ตอนเดินกลับหลิวอี้ก็เห็นเซียวจื่อหานที่นั่งอยู่และมองมาทางเธอเธอข่มใจพยักหน้าลงเล็กน้อยเป็การอำลา เขาเองก็เช่นกันแล้วเธอก็รีบพาน้องชายเธอเดินจากมา
ตื่นเต้นจังเลย เฮ้อ!!!เมื่อไหร่มันจะดีขึ้นนะ แต่ครั้งนี้ฉันก็น่าจะเก็บอาการอยู่ละมั้งตอนยืนคุยกันกับคนอื่น มีหลายครั้งที่เธอเหลือบมองดูเขาแบบผ่าน ๆ ไม่ได้ตั้งใจก็มันอดไม่ได้นี่นาเพราะลูกชายเธอหน้าเหมือนเขาเวลามองหน้าเขาก็จะมีเงาลูกชายตัวน้อยของเธอพาดผ่านทุกครั้งทั้งสุขใจที่ได้นึกถึงลูกชายอีกครั้งและเสียใจที่ชีวิตนี้เธอจะไม่ได้กำเนิดเขาอีกแล้ว
ถ้าพ่อไม่ใช่เซียวจื่อหานเขาจะได้มาเกิดใหม่ไหมนะ ขอแค่จิติญญาของเขาก็พอ
ระหว่างเธอพาน้องชายกลับเข้ากลุ่มการผลิตเธอก็ถามน้องชายว่าบ้านของนายพรานซ่งอยู่ตรงไหนและเล่าเื่ช่วยเด็กเอ้อหูให้น้องชายฟังส่งน้องชายเสร็จแล้วเธอก็กลับไปทำงานต่อที่สำนักงานจัดเรียงใบรายชื่อการทำงานของฝ่ายผลิตเรียบที่จดมาเรียบร้อยแล้วก็วางเอาไปวางไว้ที่โต๊ะนักบัญชีทำความสะอาดสำนักงานเสร็จก็ไปที่บ้านของเอ้อหู
บ้านเอ้อหู อยู่อีกฝั่งหนึ่งของป่าไผ่และสวนเกาลัดป่าเป็บ้านอิฐลักษณะเก่ามาก ๆหลังหนึ่งคาดว่าตอนที่ผู้นำของครอบครัวยังมีชีวิตอยู่คงหาเงินได้เยอะแน่ ๆ เลย
“สวัสดีค่ะ ที่นี่ใช่บ้านเอ้อหูหรือเปล่าคะ”
มีผู้หญิงอายุประมาณ35 รูปร่างผอม หน้าตาธรรมดาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าปะค่อนข้างเก่าแต่ก็สะอาดเดินมาเปิดประตูให้
“ใช่จ๊ะ หนูมาหาเอ้อหูมีธุระอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
“สวัสดีค่ะฉันชื่อ ซูหลิวอี้ฉันเป็คนช่วยเอ้อหูลงเขาตอนเขาเจ็บขา วันนี้เลยมาเยี่ยมอาการเขาค่ะ”
“อ้อ หนูนี่เองเอ้อหูเล่าให้น้าฟังแล้วเข้ามาบ้านก่อนจ๊ะ”หยวนซื่อเชิญหลิวอี้เข้าบ้านให้มานั่งรอตรงลานบ้านแล้วเดินไปตามเอ้อหูออกมาเอ้อหูที่ดูอาการดูขึ้นแล้วเดินกะเผลกมาหาเธอพร้อมแม่ของเขา
“สวัสดีครับพี่สาว”
“ดีขึ้นละนี่ แต่อย่าเพิ่งเดินเยอะ พักขาสัก7-10วันนะเดี๋ยวมันจะเจ็บเรื้อรัง เข้าใจไหม” หลิวอี้เอ่ยอย่างห่วงใย
" น้าต้องขอบใจหนูมากนะจ๊ะที่ช่วยพาน้องลงมาไม่งั้นเขาต้องลำบากมากแน่กว่าจะเดินถึงบ้าน แล้วก็ฝากขอบคุณหนุ่มสองคนที่มาส่งด้วยนะ
แม่ของเอ้อหูให้หลิวอี้เรียกเธอว่าน้าหยวนจากที่คุยกันเธอเลี้ยงลูก 2 คนเพียงลำพังนางและสามีไม่มีญาติที่ไหนอีกเพราะเป็กำพร้าทั้งคู่หลังจากนายพรานซ่งเสียชีวิตก็ใช้ชีวิตลำบากมาก ตอนนั้นลูกสาวเพิ่งจะ 9 ขวบ ลูกชาย 4 ขวบก่อนหน้านี้ได้แต่หาของป่าปลูกผักเอาไว้ประทังชีวิตนางไม่ได้ลงชื่อใช้แรงงานในหมู่บ้านในระยะแรกเพราะไม่มีคนดูแลลูก
ก็ได้ความรู้การวางกับดักสัตว์จากสามีที่เสียไปถ้าหาได้เยอะก็แอบเอาไปขายในตลาดมืดบ้างเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบสถานะของนาง ตัวนางก็ไม่อยากทำให้ใครลำบากใจ
พอเอ้อหูเริ่มโตผ่านมาหลายปีถึงจะโดนรังเกียจอยู่บ้างแต่ไม่รุนแรงเหมือนแรกๆถึงได้ลงชื่อในฝ่ายผลิต ส่วนลูกสองคนพอโตก็ทำงานแลกแต้มได้ช่วยอีกทางหนึ่งแล้วก็ยังหาของป่าเหมือนเดิมก็พออยู่รอดกันได้แม้ไม่อิ่ม แต่ไม่ถึงกับอดตาย
“ป่าบนูเามีสัตว์ประเภทไหนบ้างคะ”หลิวอี้เข้าประเด็นที่มาทันที หลังจากลองหยั่งเชิงแล้วว่าครอบครัวนี้น่าจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับูเาและป่าเป็อย่างดี
“ถ้าเป็ด้านูเาที่อยู่ใกล้หมู่บ้านนี้ก็ยังมีไก่ฟ้ากระต่าย อยู่บ้างจ๊ะ ไม่ได้เยอะเหมือนเมื่อก่อน นานๆทีจะมีหมูป่าหลุดมาบางส่วนด้านหลังูเาออกไปที่เป็ป่าทึบตรงนั้นยังสมบูรณ์อยู่มาก เมื่อ 3ปีก่อนมีคนในหมู่บ้านจับได้กวางอยู่นะแต่ที่แน่ ๆ มีหมีแน่นอน เพราะสามีน้าเสียชีวิตเพราะหมี ส่วนเสือน้าไม่เคยได้ยินนะตอนนี้แทบไม่มีคนเข้าไปแล้วล่ะ คงเป็เพราะกลัวน่ะ "
หลิวอี้เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในหัวแต่พอมองไปรอบๆ เห็นที่บ้านนี้ปลูกผักไว้เยอะมาก เยอะเกินกิน เยอะมากจริงๆ
“ทำไมน้าปลูกผักเยอะจังเลยค่ะ จะกินทันเหรอคะ”
“เอาไปทำผักดองส่งร้านค้าสวัสดิการในชุมชนน่ะก็พอได้เงินมาบ้าง”
“คุ้มเหรอคะน้ากับราคาที่ได้” หลิวอี้สนใจ
“ก็พอได้อยู่นะ ทำเยอะก็ได้เยอะผักสดพวกนี้ขายไม่ได้ราคาเท่าไหร่ ถ้าเอามาดองก็จะอีกราคาหนึ่ง”น้าหยวนให้ฟังอย่างละเอียด
“น้าคะฉันมีเื่รบกวนสักอย่างได้ไหมคะฉันอยากเรียนวิธีทำกับดักจะได้ไหมคะ พอจะให้เอ้อหูสอนฉันได้ไหมคะ”น้าหยวนหันไปถามลูกชายว่าจะเอายัง
“ผมสอนได้ครับแม่ให้พี่สาวมาช่วยผมสอนพี่หลิวอี้ด้วยได้ไหมครับ”
“ได้ซิ รอต้าหูไปส่งของกลับมาแม่จะบอกพี่เขาให้”สักพักพี่สาวเอ้อหูกลับมาบ้านก็รับปากจะสอนให้แต่หลิวอี้เกรงใจที่เอ้อหูยังไม่หายดีจึงนัดกันว่าจะขึ้นเขาไปเรียนทำกับดักหลังจากที่หายแล้วหลิวอี้จึงขอตัวกลับบ้าน
ระหว่างเดินหลิวอี้อารมณ์ดีแต่ก็ต้องเจอกับเซียวจื่อหานอีกแล้ว เจอกันบ่อยเกินไปละ หมู่บ้านก็กว้างอยู่เน้อเฮ้อ!!!! คงจะเป็อย่างที่เขาว่ายิ่งหนียิ่งเจอซินะ เริ่มหงุดหงิดใจละ
ถ้ามันยังค้างคาฉันก็จะทำให้มันจบจะได้ไม่ติดค้างซะที จะว่าบ้าก็ว่าไปเถอะ ไม่ไหวแล้วววสหายเพื่อนรักสองคนเดินมาหาหลิวอี้
“เจอกันอีกแล้วน้องหลิวอี้ ไปไหนมาเหรอ”เจียงชิงหยวนถามเธอ
หลิวอี้มองหน้าเจียงชิงหยวนและเหลือบมองเซียวจื่อหาน และตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เอาไงเอากัน
“สวัสดีค่ะ พี่ชิงหยวน สหายเซียวจื่อหานฉันไปบ้านเอ้อหูมาค่ะ เด็กที่าเ็แล้วพี่ช่วยไปส่งที่บ้านแม่เขาฝากขอบคุณทั้งสองคนด้วยค่ะ "
เซียวจื่อหานสบตาหลิวอี้ตอนที่เรียกเขาว่าสหายแต่เรียกเพื่อนตัวเองว่าพี่เขาหรี่ตาเล็กน้อย แล้วกลับเป็ปกติ
“อ้อ งั้นเหรอ นี่จะกลับบ้านเลยหรือเปล่าไปพร้อมพวกพี่ไหม จื่อหานแกยืนชมวิวเสร็จหรือยังจะกลับเลยไหมจะได้เดินไปส่งหลิวอี้ด้วย ว่าไงเพื่อน”เจียงชิงหยวนหันไปถามเพื่อนที่ยืนห่างออกไป
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกลับเองได้ค่ะแต่ฉันมีธุระกับสหายเซียวจื่อหานนิดหน่อย รบกวนมาทางนี้ได้ไหมคะ”หลิวอี้มองหน้าเซียวจื่อหานรอดูท่าทีว่าเขาจะตอบตกลงไหม
“อืม” เขามองหน้าหลิวอี้ด้วยแววตาครุ่นคิดแล้วตอบตกลง
หลิวอี้เดินห่างออกไป ยืนรอตรงต้นไม้ (โอ้ยย!! ฉันจะเป็ลมอย่าสั่นค่อยๆ หายใจหลิวอี้ เธอทำได้)
เซียวจื่อหานเดินตามมาไม่ช้าไม่เร็วเมื่อเดินถึงที่ ๆ หลิวอี้รออยู่ เขาทิ้งระยะห่างเล็กน้อย ยืนทำตัวสบาย ๆเอามือไขว้หลัง มองหลิวอี้ มือสองข้างเธอสั่นเล็กน้อยเขาสังเกตเห็นมันได้ตาเธอไหวระริกไปมาเหมือนตัดสินใจอย่างหนัก
หลิวอี้กลั้นใจสบตาเซียวจื่อหานอย่างกล้าหาญ สูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกกำลังใจ
“จื่อหาน ขอโทษจริง ๆนะกับเื่ไม่ดีที่ฉันเคยทำไม่ดีด้วย ฉันรู้แล้วว่าฉันทำผิดไปให้อภัยฉันด้วยนะและฉันก็ขอบคุณมากๆ กับสิ่งที่นายทำเพื่อฉัน ฉันรับรู้ทุกอย่างที่นายทำฉันซาบซึ้งมาก เราไม่ติดค้างกันละนะ ใช้ชีวิตให้มีความสุขและฉันกับนายควรต่างคนต่างอยู่ มันจะดีกับนายที่สุดแล้ว”หลิวอี้ยืนโค้งคำนับให้เซียวจื่อหาน แล้วยิ้มให้เขาอย่างจริงใจมองหน้าเขาครั้งสุดท้ายจดจำทุกอย่างไว้ในจิตใจ
“หมดธุระแล้วฉันขอตัวก่อนค่ะ โชคดีค่ะ”หลิวอี้หันหลังเดินออกไปทันทีไม่รอคำตอบใดๆ ของเซียวจื่อหาน
“เฮ้ หลิวอี้เป็อะไรนะ จะรีบไปไหน อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม”เจียงชิงหยวนยังมึนกับภาพที่เห็น เดินไปหาเซียวจื่อหานที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
“มีเื่อะไรกันทำไมหลิวอี้ถึงได้รีบร้อนขนาดนั้นพวกแกมีปัญหากันหรือเปล่ามีอะไรที่ฉันไม่รู้งั้นเหรอ”
“ฉันขออยู่คนเดียวแป๊บหนึ่ง” เซียวจื่อหานบอกเพื่อน
เขารู้เื่เพื่อนเขาทุกอย่างมันจะมีเื่อื่นได้ยังไง เขาก็ดูออกกว่าเพื่อนเขาสนใจเด็กคนนี้เป็พิเศษแต่สองคนก็ไม่เคยคุยกัน เจียงชิงหยวนมึนงง หรือเขาพลาดอะไรไปนะ
ส่วนหลิวอี้ก็หยุดวิ่งแล้วเมื่อจากจุดตรงนั้นมาไกลแล้ว
ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกติดค้างอะไรล่ะสิ่งที่อยากพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว ตอนนี้ใช้ชีวิตตัวเองได้เต็มที่แล้วหลิวอี้บอกกับตัวเองแต่เมื่อนึกใบหน้านั้นตอนที่เขาทำเหมือนจะใกับสิ่งที่เธอพูดไม่ใก็แปลกล่ะถ้ามีคนมาพูดแบบนั้นกับตัวเองก็คงใยิ่งกว่าเขาทำซะอีก แต่พอเห็นแววตาตัดพ้อที่เขาแสดงให้เห็นก่อนเธอจะออกมาในใจของเธอมันก็รู้สึกหวิว ๆ ไม่สบายใจเหมือนกัน
ช่างเถอะ เขาอาจจะไม่ได้เสียใจก็ได้เขาคงคิดว่าเธอเสียสติมากกว่า อย่าว่าฉันเห็นแก่ตัวเลยนะถ้าฉันยังยึดติดกับนายฉันอาจทำร้ายนายก็ได้ ลาก่อนนะ อดีตสามีผู้เ็า ที่แสนดีของฉัน