มีคำถามอยู่มากมายเหลือเกินสำหรับดาริน แต่เธอก็มั่นใจว่าคำตอบทั้งหมดอาจจะอยู่กับผู้กองเกรียงเดช แต่ตอนนี้เธอต้องจบาครั้งนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปตามหาผู้กองเกรียงเดช
“มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา ละอองทิพย์กำราบนภา” ในจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามยังไม่ได้ลงมือ ดารินรีบชิงลงมือก่อน
เกิดละอองฝนปกคลุมไปทั่วบริเวณอีกครั้ง แต่คราวนี้ดารินตั้งใจขยายพื้นที่ให้ไปถึงบริเวณที่ขุนพลลงทัณฑ์ยืนอยู่
“เพราะอย่างนี้นี่เองถึงได้ช้าล่า” แสงอันแหบแห้งดังออกมาจากขุนพลลงทัณฑ์ เมื่อผู้พันประสิทธิ์ได้ยินแบบนั้น เขารีบโค้งให้กับอีกฝ่าย “ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ”
“เดี๋ยวก่อน” ในขณะที่ผู้พันประสิทธิ์กำลังจะออกตัว เสียงอันแหบแห้งของขุนพลลงทัณฑ์ก็หยุดเขาให้อยู่กับที่ เขาหันไปทางขุนพลลงทัณฑ์เพื่อรอคำสั่ง แต่ทันใดนั้นเขาเห็นขวดขนาดเล็กขวดหนึ่งลอยมาทางเขา เขารีบคว้ามันไว้อย่างว่องไว เมื่อผู้พันประสิทธิ์มองดูสิ่งที่เขาได้รับมา ตาของเขาถึงกับเบิกกว้าง
“ขอบคุณครับ ท่านขุนพลลงทัณฑ์” ผู้พันประสิทธิ์รีบโค้งเพื่อขอบคุณ ก่อนจะจากไป
“เฮ้ย! พวกแกยิงเวทมนตร์ถล่มพวกมันเดี๋ยวนี้” ผู้พันประสิทธิ์กลับเข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง เขาประกาศคำสั่งให้บรรดาลูกน้องที่ยังเหลืออยู่ ตอนนี้พวกเขาเป็อิสระจากเถาวัลย์กันหมดแล้ว เนื่องจากดารินหยุดใช้มนตร์เถาวัลย์พันธนาการไปแล้วเพราะไร้ประโยชน์ที่จะใช้ต่อไป
ธัญญ่าและปกรณ์มีการตอบสนองที่ดี พวกเขาไม่คิดจะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทำตามที่หัวหน้าของเขาสั่ง พวกเขาแยกตัวไปหาเป้าหมายที่ใกล้ตัวที่สุดเพื่อจัดการให้เร็วที่สุด
ในขณะเดียวกันถึงแม้บรรดาลูกน้องของเขาจะถูกสังหารเพิ่มขึ้นทีคนสองคน แต่ดูเหมือนผู้พันประสิทธิ์จะไม่สนใจมากนัก เขากำขวดที่ได้รับแล้วชูขึ้นที่จริง ๆ มันไม่ใช่ขวดแต่มันคือหลอดเข็มฉีดยา
ผู้พันประสิทธิ์แทงเข็มฉีดยาไปที่คอของเขาทันทีอย่างไม่ลังเล ทันใดนั้นร่างกายผู้พันประสิทธิ์เกิดการเปลี่ยนแปลง เหมือนมีประกายแสงสีแดงแล่นผ่านไปตามเส้นเืของเขาโดยเริ่มจากจุดที่เขาแทงเข็มฉีดยาเข้าไปที่คอ ประกายแสงสีแดงไปทั่วทั้งร่างกายของเขา แม้กระทั่งเส้นเืบนหัวก็ไม่เว้นก่อนที่มันจะหายไปราวกับมันเดินทางไปครบทุกเส้นเืแล้ว
ดารินสังเกตเห็นกระบวนการที่เกิดขึ้นกับศัตรูของเธอ เธอรีบะโออกไปทันที “ธัญญ่า ปกรณ์รีบไปจัดการผู้พันประสิทธิ์ก่อน”
เดิมทีธัญญ่าและปกรณ์หวังจัดการผู้พันประสิทธิ์เป็คนสุดท้าย พวกเขาหวังแม้กระทั่งจับเป็ให้ได้ด้วยซ้ำ เพราะข้อมูลมากมายที่ผู้พันประสิทธิ์มี ล้วนมีค่ามากสำหรับพวกเขา แถมการจับคนระดับหัวหน้าของข้าศึกได้ถือเป็การหยามเกียรติข้าศึกอย่างที่สุด
แต่เมื่อถูกออกคำสั่งเช่นนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมที่หัวหน้าทีมภารกิจลับสุดยอดของพวกเขาออกคำสั่งอย่างเจาะจงแบบนี้เพราะเหตุใด มันช่วยไม่ได้ที่ธัญญ่าและปกรณ์จะต้องทำตาม บวกกับในสถานการณ์แบบนี้คงไม่มีใครเขามานั่งถามหาถึงเหตุผลกัน
ธัญญ่าและปกรณ์รีบเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งไปหาผู้พันประสิทธิ์ทันที เวทมนตร์ลมจากทหารนภาก็ยังคงยิ่งไล่ตามธัญญ่าและปกรณ์ แต่ด้วยความเร็วของธัญญ่าและปกรณ์ที่อยู่ภายในขอบเขตละอองฝน จึงไม่มีเวทมนตร์ลมแตะต้องพวกเขาได้ อย่างมากก็ทำได้เพียงทำให้พวกเขาเสียเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อหลบวิถีของเวทมนตร์ที่ยิงเข้ามา
ในวินาทีที่ธัญญ่าและปกรณ์อยู่ห่างจากผู้พันประสิทธิ์ไม่ถึงห้าเมตร พวกเขาเห็นเป้าหมายยกมือขึ้นเตรียมจะร่ายมนตร์บางอย่างใส่ แต่ทั้งสองก็ไม่ได้หวาดหวั่น ด้วยการเสริมพลังจากละอองฝน เวทมนตร์ลมของฝ่ายตรงข้ามช่างเป็เหมือนของเด็กเล่นสำหรับพวกเขาก็ไม่ปาน
แต่ธัญญ่าสังเกตเห็นถึงสิ่งที่ผิดปกติ รัศมีรอบตัวของผู้พันประสิทธิ์ที่ปกติจะเป็สีเขียวอ่อน ในคราวนี้มันกลับมีรัศมีแสงสีเหลืองออกมาแทน
“เ้าพวกโง่ อวดดีนักก็จงตายไปซะ” ผู้พันประสิทธิ์มองทั้งสองที่พุ่งเข้ามาแล้วแสยะยิ้มออกมาก่อนจะท่องถาคา “มนตร์ผสานลมและไฟ จงออกมา อสนีบาตอเวจี”
ในขณะเดียวกันก่อนที่ผู้พันประสิทธิ์จะร่ายมนตร์สำเร็จเพียงเสี้ยววินาที ธัญญ่าหยุดฝีเท้าแล้วะโออกมา “ปกรณ์หยุดก่อน!”
แต่มันช้าเกินไปเสียแล้ว ก่อนที่ธัญญ่าและปกรณ์จะได้ทันตั้งตัว ปรากฏวงเวทสีเหลืองบนบอลอัดอากาศที่กำลังบินไปมาทุกลูก หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีต่อไป บังเกิดสายฟ้าฟาดลงมาใส่พวกเขาทั้งสองจนพวกเขาปลิวกระเด็นไปกันคนละทาง แต่สายฟ้าไม่ได้หยุดอยู่แค่สองคนนั้น มีสายฟ้าออกมาจากวงเวทสีเหลืองที่อยู่ประจำบอลอัดอากาศทุกลูก ส่งผลให้สายฟ้าผ่าลงมาใส่ดารินและเหล่าทหารวสุธาที่อยู่ใกล้มากพอเช่นกัน
ในความเป็จริงแล้วสายฟ้าพวกนี้มันจะผ่าลงมาใส่แม้กระทั่งทหารของนภาเช่นกัน ยกเว้นแต่ผู้พันประสิทธิ์ผู้ที่เป็เ้าของเวทมนตร์เท่านั้นที่จะปลอดภัย แต่เนื่องจากทหารนภาใช้มนตร์ประเภทยิงออกไปหาเป้าหมาย จึงทำให้ลูกบอลอัดอากาศที่อยู่ห่างไกลจากบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ มันจึงไม่ใกล้พอที่สายฟ้าจะฟาดถึง จะมีก็เพียงกระแสไฟฟ้าดูดที่มาตามละอองฝนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความแรงมันต่างจากสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากบอลอัดอากาศโดยตรง
ดารินและเหล่าทหารวสุธาต่างก็ได้รับาเ็ แต่ไม่มากเท่าธัญญ่าและปกรณ์ เพราะเธอไม่ได้อยู่ภายในพื้นที่ที่มีละอองฝนที่เธอเสกมันออกมา นอกจากตัวที่ชุ่มไปด้วยละอองฝนแล้ว ธัญญ่าได้ถือดาบสองเล่มที่เต็มไปด้วยน้ำที่ห่อหุ้มดาบเอาไว้ ทำให้ผลมันแทบไม่ต่างกับเธอกำลังถือสายล่อฟ้า
แต่อาการของเธอยังไม่หนักเท่ากับปกรณ์ลูกน้องในทีมของเธอ เขานั้นได้เปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็น้ำ การถูกสายฟ้าผ่าใส่โดยตรงแบบนี้ เขาแทบไม่ต่างกับปลาที่ถูกไฟช๊อต เขานอนชักกระตุกโดยยังมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนรอบตัวเขาจาง ๆ ดูจากสภาพของเขาแล้ว หากโดนซ้ำไม่ว่าจะการโจมตีเพียงเล็กน้อย ลูกศิษย์ของเธอคงจากโลกนี้ไปทันที
ดารินไม่มีทางเลือก เธอต้องรีบช่วยเหลือลูกศิษย์ของเธอทั้งสองให้เร็วที่สุด แต่ถึงกระนั้นเขาพวกทั้งสองก็อยู่ไกลกับเธอเกินไป แถมยังอยู่กันคนละทิศทางกันอีก ด้วยขอบเขตการร่ายมนตร์รักษาของเธอ มันไปไม่ถึงนักเรียนทั้งสองของเธอที่อยู่ในทิศทางที่ห่างจากกัน นั่นเท่ากับว่าเธอต้องตัดสินใจเลือกวิ่งไปรักษาใครก่อน
ละอองฝนหายไปั้แ่ดารินถูกฟ้าผ่าอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ความเชื่องช้าที่ทหารนภาได้รับจากละอองฝนหายไปหมดแล้ว ด้วยระยะของพวกเขากับดาริน ทหารนภาอยู่ใกล้กับลูกศิษย์ทั้งสองเธอมากกว่า แต่จากระยะของทั้งสองคน ธัญญ่าอยู่ใกล้กับดารินมากกว่าปกรณ์
แม้ดาริน้าไปช่วยปกรณ์มากกว่า แต่ด้วยระยะที่ห่างที่ไกล เธอไม่น่าจะไปทันการโจมตีจากทหารนภาที่อยู่ใกล้กับเขากว่า
ส่วนทางธัญญ่าอาการของเธอไม่ได้ย่ำแย่เท่าปกรณ์ หากดารินเลือกทิ้งธัญญ่าแล้วไปช่วยปกรณ์ ก็ไม่มีอะไรรับประกันอดีตหัวทีมสองจะปกป้องตัวเองไหวหากโดนอีกฝ่ายรุมโจมตี และปัญหามันอยู่ที่ผู้พันประสิทธิ์อยู่ใกล้กับธัญญ่ามากกว่าปกรณ์
คนหนึ่งาเ็สาหัส ส่วนอีกคนก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกศัตรูตัวฉกาจลงมือโจมตี ช่างเป็สถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากจะเจอ
ดูเหมือนจ่าพาราจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด อย่างไม่ต้องคิดเขาสั่งลูกน้องของพวกเขาช่วยร่ายมนตร์กำแพงให้กับนักเรียนทหารจากธาราทั้งสองคน
ในขณะเดียวกันดารินก็ไม่รอช้ารีบร่ายมนตร์เถาวัลย์พันธนาการออกไปทันที โดยหวังให้เหล่าเถาวัลย์ช่วยขัดขวางเหล่าทหารนภา เธอเตรียมที่จะวิ่งไปหาปกรณ์ทันที
เธอเลือกที่จะเปลี่ยนกำแพงหินให้เต็มไปด้วยเถาวัลย์เพื่อเลี่ยงการโดนทำลายโดยมนตร์แห่งลม ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายมีขุนพลลงทัณฑ์ที่สามารถช่วยร่ายมนตร์แห่งไฟเผาเถาวัลย์ทิ้งไป แต่อย่างน้อยกำแพงหินบวกเถาวัลย์น่าจะพอช่วยถ่วงเวลาให้กับเธอมากพอที่จะช่วยลูกทีมของเธอทั้งสองคน
“มนตร์แห่งไฟ จงออกมา มหาะุอัคคี” เกิดสิ่งที่ดารินไม่ได้คาดคิด มีมนตร์ไฟยิงมาใส่เถาวัลย์ที่อยู่ใกล้กับธัญญ่า ในคราวนี้มนตร์ไฟไม่ได้ถูกใช้จากผู้ใช้เดิม แต่มันกลับถูกร่ายออกมาโดยผู้พันประสิทธิ์ผู้ที่เป็นักเวทธาตุลม
“เป็ไปได้ไง ก่อนหน้านี้เขาก็ร่ายมนตร์ผสานลมกับไฟ มาคราวนี้เขาร่ายมนตร์ไฟโดยตรงได้อีกด้วย” ดารินมองผู้พันประสิทธิ์อย่างขมวดคิ้ว ทันใดนั้นเหมือนเดิมจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เธอพึมพำออกมา “หรือเป็เพราะยาที่ขุนพลลงทัณฑ์โยนมาให้กับเขางั้นหรือ?”
“นี่คือของอภินันทนาการจากจักรวรรดิศิขาไงล่ะ พวกโง่เง่าเป็เต่าอยู่ในกระดองแบบพวกแกไม่มีทางรู้หรอกว่าโลกของเรามันไปถึงไหนแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้พันประสิทธิ์ชูหลอดเข็มฉีดยาแล้วหัวเราะอย่างอวดดี
“หยุดฝอยแล้วรีบจัดการให้มันจบ ๆ เสียที” ขุนพลลงทัณฑ์ะโเสียงแหบแห้งออกมา
“ค ครับ” ผู้พันประสิทธิ์เลิ่กลั่ก เขารีบออกคำสั่งทันที “พวกแก รีบใช้มนตร์ลมยิงออกมาเลย”
เหล่าลูกน้องทหารนภาเร่งรีบใช้มนตร์ะุวารีเท่าที่พวกเขาจะใช้ได้ตามคำสั่งทันที โดยมีเป้าหมายหลักคือ ธัญญ่าและปกรณ์
ในขณะเดียวกันผู้พันประสิทธิ์ก็ร่ายมนตร์บทเดิมออกมาอีกครั้ง “มนตร์ผสานลมและไฟ จงออกมา อสนีบาตอเวจี”
ดารินสิ้นหวัง เธอคิดไม่ออกแล้วว่าเธอจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไร