ตอนที่ 3 สายน้ำและพฤกษา (1)
เมื่อเข้ามาภายในศาลา เห็นได้ชัดว่ากว้างกว่าที่มองเห็นจากด้านนอกมาก พื้นไม้ถูกขัดจนสะอาดเอี่ยม ผนังด้านหนึ่งมีแผ่นประกาศภารกิจของหมู่บ้านติดเรียงรายอยู่ เพราะเป็หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ติดเขตล่าจึงมีกระดานภารกิจ ไม่ใช่ว่าทุกหมู่บ้านจะมีเช่นนี้ได้
ส่วนตรงกลางห้องมีแท่นหินเตี้ย ๆ ตั้งอยู่ บนแท่นนั้นวางลูกแก้วทรงกลมสีใสขนาดเท่าหัวเด็กเอาไว้
นั่นคือลูกแก้วตรวจสอบธาตุ นีร่ามองมันนิ่ง ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“วางมือลงบนลูกแก้ว แล้วปล่อยพลังเวทออกมาเล็กน้อยก็พอ ไม่ต้องฝืน หากปลุกพลังเวทสำเร็จแล้ว หินจะตอบสนองเอง” ลุงคาโลที่ยืนอยู่ข้างแท่นหินหันมาบอก
นีร่าพยักหน้ารับก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินอีกนิด จากนั้นก็ยื่นมือออกไปแตะลงบนผิวเย็นเฉียบของลูกแก้วตรวจสอบเวทธาตุอย่างระมัดระวัง
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบสนิท นีร่าจึงค่อย ๆ หลับตาลง พยายามััถึงพลังบางอย่างภายในกาย ความรู้สึกแ่เบาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา
มันทั้งเย็นและไหลลื่นราวกับสายน้ำที่ไหลอยู่ภายใน และในตอนนั้นเองที่ลูกแก้วตรวจสอบเวทธาตุ ก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมา ภายในลูกแก้วปรากฏเป็สัญลักษณ์ธาตุน้ำ
แสงนั้นส่องสว่างขึ้นอย่างชัดเจนอยู่เพียงครู่หนึ่งแล้วค่อย ๆ จางหายไป
“ยินดีด้วยเ้าได้ธาตุน้ำ” ลุงคาโลพยักหน้ายินดีให้เล็กน้อย
นีร่ามองไปที่มือของตนเองนิ่ง ๆ
ไม่ผิดแน่ ความรู้สึกของเธอเมื่อครู่คือสายน้ำอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ความรู้สึกของเธอมันบอกว่าไม่ใช่แค่นั้น
ความรู้สึกที่เธอััได้ก่อนหน้านี้ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเติบโต ไม่ใช่น้ำเพียงแค่อย่างเดียว
นีร่าขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจจนคาโลสังเกตเห็น จึงได้เอ่ยถามออกมา
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ”
“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกว่า…พลังมันแปลกนิดหน่อย”
คาโลหัวเราะเบา ๆ ให้กับท่าทางของเด็กสาว
“มันเป็เื่ปกติของคนที่เพิ่งปลุกพลังครั้งแรก มักจะยังควบคุมและรับรู้ได้ไม่ชัดเจนนัก ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก”
เขาหยุดเล็กน้อยมองดูท่าทางของเด็กสาวที่ยังคงแสดงท่าทีสงสัยอยู่เช่นเดิม เขาจึงตัดสินใจกล่าวต่อ
“อันที่จริงลูกแก้วตรวจสอบของหมู่บ้านเราก็ตรวจได้เพียงธาตุพื้นฐานเท่านั้นแหละ มีเพียงดิน น้ำ ลม ไฟ ถ้าหากเป็พลังสายพิเศษ จะต้องไปตรวจในเมืองที่มีลูกแก้วตรวจสอบที่มีระดับสูงกว่านี้เท่านั้น”
นีร่าพยักหน้าเบา ๆ
“แต่หากเ้าไปตรวจในเมืองแล้วพบว่ามีเวทธาตุพิเศษจริง ก็ต้องระวังให้มาก พลังเวทสายพิเศษไม่ใช่เื่ที่ควรเปิดเผยพร่ำเพรื่อ คนที่มีพลังเวทหายากมักถูกจับตามองเสมอ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
แม้จะได้คำตอบแล้ว แต่ความรู้สึกในใจของเธอกลับยังไม่คลี่คลาย เธอมีธาตุน้ำ และรับรู้ได้ว่ามันยังมีอีกธาตุหนึ่งที่ยังแอบซ่อนอยู่ในกาย
นีร่าถอนหายใจเบา ๆ
“ถ้าไม่แน่ใจเ้าก็ลองเข้าเมืองไปตรวจดูก็ได้ เผื่อจะมีพลังพิเศษอีกสายซ่อนอยู่” ที่คาโลแนะนำเช่นนี้ก็เพราะเห็นว่าเธอเป็บุตรสาวของนักล่าแรงก์ A นั่นแหละ
“ขอบคุณค่ะ”
นีร่าอยู่สนทนากับคาโลอีกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยลาแล้วหมุนตัวเดินออกจากศาลาไปที่จักรยาน สลัดความคิดเมื่อครู่ออกไป ก่อนที่จะปั่นจักรยานออกไปตามทางดิน แสงแดดยามเช้าเริ่มสว่างขึ้นมากกว่าเดิม หมู่บ้านเริ่มมีผู้คนมากขึ้น
หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่ากรีนฮอลโลว์ เป็หมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยผืนป่าเขียวขจีและแนวูเาที่ทอดยาวสุดสายตา
หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขากว้าง พื้นดินอุดมสมบูรณ์ ลำธารสายหนึ่งไหลลงมาจากยอดเขาผ่านลงมายังทะเลสาบกลางหมู่บ้าน น้ำใสเย็นตลอดทั้งปี ช่วยหล่อเลี้ยงทั้งผู้คนและพืชพรรณโดยรอบ
บ้านเรือนส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นมาจากไม้และดิน ผสมผสานกันอย่างเรียบง่ายแต่แข็งแรง หลังคามุงด้วยวัสดุจากธรรมชาติ แม้จะไม่ได้ดูหรูหรา แต่ก็มั่นคงและเหมาะกับการอยู่อาศัยในระยะยาว
เนื่องจากพื้นที่โดยรอบถูกโอบล้อมไปด้วยผืนป่ากว้างใหญ่และเขตอันตรายที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย หมู่บ้านกรีนฮอลโลว์จึงไม่ได้เป็แค่เพียงหมู่บ้านธรรมดาเท่านั้น หากแต่เป็จุดพักสำคัญของเหล่านักล่าที่เดินทางเข้าออกป่าอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นักล่าที่มุ่งหน้าไปล่าสัตว์อสูร หรือผู้ที่เพิ่งจะกลับมาจากภารกิจเสี่ยงตาย ล้วนเลือกที่จะมาแวะพัก ฟื้นฟูร่างกาย และเตรียมเสบียงที่นี่ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ เพราะเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปแปดสิบกิโลเมตร
ยิ่งไปกว่านั้น ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีนักล่าอาศัยอยู่เป็จำนวนไม่น้อย การออกล่าเพื่อหาเลี้ยงชีพจึงเป็เื่ปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็การล่าสัตว์ป่าธรรมดาเพื่อเป็อาหาร หรือการล่าสัตว์อสูรเพื่อนำชิ้นส่วนไปขาย
ใกล้กับทางเข้าหมู่บ้าน มีบ้านพักสำหรับนักล่าที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะ บ้านพักเหล่านี้ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าออกหมู่บ้าน และไม่ไกลจากเส้นทางที่มุ่งสู่ป่าและูเา ทำให้สะดวกต่อการเดินทางออกไปทำภารกิจ
ลักษณะของบ้านพักนักล่าเป็อาคารไม้ผสมดินสองชั้นขนาดพอเหมาะ ภายนอกดูเรียบง่าย แต่โครงสร้างแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานหนัก
ใน่เช้าตรู่ มักจะเห็นกลุ่มนักล่าเตรียมอุปกรณ์ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าหมอกมรกตเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมา
ส่วนในยามเย็น หมู่บ้านจะคึกคักไปด้วยเสียงสนทนา การแลกเปลี่ยนวัตถุดิบ และการค้าขายสิ่งของจากการล่า
ตลาดกลางของหมู่บ้านตั้งอยู่ใกล้ลำธาร เป็ศูนย์รวมของทั้งอาหารสด สมุนไพร และวัตถุดิบจากป่า ผู้คนจากพื้นที่ใกล้เคียงมักจะเดินทางเข้ามาซื้อขาย ทำให้กรีนฮอลโลว์ไม่ใช่เพียงแค่หมู่บ้านธรรมดา แต่เป็ศูนย์กลางขนาดย่อมของพื้นที่โดยรอบ
แม้จะเต็มไปด้วยผู้คนและความเคลื่อนไหว แต่บรรยากาศโดยรวมยังคงความสงบของธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างลงตัว เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ เสียงน้ำไหล ล้วนเป็สิ่งที่อยู่คู่กับหมู่บ้านแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
กรีนฮอลโลว์จึงเป็สถานที่ที่ทั้งงดงามและแข็งแกร่ง เป็ทั้งบ้านของผู้คน และเป็จุดเริ่มต้นของนักล่ามากมาย
ถึงแม้ว่าหมู่บ้านกรีนฮอลโลว์จะอยู่ไกลจากเมืองโคลเวอร์มาก แต่ก็ใช่ว่าการเดินทางจะยากลำบากขนาดนั้น เพราะมีรถเวทโดยสารรับส่งระหว่างหมู่บ้านกับเมืองอยู่ถึงวันละสองรอบ คือ่แปดโมงเช้ากับห้าโมงเย็น การเดินทางเข้าเมืองในแต่ละครั้งก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง อีกทั้งระหว่างทางก็มีผ่านหมู่บ้านอื่น ๆ อีกหลายหมู่บ้าน
หมู่บ้านแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ถ้าจะให้ปั่นจักรยานวนไปรอบหมู่บ้านก็คงจะใช้เวลาทั้งวัน ดังนั้นนีร่าจึงปั่นไปตามจุดสำคัญของหมู่บ้านเพื่อซึมซับบรรยากาศ อย่างเช่น ป้ายรอรถประจำทางหน้าหมู่บ้าน บ้านพักนักล่าใกล้ทางเข้าหมู่บ้าน ตลาดกลางหมู่บ้านที่มีสินค้าวางขายอยู่มากมาย
นีร่าปั่นจักรยานไปตามทางดินอย่างช้า ๆ ล้อรถบดทับพื้นดินอย่างเป็จังหวะสม่ำเสมอ ผ่านบ้านเรือนของชาวบ้านที่กำลังใช้ชีวิตประจำวัน สายลมยามสายพัดผ่านใบหน้าเบา ๆ ทำให้รู้สึกเย็นสบาย
โลกใบนี้มีขนาดใหญ่กว่าโลกเดิมที่เธอจากมาอยู่หลายเท่า และยังคงความเป็ธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ป่าไม้ยังคงหนาแน่น ผืนดินยังไม่ถูกทำลายจนสูญเสียชีวิต ความบริสุทธิ์ของอากาศทำให้ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าไป รู้สึกโล่งและเบาสบายกว่าที่เคย
ภายในลมหายใจนั้น เธอััได้ถึงบางสิ่งที่แตกต่าง พลังเวทในธรรมชาติแทรกซึมอยู่ในอากาศ ไม่เด่นชัด แต่กลับมีอยู่ทุกหนแห่ง มันไหลผ่านเข้าไปในร่างกายอย่างแ่เบา ราวกับกำลังกระตุ้นบางสิ่งให้ตื่นขึ้น เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่เริ่มงอกเงยอย่างช้า ๆ โดยที่เธอเองก็ยังไม่อาจอธิบายความรู้สึกนั้นออกมาได้ทั้งหมด
นีร่าปั่นจักรยานอ้อมไปทางด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็ที่ดินของครอบครัวเวอร์เดล เธอปั่นผ่านแปลงผักเล็ก ๆ ข้างบ้านที่ปลูกไว้กินเอง ผ่านแปลงสมุนไพรที่โนเอลดูแลอย่างดีซึ่งอยู่ติดกับลำธารสายเล็ก น้ำใสไหลเอื่อยไม่ขาดสาย
เมื่อพ้นจากบริเวณนั้นออกมา เบื้องหน้าก็เป็พื้นที่โล่งกว้าง ผืนดินทอดยาวออกไปอย่างไม่มีการจัดการ บางส่วนเป็ที่โล่งว่างเปล่า ขณะที่บางแห่งกลับมีต้นไม้เล็กใหญ่ขึ้นรกกระจัดกระจาย ร่องรอยของที่ดินที่ถูกปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานปรากฏให้เห็นชัดเจน
นี่คือที่ดินของครอบครัวเวอร์เดล ผืนดินกว้างที่ทอดยาวไปสุดสายตา
++++++++++++++++++++++++++++++++