ในขณะที่ัแห่งจุดจบกำลังโมโหกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้แสงดวงจิติญญาของชายชราที่ได้ถูกหลุมมิติดูดเข้าไปกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางมิติที่มืดมิด แต่เมื่อมองไกลออกไปบริเวณรอบๆ กลับพบเจอกับจุดแสงสีขาวเล็กๆมากมายราวกับมวลหมู่ดาวนับหมื่นพันในยามค่ำคืน
ถึงแม้ตอนนี้ชายชราจะเหลือเพียงแค่ดวงจิติญญาแต่ก็ยังคงมีสตินึกคิดอยู่ เพราะตัวเขาได้ใช้เวทย์ต้องห้ามที่พบเจอในมิติลับที่ตนได้เข้าไปสำรวจก่อนหน้า
ในตอนแรกที่ได้รับมาชายชราคิดว่าคงไม่มีโอกาสที่จะใช้เวทย์นี้จนวาระสุดท้ายของชีวิตแต่ราวกับเป็เื่ตลก เพราะเพียงแค่เขาได้เดินทางออกมาจากมิติลับแห่งนั้นกลับต้องใช้มันทันที!
เพราะมันเป็เวทย์ที่ทำลายระดับพลังเวทย์ทั้งหมดรวมทั้งกายเนื้อเพื่อแปรเปลี่ยนเป็พลังงานในการเปิดประตูมิติ จึงไม่จำเป็ต้องรวบรวมพลังเวทย์เพื่อใช้งานทำให้ัแห่งจุดจบไม่ทันรู้สึกตัว เมื่อตอนที่ชายชราใช้เวทย์ดังกล่าว
เมื่อดวงจิตของชายชราได้ล่องลอยอยู่กลางมิติที่มืดมิดได้่เวลาหนึ่ง หลุมมิติที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับดูดดวงจิตเข้าไปอีกครั้ง
แต่เมื่อดวงจิตของชายชราได้หลุดออกมาจากห้วงมิติในครั้งนี้ กลับพบว่า ดวงจิตของตนได้ลอยอยู่นอกดาวดวงหนึ่งซึ่งมีสีสันสวยงามราวกับอัญมณี ที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด
ขณะที่ชายชรากำลังตกตะลึงในความงดงามเบื้องหน้ากลับมีแรงดึงดูดจากบางสิ่ง ได้ชักนำดวงจิตของเขา ให้พุ่งเข้าไปยังดาวดวงนั้นทันที!
เปรี้ยงงง!!!!!!
“อ๊ากกกก!!”
เสียงร้องได้ดังขึ้นมาภายในดวงจิตของชายชราเพราะตัวเขาไม่คาดคิดเลยว่า จิติญญาของตนจะได้ปะทะเข้ากับบางสิ่งคล้ายกับกำแพงที่มองไม่เห็น ที่ได้ปกคลุมดาวดวงนี้เอาไว้
หลังจากการปะทะเมื่อครู่กลับปรากฏเป็แสงเจ็ดสี ที่ได้แตกกระจายออกมาสร้างเป็ปรากฏการณ์แปลกประหลาดคล้ายดาวตก ที่มีสีสันสวยงามวาดผ่านท้องฟ้าไปทั่วทั้งโลกใบนี้
ซึ่งมันเป็ธาตุทั้งหกที่มีอยู่ในดวงจิตของชราและอีกสีหนึ่งก็คือดวงจิตที่มีสตินึกคิดของตัวเขาเอง
“อั๊ก...ไม่คิดว่า..ภายในดาวดวงนี้... กลับมีกฏเกณฑ์อันแปลกประหลาดเช่นนี้...ราวกับมันทราบถึงดวงจิติญญาข้า... ที่มีธาตุต่างๆอยู่ภายในจึงได้แยกธาตุเ่าั้ออกมา..อึก...”
เพราะการที่ดวงจิตของเขาถูกดึงพลังธาตุออกไปอย่างกะทันหัน ได้สร้างอาการาเ็สาหัสให้แก่ดวงจิติญญาหากไม่เป็เพราะดวงจิตของชายชรามีความแข็งแกร่งที่มากอยู่แล้วอาจจถึงขั้นทำให้จิติญญาแตกดับได้ทันที
เมื่อความเ็ปทุเลาลง ชายชราจึงตั้งสติและเริ่มครุ่นคิดในสิ่งที่ตนต้องกระทำแม้เขาจะรู้สึกเสียใจเป็อย่างมากก็ตามทีที่ดวงจิตธาตุที่ตนได้ฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก กลับต้องถูกแยกออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ช่างเถอะ...ตอนนี้คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ คงต้องใช้พลังที่เหลืออยู่ ร่ายเวทย์ส่วนที่สอง...หาสตรีตั้งครรภ์ เพื่อที่จะถือกำเนิดใหม่ก่อน เช่นนั้น...ข้าขอเลือกสตรีที่แข็งแกร่งที่สุด ภายในโลกใบนี้ก็แล้วกัน!”
เวทย์ส่วนที่สองเป็การเกิดใหม่โดยการส่งดวงจิตของตนไปหลอมรวมกับทารกในครรภ์ที่ยังไม่สร้างจิติญญาขึ้นมา ไม่ใช่การไปแทนที่เ้าของร่างเดิมแต่อย่างใดและยังสามารถที่จะระบุบางสิ่ง เพื่อเลือกร่างของสตรีที่ตน้าไปเกิดได้อีกด้วย
การที่ชายชราเลือกสตรีที่แข็งแกร่งที่สุดก็นับว่าเข้าใจได้เพราะนั้นหมายถึงตัวเขาน่าจะได้พบเจอกับสภาพแวดล้อมที่ดีและสามารถที่จะยกระดับพลังเวทย์ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อชายชราได้ร่ายเวทย์ส่วนที่สองราวกับเวทย์นั้นได้ส่งคลื่นพลังงานบางอย่าง แผ่กระจายไปยังโลกใบนี้ทั้งหมดเพื่อค้นหาสตรีที่มีคุณสมบัติตรงกับที่เขา้า
ในตอนนี้กลับเกิดเส้นใยบางๆขึ้นมาเชื่อมโยงดวงจิตของชายชรากับบางสิ่ง ครู่ต่อมาราวกับได้มีแรงดึงดูดได้ชักนำดวงจิตของเขาให้เคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตาต่อมาดวงจิตของชายชราได้พุ่งเข้าไปในครรภ์ของสตรีนางหนึ่ง ที่พึ่งตั้งครรภ์ได้ไม่นานแต่เมื่อกำลังหลอมรวมกับร่างทารกในครรภ์ กลับรู้สึกได้ถึงความผิดปรกติบางอย่าง
“ดูเหมือนว่า...ดวงจิตของข้าจะแข็งแกร่งเกินกว่า ที่ร่างของทารกในครรภ์ จะสามารถแบกรับไว้ได้”
จิติญญาชายชราจึงคิดขึ้นมาอย่างเป็กังวลเพราะหากยังคงฝืนหลอมรวมไป อาจทำให้ทารกในครรภ์นั้นต้องตายชายชราจึงคิดหาหนทางแก้ไข
นั้นเป็เพราะถึงแม้ระดับพลังเวทย์ในอดีตจะถูกทำลายลงไปพร้อมกับร่างอีกทั้งยังถูกแยกพลังธาตุออกจากดวงจิตจนเกิดความเสียหายแต่พลังอำนาจจิตที่อยู่ในจิติญญาของชายชรายังคงมีความแข็งแกร่งที่มากเกินไปอยู่ดี ซึ่งมันเป็ส่วนสำคัญที่ทำให้ชายชราทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว และสามารถควบคุมธาตุในโลกที่จากมาได้เหนือกว่าจอมเวทย์คนอื่น หรือกล่าวให้เข้าใจได้ง่ายๆมันก็คือพร์ของเขานั้นเอง
เวลาได้ผ่านไปชั่วครู่ในที่สุดชายชราก็คิดหาหนทางได้
“ดูเหมือนข้าต้องกดพลังอำนาจจิตให้หลับไหลลงไปซะก่อน...เพื่อที่มันจะได้มีเวลาหลอมรวมกับร่างของทารกนี้อย่างช้าๆและยังเป็การฟื้นฟูดวงจิติญญา ที่ได้รับาเ็ของข้าได้อีกทางถึงแม้มันอาจจะใช้เวลานานไปบ้าง แต่ก็น่าจะเป็หนทางที่ดีที่สุด...”
เมื่อตัดสินใจได้แล้วจึงค่อยๆกดพลังอำนาจจิตของตนลงพร้อมกับเริ่มจมลงสู่ห่วงนิทราทันที โดยที่ตัวเขาไม่อาจทราบได้เลยว่าต้องใช้ระยะเวลายาวนานเพียงใด กว่าที่จะหลอมรวมดวงจิตเข้ากับร่างกายจนเสร็จสมบูรณ์...
...เวลาได้ล่วงเลยพ้นผ่านดั่งเป็เพียงความฝันตื่นหนึ่ง
“นายน้อย นายน้อย!ท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ!!”
เสียงะโด้วยความร้อนใจดังขึ้นตัวมันได้เดินตามหลังนายน้อย เพื่อเที่ยวชมตลาดอยู่ดีๆแต่จู่ๆนายน้อยของมันกลับหยุดนิ่งไม่ไหวติง สายตาเหม่อลอยราวกับคนไร้สติ
ซึ่งหากหยุดเดินเพียงชั่วครู่ก็คงไม่แปลกใจอันใดแต่ท่านกลับหยุดยืนนิ่งถึง 2 เค่อ หากข้าพเ้าไม่เห็นว่าท่านยังมีลมหายใจคงคิดว่าท่านนั้นตายไปแล้ว!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อยู่ดีๆร่างของชายด้านหน้าที่มันเรียกว่านายน้อยได้ปรากฏรอยยิ้มขึ้น สีหน้าดูมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนพร้อมทั้งหัวเราะเสียงดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน