มินตราลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่หน้าต่าง เธอยกมือขึ้นลูบแขนไปมาอย่างกระสับกระส่ายพลางมองลงไปยังวิวทิวทัศน์สวนเล็กๆ ในบริเวณบ้านเดี่ยวเนื้อที่แค่ไม่กี่ร้อยตารางวา คืนนี้เธอคงจะนอนไม่หลับแล้ว อีกไม่นานยามเช้าก็จะมาถึงเธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นไม้เย็นเฉียบเฝ้ารอแสงสว่างสดใสเพื่อจะได้ขับไล่ความรู้สึกอ้อยอิ่งในอารมณ์เหนือจริงให้พ้นไปจากจิตใจ หรือว่าเธอเสียสติไปแล้ว แต่ความวาบหวานซาบซ่านนั้นมันสมจริงเสียจนหญิงสาวแยกความจริงและความฝันจากกันแทบไม่ได้ การเรียนของเธอได้รับผลกระทบ สมาธิของเธอแตกซ่าน หญิงสาวคิดอย่างหงุดหงิด โชคดีที่เธอทำวิจัยจบจนผ่านมาได้ เหลือแค่รอรับปริญญาอย่างเป็ทางการเท่านั้น แต่ถ้าอาการแบบนี้ยังไม่หายไป…แถมดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นทุกวัน เธอคงไม่สาามารถทำงานได้ จะมีใครอยากทำงานกับคนที่หน้าตาดูอ่อนเพลียทุกเช้ากัน เธอคงรวบรวมสติจดจ่อกับงานไม่ได้แน่ๆ
ชีวิตที่ผ่านมาของเธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนปกติสุข ธรรมดา เรียบง่าย ไม่มีสัญญาณใดๆ เธอมีพ่อแม่ที่แสนดี ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก พวกท่านยังรักกันเหมือนเป็ข้าวใหม่ปลามันที่พึ่งแต่งงาน เธอเป็ลูกสาวคนเดียวของพวกเขา สืบทอดมรดกทางธุระกิจมากมาย แต่เลือกที่จะเดินบนเส้นทางของตัวเอง พ่อและแม่เองก็เข้าใจในความตั้งใจจริงของเธอ พวกท่านยังแข็งแรงและสนุกกับงาน ทุกอย่างไปได้สวย ไม่เคยมีเื่ทุกข์ใจ ช้ำใจใดๆ ในชีวิต มีบ้างที่เธอทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนในเื่เล็กน้อย เครียดกับการสอบ แต่ก็เติบโตผ่านมาด้วยดีในครอบครัวที่อบอุ่น ได้ไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะในประเทศ หรือต่างประเทศ เธอได้ไปมาหมด มีความสุขกับการท่องเที่ยวกับครอบครัวและการพักผ่อน
แม้กระทั่งความฝันของเธอยังสุดแสนจะธรรมดา เธอเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ ใฝ่ฝันที่จะเป็นักแสดง นับั้แ่เล็กจนโตเธอเคยมีผลงานมากมาย ทั้งผลงานด้านการโฆษณา พรีเซ็นเตอร์ หรือแม้แต่เล่นละครในบท ‘ลูก หลาน’ จนกระทั่งเร็วๆ นี้ที่ผ่านมาเธอเริ่มขยับขยายมาเล่นบทนางรอง และได้รับบทนางเอกในผลงานเื่ล่าสุดที่พึ่งปิดกองถ่ายไป จริงๆ แล้วตอนนี้ควรเป็่เวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิตเธอ ทว่าด้วยอาการนอนไม่หลับ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเธอลดต่ำลง แม้ผู้กำกับและเพื่อนร่วมงานจะเอ่ยชื่นชมในผลงานของเธอมากเท่าไหร่ แต่มินตรารู้ดีว่าเธอสามารถทำได้ดีกว่านั้น นั่นไม่ได้มาตรฐานงานของเธอเอาเสียเลย
หลังจากปิดกล้องกองละครล่าสุดไป หญิงสาวใช้ข้ออ้างการทำงานวิจัยเพื่อเรียบจบเป็ข้ออ้างในการขอพักการทำงาน ผู้จัดการส่วนตัวของเธอแม้จะคัดค้าน แต่พอเห็นสภาพเหนื่อยล้า ทรุดโทรมลงของเธอเขาก็พลอยเห็นด้วย เพราะไม่อยากเสียนางเอกมือดีไป เขาให้เธอได้หยุดพักผ่อนยาวๆ กว่าสามเดือน และแน่นอนว่าหลังจากนั้นคิวงานของเธอแน่นมาก
เมื่อรู้ตัวว่าได้อิสระมาเกือบสามเดือน มินตราจึงตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ จัดการกับความฝันบ้าๆ ของตนเองที่เกิดขึ้นทุกค่ำคืน และที่สำคัญ เธอต้องจัดการความกลัวของมีคมที่เป็อุปสรรคใหญ่มากต่อการดำเนินชีวิตของเธอ
มันเริ่มจากชายคนนั้น ที่แอบลักลอบเข้ามาในฝันของเธอแทบทุกค่ำคืน ในความฝันเขามีชื่อมากมาย เธอจำไม่ได้ มันเลือนหายยามลืมตา หลายครั้งเขามีเส้นผมสีทองราวแสงอาทิตย์ ั์ตาของเขาบ้างเป็สีฟ้า สีเขียว สีน้ำตาล และสีนิลที่เธอเห็นบ่อยครั้ง แม้รูปลักษณ์ของเขาจะแตกต่างกันไป แต่เธอรู้ดีว่าชายทั้งหมดนั้นคือคนๆ เดียวกัน เป็ 'เขา'
ไม่ใช่เพียงแค่ชายคนนั้นที่มีหลากหลายชื่อ แม้แต่ตัวเธอเองก็เช่นกัน เขาเรียกเธอด้วยชื่อที่หลากหลาย ไม่มีชื่อใดเลยที่ไม่คุ้นหู ราวกับว่าเธอเองเคยถูกเรียกด้วยชื่อเล่านั้นนับร้อยนับพันครั้ง
เขามาหาเธอในความฝัน และเมื่อร่วมรักกัน เขามากกว่าร่างกายของเธอ เขาราวกับรุกรานเข้ามาถึงจิติญญา และเติมเต็มเธอด้วยความโหยหาที่ไม่มีวันเจือจาง ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเธอคงไม่มีวันครบถ้วนสมบูณ์ได้หากไม่มีเขา
ความสุขสมนั้นแรงกล้าจนมินตราเหมือนจะแตกพร่างพราย ความรู้สึกนั้นช่างเหมือนจริง จนทำให้หลายครั้งหญิงสาวผวาตื่นขึ้นมา โดยเฉพาะในคืนแรกนั้น เธอนอนร้องไห้ เผลอไผลเลื่อนมือลงแตะต้องเรือนกายส่วนล่างของตนเองอย่างหวาดหวั่น อดคาดหวังไม่ได้ว่าจะััถึงความฉ่ำชื้นจากเชื้อพันธุ์ของเขา แต่มันไม่มีอยู่จริง ก็เพราะเขาไม่มีตัวตนนอกจากในความคิดและจิตใจของเธอเองเท่านั้น
มินตราไม่สามารถรวบรวมสมาธิให้กับงานได้ เธอแทบจะจำบทของตนเองไม่ได้ หลายครั้งที่แยกความจริงและความฝันไม่ออก หนึ่งปีมานี้เธอทุกข์ทนเหลือเกิน บางทีเธอควรจะไปพบจิตแพทย์ แต่ด้วยชื่อเสียง หน้าที่การงาน เธอไม่สามารถเดินเข้าไปทำการรักษาเช่นคนปกติได้ ผู้จัดการคงจะไม่ยินดี หากมีข่าวหลุดออกไปว่านักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่อย่างเธอพบแพทย์เพื่อรักษาอาการทางจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการทางจิตที่เกิดจากความฝันวาบหวาม สาธารณะชนคงอยากจะยอมรับเธอที่เป็แบบนี้ได้
แต่เธอต้องทำอะไรซักอย่าง เพราะความฝันนั้นมันรุนแรงขึ้นทุกที น่าใและสมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เธอไม่กล้าใกล้ชิดกับชายใด และที่สุดของที่สุดคือ มันทำให้เธอหวาดกลัวที่สูง ไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นลิฟต์ จนต้องย้ายจากคอนโดหรูใจกลางเมืองกลับมาที่บ้านย่านชานเมืองแทน เธอให้เหตุผลว่า้าพักผ่อนอย่างสงบ
ในความฝัน่หนึ่งเดือนล่าสุดนี้ มิตราและเขาอยู่ด้วยกันที่หน้าผาแห่งหนึ่ง ที่ๆ หล่อนเคยร่วมรักกับเขาในฝันหลายต่อหลายครั้ง ทว่าครานี้ไม่เหมือนเดิม เพราะเมื่อสิ้นสุดปลายทางอันแสนหวานนั้น เขากลับโยนเธอลงหน้าผา จมดิ่งสู่ห้วงความลึกอันมืดมิด ฉากนั้นวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่จุดจบเหมือนเดิมเสมอ
…เขาฆ่าเธอ