"ประเดี๋ยวก่อน…เหตุใดถึงมิมีชื่อข้า"
"ใช่ ๆ ชื่อของข้าด้วย ข้าผ่านการทดสอบห้าสิบคนสุดท้ายมานะ ต้องมีการเข้าใจอะไรผิดกันแน่"
ผู้ผ่านการทดสอบบางคนส่งเสียงโหวกเหวกโวยวาย เมื่อเทียนเจิง ขานชื่อของผู้ที่จะได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าเสร็จสิ้น ซึ่งนับรวมได้เพียงแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้นเอง…
เกิดเสียงเซ็งแซ่ด้วยความไม่พอใจดังระงมไปทั่วบริเวณ อย่าว่าแต่พวกมันเลย เหล่าแม่ทัพขุนนางที่เป็ญาติสนิทต่างก็ไม่พอใจเช่นกัน จนในที่สุดเทียนเจิงต้องตวาดพวกมันด้วยปราณเสียงอันดังกึกก้องทุกคนจึงเงียบลง
"พวกเ้าทุกคนอย่าพึ่งเอะอะโวยวายกันไป…! ฟังข้าอธิบายให้จบก่อน เหตุที่พวกเ้าบางคนไม่ได้ถูกข้าขานชื่อนั้นเป็เพราะ….."
"เพราะเหตุอันใด"
"เพราะท่านเ้าสำนักเล็งเห็นแล้วว่า ผู้ที่ข้าไม่ได้ขานชื่อนั้นไร้คุณสมบัติที่จะเข้าเป็ศิษย์ของสำนักเรายังไงล่ะ"
คำกล่าวของเทียนเจิงยิ่งทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างพากันงุนงงสับสนขึ้นไปอีกหลายเท่า
"เรียนถามท่านผู้คุมสอบพวกข้าขาดคุณสมบัติอันใดกัน"
เทียนเจิงแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนกล่าวออกมาสั้น ๆ ว่า 'คุณธรรม'
"คุณธรรมกระนั้นรึ..? น่าขันยิ่งนัก พวกเราก็แสดงให้ท่านเห็นจากการทดสอบแรกแล้วมิใช่รึ ยังจะมีคุณธรรมอันใดอีก" ผู้พูดกล่าวขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งผยอง อายุของมันไม่น่าจะเกินยี่สิบ แต่งกายด้วยอาภรณ์สีฟ้างดงามราคาแพง ประหนึ่งว่ามันเป็คุณชายจากตระกูลใหญ่ที่ไหนสักแห่ง
"แค่นั้นรึ"
"แค่นั้นอันใด"
"มีคุณธรรมเพียงแค่ไว้ผ่านการทดสอบ แต่พอต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง ๆ อย่างเช่นเื่วุ่นเมื่อสักครู่ คุณธรรม ของเ้าหายไปไหนเสียแล้ว คุณชายจวง" เทียนเจิงแค่นเสียงพูดก่อนจะมองไปที่ คุณชายผู้นั้นด้วยแววตาดุดัน มันเองก็ผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะละล่ำละลัก ตอบกลับ
"มะ..มันเหมือนกันซะที่ไหนเล่า เ้า..เ้าสัตว์อสูรพวกนั้นมันมีขั้นฝึกฝนสูงกว่าพวกข้าอยู่มากโข ขะ…ขืนให้ทำตัวเป็ผู้มีคุณธรรม ไปช่วยคนอื่นพวกข้าก็…ก็คงตายหมดพอดี"
เทียนเจิงส่งเสียง โอ้ ก่อนที่มันจะกล่าวต่อ "กระนั้นรึ ช่างน่าเห็นใจพวกเ้ายิ่งนัก แล้วพวกเ้าสองคนที่ไม่มีแม้แต่วรยุทธ์ล่ะ มิกลัวตายบ้างรึไร" เทียนเจิงหันมาถาม ห่าวหราน กับจางิ่ที่ยืนฟังอยู่ทางด้านหลัง
"ท่านถามข้าหรือ..? แน่นอนอยู่ เป็ผู้ใดบ้าง ที่จะไม่กลัวตายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายพวกนั้น…ทว่า จะให้ข้าเอาแต่มุดหัวอยู่ในกระดอง นิ่งดูดาย ไม่สนผู้อ่อนแอที่กำลังเดือดร้อน เช่นนั้นข้าทำไม่ได้หรอก อีกอย่างข้ามิได้สู้เพียงลำพังสักหน่อย ยังมียอดฝีมือของสำนักคอยสนับสนุนอยู่ด้วย" ห่าวหรายแย้มยิ้ม ก่อนจะยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ จากนั้นมันจึงหันไปหาจางิ่
"ส่วนข้านั้นไม่กลัวแม้แต่น้อย แม้นข้าจะไร้วรยุทธ์ขั้นฝึก แต่ก็มั่นใจในพละกำลังอันมหาศาล อีกทั้งยังเข้าป่าล่าสัตว์มาแต่เยาว์วัย เื่แค่นี้สบายมาก" จางิ่แอ่นอกของมันจนตัวงอด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ จนหลายคนเห็นแล้วก็อดขำมิได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคุณหนูซานกวน อี้เฟย นางยกชายเสื้อขึ้นมาปิดปากแล้วหัวร่อเบา ๆ อย่างน่ารัก ทว่า…ผู้ที่ขำไม่ออกเห็นจะเป็เ้าคุณชายจวนนั่นแหละ หน้าของมันแดงก่ำก่อนจะยกมือชี้หน้า ห่าวหราน กับจางิ่
"ท่าน…ท่านเอาพวกข้าที่ผ่านการทดสอบไปเปรียบกับ เ้าสองคนนี้ได้อย่างไร พวกมันเป็แค่คนชั้นต่ำ ไม่สิ พวกมันเป็แค่บ่าวรับใช้ของเ้าใช้หรือไม่" คุณชายจวงหันมาทางพวกเฟยฮุนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งเฟยฮุนก็มิได้ตอบอันใดมันกลับ ด้วยความที่เกรงใจ วู่เทียนหลาง กับ แม่ทัพ ซานกวน เฟยเย่ เ้าอาฟงเองก็เหมือนนกรู้ ยามนี้มันเองก็ไม่กล้าเอ่ยปากใด ๆ อีกทั้งยังแอบคุยกับเฟยฮุนไว้แล้ว ว่าจะเล่นงาน ห่าวหรานกับจางิ่ทีเดียว เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้าน
"อ้าว ข้าถามเ้าไม่ได้ยินหรือไร…" เ้าคุณชายจวงตวาดเสียงดัง พอเฟยฮุนได้ยินเช่นนั้นมันจึงเอ่ยเสียงเรียบตอบไปว่า
"จะะโไปไย ข้าได้ยินสิ่งที่เ้าถามแล้ว ใช่ พวกมันสองคนเป็คนรับใช้ของข้า แล้วอย่างไรล่ะ…? "
"ยะ..อย่างไรอันใด"
เฟยฮุน ส่ายหน้า ก่อนจะหยิบพัดขึ้นมาโบกสะบัด และกล่าวขึ้นด้วยท่าทางสง่างาม
"เป็บ่าว เป็คนรับใช้ต่ำต้อยแล้วเป็อย่างไร ยังไงเสียพวกมันทั้งสองก็ยังมีคุณธรรม กับความกล้าหาญ มากกว่าเ้า หรือมากกว่าผู้ผ่านการทดสอบบางคนในที่นี้เสียอีก และจริงอย่างที่ ห่าวหรานคนรับใช้ของข้ากล่าว แม้นอ่อนด้วยในฝีมือ แต่ก็ยังมียอดฝีมือในสำนักคอยช่วย แล้วจะกลัวไปไย เอ่ยตามตรง เื่นี้ข้าเห็นด้วยกับท่านเทียนเจิง และท่านเ้าสำนักวู่เทียนหลางเป็อย่างยิ่ง อันการจะเข้าเป็ศิษย์ของสำนักผู้นั้นย่อมต้องมีคุณธรรมเป็หลัก หากเสแสร้งแกล้งทำเพื่อตบตาผู้อื่นก็ไม่สมควรจะเข้าไปในสำนัก ข้ากล่าวเช่นนี้ถูกหรือไม่ ท่านเ้าสำนัก" เฟยฮุนเอ่ยพร้อมมองไปที่วู่เทียนหลางซึ่งมองมาอยู่ ทว่า….เ้าสำนักาุโก็เพียงแค่แย้มยิ้ม และพยักหน้ารับมันเท่านั้น
วาจาที่เฟยฮุนเอ่ยออกมานั้น เพียงแค่จางิ่ได้ฟังประโยคแรก มันก็รู้แล้ว เป็เพียงแค่ลมปากที่เสแสร้งแกล้งพูดเพื่อเอาใจ วู่เทียนหลาง คุณชายผู้ถือตัวอย่างมันรึ..? จะเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ บ่าวรับใช้ต่ำต้อย อย่าง ห่าวหราน กับจางิ่ทำ
แต่ด้วยคำพูดอันสวยหรู ดูมีหลักการของเฟยฮุนนี่เองก็ทำให้ ผู้ผ่านการทดสอบคนอื่นที่เทียนเจิงไม่ได้ขานชื่อเข้าเป็ศิษย์ จึงต้องยอมจำนน ซึ่งหมายรวมถึงเ้าคุณชายจวงด้วย
"ชิ…! เจ็บใจยิ่งนัก แต่ข้าคงต้องยอมรับการตัดสิน…"
"อย่าได้เสียอกเสียใจไปเลยคุณชายจวง ปีนี้ท่านไม่ได้เข้าเป็ศิษย์ของข้าก็ไม่เป็ไร ปีหน้าเ้าก็ยังมีโอกาสมาทดสอบใหม่ได้ ข้าหวังว่าเ้าจะนำบทเรียนที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไปปรับใช้ในอนาคต "
"ข้าทราบแล้วขอรับท่านเ้าสำนัก"
คุณชายจวงยกสองมือขึ้นประสานก่อนจะค้อมคำนับวู่เทียนหลางจากนั้น จึงหันหลัง และเดินจากไป ซึ่งผู้ทดสอบคนอื่น ๆ ที่ยอมรับคำตัดสินส่วนใหญ่ก็เช่นกัน หากจะมีคนที่ยังไม่ยอมก็เห็นจะเป็พวกขุนนางชั้นสูงบางคนในราชสำนัก คนพวกนี้ถือตนว่ามีอำนาจบาตรใหญ่ พวกมันคิดว่าหากเจรจาต่อรองกับวู่เทียนหลาง ดี ๆ เขาจะต้องยอมรับลูกหลานพวกมันเข้าสำนักแน่ ๆ แต่จนแล้วจนรอด วู่เทียนหลางก็ไม่เปลี่ยนใจอยู่ดี พวกมันจึงทำได้แค่พากันกลับไปอย่างหัวเสีย จะบีบบังคับวู่เทียนหลางด้วยอำนาจก็ทำไม่ได้ เพราะในความเป็จริงแล้ว วู่เทียนหลางนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์เป็อย่างมาก โดยเฉพาะกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
"เอาล่ะเสร็จเื่แล้วสินะ จากนี้ไป ข้ากับหนิงอวี้ก็ได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนัก ส่วนอาฟง เ้าก็กลับรายงานท่านพ่อตามนี้" เฟยฮุนเอ่ยขึ้นขณะมองไปที่บ่าวรับใช้คนสนิทของมัน ทั้งสองสบตากันเหมือนจะสื่อบางสิ่ง ซึ่งสิ่งนั้นคงเป็แผนชั่วที่จะเล่นงาน ห่าวหรานกับจางิ่เป็แน่
"ข้าทราบแล้วขอรับคุณ นายท่านจะต้องดีใจมาก ๆ เป็แน่" เ้าอาฟงแสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น จากนั้นมันจึง หันไปหาห่าวหราน กับจางิ่ ก่อนจะตวาดเสียงดัง
"พวกเ้าทั้งสองไปกันได้แล้ว ข้าจะรีบกลับไปรายงานนายท่าน"
พอห่าวหราน กับจางิ่ได้ยินดังนั้นทั้งสองก็มองหน้า และถอดทอนหายใจก่อนที่ พวกมันจะหันไปกล่าวลา วู่เทียนหลาง และ คุณหนู กับบิดาของนาง เมื่อกล่าวลาจบก็เดินตรงไปหา เ้าอาฟง ทว่า….ในยามนั้นเองเสียงของวู่เทียนหลาง กับแม่ทัพซานกวน เฟยเย่ ก็พลันเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน
"ช้าก่อน….!!!"
ทุกคนในที่นั้น ต่างพากันงุนงงใกันเป็อย่างมาก
"พวกท่านทั้งสองมีอันใดรึขอรับ.." เฟยฮุนเอ่ยถามขึ้น
ผู้ร้องเรียกทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนที่แม่ทัพซานกวน เฟยเย่ จะกล่าวออกมาก่อน
"เชิญท่านเ้าสำนักเลย ส่วนธุระของข้า เอาไว้ต่อจากท่านก็ได้"
พอวู่เทียนหลางได้ฟังก็แย้มยิ้ม และพยักหน้า จากนั้นจึงหันไปทางเฟยฮุน และ เอ่ยขึ้น
"คุณชายเฟยได้โปรดอย่าพึ่งให้คนรับใช้ของท่านกลับไปได้หรือไม่" เมื่อเฟยฮุนได้ยินเช่นนั้นมันก็ขมวดมุ่นคิ้วด้วยความประหลาดใจก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
"ท่านเ้าสำนักมีธุระอันใดกับพวกมันหรือขอรับ…"
"บอกตามตรง ข้าถูกใจคนรับใช้ของเ้ายิ่งนัก แม้นเขาจะไร้วรยุทธ์แถมตาซ้ายยังมืดบอด แต่ก็ช่างกล้าหาญมีคุณธรรม เสียดายที่เขาพิการ ข้าจึงมิอาจรับเขาเป็ศิษย์ได้ แต่ถึงกระนั้นข้าอยากให้โอกาสเขาทำงานเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวในสำนัก มิทราบว่าเ้าจะขัดข้องหรือไม่"
คำกล่าวของวู่เทียนหลาง ทำเอาเฟยฮุน กับเ้าอาฟงตกตะลึงตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ แผนการชั่วร้ายที่พวกมันวางไว้เล่นงาน ห่าวหรานเมื่อกลับไปถึงบ้าน พังทลายสิ้น
อย่าว่าแต่มันสองคนประหลาดใจเลย แม้แต่ตัวของห่าวหราน กับจางิ่ ก็ใไม่น้อยเช่นกัน
ห่าวหรานพยายามจะอ้าปาก บอกปัดวู่เทียนหลาง แต่ปรมาจารย์าุโเ้าสำนักก็หันมาส่งยิ้มให้ เชิงจะบอกมันว่า อย่าพึ่งตอบปฏิเสธความหวังดีของมัน เมื่อนั้นห่าวหรานจึงนิ่งเงียบไป…
ตัดมาทางด้านของเ้าอาฟง กับ เฟยฮุนพวกมันทั้งคู่ยังตื่นตะลึงไม่หาย ก่อนที่เ้าอาฟงจะหันไปหาคุณชายของมันด้วยสีหน้าไม่สู้จะดี
"คะ..คุณชายแบบนี้มัน"
"หุบปาก..! เดี๋ยวข้าจัดการเอง" เฟยฮุยเอ่ยเสียงแ่เบาแต่ดุดันใส่เ้าอาฟง ก่อนที่มันจะเอ่ยขึ้นอย่างพินอบพิเทากับวู่เทียนหลาง
"เรียนท่านเ้าสำนัก แม้นห่าวหรานจะเป็คนรับใช้ของข้าก็จริงอยู่ แต่ถึงอย่างไรเสียผู้ที่เป็นายของมันจริง ๆ ก็คือท่านพ่อของข้า หากท่านเ้าสำนักอยากได้ตัวมันไว้ข้าเกรงว่า…."
"เกรงว่าข้าต้องขอจากท่านเฟยเหลียนบิดาของคุณชายโดยตรงสินะ เื่นั้นมิใช่ปัญหา" วู่เทียนหลางแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่มันจะชูสองนิ้วขึ้น ตวัดไปตวัดมาในอากาศจนเกิดเป็ตัวอักษรหลายตัว พอทำเสร็จก็ตวัดนิ้วอีกครั้ง ก่อนที่ตัวอักษรเ่าั้จะพลันพุ่งหายขึ้นไปในท้องฟ้า สิ่งที่วู่เทียนหลางทำเรียกว่า จดหมายปราณ มีไว้ใช้สื่อสารกันในระยะไกล ๆ ซึ่งเป้าหมายที่เขาส่งไปก็คือ บ้านสกุลเฟยนั้นเอง…
จบบทที่ 12