ต้าลี่ฮวา ดวงใจพ่ายรัก

    ร่ำสุราห้ำหั่นศัตรู 2

    “พูดก็พูดเถอะ ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องที่ฮ่องเต้ยกทัพมาบุกแคว้นนี้เลย ไม่มีแม้สักครั้ง หากมันเกิดขึ้น ข้าต้องรู้อะไรบ้าง เรื่องใหญ่ถึงขนาดนี้ ต่อให้ฝู่หลานจะบอกว่ามีการปกปิดอย่างหนัก แต่จะซ่อนทุกอย่างจากคนในราชสำนักได้เยี่ยงไร พวกนั้นตาเหยี่ยว สอดรู้สอดเห็น หากฮ่องเต้ของเราเดินทัพกลับมาพร้อมหญิงงาม ใครจะเดาไม่ออกเชียวรึว่าไปตีเมืองแล้วได้นางมาเฉกเช่นเครื่องบรรณาการ”

    พูดมาถึงตรงนี้ เซียวซีก็เริ่มฉุกคิดตาม แต่เขาไม่อาจปักใจเชื่อสิ่งใดได้เลย และความไม่รู้แสนมืดบอดนี้เองที่มันทำให้เขากระวนกระวาย เขาดื่มติดต่อกันหลายจอก ถึงอย่างไรวันรุ่งขึ้นก็มีเพียงการเดินทางรอนแรมกระเด้งกระดอนอยู่บนหลังม้า หากจะมีอาการมึนเมาหรือปวดศีรษะไปบ้าง คงไม่ส่งผลเสียเท่าใดนัก

    ด้วยความกลัดกลุ้ม เขาไม่นึกอยากเสวนาเรื่องชวนปวดหัวเท่าใดนัก และเฉิงอี้ก็ดูเหมือนจะรู้ดี เมื่อเซียวซีพูดถึงทะเลสาบที่ทั้งสองไปเยือนเมื่อคิมหันต์ที่แล้ว หลังเสร็จศึกปราบกบฏในเมืองทางใต้ ท่านอ๋องผู้ไม่เคยคร่ำครวญหวนให้ถึงอดีตก็ถึงกับออกปากว่าคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น มีเสียงทหารทะเลาะกันเอะอะอยู่ด้านนอก แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป เพราะจะมีคนคอยห้ามอยู่เสมอ เซียวซีดื่มแก้วสุดท้าย หนังตาหนักอึ้งแทบลืมไม่ขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้า ๆ เซไปเซมาอยู่หลายรอบ ท้ายที่สุดเขาก็ยอมแพ้แล้วทิ้งตัวลงนอนบนพื้นแข็ง ๆ นั่นเอง

    “นอนตรงนี้ไม่สบาย”

    “อีกเดี๋ยวก็รุ่งสางแล้ว” เขาตอบไม่ยี่หระ เปลือกตาปิดสนิทและปิดการรับรู้จากภายนอก

    “ลุกขึ้นก่อนเถอะ”

    เสียงของเฉิงอี้ฟังดูห่างไกลคล้ายกับอยู่ในฝัน แม้เขาจะได้ยินคำสั่งแว่ว ๆ แต่เขาก็ไม่ขยับ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขารับรู้ได้ว่ามีบางอย่างสอดเข้ามาใต้ศีรษะและมันก็พอเหมาะพอเจาะที่จะใช้แทนหมอน เขาจึงยินดีรับความสะดวกสบายนั้นเอาไว้แล้วผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย

     

    ***

     

    แสงสีส้มทองจะคืบคลานเข้ามาในโลกส่วนตัวเล็ก ๆ อย่างเชื่องช้า ท่อนแขนเป็นเหน็บชาจนขยับเขยื้อนไม่ได้ อีกทั้งศีรษะหนัก ๆ ราวกับศิลาของคนที่ไม่ยอมตื่นสักทีก็ทับแขนของเฉิงอี้เอาไว้มั่น เขาทำหน้าเบ้ขณะพยายามใช้มืออีกข้างสอดใต้ต้นคอของเซียวซีแล้วยกขึ้นช้า ๆ เพื่อจะเอาแขนเจ้ากรรมอีกข้างออกมา แต่แค่เขาหายใจแรงกว่าเดิมเพียงไม่กี่จังหวะ อีกฝ่ายก็ลืมตาโพลง

    “ท่าน! จะทำอะไรน่ะ ทำไมเข้ามาใกล้นัก” เซียวซีกะพริบตาถี่ ตื่นตกใจกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น ก่อนจะยกมือบีบขมับกับความปวดที่แล่นขึ้นสมอง เขานึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากเมื่อคืนนี้ทั้งสองนั่งดื่มด้วยกัน เขาพูดคุยแต่เรื่องไร้สาระ จากนั้นทุกอย่างก็หายวับไป

    “ข้าแค่จะเอาแขนออก มันไร้ความรู้สึกไม่ต่างจากท่อนไม้แล้วตอนนี้”

    เซียวซีเพิ่งสังเกตว่าตัวเองแทบจะนอนอยู่ในอ้อมแขนของเฉิงอี้ เขากวาดตามองไปรอบ ๆ จนมาหยุดตรงใบหน้าคมกล้าที่เผยอยิ้มน้อย ๆ เป็นเชิงล้อเลียน

    “ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าเหตุใดข้าถึงได้เข้าไปใกล้เจ้านัก”

    “ข้าคงเมามากไปหน่อย”

    “ไม่หน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดในการที่เจ้าจะพึ่งพาข้า แม้ข้าจะต้องเป็นหมอน ข้าก็ยินดี”

    เฉิงอี้ยังคงยิ้มบาง ๆ และทอดสายตามองด้วยความอ่อนโยน แม้ว่าประกายในดวงตาของเขาแทบไม่เปลี่ยนไป แต่กับคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ประกายแห่งความรักแม้เพียงนิด คนมองย่อมรับรู้ได้

    “ขอบคุณ” เซียวซีพึมพำและเลี่ยงไม่สบตา เขาลุกขึ้นแล้วแก้อาการเก้อเขินอันไม่สมควรด้วยการเดินออกไปนอกกระโจม

    เฉิงอี้หลุดยิ้มเมื่ออยู่ตัวคนเดียว แม้เขาต้องเจ็บจากการคลายเส้นและรอให้โลหิตกลับมาไหลเวียนอยู่นาน แต่เขาก็อารมณ์ดีเกินกว่าจะใส่ใจความเจ็บปวดเล็กน้อยเพียงเท่านี้ เขาคว้าดาบแล้วเดินตามเซียวซีออกไปบ้าง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ อาบร่างของทหารให้ดูสดใสกระปรี้กระเปร่าเกินความเป็นจริง แม้ว่าอีกไม่เกินสี่สิบลี้ ทุกคนต้องรบพุ่งกันอีกครั้ง เพราะเฉิงอี้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่ากองทัพที่ถอยร่นจะต้องไปรวมกับเมืองชั้นกลางที่เป็นดั่งปราการด่านสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ศูนย์กลางหรือก็คือพระราชวัง

    แม่ทัพใหญ่ย่อมรู้ดีว่าขุมพลังของมนุษย์นั้นมีจำกัด กองทัพของเขาเดินทางรอนแรมมาหลายทิวาราตรีก่อนจะเข้าห้ำหั่นศัตรู จากนั้นก็ยังต้องเดินทางกันต่อ แต่ในทางเดียวกัน ศัตรูเองก็กำลังอ่อนกำลัง หากไม่เข้าตีตอนนี้ ก็คงหาเวลาเหมาะสมไม่ได้ง่าย ๆ อีกแล้ว

    ระหว่างบังคับม้าผ่านทุ่งหญ้า เหลือบตาชมทัศนียภาพของทิวเขากับสายลมโบกโบยยอดไม้แผ่วเบา มันช่างสงบสุขและเป็นส่วนตัวจนลืมไปชั่วระยะเวลาหนึ่งว่าทุกคนมาร่วมหัวจมท้ายทำอะไรกัน ทว่าความงดงามของธรรมชาติดูจะขับกล่อมกองทัพของเขาเอาไว้ได้นานพอตัว ทุกคนเดินโดยไม่หยุดพัก ไม่มีเสียงก่นด่าอากาศร้อนระอุ และทำให้หยุดตั้งค่ายชั่วคราวได้ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน

    ลี่หยางเป็นคนส่งสารไปถึงเจ้าเมืองว่าพวกเขาเหลือเพียงสองทางเลือกคือสู้หรือถอย กว่าจะได้คำตอบคงค่ำ เฉิงอี้จึงนั่งเตรียมแผนการรบหลาย ๆ แผนฆ่าเวลา แต่แผนเหล่านั้นก็เป็นเพียงแผนสำรอง เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะสู้ และตามธรรมเนียม สงครามจะเริ่มในวันอีกสองสามวันข้างหน้า เมื่อการจัดทัพเสร็จสิ้น

    คล้ายกับเรื่องต้าลี่ฮวา ดวงใจพ่ายรัก ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891