"คนอย่างมึงทำไมไม่ตายๆไปซะ อยู่ไปก็เป็ภาระ เป็พี่คนโตซะหรือเปล่าทำไมถึงไม่ช่วยเหลืออะไรน้องเลย กูเลี้ยงมึงมา แต่มึงกลับไม่เคยรักกูเลย ไอ้ลูกเหี้ย!!!!!!!!!"
เสียงะโปนตะคอกดังขึ้นเป็ระยะ ในคำพูดนั้นมีทั้งคำด่า คำเกลียดชัง การทวงบุญคุณ มีแต่คำพูดที่น่าสะอิดสะเอียนทั้งนั้น
เด็กหนุ่มผมหยิกสีเขียว ได้แต่ฟังคำด่าทอนั้นด้วยหน้าตาเฉยเมย ปราศจากน้ำตา แต่ภายใต้ผมที่ปิดบังใบหน้าไว้ มีคราบน้ำตาและดวงตาที่แดงก่ำซ่อนอยู่ เขาได้แต่เก็บซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ ไม่สามารถเปิดเผยได้ ไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้
เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เขาบอกให้ใครรู้
ผู้คนจะด่าทอเค้า แล้วหาว่าเขาเรียกร้องความสนใจ
เด็กหนุ่มมีชื่อว่า มิโดริยะ อิซึคุ เป็เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลาย เขาเป็คนเรียนเก่ง แต่ไม่มีตัวตนในห้องเรียนเลย ต่างจากน้องของเขา มิโดริยะ อายาเมะ น้องชายของเขาทำเป็คนร่าเริง สนุกสนาน เป็มิตร แล้วเข้ากับสังคมเก่ง
พวกเราดูต่างกันคนละขั้ว จนแทบไม่มีใครเชื่อว่าเราเป็ฝาแฝดกัน
มิโดริยะลืมตาขึ้นมา หลังจากถูกแสงแดดส่องเข้าที่เปลือกตาในยามเช้า เขากระพริบตา 2-3 ทีเพื่อให้สายตาชินต่อแสงแดด ก่อนที่จะลุกขึ้นมาบิดี้เีแล้วเดินไปอาบน้ำแต่งตัว กิจกรรมยามเช้าของเขาก็ไม่มีอะไรมาก มิโดริยะกินข้าวก่อนจะเดินออกจากบ้าน
พร้อมคำะโเป็เสียงด่าเหมือนอย่างทุกๆวัน ไม่มีวันไหนที่เขาไม่เคยได้ยินคำพูดนั้น
"แกน่ะหัดทำตัวให้เหมือนน้องชายบ้าง อย่าไปเป็ภาระคนอื่นเขา ไอ้คนไร้ประโยชน์"
มิโดริยะพยักหน้า ก่อนจะเดินไปโรงเรียนด้วยฝ่าเท้าเพียงลำพัง ต่างจากน้องชายของตนที่นั่งรถไปกับเพื่อนฝูง
มิโดริยะเป็โอเมก้า ซึ่งต่างจากน้องชายที่เป็อัลฟ่า ทำให้คนในครอบครัวต่างรักและเอ็นดูน้องชาย ต่างจากเขาที่เป็เพียงแค่ชนชั้นต่ำ ไม่มีค่าให้ถูกมองด้วยซ้ำ
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อะไรให้เขาเสียใจหรอก เพราะว่าเขาชินแล้วนี่ ชินกับการถูกว่า ถูกดูถูกเหยียดหยาม มันกลายเป็เื่ชินชาในชีวิตเขาไปแล้วล่ะ
.
.
มิโดริยะถอนหายใจอยู่ 2-3 ที ก่อนที่จะเปิดประตูเดินเข้าห้องไปทันใดนั้น
"พลั่กกกกก!!!!!!!"ก็ได้มีคนสกัดเท้าเขา ทำให้ล้มลงไปนอนกับพื้น ขาและข้อมือได้กระทบกับพื้น ทำให้ถลอกและข้อมือเคล็ด แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ เพราะตนก็ไม่อยากทำตัวน่าสงสารในสายตาของคนอื่น
"ขอโทษทีนะพอดีมองไม่เห็น" เพื่อนร่วมห้องเอ่ยขอโทษออกมาแบบไม่จริงใจ ก่อนจะขำออกมาด้วยสายตาดูถูก
"ไม่เป็ไร"มิโดริยะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ เพราะตนเองก็ไม่ได้อยากมีเื่ ไม่สิ มีเื่ไม่ได้มากกว่า
.
.
.
มิโดริยะเดินไปนั่งทางโต๊ะของตน แต่ก็ได้พบเจอกับบางอย่าง นั้นก็คือโต๊ะที่ถูกลิควิดเขียนไว้เต็มไปหมด ซึ่งเป็คำสารพัดที่จะดูถูก มิโดริยะยืนมองด้วยสายตาเหม่อลอย เขารีบวางกระเป๋าก่อนจะเดินเพื่อไปหยิบผ้ามาเช็ดทำความสะอาด
"เห้ย จะไปไหนวะไอ้เวรเนิร์ด"เสียงเรียกทรงพลังดังขึ้น มิโดริยะจำใจต้องหันไปตามต้นตอของเสียง
"ไปหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะหน้า"
"ใครอนุญาตให้แกไปหยิบ เอาเสื้อแกเช็ดสิ มันเช็คได้เหมือนกันแหละ เพราะเสื้อผ้าแกเองก็เป็ขยะเหมือนกันนี่"คำดูถูกได้ออกจากปากของเด็กหนุ่มอัลฟ่า ที่มีชื่อว่า บาคุโก คัตสึกิ
บาคุโกเป็เพื่อนสมัยเด็กของมิโดริยะ และแน่นอนว่าบาคุโกไม่ได้ปฏิบัติกับมิโดริยะเหมือนเพื่อนเลย เขาทั้งดูถูกรังแกเหยียดหยาม เพียงเพราะแค่มิโดริยะเป็โอเมก้า ครอบครัวของบาคุโกนั้นแตกต่างจากครอบครัวของมิโดริยะอย่างมาก
เพราะครอบครัวของบาคุโกนั้นเพอร์เฟค คนทั้งตระกูลก็เป็อัลฟ่า ต่างจากครอบครัวของมิโดริยะ...
มิโดริยะเมื่อได้ยินดังนั้นก็เดินไปหยิบเสื้อผ้าในล็อกเกอร์ของตน ซึ่งพอเปิดออก ก็มีน้ำกระป๋องที่ถูกเปิดแล้ว ขยะต่างๆนาๆ พร้อมกับชุดพละที่ถูกตัดออกจนไม่เหลือชิ้นดี
กรี๊งงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!! เสียงกริ่งประจำโรงเรียนดังขึ้น เป็สัญลักษณ์ว่าคาบเรียนที่ 1 ได้เริ่มต้นแล้ว คุณครูประจำชั้นเดินเข้าห้องมา ก่อนที่จะเอ่ยถามมิโดริยะ
" เธอไปเดินอยู่หลังห้องทำไม กริ่งดังแล้วทำไมไม่รู้จักนั่งให้เข้าที่ "คุณครูพูดอย่างคาดโทษ ก่อนที่มีโดริยะจะเอ่ยเหตุผลออกไป
"คุณครูครับ โต๊ะของผมมีรอยลิควิดอยู่ และในล็อกเกอร์ของผมก็มีขยะ ชุดพละของผมก็ถูกตัด"
"แล้ว"คุณครูถามแล้วก็เลยมองไปดูด้วยสายตาเ็า มิโดริยะรู้อยู่แล้วล่ะ ว่าถึงเขาจะบอกถึงเขาจะฟ้อง คุณครูประจำชั้นก็จะไม่สนใจเื่ราวของเขาอยู่ดี เพราะว่ามันก็เป็อย่างนั้นทุกทีนี่นา
มิโดริยะเดินไปนั่งที่ ก่อนที่คุณครูจะเอ่ยวาจาที่แสนน่ารังเกลียดออกมา
"ขยะที่อยู่ในล็อกเกอร์ ก็คงไม่ต่างอะไรจากเธอหรอก แต่ไม่สิ ลืมไปว่าเธอเองก็เป็ขยะเปียกนี่นา"พูดจบเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น โดยที่ไม่สนเลยว่า คนที่ถูกเอ่ยถึง จะหัวเราะหรือไม่
.
.
.
.
คุณแว่นตาสีน้ำ
13/07/64