ไร่แสงตะวันช่วงค่ำ
“ฮ่าๆๆ สะใจดีแท้”นายศิวกรหัวเราะลั่นระหว่างกำลังดื่มฉลองที่ไล่ครอบครัวของเคนไปได้เสียทีเขาไม่เคยที่จะชอบครอบครัวนั้นเลย
“เฮ้ออ ฉันผิดเองแหละไม่น่าโง่เลย”นางสายหมอกนั่งซึมเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านๆมา
“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะแม่ มันผ่านไปแล้ว”ฟ้าพยายามปลอบมารดา
ไม่ว่าที่ผ่านมาเป็นยังไงแต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยก็ถือว่าดีแล้ว
“เสียดายฉันไม่ได้ไปด้วยอยากเห็นหน้าพวกนั้นตอนที่โดนหาว่าเป็นปอบมั่ง คงตลกน่าดู”จูนพูดออกมายิ้มๆ
วันนี้เธอโดนทิ้งให้อยู่ที่บ้านของฟ้าเพราะรุ้งที่รู้เรื่องทีหลังดันบอกว่าจะไปด้วยแต่นายศิวกรคิดว่ามันไม่เหมาะ สุดท้ายจูนเลยอาสาอยู่เป็นเพื่อนเธอเลยยอมอยู่ที่นี่
“ว่าแต่ แกเนี่ยแสบสุดๆเลยนะมีสัตว์เริ่มตายตั้งแต่แกมาใหม่ๆเลยนี่ งั้นก็แปลว่าวางแผนไว้นานแล้วไม่ใช่รึไง”นายศิวกรหันมาพูดกับออส
“ผมตั้งใจจะเล่นไอ้เคนหนะสิครับ แต่ไปๆมาๆพอรู้ว่าต้นเรื่องคือแม่ของมันก็เลยยกให้เธอแทน”ออสตอบกลับ
“แล้วนี่รู้มั้ยว่า วัวกับควายตัวเท่าไหร่ แกรวยก็จริงแต่ชาวบ้านเขาเดือดร้อนอยู่นะ”นายศิวกรถามแต่ดูจากสีหน้าแล้วก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรืออะไร
“เพราะงั้นผมเลยสั่งให้ทำแค่กับครอบครัวที่พอจะมีฐานะไม่เดือดร้อนมากไงครับ แต่คุณพ่ออย่าหลุดปากไปบอกชาวบ้านเชียวนะ”ออสย้ำเพราะถ้าเรื่องหลุดเขาอาจจะไม่เป็นอะไร แต่ครอบครัวฟ้าที่อยู่ที่นี่มีผลกระทบแน่นอน
“รู้แล้วน่า”นายศิวกรตอบกลับ
ดูจากหน้าแดงๆน่าจะเมาระดับนึงแล้วหละ
“งั้นฉันว่าเรากลับกันดีกว่าหละมั้ง ให้ครอบครัวฟ้าฉลองกัน”ออสตอบก่อนหันมาพยักหน้าให้จูน ซึ่งเธอก็พยักตอบ
“เดี๋ยว"
ออสหันไปมอง คนที่ส่งเสียงรั้งเขาไว้คือนางสายหมอกนั่นเอง
“เอ่อ…คือ เธอจะอยู่ด้วยกันก่อนก็ได้นี่ เธอเองก็จะมาเป็นครอบครัวเราไม่ใช่หรอ”แม่ของฟ้าพูดออกมาเบาๆเหมือนจะยังอายๆ
ออสได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา
“เย้ๆ”สองสาวฟ้ากับจูนที่ฟังอยู่เช่นกันก็กระโดดกอดกันกลม
นายศิวกรเห็นภาพก็พูดไม่ออก ผู้หญิง2คนคบกับผู้ชายคนเดียวกันแล้วดันดีใจที่ครอบครัวยอมให้เป็นแบบนั้นก็เลยกระโดดกอดกันเนี่ยเฮ้ออพูดไม่ออกเลยจริงๆ
“ฮะๆดีใจด้วยละกันนะพี่ฟ้า”รุ้งแสดงความยินดีกับพี่สาวตน
“จะว่าไปอาจารย์สมศักดิ์บอกว่าเวลาทำพิธีเขาทำตามตำรานี่ บางทีมันอาจจะมีส่วนที่สำเร็จก็ได้”อยู่ดีๆนางสายหมอกก็พูดออกมา
“อะไรของคุณอีกเนี่ย ไม่เอาแล้วนะ”
“ก็นะที่ทำพิธีเสริมดวงอะไรนั่นโดยใช้ดวงของเคนช่วยฟ้านี่ ฟ้าก็เลยโชคดีมาเจอหมอนี่ไง ส่วนเจ้านั่นก็เลยซวยบรรลัยเลย”นางสายหมอกพูดจบก็ยกแก้วดื่มเข้าไปอีกแก้ว
…เงียบกริบ
“นี่ผมว่าคุณเมาแล้วหละขึ้นไปนอนเถอะ ปล่อยเด็กๆเขาสนุกกันไป”นายศิวกรกรอกตา
“อย่าให้รุ้งดื่มเชียวนะ”เขาหันมาบอกพวกออสก่อนจะดึงภรรยาตนขึ้นไปข้างบนห้อง
….
เช้าวันรุ่งขึ้น
ออสค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นช้าๆพอมองรอบๆก็พบว่าตัวเองยังอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านของฟ้า
เมื่อคืนนี้เขาฉลองกันจนดึกก็เลยค้างที่บ้านฟ้าไปเลย โดยพอเริ่มจะเมาแล้วก็ง่วงสุดท้ายทุกคนก็นอนกองกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นนี้รวมทั้งรุ้งด้วย
ออสค่อยๆลุกขึ้นช้าๆบิดขี้เกียจเล็กน้อย จูนกับฟ้ายังคงนอนอยู่แต่รุ้งไม่อยู่ที่นี่แล้ว
แล้วออสก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันจันทร์แล้ว รุ้งคงจะไปโรงเรียนตามภาษาเด็กม.ต้นปกติเพราะนี่ก็ปาเข้าไป8โมงครึ่งแล้ว
“คุณกร คุณกร ออกมาหน่อย”ระหว่างนั้นเองก็มีเสียงตะโกนดังมาจากทางหน้าบ้าน
ฟังดูแล้วไม่ใช่คนเดียวด้วย
“เสียงอะไรอะ”จูนกับฟ้าโดนปลุกขึ้นมาเพราะเสียงที่โวยวายอยู่หน้าบ้าน ทั้ง
“โวยวายอะไรกันตั้งแต่เช้า”นายศิวกรเดินลงมาจากชั้นบนสีหน้าดูหงุดหงิดเล็กน้อยที่โดนปลุก
เขาเดินไปเปิดประตูซึ่งพอเปิดออกไปก็เจอคนงานรวมตัวกันจำนวนมาก
“นาย พวกเรามีเรื่องอยากจะคุยด้วย”คนงานคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า
ออสที่เดินตามมาดูก็ต้องชะงัก
เขาทำได้ทันทีไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าสุดคือ ขุนเขา พ่อของสร้อยเด็กที่โดนร่างทรงเต่าดำเฆี่ยนเมื่อตอนนั้น
“นายเราได้ยินว่า นายจะให้คุณฟ้าคบกับไอ้นี่หรอ”ขุนเขาถาม
นายศิวกรขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินสิ่งที่ขุนเขาถาม นี่มันเรื่องส่วนตัวให้ครอบครัวเขา เขาต้องตอบเรื่องนี้กับคนงานด้วยรึไง
“ทำไม”นายศิวกรถามกลับ
“ไอ้นี่มันดูถูกความเชื่อของพวกเรา ทำให้ลูกสาวโดนแยกจากฉัน แล้วยังทำให้ท่านเต่าดำโดนจับอีก ถ้านายดองกับไอ้นี่พวกเราจะลาออก”เสียงของผู้หญิงอีกคนดังออกมา
แล้วร่างของหญิงชาวบ้านคนนึงก็เดินมาอยู่ข้างขุนเขา
เธอคือเมียของขุนเขานั่นเอง หลังจากที่ขุนเขากลับมาก็เล่าทุกอย่างให้เมียฟังทำให้เธอโกรธมากที่สร้อยโดนทางการรับไปดูแลแทนส่วนพวกเธอก็ทำได้แค่เข้าเยี่ยมตามช่วงเวลา แถมยังโดนทางการบังคับให้ไปอบรมบ้าบออะไรก็ไม่รู้อีกไม่งั้นจะไม่คืนตัวลูกสาวให้
แน่นอนว่าการอบรมที่ว่าก็คือการที่ อธิบายกับพ่อแม่เรื่องของสิทธิ์ของเด็กนั่นแหละกรณีของสองผัวเมียคู่นี้โดนเน้นย้ำเรื่องความเชื่อที่ทำอันตรายก็ลูก พวกมันทำอะไรทางการไม่ได้เลยมาโทษออสแทนว่าทำลายความเชื่อของพวกมัน
พอเมียของขุนเขาพูดจบคนงานหลายสิบชีวิตก็ตะโกนสนับสนุนกันเสียงดัง
นายศิวกรมองพวกเขาด้วยสายตาตกตะลึง
เมื่อวานเขาพึ่งจะสบายใจเรื่องที่เมียเขาตาสว่างกำลังอารมณ์ดีๆอยู่แท้ๆ
“เรื่องงานกับเรื่องนี้มันคนละเรื่อง แล้วลูกสาวของฉันจะคบกับใครมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัวเรา”นายศิวกรตอบสวนไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“พวกเราจะมีความเชื่ออะไรมันก็เรื่องของเราเหมือนกัน เราจะเอาลูกสาวเราไปไล่ผีมันก็เรื่องส่วนตัวของเรากับลูกเหมือนกัน ไอ้นั่นมันยังมายุ่งได้เลย ไม่ใช่หรือครับ”ขุนเขาตอบสวนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
“ใช่”หลายเสียงตอบสนับสนุน
นายศิวกรชะงัก
ไอ้พวกนี้มันจงใจพาลหาเรื่องแล้ว
แน่นอนว่าคงจะโดนไอ้ขุนเขายุมาแน่ๆ
“ความเชื่อของแกคือปล่อยให้ลูกโดนเฆี่ยนตอนป่วยอยู่เนี่ยนะ แล้วแกเอาเรื่องนี้มาขู่จะลาออกกับฉันแล้วฉันต้องยอมแกรึไง”
“ถ้ามันคบกับคุณฟ้ามันจะมายุ่งวุ่นวายอะไรกับเราอีกก็ไม่รู้ แถมตอนนี้ผมยังไม่ได้ลูกสาวคืนเลย เพราะงั้น ใช่ถ้ามันคบกับคุณฟ้าพวกเราจะลาออก แล้วนายอย่าคิดว่าแกล้งเลิกกันแล้วพากันกลับไปเมืองหลวงแล้วเราจะไม่รู้มันเช็คได้ไม่ยากหรอก”
“บัดซบเอ้ยมันจะอะไรนักหนาวะ”ออสที่ฟังอยู่จากที่อารมณ์ดีๆก็หัวเสียอย่างแรง
เขาคิดว่าเดี๋ยวจัดการเรื่องไอ้ต้าจบก็จะได้กลับเมืองหลวงแล้วไม่คิดว่าต้องมาเจอเรื่องบ้าๆแบบนี้อีก
“บ้าไปใหญ่แล้ว ตลอดหลายปีฉันดูแลพวกแกอย่างดี เห็นช่องทางทำเงินก็ช่วยเหลือ ตอนโรคระบาดคนอื่นเขายอดตกไล่คนงานออกเป็นว่าเล่นแต่ฉันก็ไม่ทำแบกค่าใช่จ่ายเอาไว้เองแล้วพวกแกมาขู่ฉันเพราะเรื่องนี้เนี่ยนะ เพราะลูกสาวฉันคบกับคนที่พวกแกไม่ชอบเนี่ยนะ ไอ้พวกเนรคุณ”นายศิวกรด่าคนงานที่รวมตัวกันด้วยสีหน้าโกรธจัด
คนส่วนใหญ่ที่มาไม่ได้มาเพราะเรื่องที่มีความเชื่อขัดแย้งกัน แต่ส่วนใหญ่ไม่พอใจที่ขุนเขาโดนเอาลูกไปเพราะโดนขุนเขากับเมียเป่าหูว่าถ้าช่วยกันจัดการต่อไปถ้าออสคบกับฟ้าพวกมันก็อาจจะโดนอะไรแบบนี้บ้างก็ได้
พอได้ยินคำว่าเนรคุณก็ทำให้หลายๆคนเริ่มมองหน้ากันด้วยความสับสน
แต่ขุนเขากับเมียยังคนไม่ยอม
“งั้นเอาแบบนี้มั้ยหละ ให้มันไปเอาลูกเรามาคืนก่อนแล้วเราจะไม่ยุ่งเรื่องที่มันคบกับคุณฟ้า นี่ถือว่าเราถอยแล้วนะเอาจริงๆนายก็รู้ว่าถ้าเราลาออกไปกันหมดนี่ไร่ก็พังเหมือนกัน คนงานที่เหลือนอกจากเราดูแลทั้งหมดไม่ไหวหรอก”ขุนเขายื่นข้อเสนอ
นายศิวกรหันมามองออสแวบนึงเขารู้ว่าออสมีอำนาจมากพอจะเอาลูกของขุนเขาคืนจากทางการ แต่มันไม่ควรทำขืนมันเอาเด็กไปให้ร่างทรงหรือหมอผีที่ไหนเฆี่ยนเอาอีกจะทำไง
เขาเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียดเพราะถ้าคนงานพวกนี้ออกไปไร่เขาได้พังจริงๆเหมือนกัน
ไอ้เขาหนะไม่เท่าไหร่เพราะกาแฟหรือพืชพันธ์อื่นๆเขาปลูกใหม่ได้ แต่บริษัทแฟรนไชน์กาแฟที่ซื้อกับเขาประจำจะต้องมีปัญหาแน่นอนเพราะเท่าที่เขารู้ เขาเป็นรายใหญ่ที่ส่งให้ทางนั้น กาแฟของทางนั้นมาจากเขาเกือบครึ่งเลยทีเดียว
ออสที่ยืนฟังอยู่อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเอาลูกส่งคืนให้แม่งไปให้มันสิ้นเรื่องดีรึเปล่าเพราะเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเด็กที่ชื่อสร้อย
เดิมทีออสแค่ต้องการช่วยเด็กที่โดนเฆี่ยนเพราะทนดูไม่ได้ก็แค่นั้น
“อย่าไปยอม”เสียงของจูนดังขึ้นข้างหลัง
“ถ้ายอมต่อไปจะเป็นการฝึกนิสัยที่ไม่ดีให้คนงานค่ะ ต่อไปจะเอาอะไรพวกเขาก็จะประท้วงขู่ว่าจะลาออก”จูนอธิบาย
“ขนาดเป็นเรื่องงานก็ยังยอมไม่ได้เลยบ้านเรามันมีกรมแรงงานอยู่ถ้าคิดว่าตัวเองโดนเอาเปรียบก็ไปร้องที่โน่นไม่ใช่ประท้วง แล้วนี่มันเรื่องส่วนตัวชัดๆ ถ้ายอมต่อไปเจอแบบนี้อีกแน่นอนค่ะ”จูนอธิบายให้ฟังในฐานะลูกสาวประธานปิยะเธอมีความรู้เรื่องการจัดการเรื่องพวกนี้อยู่พอสมควร
“จะเอายังไงนาย”ขุนเขาเร่งถาม
“เฮ้ออ”นายศิวกรถอนหายใจออกมาแล้วมองไปทางคนงานด้วยสีหน้าเศร้าๆ
คนงานพวกนี้แต่ละคนทำงานกับเขามานาน ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลพวกมันเป็นอย่างดีไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกมันจะทำแบบนี้กับเขา
“พวกแกจะเอาแบบนี้สินะ ตลอดหลายปีมานี้พวกแกบางคนมีเงินส่งลูกเรียน หลายคนมีเงินส่งกลับไปที่บ้าน แล้วก็มีอีกหลายคนที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนส่งกลับประเทศทั้งหมดนี่ก็เพราะฉันทั้งนั้น เอางั้นก็ได้งั้นฉันถามให้ชัดๆเลยนะจะมีใครเลิกยุ่งกับเรื่องนี้มั้ย ถ้ามีเดินออกไป แล้วกลับไปทำงานซะเดี๋ยวนี้”นายศิวกรพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดขณะกวาดสายตาไปทั่วจุดที่พวกคนงานยืนอยู่