“นาย! ยังกล้าทำตัวหยิ่งยโสแบบนี้อีกหรือไง คิดว่าตนเองเป็นกัปตันได้แน่แล้วสินะ!”
ความอวดดี ความวู่วาม และความเย่อหยิ่งของเขาช่างเป็นภาพสะท้อนของวัยรุ่นบางคนได้ดี
แต่ในแววตาของเขากลับเหมือนมีการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้ผม
นี่คือการแสดงงั้นเหรอ หรือว่าจิตของผมเองก็แตกออกเป็นสอง ผมกลับอยากให้เจ้าหนุ่มลูกเศรษฐีคนนี้เป็นแค่คนโง่ที่อวดดีเท่านั้นแต่น่าเสียดายที่เขาก็มีประโยชน์ต่อสถานการณ์นี้ไม่น้อย
ถ้าไม่มีการล้อเล่นหรือคำพูดเย้าหยอกใดๆ และเราต้องเริ่มต้นการสืบสวนและเล่นเกมนี้อย่างจริงจังเหมือนการเล่นขายของผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้น ผมรู้ดี
นั่นจะยิ่งทำให้คอของพวกเราถูกเปิดเผยให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในสายตาของเหล่าฆาตกร
พรึ่บ ทันใดนั้นผู้คนรอบข้างเริ่มถอยห่างจากเฉียนตัวตัวอย่างเห็นได้ชัด เหมือนไม่มีใครอยากจะข้องเกี่ยวกับเขาอีกต่อไป
หวังเฉียงและคนอื่นๆ แสดงสีหน้าผ่อนคลายออกมา รวมถึงหลิวเนี่ยนที่เริ่มพูดจาได้อย่างเปิดเผยมากขึ้น
“จะเผชิญหน้ากันตรงๆ ก็ดีนะ ยิ่งเร็วยิ่งดีฉันไม่อยากถูกหมาบ้ากัดสวนกลับหรอก”
เหอะ ทั้งคู่ก็เป็นคุณชายเหมือนกันแต่เรื่องฝีปากนั้นเฉียนตัวตัวยังตามหลังอยู่ไม่น้อย
ปากของเขาเหมือนจะหยาบคายและเสียดแทง บิดเบือนความหมายของคนอื่นแต่เพราะแบบนั้นเอง เขาถึงไม่รู้สึกเกรงใจใคร พิจารณาคำพูดของเขาอย่างลึกซึ้ง เราอาจเจอข้อมูลสำคัญที่ซ่อนอยู่
แม้จะเดินอยู่บนเส้นทางที่บิดเบี้ยวแต่ภายในจิตใจของเฉียนตัวตัวกลับไม่บิดเบี้ยวตาม
“พูดได้ดีจริงๆ แต่เสียดายที่นายยังไม่สามารถอธิบายข้อสงสัยของตนเองได้กัปตัน บางทีนายอาจไม่รู้เลยว่าใครคือผู้โหยหวนและคนที่นายเพิ่งฆ่าไปบางทีอาจไม่ใช่ผู้โดยสารด้วยซ้ำ…”
“ฮะ...”
คำพูดของซางจื้อหย่วน ผสานกับการแสดงของหญิงสาวเจ้าเล่ห์ช่างเป็นการหลอกลวงที่ทรงพลัง น่าเหลือเชื่อว่าคนสองคนที่เหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันกลับร่วมมือกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ถ้าจะเรียกพวกเขาว่า “คู่รักจอมเจ้าเล่ห์” ก็คงเหมาะสมดี ฮึ
เล่นประสานเสียงกันแบบนี้ คิดว่าผมจะยอมให้หลอกกันง่ายๆ งั้นเหรอ
“อาเมน นั่นคงไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องการให้เกิดขึ้น”
ชายชราก้มศีรษะลง ราวกับกำลังอธิษฐานต่ออากาศหวังให้ทุกสิ่งที่เกิดตรงหน้านี้ย้อนกลับเป็นไปในทางที่ดีท่าทางแบบนั้นทำให้ใครหลายคนรู้สึกสะเทือนใจ
ข้อดีของการสร้างภาพก็คือ การพูดคำหวานๆเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอจะปลุกเร้าผู้คนทำให้พวกเขามองข้ามความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดธรรมดาเหล่านั้น
ถึงแม้ผู้คนจะถูกปิดหูปิดตา แต่ก็ยังมีบางคนที่แสวงหาความจริงอยู่คนที่เข้าใจแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่
เช่นเดียวกับดาบแห่งความจริงและดาบแห่งการแก้แค้นมันเหมือนกับพรที่เราทั้งสองฝ่ายได้รับ
ความจริงอยู่ในมือของผู้ที่ยึดมั่นในความยุติธรรมเพียงไม่กี่คนเท่านั้นผู้คนรอบข้าง เช่น ผู้โดยสาร แอร์โฮสเตส เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม้แต่กัปตันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะรู้ความจริง
ส่วนฝ่ายผู้โหยหวน พวกเขาถูกตีตราว่าชั่วร้าย มืดมนต้องซ่อนตัวเพื่อเล่นเกมนี้ ก่อให้เกิดความโกรธแค้นตั้งแต่ต้น
“พวกผู้โหยหวนอาจไม่ใช่ความชั่วร้ายเสมอไปนะ ทุกคนผมไม่ได้เข้าข้างพวกเขาหรอก แต่บางทีเราอาจเป็นเพียงคู่แข่งกันผมไม่เคยมองว่าพวกเขาทำอะไรผิดตั้งแต่แรกเลย”
ความยุติธรรมและความชั่วร้ายบางครั้งผมเองก็ใช้มุมมองที่อคติในการมองเรื่องพวกนี้
แต่พอมองย้อนกลับไป เมื่อเห็นผู้หญิงที่เคยตะโกนโวยวาย เมื่อเห็นศพของข้าราชการเสฉวนที่บิดเบี้ยวจนจำไม่ได้เมื่อเห็นพวกค้ามนุษย์ทั้งสองค่อยๆ ตายไปทีละคน ผมกลับรู้สึกว่าตนเองยังคงนิ่งอยู่
จนกระทั่งได้เห็นเซี่ยหลิงจากไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์ผมถึงได้ตระหนักว่าเธอได้รับการปลดปล่อยแล้ว
แต่สำหรับผมกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความบ้าคลั่ง!
“บอกฉันที บอกฉันทีว่าเธอจะได้ไปสวรรค์ใช่ไหม คุณพ่อ? ต่อให้นี่เป็นแค่หน้าที่ชั่วคราวของคุณเราก็ต้องการช่องทางให้เราได้ปลดปล่อยบาปของตนเองใช่ไหมต้องการพิสูจน์ต่อพระเจ้าว่าเราเคยพยายามเป็นคนดีอยู่บ้างใช่ไหม”
ผมรู้ดีว่าคนที่มองมาทุกคนคงคิดว่าผมเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆก็เล่นแสดงตัวว่าเป็นกัปตันแท้ๆ แต่ดันหันมาเข้าข้างฝ่ายผู้โหยหวน ใครมองก็ต้องเห็นว่าจุดยืนของผมมันแปลกๆ
แต่ผมก็รู้ดีว่ามีคนหนึ่งที่ไม่มีวันสงสัยในตัวผมมากนัก
ชายผู้เปื้อนบาปอยู่เต็มมือ แต่ยังคงมองมาด้วยสายตาที่แน่วแน่นั่นคือทหารคนนั้น
“คือว่า...”
ชายชราเหมือนจะลังเลเป็นครั้งแรก แต่เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกกลับพยายามทำให้ตนเองดูอึดอัดแทน
“เด็กน้อย เรื่องนี้มีแต่นายเท่านั้นที่ตอบได้ พระเจ้าเคยกล่าวว่าแสงสว่างจะนำทางเราไป...”
“แสงบ้าบออะไรของลุงกัน! หุบปากไปเลย”
ผมกล่าวอย่างหนักแน่น จ้องเขม็งด้วยสายตาร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่จุดขึ้น ใครที่ต้องมองสบตาผมตอนนี้คงไม่มีทางรู้สึกสบายใจเป็นแน่
“แก แกกล้าดียังไงมาด่าพระเจ้า! พระเจ้าของฉัน”
เขาพยายามทำท่ามหากางเขน สวดอ้อนวอนด้วยท่าทางอ่อนน้อมค้อมตัวลงเล็กน้อย
ราวกับว่าท่าทางนี้จะทำให้เขาดูถ่อมตัวและเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง
“พระเจ้า? แน่นอนว่าผมนับถือพระองค์เพราะผมไม่ปฏิเสธความจริงใดๆ และผมก็เชื่อว่าบางคนสามารถมองเห็นพระเจ้าในโลกนี้ได้แต่คนนั้นไม่ใช่คุณ!”
ผมส่ายศีรษะ ตอนนี้เมื่อเราต้องเปิดโปงความลับที่เซี่ยหลิงทิ้งไว้มันคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกพบอะไรบางอย่างเอาเป็นว่าผมจะใช้สมมติฐานในใจนั้นเพื่อพิสูจน์ดีกว่า
หากเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่ยังคงมีอยู่นี่อาจเป็นโอกาสครั้งเดียวที่ผมจะเสี่ยงเดิมพันกับโชคชะตา
“คุณลุง ผมเห็นชัดว่าคุณคือปีศาจ คำพูดของคุณแต่ละคำเป็นเหมือนยาพิษในจอกเหล้าที่คอยผลักคนที่เชื่อฟังคุณให้ดำดิ่งลงสู่หุบเหวที่ไม่อาจกลับมาได้อีก”
ผมเองก็เริ่มพูดจาเกินจริงขึ้นมาเหมือนกัน กอดร่างที่เย็นลงเรื่อยๆของคนที่อยู่ไม่ไกลราวกับว่าผมเริ่มหลงใหลในความรู้สึกแปลกๆของการถูกเย้าแหย่โดยนักนิติเวชหญิง
“ถ้าคนพวกนั้นที่คุณผลักลงไปในหุบเหว สามารถกลับมาได้อีกครั้งก็คงดีไม่น้อย”
แต่ผมรู้ดีว่านั่นเป็นไปไม่ได้
เวลายังคงเดินต่อไป แก๊สลึกลับยังคงแผ่กระจายและเวลานับถอยหลังสู่การหลับใหลครั้งต่อไปก็กำลังใกล้เข้ามา
มือของพวกเราทุกคน ต่างก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปื้อนเลือดได้
“...”
ชายชราตกอยู่ในความเงียบ แต่ในดวงตาของเขากลับไม่สงบสักนิด
สำหรับผมแล้ว ผมไม่ได้สนใจว่าเขาจะคิดอะไรอยู่
“ตอนนี้ให้ผมตอบคำถามพวกคุณเองว่าทำไมผมถึงยืนกรานที่จะไม่เปิดเผยความลับนี้ถึงแม้มันจะไม่เกี่ยวข้องกับเบาะแสของเกมนี้ แต่มันอาจเกี่ยวข้องกับจุดเริ่มต้นของเที่ยวบินโหยหวนนี้ก็เป็นได้”
“ถ้าบอกว่าแม้แต่เซี่ยหลิงเองก็อาจไม่ใช่คนขององค์กรนั้นล่ะ”
ผมคาดเดาโดยผสานกับข้อมูลที่ได้รับมาจากโลกแห่งความเป็นจริง
ในฐานะที่ยืนอยู่ในมุมมองแบบพระเจ้าผมได้ข้อมูลจากแฟลชไดรฟ์ลึกลับนั้น เห็นได้ถึงความลับและเบื้องหลังมากมาย ขณะที่คนอื่นๆกลับได้เพียงข้อมูลผิวเผิ่น
ชีวิตก็เหมือนละคร แต่ละคนต่างยืนอยู่ในมุมของตนเอง คนอื่นๆเป็นแค่ตัวประกอบ ข้อมูลที่พวกเขามีจึงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
และการจะดึงข้อมูลจากปากของพวกเขาโดยไม่เปิดเผยความลับของตนเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“นายหมายความว่า คนที่ชื่ออะไรนะ สตาร์โครว์หรือเปล่า จริงๆแล้วอาจเป็นคนอื่น และอาจอยู่ท่ามกลางพวกเราที่นี่งั้นเหรอ”
ปฏิกิริยาของหลิวเนี่ยนเร็วที่สุดถึงขั้นที่ว่ามากกว่าหวังเฉียงที่อยู่ข้างๆ แต่คนอื่นๆ กลับมีอาการสงบ ค่อยๆตามไม่ทันกับจังหวะที่เริ่มดำเนินไปอย่างว่องไว
ราวกับว่าตัวตนของผู้โหยหวนหรือว่าใครโกหกในแต่ละช่วงของเกมนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป
สิ่งที่ทุกคนสนใจคือทำไมเราถึงมาอยู่บนเครื่องบินลำนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก
“ใช่แล้ว คิดไวเหมือนกันนะเนี่ย”
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จับโฟกัสไปยังใบหน้าของซางจื้อหย่วนที่กำลังยิ้มอย่างภาคภูมิใจผมมีลางสังหรณ์ว่าเขาคงจะหัวเราะไม่ออกในไม่ช้า
เมื่อปัดนิ้วไปยังไฟล์แปลกๆ นั้นพื้นหลังของโทรศัพท์ทั้งเครื่องก่อนที่จะเปิดขึ้นมาจะเปลี่ยนเป็นแสงและเงาที่สอดประสานกันเหมือนกับกระแสน้ำวนของปีศาจ
เสียง ติ๊ดๆ! ดังขึ้นอย่างแสบแก้วหู ก้องกังวานไปทั่วในหัวของพวกเราและใบหน้าของซางจื้อหย่วนก็ซีดเผือดทันที
คาดไม่ถึงล่ะสิ แค่ปล่อยมือก็มีความเสี่ยงมหาศาลเช่นนี้
ผมยอมทุ่มหมดตัวเพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีของซางจื้อหย่วนนั้นผิดจริงๆ
“ฝ่ายที่ชนะเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแผน Xที่ได้จากเกมนี้ หากไม่มีการกดยกเลิกภายในสิบวินาทีเครื่องบินจะเข้าสู่โหมดทำลายตนเองโดยอัตโนมัติ”