“ไม่ไป !!!!”
เสียงหวีดแหลมดังขึ้นในห้องทำงานคฤหาสน์หรูของนายพล สองขาเรียวของลูกสาวคนเดียว เดินหนีคนเป็พ่ออย่างไร้มารยาท
“เฌอพราวด์ หยุดเดี๋ยวนี้นะ !!!”
ชายชรากัดฟันกรอดเก็บอารมณ์ที่ฉุนเฉียว เขาทำได้เพียงก้าวจังหวะเท้ายาวๆ ตามแผ่นหลังลูกสาว ะโเรียกลั่น นั่นเป็ภาพหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่พบเจอจนเป็เื่ปกติสำหรับเหล่าคนรับใช้
“ถ้าแกยังสร้างปัญหาไม่เว้นวันแบบนี้ ได้เจอดีแน่!!”
สิ้นคำขู่รอบที่ร้อยแปด ลูกสาวหยุดชะงักเท้า หันใบหน้าสวยมาจ้องั์ตาของพ่อเธอชัดๆ พลางยิ้มเหยียดอย่างท้าทาย
“ทำไม?? จะตัดบัตรเครดิตหนูงั้นสิ หรือจะยึดรถสปอร์ตคันที่ 12 ของหนูล่ะ .. หรือจะสั่งคนไปตามดูอีก อ่อ ไม่สิ เื่ส่งคนตามดูหนูเหมือนเป็นักโทษคุมประพฤตินั่น พ่อก็ทำอยู่แล้วนี่เนอะ”
“เฌอพราวด์!! หยุดยอกย้อนพ่อสักที”
“.....”
“พ่อชักจะหมดความอดทนกับแกแล้วนะ เมื่อไรจะทำตัวปกติเหมือนลูกสาวคนอื่นบ้าง”
“ก็พ่อเลี้ยงหนูมาแบบนี้นิ … รับไม่ได้หรอ หึ”
“นี่แก..!”
“หนูไม่สนหรอกว่าพ่อจะทำอะไร เพราะฉะนั้นพ่อก็ไม่ต้องมาสนเื่ในชีวิตหนูเหมือนกัน”
“จะไม่สนได้ไง! แกคิดว่าฉันหมดเงินไปกับค่าทำขวัญคู่กรณีของแกเท่าไรแล้ว!”
“ก็ใครใช้ให้มันปากดีใส่หนูก่อนล่ะ แค่โดนแก้วกรีดหน้ายังน้อยไปมั้ง”
เสียงกล่นด่าออกจากริมฝีปากกระจับบาง สีหน้าไร้สำนึกผิดยิ่งกระตุ้นให้คนเป็พ่อฉุนเฉียวอย่างหนัก
“ถ้าฉันตายไป ใครจะคอยตามเช็ดขี้ให้แกแบบนี้”
“ก็ตอนนี้ยังไม่ตายนิ” เธอพูดเสียงเบา ยกนิ้วเรียวขึ้นชื่นชมสีเล็บที่ทำมาใหม่
“เฌอพราวด์… ” เขากัดฟันกรอดเอ่ยชื่อลูกซ้ำๆ พลางถอนหายใจหนัก เพื่อระบายอารมณ์
“....”
“พ่อขอร้อง แค่เื่นี้ก็ได้ ที่ยอมทำตามคำขอพ่อ”
“.....”
“พรุ่งนี้แกต้องไปดูตัว…”
“หึ เอาจริงดิ? นี่ครั้งที่ 7 แล้วนะ … ทำไมต้องบังคับให้หนูไปเจอไอ้บ้านั่นด้วย”
“เพราะที่ผ่านมาแกผิดนัดตลอดไง ..ฉันขายขี้หน้าแค่ไหนแกรู้ไหม”
“ทำไมหนูต้องรู้? หนูไม่ได้ไปตกลงหมั้นอะไรนั่นด้วยซะหน่อย”
“แกคิดว่าง่ายนักหรอ ที่จะหาบ้านที่เขารับนิสัยแกได้ แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าชื่อเสียงแกป่นปี้แค่ไหน”
“แล้วไง? หนูกินข้าว ไม่ได้กินชื่อเสียง ถ้าพ่ออยากหมั้นนัก ก็ไปดูตัวเองสิ!”
เธอพูดประชดประชันพ่อ แล้วสะบัดผมเดินหนี ทิ้งให้เขายืนกำหมัดกุมขมับ มองแผ่นหลังลูกสาวที่ขับรถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูออกจากคฤหาสน์ไป
และใช่ … นั่นฉันเอง “คุณหนูเฌอพราวด์”
ลูกสาวนายพล บิ๊กแนวหน้าของประเทศ ที่พูดชื่อไปใครก็รู้จัก เพราะฉันโด่งดัง ทั้งคดีเื่ทะเลาะวิวาท ตบตี เมาแล้วขับ เที่ยวผับบาร์ผู้ชาย ใช้เงินฟาดหัวคน ควงหนุ่มไฮโซ ลูกนักการเมือง ดาราดัง นายแบบ นักร้องสุดฮอตแทบจะเดือนละคน และ บลาๆๆ
ทำไมถึงเป็อย่างนี้น่ะหรอ…??
เพราะฉันปฏิญาณตนว่าจะเป็ตัวเวรตัวกรรมของพ่อไปตลอดชีวิตไงล่ะ
ตอนฉันอายุได้แค่ 4 ขวบ ฉันนอนดูดขวดนม มื้อสุดท้ายที่แม่ชงให้ พร้อมกับดูร่างของแม่ห้อยต่องแต่งกับเพดานคฤหาสน์จนคนรับใช้มาเจอ
ถึงตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจกับภาพที่เห็น แต่มันติดตาจนเป็ฝันร้ายที่ฝังลึกในก้นบึ้งจิตใจจนถึงทุกวันนี้
เหตุที่แม่ทำแบบนั้น เพราะ… “พ่อ” แบกเมียน้อยของเขา เข้ามานัวบนเตียงของแม่ ทั้งนับครั้งไม่ถ้วน และนับคนไม่ถ้วน พาออกงานเชิดหน้าชูตา ส่วนแม่ทำหน้าที่แค่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ให้คนนินทาว่าแม่เป็แค่ตัวคลอดลูกไร้ค่า จนสุดท้ายแม่ก็รับคำดูถูกพวกนั้นไม่ไหว
หลังจากที่แม่เสีย พ่อฉันก็ไม่ได้มีความสำนึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น กลับเอาผู้หญิงโสมมพวกนั้น มายำต่อหน้าลูกสาวตัวเล็กอย่างฉัน อย่างไร้จิตสำนึกของความเป็ ...“พ่อ”
และด้วยความที่พ่อทำลูกเป็ แต่เลี้ยงไม่เป็ ก็ได้ใช้เงินแก้ปัญหา จ้างพี่เลี้ยงประกบหน้าหลังเป็เพื่อนเล่นให้ฉัน และแน่นอน “ลูกสาวคนเดียวของนายพล” ย่อมอยู่เหนือหัวทุกคน จากผิดเป็ถูก จากถูกกลายเป็ประเสริฐ ไม่เคยโดนขัดใจ ไม่เคยถูกสอนให้ขอโทษ และไม่เคยต้องยอมใคร อยากได้อะไรแค่กระดิกนิ้ว ออกปากสั่ง
‘ฉันเติบโตมาด้วยเงินและอำนาจ’
วีรกรรมหนักสุด ก็คงจะเป็เื่โดนเชิญออก จากมหาวิทยาลัยเอกชนแนวหน้าของประเทศถึง 3 ที่ ถูกส่งตัวไปเรียนนอก ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ก็ถูกไสหัวกลับไทยเช่นเดิม จนหนทางสุดท้ายก็ต้องใช้มือที่มองไม่เห็น ทำให้ฉันเรียบจบ ดีกรีนอกที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย
ปัจจุบันฉันทำอาชีพเป็พนักงานสูบเงินกับความสุขของพ่อไปวันๆ เวลาไหนเบื่อๆ อยากหากิจกรรมบันเทิงทำ ก็แค่เดินไปชนไหล่ใครสักคน จบท้ายที่สถานีตำรวจ กับซองขาวที่ช่วยปิดปากคู่กรณีของฉัน
…เขาพลากความสุขทั้งชีวิตของฉันไป งั้นเขาก็ต้องชดใช้กรรมด้วยชีวิตที่เหลือของเขาแทน…