“พูดก็พูดเถอะ ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องที่ฮ่องเต้ยกทัพมาบุกแคว้นนี้เลย ไม่มีแม้สักครั้ง หากมันเกิดขึ้น ข้าต้องรู้อะไรบ้าง เรื่องใหญ่ถึงขนาดนี้ ต่อให้ฝู่หลานจะบอกว่ามีการปกปิดอย่างหนัก แต่จะซ่อนทุกอย่างจากคนในราชสำนักได้เยี่ยงไร พวกนั้นตาเหยี่ยว สอดรู้สอดเห็น หากฮ่องเต้ของเราเดินทัพกลับมาพร้อมหญิงงาม ใครจะเดาไม่ออกเชียวรึว่าไปตีเมืองแล้วได้นางมาเฉกเช่นเครื่องบรรณาการ”
พูดมาถึงตรงนี้ เซียวซีก็เริ่มฉุกคิดตาม แต่เขาไม่อาจปักใจเชื่อสิ่งใดได้เลย และความไม่รู้แสนมืดบอดนี้เองที่มันทำให้เขากระวนกระวาย เขาดื่มติดต่อกันหลายจอก ถึงอย่างไรวันรุ่งขึ้นก็มีเพียงการเดินทางรอนแรมกระเด้งกระดอนอยู่บนหลังม้า หากจะมีอาการมึนเมาหรือปวดศีรษะไปบ้าง คงไม่ส่งผลเสียเท่าใดนัก
ด้วยความกลัดกลุ้ม เขาไม่นึกอยากเสวนาเรื่องชวนปวดหัวเท่าใดนัก และเฉิงอี้ก็ดูเหมือนจะรู้ดี เมื่อเซียวซีพูดถึงทะเลสาบที่ทั้งสองไปเยือนเมื่อคิมหันต์ที่แล้ว หลังเสร็จศึกปราบกบฏในเมืองทางใต้ ท่านอ๋องผู้ไม่เคยคร่ำครวญหวนให้ถึงอดีตก็ถึงกับออกปากว่าคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น มีเสียงทหารทะเลาะกันเอะอะอยู่ด้านนอก แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป เพราะจะมีคนคอยห้ามอยู่เสมอ เซียวซีดื่มแก้วสุดท้าย หนังตาหนักอึ้งแทบลืมไม่ขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้า ๆ เซไปเซมาอยู่หลายรอบ ท้ายที่สุดเขาก็ยอมแพ้แล้วทิ้งตัวลงนอนบนพื้นแข็ง ๆ นั่นเอง
“นอนตรงนี้ไม่สบาย”
“อีกเดี๋ยวก็รุ่งสางแล้ว” เขาตอบไม่ยี่หระ เปลือกตาปิดสนิทและปิดการรับรู้จากภายนอก
“ลุกขึ้นก่อนเถอะ”
เสียงของเฉิงอี้ฟังดูห่างไกลคล้ายกับอยู่ในฝัน แม้เขาจะได้ยินคำสั่งแว่ว ๆ แต่เขาก็ไม่ขยับ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขารับรู้ได้ว่ามีบางอย่างสอดเข้ามาใต้ศีรษะและมันก็พอเหมาะพอเจาะที่จะใช้แทนหมอน เขาจึงยินดีรับความสะดวกสบายนั้นเอาไว้แล้วผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย
***
แสงสีส้มทองจะคืบคลานเข้ามาในโลกส่วนตัวเล็ก ๆ อย่างเชื่องช้า ท่อนแขนเป็นเหน็บชาจนขยับเขยื้อนไม่ได้ อีกทั้งศีรษะหนัก ๆ ราวกับศิลาของคนที่ไม่ยอมตื่นสักทีก็ทับแขนของเฉิงอี้เอาไว้มั่น เขาทำหน้าเบ้ขณะพยายามใช้มืออีกข้างสอดใต้ต้นคอของเซียวซีแล้วยกขึ้นช้า ๆ เพื่อจะเอาแขนเจ้ากรรมอีกข้างออกมา แต่แค่เขาหายใจแรงกว่าเดิมเพียงไม่กี่จังหวะ อีกฝ่ายก็ลืมตาโพลง
“ท่าน! จะทำอะไรน่ะ ทำไมเข้ามาใกล้นัก” เซียวซีกะพริบตาถี่ ตื่นตกใจกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น ก่อนจะยกมือบีบขมับกับความปวดที่แล่นขึ้นสมอง เขานึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากเมื่อคืนนี้ทั้งสองนั่งดื่มด้วยกัน เขาพูดคุยแต่เรื่องไร้สาระ จากนั้นทุกอย่างก็หายวับไป
“ข้าแค่จะเอาแขนออก มันไร้ความรู้สึกไม่ต่างจากท่อนไม้แล้วตอนนี้”
เซียวซีเพิ่งสังเกตว่าตัวเองแทบจะนอนอยู่ในอ้อมแขนของเฉิงอี้ เขากวาดตามองไปรอบ ๆ จนมาหยุดตรงใบหน้าคมกล้าที่เผยอยิ้มน้อย ๆ เป็นเชิงล้อเลียน
“ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าเหตุใดข้าถึงได้เข้าไปใกล้เจ้านัก”
“ข้าคงเมามากไปหน่อย”
“ไม่หน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดในการที่เจ้าจะพึ่งพาข้า แม้ข้าจะต้องเป็นหมอน ข้าก็ยินดี”
เฉิงอี้ยังคงยิ้มบาง ๆ และทอดสายตามองด้วยความอ่อนโยน แม้ว่าประกายในดวงตาของเขาแทบไม่เปลี่ยนไป แต่กับคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ประกายแห่งความรักแม้เพียงนิด คนมองย่อมรับรู้ได้
“ขอบคุณ” เซียวซีพึมพำและเลี่ยงไม่สบตา เขาลุกขึ้นแล้วแก้อาการเก้อเขินอันไม่สมควรด้วยการเดินออกไปนอกกระโจม
เฉิงอี้หลุดยิ้มเมื่ออยู่ตัวคนเดียว แม้เขาต้องเจ็บจากการคลายเส้นและรอให้โลหิตกลับมาไหลเวียนอยู่นาน แต่เขาก็อารมณ์ดีเกินกว่าจะใส่ใจความเจ็บปวดเล็กน้อยเพียงเท่านี้ เขาคว้าดาบแล้วเดินตามเซียวซีออกไปบ้าง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ อาบร่างของทหารให้ดูสดใสกระปรี้กระเปร่าเกินความเป็นจริง แม้ว่าอีกไม่เกินสี่สิบลี้ ทุกคนต้องรบพุ่งกันอีกครั้ง เพราะเฉิงอี้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่ากองทัพที่ถอยร่นจะต้องไปรวมกับเมืองชั้นกลางที่เป็นดั่งปราการด่านสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ศูนย์กลางหรือก็คือพระราชวัง
แม่ทัพใหญ่ย่อมรู้ดีว่าขุมพลังของมนุษย์นั้นมีจำกัด กองทัพของเขาเดินทางรอนแรมมาหลายทิวาราตรีก่อนจะเข้าห้ำหั่นศัตรู จากนั้นก็ยังต้องเดินทางกันต่อ แต่ในทางเดียวกัน ศัตรูเองก็กำลังอ่อนกำลัง หากไม่เข้าตีตอนนี้ ก็คงหาเวลาเหมาะสมไม่ได้ง่าย ๆ อีกแล้ว
ระหว่างบังคับม้าผ่านทุ่งหญ้า เหลือบตาชมทัศนียภาพของทิวเขากับสายลมโบกโบยยอดไม้แผ่วเบา มันช่างสงบสุขและเป็นส่วนตัวจนลืมไปชั่วระยะเวลาหนึ่งว่าทุกคนมาร่วมหัวจมท้ายทำอะไรกัน ทว่าความงดงามของธรรมชาติดูจะขับกล่อมกองทัพของเขาเอาไว้ได้นานพอตัว ทุกคนเดินโดยไม่หยุดพัก ไม่มีเสียงก่นด่าอากาศร้อนระอุ และทำให้หยุดตั้งค่ายชั่วคราวได้ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน
ลี่หยางเป็นคนส่งสารไปถึงเจ้าเมืองว่าพวกเขาเหลือเพียงสองทางเลือกคือสู้หรือถอย กว่าจะได้คำตอบคงค่ำ เฉิงอี้จึงนั่งเตรียมแผนการรบหลาย ๆ แผนฆ่าเวลา แต่แผนเหล่านั้นก็เป็นเพียงแผนสำรอง เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะสู้ และตามธรรมเนียม สงครามจะเริ่มในวันอีกสองสามวันข้างหน้า เมื่อการจัดทัพเสร็จสิ้น