บทที่ 1 เกิดใหม่
อุแว้ อุแว้ อุแว้
"นายท่านเ้าค่ะ"
หมอตำแย: ผู้าุโ ยินดีด้วยท่านได้ลูกชายเ้าคะ
"ลูกชาย ข้าได้ลูกชายละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!"
หมอตำแย: แต่ว่า...
"แต่ว่า แต่ว่าอะไร.....?"
หมอตำแย:ร่างกายของเค้าอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไปอย่างมาข้าเกรงว่าเค้าจะ....
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอแค่เค้าร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ดี ข้าก้ดีใจแล้วละ"
หมอตำแย: เ้าคะ
"ยินดีกับผู้าุโด้วยที่ได้ลูกชาย"ผู้คนโดยรอบผู้ประจบขึ้นทันที
"ขอบคุณพวกท่านมาก ที่มากันในวันนี้"เขาพูดขอบคุณตามมารยาท
"แล้วท่านตั้งชื่อให้เค้าแล้วหรือยังละ"
"แน่นอนข้ากับน้องหลิงได้ตั้งชื้อเค้าไว้แล้ว"เขาพูดพร้อมกับยิ้ม
"เหล่ย เทียนเฟิง"
*เหล่ย=สายฟ้า เทียนเฟิง=สายลม์
"ช่างเป็ชื่อที่ยิ่งใหญ่นัก เมื่อโตมาเค้าต้องมีชื่อเสียงไม่แพ้ท่านแน่"มีคนพูดประจบขึ้นทันที
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
สามปีผ่านไป
เฟิงเอ๋อ!!!
ลูกอยู่ที่ไหน!!?
"ผมอยู่ที่ฮะแม่..."
"เฮ้อ เ้านี่หาตัวยากเหมือนเดิมเลยนะ"ฮุยหลิงพูดด้วยความเป็ห่วง
"แฮะ แฮะ"
"วันนี้เป็ยังไงบ้าง เหนื่อยไหม"
"ไม่เลยครับแม่ แค่นี้สบายมากข้าจะตั้งใจฝึก และข้าจะต้องแข็งแกร่งเหมือนท่านพ่อ"เทียนเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม
"ดีมากลูก แต่วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไปอาบน้ำและมากินข้าวได้แล้ว"
ครับท่าแม่!!
ผ่านมาสามปีแล้วที่เราใช้ชีวิตอยู่ในฐานะลูกชายของผู้าุโสามตระกูลเหล่ย....
"เฮ้ออ ผ่านมาสามปีแล้วสิน่า จากตอนนั้น แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ..."
"เฮ้ออ คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ถ้าไม่ใช่ข้ารู้เื่แพทละก็ข้าคงเป็คนชีพจรลมปราณพิการไปแล้วมั้ง"
"ดีนะที่ข้ารู้ แพทย์ที่นี่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรเลย ...แต่ก็นะ นี่ขนาดรู้นะเนียร่างกายข้ายังอ่อนแอขนาดนี้ ...สงสัยเป็เพราะก่อนตายสภาพข้าเป็อย่างนั้นมั้ง"เขาคิดถึงตอนที่โดนไล่ล่าจากโลกก่อน...
"เฮ้อ คิดแล้วก็ขนลุกดีแฮะ ขนาดข้าไม่ได้ฝึกวิทยายุทธเท่าไหร่ ยังได้ขนาดนั้น ถ้าข้าฝึกแบบจริงจังละก็เ้าพวกนั้นทำอะไรข้าไม่ได้แม้ปลายผมด้วยซ้ำ...เฮ้อเพราะข้าไม่ขยันเองอีกนั้นแหละ"
หลังจากบ่นมาอย่างยาวนานเขาก็สังเกตุอักษรบางอย่างที่มือของตัวเอง
"แล้วเ้านี่...มันคืออะไรละเนี่ย"พอเทียนเฟิงพูดจบเขาก็ลองกระตุ้นลวดลายบางอย่างที่อยู่บนมือขวาของเค้า
หวืดดด
รอบตัวของเข้าเริ่มบิดเบี้ยวและรู้สึกเหมือนถูกดูด และรูสึกตัวอีกที่เค้าก็มาอยู่ที่ไหนก้ไม่รู้
"เห้ย เห้ย ที่นี้มันที่ไหนกัน ...มันกว้างมาก มองไม่เห็นขอบเลยทีเดียว"เค้าพูดพร้อมกับยิ้มด้วยความสนใจ
"แล้ว ข้าจะออกไปยังไงละเนี่ย"หลังจากเดินมาซักฟักเขาก็คิดหาทางออก
จากนั้นเขาก็ลองทำแบบเดิมเหมือนตอนแรก
หวืดดด
รอบตัวของเข้าเริ่มบิดเบี้ยวอีกครั่ง และเค้าก็กลับมาอยู่ในห้องเหมือนเดิม
"หืม ที่แห่งนั้นมีอะไรกะ อะ?"
เทียนเฟิงเริมรู้สึกเวียนหัวจากการบิดเบียวของพื้นที่และล้มลงไป
ตุบ
หลังจากนั้นไม่นาน
เฟิงเอ๋อ!!!
ลงมากินข้าวได้แล้ว!!
..............?
"เอ๋ ทำไม่เฟิงเอ๋อไม่ตอบนะ แปลกจัง"นางพูดด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วเด็กชายจะตอบนางทุกครั่งที่เรียก
หลังจากนั้นเธอก็เดินไปที่ห้องของเทียนเฟิง
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
*หรือว่าไม่อยู่นะ เด็กคนนี้นิ*
"งั้นแม่เข้าไปนะ"
เอี๊ยดด!(เสียงเปิดประตู)
เฟิงเอ๋อ!!
เมือนางเปิดประตูเข้ามาก็เจอกับลูกชายที่นอนหน้าซืดอยู่กัยพื้น จึงรีบเข้าไปอุ้มเขาทันที
ท่านพี่!!!
ตุบ ตุบ ตุบ
"น้องหลิงเกิดอะไรขึ้นงั้นรึ!!?"
เฟิงเอ๋อ!!
พรึบพรับ
เหล่ยซือคงรีบยกลูกของเขาขึ้นและใช้พลังปราณตรวจสอบร่างกายของเทียนเฟิง
"ท่านพี่เฟิงเอ๋อเป็อย่างไรบ้าง
ฟู้ววว!!
"เขาไม่ได้เป็ไรมาก แค่หน้ามืดนะ อาจจะฝืนตัวเองจากการฝึก"เขาพูดพร้อมกับทำหน้ายิ้ม
"งั้นหรอ ข้าเป็ห่วงแทบแย่แหนะ เฮ้อเด็กคนนี้ชอบทำให้ข้าเป็ห่วงอยู่เรื่อยเลย"นางพูดพร้อมกับทำหน้าโลงใจ
"เขาไม่เป็ไรแล้วหละ ให้เฟิงเอ๋อพักซักฟื้นหน่อยก็คงจะหายดีแล้ว เดียวข้าจะให้หมอจัดยามาให้"ซือคงพูดพร้อมกับเดินออกไป
"เฮ้อลูกแม่อย่าเป็ไรนะ..."
ปัง(เสียงปิดประตู)
"ท่านพี่ ข้าว่าให้เฟิงเอ๋อฝึกวิทยายุทธมันจะดีหรือ ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป ข้าว่า..."
"ข้าเองก็รู้น้องหลิง แต่ว่ามันเป็ความ้าของเขา ข้าแต่อยากสนับสนุนเขาให้แข็งแกร่งเท่านั้นเอง ข้าพยายามถามหมอหลายคนในเมืองนี้แล้วแต่ไม่มีใครช่วยได้เลยซักคน แม่แต่ยาของท่านหมอโอสถของตระกูลเราก็ช่วยเขาไม่ได้เลย..."
เฮ้อออ
"แต่น้องหลิงไม่ต้องเป็ห่วงข้าไม่มีทางปล่อยให้เขาเป็อะไรแน่ เ้าไปพักผ่อนเถอะ"
ค่ะ!!
หลังจากนั้น
โอ้ยยย!
"เวียนหัวจังแฮะ"
"อ้า สงสัยเป็เพราะภาพบิดเบือนจากตอนนั้นแน่เลย"เขาลุกขึ้นมาพร้อมกับจับหัวตัวเอง
*นี่ข้าจะอ่อนแออะไรขนาดนี้นะ ไม่ได้ละข้าต้องรีบฟื้นฟูร่างกายก่อนฝึกยุทธแล้วสิ*
หลังจากนั้นเขาก็มองมาที่มือขวา
"แล้วเ้านี้มันยังไงกันแน่...คงจะเป็ศิลากลืนกิน...แล้วมันจะใช้ยังไงละเนี่ย"
"แต่ศิลากลืนกินมีพื้นที่ว่างด้วยหรอ มันใช้ทำอะไร...เหมือนเคยได้ยินจากไหนนะ?"
หลังจากคิดอยู่นานเขาก็ทำหน้าเหมือนจะคิดออก
"อย่าบอกนะว่า "
เค้ากระตุ้นศิลากลืนกินและเล็งไปที่หมอนที่อยู่บนเตียง ปรากฏว่าหมอนหายไปในมือของเขา และไปอยู่ในมิติว่าง
"ว้าวววว จริงด้วย มันใช้จริงด้วย มันสามารถเก็บของได้!!"
เฟิงเอ๋อ เ้าตื่นแล้วรึ!?
ข้าตื่นแล้วครับแม่!!
งั้นก็ลงมากินข้าวได้แล้ว อาหารเสร็จแล้ว!!
ข้าจะลงไปเดี๋ยวนี้เหละ!!
"เฮอะๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าศิลานี่จะมีความสามารถแบบนี่อยู่ด้วย"
"ทีนี้ข้าก็ไม่ต้องระวังว่าจะโดนโขมยหรือเก็บของไม่หมดอีกแล้วถ้ามีมันมีความกว้างขนาดนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า"เค้าหัวเราะด้วยความร่าเริง
เฟิงเอ๋อเมื่อไหร่เ้าจะลงมา!!!
อะจึย
คะ ครับ!!
ตุบ ตุบ ตุบ
"้ข้ามาแล้วท่านแม่"
"เ้ามัวทำอะไรอยู่เมื่อวานก็ไม่ได้กินข้าวเดี๋ยววันนี้ก็ไม่มีแรงฝึกหรอก"
"วันนี้แม่ทำไก่ต้มสมุนไพรมาให้เ้าต้องกินให้หมดด้วย"
"คะ ครับ"
"แล้วเมื่อวานเป็ยังไงบ้างหละ"นางถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้าสบายดีแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง"เขาตอบพร้อมกับยิ้มสบายๆ
"ก็ดีแล้วหละ แต่ทีหลังอย่าทำอะไรเกินตัวอีกเข้าใจไหม?"
"ขอรับท่านแม่"
หลังจาที่เทียนเฟิง ทานอารหารและคุยกับมาดาเสร็จเข้าก็ไปยังใจกลางป่าแห่งหนึ่งภายในตระกูลเขาได้เข้ามาฝึกที่นี้เป็ประจำเพราะว่าที่นี้มันสงบกว่าที่อื่นภายในตระกูล ไม่ค่อยมีผู้คนเข้ามานักเพราะทางเข้ามานั้นรกรุงรังมีเถาวัลและต้นหญ้าเต็มไปหมดเลยทำให้ผู้คนไม่ค่อยอยากเสียวเวลาเข้าไปซักเท่าไหร่
"อ่าา อากาศที่นี่มันสดชื่นจริงๆ"
รอบตัวของเทียนเฟิงนั้นมีแต่ธรรมชาติ ไม่มีวี่แววของสัตว์อสูรหรือสิ่งมีชีวิตใดๆเลย นอกจากต้นไม้ใบหญ้า ลำธาร และที่โล่งแจ้ง เหมาะกับการฝึกนัก
"เอ๋ แล้วข้าจะฝึกอะไรก่อนละเนีย...ลืมคิดไปเลยแฮะ"
ชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดจากความรู้ของโลกก่อนนั้นชายหนุ่มรู้จักวิชาที่ดีๆมากมายแต่เขาไม่ขยันที่จะฝึกวิทยายุทธเลยทำให้สูไม่ค่อยได้อย่างเดียวที่ทำได้คือเอาตัวรอดจากวิชาตัวเบา
"อืมม คงต้องผึกร่างกายก่อนละกัน ถ้าเป็สภาพนี้คงฝึกอะไรไม่ค่อยได้"
"ละวิชาอะไรดีหละ"
เทียนเฟิงทำหน้าครุ่นคิดอยู่นานหลังจากนั้น
"เอาเป็"กายาเหล็กกล้า"ก็แล้วกันถึงจะไม่ค่อยดีมากในตอนนี้คงฝึกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ละน่า"
หลังจากนั้นผ่านมา 2ชั่วยามเขาก็เริ่มอ่อนแรง
ฟู้วววว
"ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้นะเนี่ย"
หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า
"แต่แค่นี้มันยังไม่พอหรอกนะ"
หลังจากนั้น 2 ชั่วยาม
เฮ่อ เฮ่อ เฮ่อ (เสียงหอบหายใจ)
"ไม่ไหวแล้ววว "
"ข้าคงต้องพักแล้วหละเดี๋ยวท่านแม่เป็ห่วง"
หลังจากนั้นเขาก็กลับบ้านอย่างเหนื่อยล่า
เอี๊ยดดด(เสียงเปิดประตู)
"ยินดีตะ อ่าว เฟิงเอ๋อทำไมสภาพเป็อย่างนั้นละ"
"ข้าแค่ฝึกอะไรนิดหน่อยนะท่านแม่ ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก"
"ข้าเหนื่อยมากขอตัวไปอาบน้ำและนอนพักซักหน่อยนะ"
"จ่ะ แต่เ้าต้องลงมากินข้าวนะ"
"ขอรับ"
หลังจากที่เทียนเฟิงขึ้นห้องและอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เค้ากำลังจะเดินไปที่เตียงแต่จู่ๆเขาก็ล่มลงไปกับพื้น
โอ้ยยยยย!!
เฟิงเอ๋อ!!!
"ท่านแม่"
"เฟิงเอ๋อเป็อะไรลูก"นางรีบถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้า...ปวดหัว โอ้ยยย"เขาตอบด้วยท่าทางงัวเงียและร้องขึ้น
"เฟิงเอ๋อทานยานี้ก่อน"นางรีบหยิดยาแก้ปวดให้เขากิน
หมับ อึก อึก
อ่าาา
เมื่อทานยาเข้าไปแล้วอาการปวดหัวของเขาก็เบาลงและหมดสติไป....