เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เล่มที่ 5 บทที่ 135 เที่ยวตลาดนัด [1]

            “หลี่ต้าเฉวียน!” ลู่เหว่ยหมินตะโกนเรียก “นายมาช้าเกินไปแล้ว วิ่งเร็วหน่อยสิ!”

            หลี่ต้าเฉวียนเร่งฝีเท้าคว้าหมับเข้าที่ท้ายรถแทรกเตอร์เซียวหยวนหมิงจับมือเขาไว้แล้วดึงขึ้นมาบนรถอย่างออกแรง

            หลี่ต้าเฉวียนหอบหายใจเฮือกใหญ่

            ลู่เหว่ยหมินถามอย่างงุนงง“เมื่อเช้านี้ฉันผ่านหน้าบ้านนายได้ยินแม่นายบอกว่านายออกไปตลาดนัดตั้งแต่เช้าแล้ว ทำไมถึงมาสายป่านนี้เล่า?”

            หลี่ต้าเฉวียนยิ้มเจื่อนๆ“ระหว่างทางมีเรื่องบางอย่างทำให้ล่าช้าไปนิดหน่อยน่ะ”

            ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นลู่เหว่ยหมินก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ ใครบ้างจะไม่มีเรื่องส่วนตัวกันเล่า?

            ยิ่งเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวก็ยิ่งไม่ซักไซ้ตามอำเภอใจ

            ถนนที่ซ่อมแซมแล้วเรียบเสมอกันยิ่งตอนที่ฝนไม่ตกก็ยิ่งขับง่าย ไม่ขรุขระเหมือนเมื่อก่อน

            เซียวหยวนหมิงล้วงขนมลูกอมกระต่ายขาวเม็ดใหญ่สองเม็ดออกมาจากกระเป๋าสะพายหลังค่อยๆ แกะห่ออย่างประณีต แล้วป้อนเข้าปากซูเจียวเจียว

            กลิ่นนมเข้มข้นและความหวานหอมละลายในปากซูเจียวเจียวยิ้มตอบอย่างมีความสุข

            คนอื่นๆมองมาด้วยความอิจฉา

            นั่นขนมลูกอมกระต่ายขาวเชียวนะ!

            เซียวหยวนหมิงยังแกะป้อนให้กินอีกด้วยให้ตายสิ... ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงที่ตัวสูงใหญ่ขนาดนี้จะเป็นคนละเอียดอ่อนและเอาใจใส่ขนาดนี้

            เซียวหยวนหมิงป้อนอีกเม็ดให้กับเสี่ยวหู่จื่อ

            เสี่ยวหู่จื่อวัยสองขวบกล่าวขอบคุณเซียวหยวนหมิงอย่างมีความสุขเสียงยังพูดไม่ค่อยชัดนัก “ขอบคุณค่ะ น้าหมิง”

            จางเหม่ยจวี๋พูดว่า“เสี่ยวหู่จื่อที่บ้านฉันเอาแต่กินขนมของคุณ ฉันเกรงใจจริงๆ เลยเพราะขนมนี่แพงมาก”

            ซูเจียวเจียวยิ้ม“ก็แค่ขนมเองค่ะ”

            “ไม่ได้หรอกค่ะ ขนมหนึ่งเม็ดสองเม็ดรวมกันแล้วก็หลายเม็ดนะคะ” จางเหม่ยจวี๋กล่าว “เมื่อวานนี้คุณหยวนหมิงก็เอาซาลาเปาและหมั่นโถวขึ้นไปบนเขาแถมยังแบ่งให้เหว่ยหมินกินซาลาเปากับหมั่นโถวคนละลูกอีกด้วย พวกฉันเอาแต่กินของคุณแต่ไม่มีอะไรให้คุณกินตอบแทนเลย”

            “เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะครั้งที่แล้วเหว่ยหมินที่บ้านคุณยังจับปลาตัวหนึ่งมาให้ที่บ้านฉันเลยปลานั่นหนักตั้งสามชั่งเลยนะคะ” ซูเจียวเจียวกล่าว

            สภาพครอบครัวของบ้านลู่ตอนนี้สู้บ้านเธอไม่ได้จริงๆอาหารการกินก็ย่อมเทียบไม่ได้ แต่ป้าลู่กับลู่เหว่ยหมินเป็นคนดีถ้าเธอและอาหมิงมีเรื่องอะไร พวกเขาก็จะช่วยอย่างเต็มใจโดยไม่ต้องเอ่ยปากดังนั้นให้ขนมอาหารไปบ้างก็ไม่เป็นไร

            บางครั้งลู่เหว่ยหมินจับปลาได้หรือจับปลาไหลได้ ก็มักจะเอามาให้บ้าง

            โจวเม่ยที่นั่งอยู่ข้างหน้าเห็นซูเจียวเจียวสนิทสนมกับคนในกองผลิตดีก็อดอิจฉาไม่ได้ จึงเบือนหน้าหนีไป

            รถแทรกเตอร์แล่นสั่นสะเทือนอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงในที่สุดก็มาถึงตัวอำเภอ

            เนื่องจากทุกคนจะไปตลาดนัดเมื่อลงจากรถแล้ว ทุกคนก็มุ่งหน้าไปทางเดียวกันแต่หลี่เอ้อร์โก่วกลับพาโจวเม่ยไปยังทิศทางของร้านสหกรณ์

            ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นตอนเช้าแต่ตลาดนัดกลับคึกคักที่สุด มีทั้งคนขายปลา คนขายผัก คนขายไม้กวาดคนขายขนมถังหูลู่ คนขายเต้าหู้ และคนขายตะกร้าไม้ไผ่ที่สานด้วยมือคนขายตะเกียบที่เหลาเอง และคนขายลูกหมู ลูกเจี๊ยบ

            พูดง่ายๆคือมีทุกอย่างให้เลือกสรร ละลานตาไปหมด

            แทบทุกแผงลอยเต็มไปด้วยผู้คน

            แต่ช่วงเวลานี้ไม่มีการขายสินค้าอุตสาหกรรมเพราะไม่ได้รับอนุญาตไม่มีร้านขายเสื้อผ้าเพราะทุกครัวเรือนล้วนขาดแคลนบัตรแลกผ้าจะเอาผ้ามาจากไหนกันเล่า ไม่มีร้านขายขนมปัง ซาลาเปา หมั่นโถว ก็ยิ่งไม่ต้องคิดถึงเพราะธัญพืชถูกควบคุมและปันส่วน ไม่มีร้านขายอาหารทะเลเพราะในท้องถิ่นไม่มีการผลิตไม่เหมือนยุคหลังที่การคมนาคมขนส่งเจริญก้าวหน้า สามารถขนส่งไปทั่วประเทศได้

            ผู้คนที่มาตลาดในเวลานี้ล้วนนำของจากบ้านตัวเองมาขายหรือไม่ก็ขายของให้กับกองผลิต

            เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวเดินเลือกดูตามแผงต่างๆเพื่อดูว่าที่บ้านขาดอะไร ก็จะซื้อติดไม้ติดมือกลับไป

            ซูเจียวเจียวหยุดอยู่ที่แผงขายมะเขือเทศของชายแก่คนหนึ่ง

            รถเข็นของชายแก่เต็มไปด้วยมะเขือเทศมีทั้งสีเขียวและสีแดง แม้ส่วนใหญ่จะยังดูไม่สุกเต็มที่แต่มันคือผลิตผลที่ปลูกเองตามธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี

            เซียวหยวนหมิงรู้ว่าซูเจียวเจียวชอบกินมะเขือเทศจึงหยุดถามราคากิโลกรัมละสองเฟิน เซียวหยวนหมิงซื้อไปสิบกิโลกรัมเลย

            มะเขือเทศไม่ว่าจะกินสดๆผัดไข่ หรือทำแกงจืดมะเขือเทศกับไข่ก็อร่อยทั้งนั้น

            จากนั้นทั้งสองคนก็ไปซื้อน้ำมันเกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู

            ซูเจียวเจียวรู้สึกว่าไม้กวาดที่บ้านใช้ไม่ดีแล้วจึงไปซื้อไม้กวาดอันใหม่

            แต่ไม่ว่าจะซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงเดินไปที่ไหนก็มักจะได้รับความสนใจเสมอส่วนใหญ่เป็นเพราะทั้งคู่ยืนอยู่ข้างกันแล้วดูหล่อเหลาสวยงามเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูทันสมัย เป็นที่สะดุดตาอย่างยิ่ง

            “แม่หนูจ๋า อยากได้ไข่ไหม? ไข่ไก่นี่เลี้ยงเองเลยนะ”หญิงชราคนหนึ่งเห็นซูเจียวเจียวเดินผ่านมา ก็รีบตะโกนเรียกทันที

            เห็นแม่หนูคนนี้แต่งตัวดีรู้เลยว่าไม่ขาดเงิน

            “ป้าคะ ไข่ไก่ของป้าขายยังไงคะ?” ซูเจียวเจียวย่อตัวลงนั่งตรงหน้าแผงของเธอตะกร้าของเธอเต็มไปด้วยไข่ไก่หลายสิบฟอง ขนาดคละกันไป มีทั้งเล็กและใหญ่

            “ฟองละหกเฟิน ถ้าซื้อเยอะ ป้าจะลดให้เหลือฟองละห้าเฟิน”

            ซูเจียวเจียวเห็นว่าราคาถูกมากจึงกล่าวว่า “ตกลงค่ะ ขอห้าสิบฟองนะคะ”

            ที่บ้านมีคนเยอะทุกวันต้องต้มไข่หลายฟอง หากขี้เหนียวซื้อไปน้อยเกินไปก็คงไม่พอกิน

            ไก่เล็กสองตัวที่เลี้ยงไว้ที่บ้านยังไม่ออกไข่เลย

            “แม่หนูไม่ต้องห่วงนะ ป้ารับรองเลยว่าไม่โกง ราคาถูกจริงๆ จ้า” หญิงชราเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข รู้เลยว่าแม่หนูคนนี้มีเงินไม่คิดเลยว่าจะซื้อทีเดียวห้าสิบฟอง

            “ป้าคะ ไก่ของป้าเก่งจังเลยนะคะ ออกไข่เยอะขนาดนี้คงจะเก็บรวบรวมไว้เยอะเลยใช่ไหมคะ?” ซูเจียวเจียวชวนอีกฝ่ายคุย

            หญิงชราหยิบถุงมาใส่ไข่ไปพลางพูดกับซูเจียวเจียวไปพลางว่า “ที่บ้านป้ามีคนสิบกว่าคนเลยทุกคนสามารถเลี้ยงไก่ได้สองตัว นี่ไง...ที่บ้านป้าก็เลยเลี้ยงไก่แม่ไก่ไว้ตั้งยี่สิบตัวในเล้าหลังบ้าน หลานๆของป้าก็คอยขุดหนอนมาให้มันกินทุกวัน ไก่พวกนี้ก็เลยออกไข่เก่ง”

            ไม่นานหญิงชราก็นับไข่ครบห้าสิบฟอง ใส่ถุงแล้วยื่นให้ซูเจียวเจียว

            ซูเจียวเจียวเห็นว่าในตะกร้าเหลืออีกหกฟองจึงกล่าวว่า “เหลืออีกหกฟอง งั้นเอาทั้งหมดเลยค่ะ”

            “แม่หนูใจดีจริงๆ เลยนะ” หญิงชรายิ้มกว้างรีบใส่ไข่ที่เหลืออีกหกฟองลงไปในถุง

            ไข่ไก่ห้าสิบหกฟองรวมเป็นเงินสองหยวนแปดเหมา

            หลังจากจ่ายเงินแล้วเซียวหยวนหมิงก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ รับถุงไข่ไปถือไม่ต้องให้ซูเจียวเจียวออกแรงเลยแม้แต่น้อย

            ซูเจียวเจียวสังเกตเห็นแผงขายหมูอยู่ข้างหน้าผู้คนเบียดเสียดกันแน่นขนัดแม้แต่ลู่เหว่ยหมินกับหลี่ต้าเฉวียนก็ยังเบียดเข้าไปแย่งซื้อหมูด้วย

            ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงไม่ได้เข้าไปนั่นเป็นแค่ตลาดนัดเล็กๆ ไม่ใช่เทศกาลประจำปี จะมีหมูขายมาจากไหนกันเล่ายิ่งไปกว่านั้น ถ้าจะขายหมู ก็ต้องให้ความสำคัญกับกองผลิตหรือสถานีรับซื้อก่อน

            สองแห่งนี้ยังไม่ทันได้ขายกลับนำมาขายที่ตลาดนัด หมูตัวนี้ส่วนใหญ่เป็นหมูป่วย ใกล้จะตายแล้วชาวนาจึงฆ่ามันแล้วนำมาขายที่ตลาด เพื่อกอบกู้ความเสียหายได้บ้าง

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663