพริกขี้หนูนะจะบอกให้
“ไปดื่มกับพวกพี่หน่อยไหม”
“ไม่ละพี่ พอดีมีนัดแล้ว”
“น่านะ แป๊บเดียว”
อ่า ดูเหมือนจะพูดไม่รู้เื่แล้วแฮะถึงได้ออกแรงกระชากฉันไปแบบนี้
หมับ!
แต่ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจจัดการกับพวกขี้เมาเหมือนทุกครั้งที่ฉันทำ มันมักได้ผล มือของผู้ชายคนนั้นที่จับมือฉันไว้นั้นก็ถูกมือของใครอีกคนจับไว้แน่นจนผู้ชายคนนั้นไม่สามารถออกแรงกระชากฉันได้อีกต่อไป
“มึงเป็ใครวะ”
เสียงของผู้ชายคนนั้นโวยวายขึ้นมาทันทีด้วยความไม่พอใจที่จู่ๆ ก็มีคนมาขัดขวางเขา ฉันเลยเงยหน้าขึ้นไปดูคนที่พึ่งมาใหม่ก็ต้องแสดงสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าคนคนนี้จะมาโผล่ตรงนี้ได้
“พี่ราม”
ใช่ เขาคนนั้นคือพี่รามที่หายตัวไปั้แ่ลงจากเวที แต่ตอนนี้เขามาโผล่ตรงนี้ต่อหน้าฉัน แถมเขายังเป็เ้าของมือที่กำลังกำมือของผู้ชายคนนั้นไว้แน่นอีกด้วย
“ปล่อย”
เสียงเอื่อยเฉื่อยของพี่รามเอ่ยขึ้นมานั้นมันเป็เสียงที่เรียบนิ่งไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ ออกมาเลย ฉันเลยทำให้ฉันไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันอันตรายยังไงก็ไม่รู้สิ
“กูจะปล่อยไม่ปล่อยเกี่ยวอะไรกับมึงด้วย กูเห็นยัยนี่ก่อนก็ต้องได้ มึงไปหาเหยื่อคนใหม่ไป”
เฮ้ย ถามฉันก่อนไหมว่าฉันอยากไปด้วยหรือเปล่า
“น่ารำคาญ”
เสียงของพี่รามเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วต่อมาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกันจู่ๆ การ์ดของทางผับก็กรูกันเข้ามาจับร่างของผู้ชายคนนั้นไว้จนผู้ชายคนนั้นร้องโวยวายขึ้นมาทันที
“ปล่อยกูนะ พวกมึงทำเหี้ยอะไร กูลูกค้านะโว๊ย รู้ไหมว่ากูใคร ไปเรียกเ้าของร้านมา ไม่อย่างนั้นกูเอาเื่แน่”
อ่า ดูเหมือนว่ามันจะเป็เื่ใหญ่เกินไปแล้วนะ ไม่ได้การแล้วฉันต้องรีบห้าม
“พี่ราม”
“เงียบ”
ฉันหุบปากของตัวเองทันทีเมื่อเสียงที่เอื่อยเฉื่อยของพี่รามเอ่ยขึ้น ถึงมันจะเอื่อยเฉื่อยก็จริงแต่มันกลับแฝงไปด้วยความน่ากลัวแปลกๆ จนฉันต้องหยุดพูดเพียงแค่นั้นอย่างที่เห็นนั่นแหละ
“เ้าของร้านอยู่ไหน ไปเรียกมา กูจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด”
เสียงของผู้ชายคนนั้นยังคงด่าทอและโวยวายอยู่ไม่หยุด ส่วนพี่รามก็ยังคงทำหน้าตาเรียบนิ่งแบบไม่รู้สึกรู้ร้อนอะไร แถมเมื่อกี้ฉันยังแอบเห็นว่าเขาหาวออกมาด้วยครั้งหนึ่ง เอ่อ พี่รามช่วยร้อนตัวอะไรหน่อยไหม นี่กำลังจะเป็เื่นะ ถ้าเ้าของร้านมาอย่างที่ผู้ชายคนนั้นโวยวายจริง พวกเราจะไม่ซวยกันหมดเหรอ นี่ฉันพึ่งมาทำงานวันแรกก็จะทำให้พวกเขาพังแล้วเหรอเนี้ย
“จับแค่กูคนเดียวทำไม ไอ้เหี้ยนั่นทำไมไม่จับ กูจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด ไปเรียกเ้าของร้านมา”
อ่า ฉันจะทำยังไงดีนี้ย
“ก็อยู่นี่ไง”
ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย พี่รามก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับหาวออกมาครั้งหนึ่ง แต่บอกเลยว่าท่าทางของเขาที่ทำออกมานั้นสร้างความขุ่นเคืองให้คู่กรณีไม่น้อยเลยละ แต่...ที่พี่เขาพูดขึ้นมาเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไงกันแน่ ที่ว่าอยู่ที่นี่
“ถามหาทำซากอะไร อยากตาย?”
“ไอ้เหี้ยเอ๊ย เ้าของร้านแม่งหายหัวไปไหนวะ กูจะฟ้องให้เข็ดเลย รู้หรือเปล่าว่ากูลูกใคร”
“พี่ราม”
ฉันเห็นท่าไม่ดีเลยเรียกชื่อพี่เขาอีกครั้งแต่ครั้งนี้มือของฉันดันไปเผลอแตะเข้าที่แขนของเขาด้วยจนทำให้คนที่ทำหน้าตาง่วงนอนอยู่อย่างพี่รามหันมามองที่มือของฉันที่กำลังแตะแขนของเขาอยู่ทันที
“อย่ามีเื่กันเลยพี่”
ฉันเอ่ยแต่สายตาของพี่เขายังคงมองมาที่มือของฉันอยู่ไม่วางตา ฉันเลยรีบเอามือออกทันทีเพราะคิดว่าฉันพึ่งทำเื่ที่ไม่สมควรไป เขาอาจจะไม่ชอบให้ฉันแตะตัวเขาก็ได้ถึงได้มองมาด้วยสายตาแบบนั้น
“คุณรามครับ จะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ดี”
แต่ในระหว่างนั้นเองก็มีการ์ดคนหนึ่งเดินมา ท่าทางของเขากูเคารพพี่รามมากจนฉันอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาต้องทำท่าทางแบบนั้นด้วย แล้วพี่รามเกี่ยวอะไรด้วยกับการออกคำสั่งการ์ดพวกนี้อย่างนั้นเหรอ
“ลากมันออกไปแล้วอย่าให้มันโผล่มาที่นี่อีก”
“ครับ”
ยิ่งดูก็ยิ่งงง ใครก็ได้บอกฉันทีว่านี่มันเื่อะไรกันแน่
“อ้าว เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”
และในตอนนั้นเองพี่พฤกษ์กับพี่ครามก็เดินมาสมทบพอดี สงสัยเสียงโวยวายและคนมุงดูกันเยอะแน่ๆ พวกพี่เขาถึงได้เดินมาสมทบแบบนี้ แต่แบบนี้ก็ดีจะได้มีคนช่วยจัดการเื่นี้สักทีฉันทำคนเดียวคงไม่ไหวแน่
“เฮ้ย พวกพี่ช่วยคุยกับพี่รามหน่อยดิพี่ พวกเขามีเื่กัน รีสกลัวว่าเื่นี้จะไปถึงหูเ้าของผับแล้วเราจะซวยกันหมด”
ฉันรีบบอกพวกพี่เขาทันทีแต่สิ่งที่ฉันได้ตอบกลับมาก็คือพี่พฤกษ์กับพี่ครามหัวเราะขึ้นมาอย่างกับว่าเื่ที่ฉันกำลังพูดให้พวกเขาฟังอยู่เป็เื่ตลกกันยังไงยังงั้นแหละ อะไรของคนพวกนี้กันเนี้ยฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่
“พวกพี่หัวเราะกันทำไมอะ”
“ฮ่าๆ ก็ขำไง”
พี่ครามตอบพร้อมกับใช้มือปาดน้ำตาที่ซึมออกมาจากหางตาหลังจากที่เขาพึ่งหัวเราะไป อะไรวะกันวะเนี้ย ฉันไม่เข้าใจ
“ขำอะไร เื่นี้ซีเรียสนะพี่”
“ใจเย็นรีส อย่าพึ่งใไป”
พี่พฤกษ์เอ่ยแล้วเอื้อมมือมาวางไว้บนไหล่ฉันเบาๆ
“เื่นี้ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีใครทำอะไรไอ้รามได้ทั้งนั้น เพราะที่นี่มันคุม”
ที่พี่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง ที่นี่พี่รามคุมอย่างนั้นเหรอ คุมยังไง แบบไหนกัน
“???”
“ทำหน้างงแบบนี้แสดงว่ายังไม่รู้สินะ”
“รู้อะไรพี่”
“ก็ที่นี่มันเป็ผับของไอ้รามมันไง ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรมันที่นี่ได้ทั้งนั้นแหละ”
ฉันอ้าปากค้างกับสิ่งที่พึ่งได้ยินเมื่อกี้ทันทีด้วยความใ ไม่คิดว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉัน ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่รามคนนั้นจะเป็คนเดียวกันกับเ้าของผับที่ฉันชื่นชมว่าเขาทำงานเก่ง มองยังไงพี่รามก็ดูมาเหมือนเ้าของผับเลยสักนิดถึงว่าทำไมเขาถึงได้ทำอะไรได้อย่างไม่เกรงกลัวใครแบบนั้น ที่แท้ก็เป็เ้าของผับหรูแห่งนี้นี่เอง แบบนี้ก็เท่ากับว่าพี่รามเป็เ้านายของพวกเราอย่างนั้นสิ
“แต่พี่เขาทำแบบนั้นกับลูกค้าจะดีเหรอพี่”
เล่นลากลูกค้าออกไปโดยไม่พูดไม่จาแบบนี้มันจะไม่ทำให้ที่นี่เสียชื่อเสียงเหรอ แถมผู้ชายคนนั้นจะะโพรีเซ้นตัวเองว่าเป็ลูกคนใหญ่คนโตมาจากที่ไหนอยู่เลย แบบนี้มันดีแล้วจริงๆ อย่างนั้นเหรอ
“ลูกค้าคนเดียวไม่ทำให้มันขาดทุนหรอก ไอ้รามมันรวยนะขอบอก”
พี่ครามเอ่ยแล้วส่งยิ้มขี้เล่นมาให้ฉัน โอ๊ย ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าคนกลุ่มนี้เป็คนแบบไหนกันแน่ถึงได้ดูเล่นไปหมดทุกเื่แบบนี้ แล้วฉันจะอยู่รอดไปถึงวันไหนกันเนี้ย วันแรกก็เหนื่อยขนาดนี้ฉันไม่อยากนึกถึงอนาคตของฉันเลยจริงๆ
[โปรดติดตามตอนต่อไป]
โอ๊ยยย พี่รามทำไมหื่นแบบนี้
อีเฉื่อยของเรามันเฉื่อยจริงเหรอ
ทำไมหื่นได้ทุกตอนแบบไม่เกรงใจน้องมันเลย
ยังไงก็เม้นมาเยอะๆ นะคะ