ตอนที่ 365 นกพิราบ
เด็กหญิงที่ถูกเรียกว่านกพิราบเงยหน้าขึ้นมองโฟเรลอย่างมึนงง เธอจ้องใบหน้างดงามของโฟเรลด้วยดวงตากึ่งลุ่มหลงกึ่งหวาดกลัว เธอมีส่วนสูงเพียงช่วงเอวของโฟเรลเท่านั้น
“ยังเลือกร่างได้น่ากลัวเหมือนเคยเลยนะครับ” โฟเรลราวกับมองไม่เห็นท่าทางหวาดกลัวเหล่านั้นเลย เขาเดินเข้าไปหิ้วหลังคอของเด็กหญิงคนนั้นขึ้นมา เด็กหญิงตัวเล็กพยายามดีดดิ้นโดยไร้เสียง
เมื่อเห็นท่าที่หวาดกลัวของเด็กหญิง เรนเดลจึงตั้งใจจะเข้าไปห้ามหากก็ยังคงช้าเกินไป เสี้ยววินาทีต่อมาร่างของเด็กหญิงก็สลายกลายเป็นขี้เถ้า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วจนแม้แต่อาณาเขตยังจับไม่ทัน ราวกับร่างของเธอไม่ได้กลายเป็นขี้เถ้า แต่ร่างของเธอคือขี้เถ้าตั้งแต่ต้น
ก่อนที่ขี้เถ้าจะละลายหายไปกับสายน้ำ ลำคอของโฟเรลเรืองแสงแผ่วเบา มือที่เคยว่างเปล่าพลันปรากฏขลุ่ยเลาหนึ่ง เสียงเสียงหนึ่งดังออกมาจากลำคอของโฟเรล เสียงนั้นไม่อาจเรียกว่าบทเพลง ไม่อาจแม้แต่จะเรียกว่าการขับขาน หากกลับมีทั้งทำนองและความไพเราะ
ขี้เถ้าเหล่านั้นหยุดชะงักลงอย่างน่าประหลาด ก่อนจะไหลย้อนทวนกระแสน้ำกลับไปรวมกันเป็นเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง ในครั้งนี้เธอไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวอีกต่อไป บนใบหน้ากลับกลายเป็นใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูแล้วน่าขนลุก
“เพราะคุณคนเดียวชื่อเสียงในฐานะนายหน้าข่าวแสนลึกลับของผมถึงเสียหายหมด” เด็กหญิงตัวเล็กนั้นพูดขึ้นพลางถอนหายใจ เธอยังคงถูกโฟเรลห้อยคอไว้ราวกับลูกแมว
“คำแห่งพลัง เสียงดนตรี ของคุณนี่ยังขี้โกงเหมือนเดิมนะครับ ถึงผมเห็นคำแห่งพลังมาเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ คำแต่คำแห่งพลังของคุณก็ยังคงน่าประทับใจสุด ๆ เหมือนเคย”
การเปิดเผยคำแห่งพลังของผู้อื่นเป็นเรื่องเสียมารยาทจนถึงขั้นอาจไม่เผาผีกัน แต่เด็กหญิงตัวเล็กที่ถูกเรียกว่านกพิราบนั้นกลับพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
ตัวโฟเรลเองก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าแต่อย่างใดเมื่อคำแห่งพลังของตนถูกเผยออกมา แม้สีหน้าจะยังคงเดิมหากมือที่หิ้วคอเสื้อของเด็กตัวเล็กนั้นออกแรงเพิ่มเล็กน้อย
ร่างของเด็กหญิงคนนั้นสลายหายไปอีกครั้ง หากในครั้งนี้โฟเรลไม่ได้ขัดขวาง ครู่ต่อมาร่างของเด็กหญิงคนเดิมก็ปรากฏอีกครั้งเบื้องหน้า
“ยังใช้ร่างเดิมอยู่อีกเหรอครับ โรคจิตหรือไง?” โฟเรลกล่าวแขวะ
“ร่างนี้ทำให้ผมสามารถรับฟังข่าวสารได้ง่ายมากเลยนะครับ” นกพิราบยักไหล่
โฟเรลสงบกว่าที่สมควรจะเป็นมาก การถูกเปิดเผยคำแห่งพลังต่อหน้าคนแปลกหน้าเช่นเรนเดลสมควรเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น โดยเฉพาะกับนักผจญภัยที่หากโดนล่วงรู้คำแห่งพลังอาจมีอันตรายถึงชีวิต
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกล่าวทักทายคล้ายทะเลาะ เรนเดลที่อยู่อีกด้านพลันนิ่งไป สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงที่ดูเหมาะสมกับสถานการณ์ เด็กหญิงตัวเล็กคนนี้กลับเป็นนายหน้าข่าวอันดับต้น ๆ ของมหาทวีป
ในใจของเรนเดลกลับไม่ได้ตะลึงเพราะเรื่องนี้ แต่เขาตะลึงเพราะความสามารถเมื่อครู่ของโฟเรล
ย้อนเวลา! เมื่อกี้หมอนั่นย้อนเวลาเหรอ!? ภายในใจของนิทานเต็มไปด้วยคลื่นลมปั่นป่วน นี่เป็นคำแห่งพลังสายเวลาคำแรกที่เขาได้ประจักษ์ต่อหน้าต่อตา ก่อนหน้านี้เขาเพียงรู้สึกได้ถึงพลังอันเบาบางจากร่องรอยของผู้แสวงวิถีสองนาฬิกาเท่านั้น
ในหัวของเขาพลันประเมินรูปแบบการต่อสู้และวิธีรับมือในกรณีที่ต้องต่อสู้กันโดยอัตโนมัติ เสียงดนตรี? ดูจากชื่อยังไงก็ไม่ใช่คำแห่งพลังสายเวลา ก่อนหน้านี้ที่ทะเลทรายโฟเรลก็โจมตีด้วยเสียง ตอนจะปิดบังเสียงก็มีพลังจิตวิญญาณจากลำคอ..
คำแห่งพลังประเภทสารพัดประโยชน์ที่ทำได้แทบทุกอย่าง? สีหน้าของนิทานมืดมนลง คำแห่งพลังประเภทนี้ยากที่จะกำเนิด คล้ายกับต้องก่อกำเนิดกับบุคคลที่มีความบิดเบี้ยวหรือจำเพาะในใจและตัวตน
โจมตีด้วยเสียง ปกปิดการพูดคุย ย้อนเวลาระยะสั้น และยังมีความเป็นไปได้ที่นี่จะเป็นคำแห่งพลังที่ทำให้โฟเรลปกปิดตัวตนได้
“คำแห่งพลังขี้โกงแบบนี้ รีบขึ้นเป็นอริยะเร็ว ๆ เถอะครับ ผมอยากขายข่าวของคุณจนแทบทนไม่ไหวแล้ว” เด็กหญิงตัวเล็กทิ้งตัวลงกับพื้น เก้าอี้ที่ก่อขึ้นจากขี้เถ้าพลันรวมตัวกันใต้ร่าง รองร่างเธอไว้อย่างพอดิบพอดี
“แต่ก็นะ ถึงจะโกงยังไงก็ยังไม่เท่ากับคำแห่งพลังของปีกแห่งผืนฟ้าหรอก คำนั้นคำเดียวก็แทบจะทำให้เธอเทียบเท่ากับอริยะได้แล้ว” นกพิราบบิดขี้เกียจด้วยร่างเด็กหญิง ไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างแม้แต่น้อย ในตอนนี้เองที่นิทานรู้สึกตัวว่ารอบด้านเกิดสิ่งผิดปกติ ไม่ทราบว่าเมื่อใด แต่คนทั้งมวลที่รายล้อมอยู่ก่อนหน้าพลันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ทั่วทั้งพื้นที่ส่วนนี้ของเขตทุ่งปะการังเหลือเพียงพวกเขาทั้ง 4 เซเรนเซ่ตรวจสอบรอบตัวหวังตามหาคนที่หายไป แล้วจึงพบว่าพวกเขาต่างพร้อมใจกันเดินไปจุดอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
หูของนิทานตั้งขึ้นมาเมื่อได้ยินเรื่องของซอเด็ต เขานึกออกในทันทีว่านกพิราบต้องหมายถึงคำแห่งพลังที่ทำให้เธอควบคุมสิ่งที่คล้ายกับเมฆได้ตามใจคิด ไม่เพียงมันสามารถก่อรูปเป็นทุกสิ่งและมีพลังที่ไม่ด้อยไปกว่าตัวเธอ นิทานยังคาดไว้ว่ามันคือคำแห่งพลังที่เธอใช้เสริมร่างกายด้วย
นกพิราบผู้หูตาว่องไวย่อมสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของนิทาน “อยากรู้มั้ยล่ะครับคุณเรนเดล คำแห่งพลังของปีกแห่งผืนฟ้าน่ะ?” นกพิราบยิ้มกว้าง
สายตาของเรนเดลรวมศูนย์ไปที่นกพิราบอย่างรวดเร็ว เขาไม่แปลกใจสักนิดว่าอีกฝ่ายนั้นรู้จักชื่อของเขาได้อย่างไร เพียงรีบพยักหน้ารัวเร็ว
“เรนเดลและเซเรนเซ่ นักบวชธุดงค์ในสังกัดของอัครสาวกเอดัน อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและโตมาโดยการเลี้ยงดูจากศาสนจักร ความศรัทธามั่นคงยิ่งใหญ่ พรสวรรค์ในการขีดเขียนชะตาสูงส่งจนทางศาสนจักรลบตัวตนของเธอทิ้งแล้วปล่อยออกไปธุดงค์เพื่อให้เติบโต”
“หนึ่งในหน่ออ่อนที่ศาสนจักรคาดหวังให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต ตกได้ของดีมาเลยนี่โฟเรล” นกพิราบกล่าวประวัติของอีกฝ่ายออกมาอย่างไม่ยี่หระ ราวกับข้อมูลของเธอถูกเขียนทิ้งไว้บนใบหน้าจนไม่ว่าใครก็สามารถอ่านได้
ท่าทีตื่นตะลึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเรนเดล พริบตาเดียวก่อนที่มันจะกลายเป็นท่าทีคุกคาม พลังจิตวิญญาณในร่างของเธอและเซเรนเซ่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“โว้ว โว้ว ใจเย็น ๆ น่า” นกพิราบยิ้มกว้างรับจิตมุ่งร้ายของทั้งสอง เธอยังคงนั่งเหยียดกายอย่างสบายบนเก้าอี้ของเธอ
เรนเดลและเซเรนเซ่ยังไม่ได้พุ่งเข้าไปจู่โจม ส่วนหนึ่งเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงระดับพลังของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแรกเกิดคนหนึ่ง และนั่นไม่ใช่เรื่องดี
“นกพิราบจะพูดประวัติของคนที่สามารถพบตัวเขาได้เป็นครั้งแรกให้คนนั้นฟังครับ คล้ายกับการแสดงความสามารถของตนให้อีกฝ่ายรับรู้ เรียกง่าย ๆ ว่าอวดก็ได้ครับ” โฟเรลเดินเข้ามาขวางระหว่างทั้งสอง
เรนเดลยังคงจับจ้องไปที่นกพิราบอย่างไม่วางตา เธอเลิกโคจรพลังจิตวิญญาณในร่างตามคำขอของโฟเรลหากใบหน้าของเธอนั้นไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ท่าทีระมัดระวังพร้อมรับมือยังคงฉายชัดบนใบหน้าหวานน่ารัก
เก่ง.. นิทานประเมินนกพิราบได้อย่างรวดเร็วจากข้อมูลที่อีกฝั่งเอ่ยออกมา ส่วนที่สำคัญไม่ใช่อีกฝั่งสืบเรื่องของเรนเดลได้เร็ว แต่เป็นความลึกของข้อมูลที่อีกฝ่ายพูดออกมา
ตัวตนเรนเดลนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยศาสนจักรจริง นั่นคือสิ่งที่บันทึกไว้ในประวัติของเธอตอนที่ผู้พันลาลันตามอบให้นิทาน แต่ส่วนหลังที่ว่าเธอที่แท้จริงแล้วคือหน่ออ่อนของศาสนจักรนั้นคือข้อมูลลับ เป็นข้อมูลชั้นที่สองสำหรับเวลาที่คนต้องการสืบค้นเรื่องของเรนเดล
เมื่อมีคนสงสัยเรื่องของเรนเดล พวกเขาจะต้องสืบเสาะตัวตนของเธอ ประวัติชั้นแรกคือสิ่งง่าย ๆ ที่มีไว้กลบเกลื่อนประวัติชั้นที่สองที่เป็นความลับ เมื่ออีกฝ่ายพบถึงประวัติชั้นที่สอง ส่วนมากก็จะหยุดอยู่แค่นั้นจากความคิดไปเองที่ว่าพวกเขานั้นค้นพบทุกสิ่งจนสิ้นแล้ว เบื้องลึกที่สุดอย่างตัวตนของนิทานก็จะปลอดภัย
นกพิราบนั้นสืบค้นถึงระดับนี้ได้อย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ และนั่นทำให้นิทานรู้สึกถึงอันตราย
ท่าทีโมโหของเธอนั้นเป็นสิ่งที่นิทานจงใจทำ หากเป็นเรนเดลตัวจริงเธอต้องรู้สึกโมโหและไม่ปลอดภัยเช่นกัน
โชคดีที่ซ่อนคำแห่งพลังไว้ก่อน นิทานคิดอย่างโล่งอก แล้วจึงลบความคิดนั้นออกไปจากหัวอย่างรวดเร็ว ขัดขวางในกรณีที่อีกฝ่ายนั้นอ่านใจเขาได้ คำแห่งพลังของทั้งสองนั้นมีมากถึงสี่คำ ปริมาณนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่นิทานไม่อยากให้นกพิราบล่วงรู้ถึงคำแห่งพลังระบุชื่อของทั้งสอง
พวกเขายกเลิกการยืมพลังกันชั่วคราวเผื่อกรณีที่นกพิราบสามารถสอดส่องคำแห่งพลังได้จริง เขาจะได้ไม่ล่วงรู้ความลับที่สำคัญที่สุดว่าพวกเขาสามารถใช้คำแห่งพลังร่วมกันได้
นิทานคาดการณ์ไว้ว่านกพิราบสมควรทำได้มากที่สุดเพียงมองเห็นคำแห่งพลังที่สลักบนร่างได้ แผ่นปิดยันต์สมควรไร้ผลต่อหน้านกพิราบ คำแห่งพลังที่สถิตอยู่ในห้วงจิตสมควรปลอดภัย
การคาดการณ์ของนิทานไม่ใช่เพียงส่งเดช แต่เขาคาดการณ์จากประสบการณ์ แม้แต่ตัวตนระดับนักเดินทางยังไม่สามารถมองเห็น นกพิราบมีโอกาสไม่มากนักที่จะทำสิ่งที่นักเดินทางทำไม่ได้
“เพื่อเป็นการขอโทษ คุณสนใจในคำแห่งพลังของปีกแห่งผืนฟ้าใช่มั้ยล่ะครับ” นกพิราบกล่าวจี้จุด นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก หากมีคนเสนอจะบอกคำแห่งพลังของอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปให้ฟัง ไม่ว่าใครก็ต้องสนใจ
“ราคาไม่แพงหรอกครับ 200ล้านไกอาเท่านั้น” นกพิราบยิ้มกว้าง
เรนเดลสะอึกไปเล็กน้อย ราคานั้นสูงคล้ายกับเป็นเรื่องตลก แต่ตัวนิทานที่เคยได้สู้ร่วมกับซอเด็ตมาก่อนนั้นรู้ดี 200ล้านไกอานั้นไม่แพงเลย
“ไม่ต้องจ่ายหรอกครับ คำแห่งพลังของเธอคือ เมฆา” โฟเรลกล่าวตอบอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเรนเดลมีสีหน้าหนักใจ
นกพิราบหันขวับไปมองโฟเรลด้วยสีหน้าหงุดหงิด อีกฝ่ายนั้นจงใจขัดขวางการค้ารายใหญ่ของเขาอย่างชัดเจน ท่าทีกวนประสาทของโฟเรลท้าทายนกพิราบอย่างชัดเจน
เขาต้องการเอาคืนที่อีกฝ่ายบอกคำแห่งพลังของเขาแก่เรนเดล จึงได้เอ่ยปากบอกข้อมูลที่เขาเคยซื้อจากนกพิราบมาก่อนแก่เรนเดลโดยตรง “ความสามารถยังไม่ชัดเจนนัก แต่โดยพื้นฐานแล้วคือเธอสามารถควบคุมและปลดปล่อยเมฆออกมาจากร่าง และบังคับให้มันก่อตัวเป็นสิ่งใดก็ได้ครับ”
“เหอะ จะขายข้อมูลก็มีจรรยาบรรณหน่อย ไม่เพียงสามารถควบคุมเท่านั้น เธอยังสามารถรวมเมฆาทั้งหมดก่อตัวเป็นร่างแยกอีกร่างที่แข็งแกร่งมากได้ด้วย” นกพิราบขมวดคิ้ว
“รู้แค่นั้นเหรอครับ เธอยังสามารถแผ่ขยายมวลเมฆออกให้อยู่ในสภาพคล้ายอาณาเขตได้ด้วยครับ”
เรนเดลมองทั้งสองที่ผลัดกันหาเรื่องอีกฝ่ายด้วยสีหน้ามึนงง ท้ายที่สุดแล้วจึงตัดสินใจนั่งลงกับพื้นนุ่ม ๆ หวังว่าอีกฝั่งจะทะเลาะกันต่อไป เธอจะได้เก็บเกี่ยวข้อมูลเพิ่มเติมโดยไม่ต้องเสียเงิน