Chapter 13
กูไม่ให้กลับ
“อื้ออ” คนตัวเล็กหลังจากที่นอนหลับไปหลาย ชั่วโมงกระพริบตาตื่นขึ้นเนื่องจากเห็นแสงรำไรผ่านมาทางหน้าต่างบานใหญ่ที่เห็นวิวทั่วเมืองลอนดอน 360 องศา
เมื่อคืนแอชตันออกไปโดยที่ไม่ได้ปิดผ้าม่านก่อน
เธอยันตัวลุกขึ้นได้ก็มองไปรอบห้อง เรือนร่างสวยเปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดตัวสักชิ้น เธอมองไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่พบร่างแกร่งของอชิรวิชญ์ยู่ภายในห้องนี้เลย
เมื่อไม่เห็นจึงลุกขึ้นและเดินตามหาไปทั่วเพนท์เฮาส์
“คุณแอชตัน คุณแอชตันอยู่ไหนคะ?”
ดวงหน้าสวยพันตัวเอาไว้ด้วยผ้าขนหนูสีขาวที่ถูกแขวนเอาไว้ภายในตู้เสื้อผ้า เธอมองหาเขาทั่วทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอนอีกห้องแต่ก็ยังไม่พบ
ร่างเล็กเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองเนื่องจากเพนท์เฮาส์แห่งนี้มีถึงสองชั้น
เดินสำรวจไปก็พลางคิดในใจไป...แอชตันต้องรวยขนาดไหนกันนะถึงซื้อเพนท์เฮาส์สองชั้นใจกลางเมืองลอนดอนได้ แถมห้องนั่งเล่นยังมีเปียโนตัวใหญ่อีกต่างหาก
ภายในเพนท์เฮาส์ถูกตกแต่งไปด้วยกรอบรูปราคาแพงที่น่าจะประมูลมาจากงานโชว์ด้านศิลปกรรมซึ่งมาจากนักวาดชื่อดังทั้งนั้น แปลกเกินไป...เขารวยจนน่าใ
ร่างเล็กเป็กังวล นี่เธอกำลังอยู่กับใครเนี่ย?
คิดแค่ว่าเขาเป็เศรษฐีในประเทศไทยและมีผับในจังหวัดเชียงราย คิดว่าส่วนใหญ่ชีวิตเขาจะอยู่ที่ไทยซะอีก แต่จากการที่มีเพนท์เฮาส์หรูในลอนดอนแบบนี้แล้วสิ่งที่บีน่าคิดตอนแรกน่าจะผิดถนัดไป
“คุณแอชตัน! อยู่ไหนคะ!”
ใจดวงน้อยเริ่มสั่นไหว เธอมาหยุดอยู่ที่ห้องนอนใหญ่ชั้นสองก็เจอกับผู้หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อแขนยาวสีขาวกับกางเกงสีดำดูสุภาพจึงรีบเอ่ยถามในทันที
“คุณเป็ใครคะ เห็นคุณแอชตันหรือเปล่า?”
เธอจ้องผู้หญิงฝรั่งวัยกลางคนคนนั้นแล้วรีบเอ่ยถามออกไปเป็ภาษาอังกฤษ
“นายออกไปทำงานค่ะ หากคุณอยากได้อะไรให้แจ้งฉันได้เลยนะคะ ฉันจะอยู่ที่นี่จนถึงตอนนายกลับ อยากทานอะไรสามารถบอกได้เลย”
“นาย? หมายถึงคุณแอชตันใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ นายสั่งเอาไว้ให้ดูแลคุณผู้หญิงอย่างดี”
“ฉัน...ฉันอยากคุยกับเขา”
เริ่มรู้สึกหวาดกลัว ที่นี่มันใหญ่โตเกินไป ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะประเมินมูลค่าได้
“เอาไว้นายกลับมาค่อยคุยค่ะ”
หญิงสาวหันไปจัดที่นอนภายในห้องใหญ่ต่อไม่สนใจบีน่า แม้เ้านายจะไม่เคยพาหญิงไหนมาที่นี่ แต่ดูแล้วผู้หญิงคนนี้ก็คงจะเป็แค่สาวที่แอชตันซื้อมา คงไม่ใช่คนใหญ่คนโตมีความสำคัญอะไร
บีน่าคิดว่ามัวแต่คุยกับยัยแม่บ้านคนนี้คงคุยกันไม่รู้เื่แน่ เธอรีบไปอาบน้ำแต่งเนื้อแต่งตัวโดยสวมชุดเดรสแขนยาวสีครีมติดกระดุมสีน้ำตาล ผมยาวสลวยลอนสีน้ำตาลประกายแดงถูกเซ็ตอย่างดีพร้อมกับติดกิ๊บไข่มุกเอาไว้ทางด้านขวา หน้าม้าสไลด์บางถูกปล่อยลงมา
ร่างเล็กเดินหาโทรศัพท์มือถือภายในห้องนอนแล้วก็พบกับโทรศัพท์เครื่องหนึ่งซึ่งเป็ยี่ห้อราคาแพงไม่ใช่โทรศัพท์เครื่องเดิมของเธอที่ราคาถูกซึ่งใช้ให้เจสันซื้อให้ใหม่ก่อนมาเมืองไทย
มีโน้ตติดเอาไว้กับโทรศัพท์
‘นี่โทรศัพท์เครื่องใหม่ของเธอ ใช้เครื่องนี้ และนี่คือเบอร์ของฉัน ,แอชตัน’
โทรศัพท์เครื่องใหม่ติดกระดาษโน้ตเอาไว้ด้านหน้าพร้อมกับเบอร์และข้อความจากแอชตัน และโทรศัพท์เครื่องเก่าของเธอล่ะ?
“บ้าจริง! นี่คุณเอาโทรศัพท์ของฉันไปด้วยเหรอเนี่ย”
คนตัวเล็กพูดกับตัวเองอย่างหัวเสียรีบเดินไปที่กระเป๋าเดินทางซึ่งหยิบเสื้อผ้าออกมาเมื่อกี้ รีบควานหาพาสปอร์ต ดูท่าจะไม่ดี...เธอควรกลับเมืองไทย
แต่แล้วใจบีน่าก็ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อพบว่า
“พาสปอร์ตของฉัน!?”
พาสปอร์ตของเธอหายไปแล้วพร้อมกับเอกสารส่วนตัวทั้งบัตรประชาชนและใบขับขี่ที่เคยทำ ไม่เหลืออะไรเลย...
“นี่ครับนาย”
ร่างแกร่งในชุทสูทสีดำนั่งเอนตัวพิงกับเก้าอี้นวมหนังราคาแพงภายในห้องทำงานใหญ่ที่เห็นวิวไปทั่วเมืองลอนดอน 360 องศา เขารับเอกสารจากอาเธอร์ลูกน้องคนสนิทมาถือแล้วไล่สายตาอ่านรายละเอียด
“สรุปโบนิโตว่ายังไง เราทำใบเสนอราคาไปใหม่แล้วนี่”
เอกสารร่างสัญญาของทางบริษัทเบอริอันต์กับโบนิโต เขาไล่อ่านจนครบทุกบรรทัด
“คุณโบนิโตเลือกรับจากทางบริษัทเบอริอันต์ครับ บอกเลิกสัญญากับเราเป็ที่เรียบร้อย”
“หึ ชาติชั่วเอ๊ย ทางทำกินมีตั้งมากเสือกมาแย่งทางกู”
โบนิโตถือว่าเป็ลูกค้ารายใหญ่ของแอชตัน ถูกยกเลิกสัญญาอย่างนี้ล็อตหน้าก็คงชวดเงิน เรียกได้ว่ากระทบกับการเงินของบริษัทอยู่มาก
“แต่มีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นนะนาย”
อาเธอร์หยักยิ้มมุมปากแล้วเปิดข้อมูลในไอแพด ของตนวางลงตรงหน้าให้แอชตันผู้เป็เ้านายได้ดู
สายตาคู่คมไล่อ่านตัวหนังสือภาษาอังกฤษซึ่งเป็ลักษณะการเซ็นสัญญาบางอย่างระหว่างตระกูลเบอริอันต์กับผู้ชายที่ชื่อว่าคาโลน
“คาโลน? มาเฟียตระกูลใหญ่จากฝั่งอิตาลีงั้นเหรอ”
“ครับ เป็ลูกค้าเก่าแก่รายใหญ่ของมันที่ทำงานร่วมกันมานาน”
“เราเคยติดต่อกับคาโลนยู่ เบอร์ติดต่อก็ยังอยู่”
แอชตันเริ่มเห็นอะไรที่มันน่าสนุก...มันแย่งลูกค้าของเขาไปได้ แล้วทำไมเขาจะแย่งลูกค้ามันไม่ได้ล่ะ คาโลนเขาเคยเจอที่งานเลี้ยง ซึ่งเป็แหล่งรวมนักการเมืองระดับสูงทางอิตาลี
“นั่นแหละครับ ดูท่างานนี้เราจะแก้แค้นมันได้ไม่ยาก”
“หึ กูชักจะสนุก”
ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มร้าย เห็นทีเื่นี้คงไม่จบง่าย
ติ๊งง
เสียงโทรศัพท์ของแอชตันดังขึ้นเมื่อเขาหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็เบอร์ที่เขาซื้อไว้ให้ใช้กับโทรศัพท์เครื่องใหม่ของบีน่า
ร่างแกร่งเอนตัวบนเก้าอี้นวมจนสุดแล้วกดรับสายโทรศัพท์นั้นพร้อมกับพยักหน้าส่งสัญญาณให้อาเธอร์ออกไปจากห้องทำงานก่อน
“ว่าไง อาหารที่แม่บ้านทำไม่ถูกใจรึไง?”
‘แอชตัน! คุณเอาพาสปอร์ตกับบัตรประชาชนของฉันไปไหน มันหายไปจากกระเป๋าเดินทาง’
“อ๋องั้นเหรอ...บางทีเธออาจจะลืมไว้ที่ไหนหรือเปล่า?”
น้ำเสียงยียวนกรอกกลับไป
“ไม่มีทาง ลงจากเครื่องมาฉันก็ยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เอาไว้ คุณเอาพาสปอร์ตของฉันไปทำไม!?”
ร่างเล็กถามด้วยน้ำเสียงโมโหสุดๆ เนื้อตัวสั่นเทาไปหมด...เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงไม่เคยให้ตัวเธอห่างออกจากบอดี้การ์ดเลย
“ไม่มีสิทธิ์ถามอะไรทั้งนั้น สถานะเธอคือนางบำเรอ มีหน้าที่แค่ทำตามงานที่ได้รับมอบหมาย”
“งั้นฉันขอยกเลิกข้อตกลงเราั้แ่วันนี้ อะไรที่คุณซื้อให้หรือเงินที่คุณให้ฉันจะคืนให้ทุกบาททุกสตางค์ แต่ช่วยคืนพาสปอร์ตให้ฉันด้วย! ฉันจะกลับเมืองไทย!”
“งั้นก็เสียใจด้วย...เพราะกูไม่ให้กลับ!”