บทที่ 9
องค์ชายสาม
พระราชวังหลวงแคว้นเหลียงโจว ห้องทรงอักษรพระราชฐานส่วนใน
"ฟางอี้อยู่ที่ไหน! แค่ไท่จื่อพวกเ้าก็ติดตามไม่ไหวหรือ หากไม่มีผู้ใดแจ้งข้าได้ ข้าจะคาดโทษเดี๋ยวนี้!"
"หม่อมฉันรู้เพคะเสด็จพี่"
"เ้าเป็สตรี แม่ของแผ่นดินตรวจตราส่วนใน ไหนลองบอกข้ามาว่าเ้ารู้ใดอย่างไร"
'ฉางเหวินหวงตี้' ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นเหลียงโจว ครองบัลลังก์สามทศวรรษอำนาจในมือมั่นคงสวนทางกับสุขภาพที่ล่าถอยเต็มที ได้แต่หัวเสียและเป็กังวลกับองค์รัชทายาทที่เพิ่งแต่งตั้ง อันใดจะปล่อยให้ราชสำนักป่นปี้ ชาวประชาแล้งความหวังไม่ได้ คิดว่าส่งคนจับตาดูอิริยาบถทุกฝีก้าวแล้วแท้ ๆ ไม่คิดว่าโอรสคนที่สามอย่างฟางอี้ฉีจะลอบหนีออกจากวังไปได้
ด้วยอุปนิสัยสุขุมรอบคอบ 'ฟางอี้ฉี' ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนคาดเดาได้ยาก ก่อนการปะทะกันระหว่างเหลียงโจวกับต้าซ่งจะมาถึงในเร็ววันนี้เหลียงโจวจำเป็ต้องมีองค์รัชทายาทคอยเป็ขวัญและกำลังใจ ฉางเหวินหวงตี้จำเป็ต้องรักษาความปลอดภัยของรัชทายาทให้ดี ในเมื่อเป็อย่างนี้แล้วฉางเหวินหวงตี้วางพระทัยไม่ลงจริงๆ ก่อนฉางเหวินหวงตี้จะหันไปเอ่ยกับฮองเฮาอย่างกลัดกลุ้ม
"ต้าหยางเพิ่งแตกพ่าย ไม่รู้ว่าเขาจะรีบร้อนไปไย"
"หม่อมฉันเข้าใจเพคะ สตรีในดวงใจของอาอี้ด่วนจากไป เช่นนั้นให้เวลาลูกสักหน่อยเถิด เข้าต้าหยางหนนี้มิได้ไปเพียงลำพัง มือสังหารเจียงอวิ๋นเซี่ยผู้นั้นก็ติดตามไปอารักขาด้วย ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในแว่นแคว้นย่อมไม่ปล่อยให้โลหิตัของอาอี้หลั่งแน่"
ฮองเฮาให้ประสูติโอรสสองพระองค์นั่นคือ องค์ชายใหญ่ผู้ล่วงลับ และ องค์ชายรองในเวลาไล่เลี่ยกัน เรียกได้ว่าหัวปีท้ายปี เป็พี่น้องคลานตามกันมา ผิดแปลกตรงที่อุปนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว ผู้หนึ่งปรีชาสามารถ ผู้หนึ่งต่ำช้าโสมม หลายสิบปีต่อมาองค์ชายใหญ่ยังไม่ทันได้รับตำแหน่งไท่จื่อเสียด้วยซ้ำก็ต้องสิ้นใจในสนามรบ หลายปีมาแล้วที่เขาถูกเก็บอยู่ในความทรงจำ หันไปตำหนักฝั่งประจิมผู้เป็มารดาก็ได้แต่ส่ายหัวยามนึกถึงโอรสอีกคน ส่วนทิศบูรพานั้นเป็ตำหนักขององค์ชายสามนางได้แต่ผงกหัวชื่นชม
ยามนี้แม้ฟางอี้ฉีจะเป็โอรสของฝ่าาที่มีกับพระสนมหวงกุ้ยเฟย แต่นางลาโลกไปหลายปีแล้ว ในใจของฟางอี้ฉีอาวรณ์ถึงมารดาตลอดมา จึงมิคิดแย่งชิงบัลลังก์กับผู้ใดขอเพียงได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายเป็พอ หลังจากองค์ชายสามฟางอี้ฉีได้รับตำแหน่งไท่จื่อกะทันหัน ฮองเฮาในฐานะมารดาของแผ่นดินเพื่อความเหมาะสมแล้วย่อมรับฟางอี้ฉีเป็บุตรในอก ไม่ว่าสิ่งใดนางล้วนออกหน้าแทนและใช้อำนาจหนุนหลังให้เขาปกครองบ้านเมืองต่อไป
ในใจนางมิได้หวังชักใยฝักใฝ่เื่อื่นแต่อย่างใด ทุกสิ่งล้วนคำนึงถึงปากท้องชาวประชา หากนึกว่าจะฝากฝังอำนาจไว้ในมือโอรสแท้ ๆ ของนางที่หลงเหลือเพียงหนึ่งอย่างองค์ชายรองผู้โสมมจมอยู่กับราคะก็คงไม่ต่างอะไรกับการมอบดาบให้ศัตรู ท้ายที่สุดเหลียงโจวที่เหล่าบรรพบุรุษปกป้องแลกมาด้วยเืเนื้อต้องวิบัติสิ้นนามเป็แน่
แคว้นต้าหยางที่กำลังผลัดเปลี่ยนเป็หนึ่งเดียวกับต้าซ่ง
"เจียงอวิ๋นเซี่ยขอบคุณเ้ามากที่เก็บกวาดปูทางให้ข้า เพื่อเร้นตัวจากราชสำนักหลีกหนีความวุ่นวายข้าก็แค่แสร้งสุขุมไปอย่างนั้น อันที่จริงข้ารู้วรยุทธแตกฉานทุกแขนง ั้แ่เล็กจนโตฮองเฮาลอบส่งอาจารย์หญิงอาจารย์ชายแฝงตัวในคราวองครักษ์คอยบ่มเพาะศาสตร์ในตำราและกระบวนท่าป้องกันตัว"
หากจะอวยยศก็คงต้องยกให้ฮองเฮาที่เป็ผู้ปิดทองหลังอารามมาโดยตลอด นอกจากไม่ริษยาผู้ใด ยังประพฤติตนอยู่ในร่องกรอบเป็เยี่ยงอย่างแก่สตรีทั่วแว่นแคว้น การจากไปของสนมเอกหวงกุ้ยเฟยนั้นเกิดจากปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังมานาน หากเป็ราชสำนักหลวงแคว้นอื่นคงสงสัยในตัวพระนางเป็ส่วนแรก ทว่าย่อมไม่ใช่กับฮองเฮาแห่งเหลียงโจวเพราะทั้งสองเป็สหายสนิทร่วมยี่สิบปี แม้ขั้วตำแหน่งจะลดหลั่นกันแต่แน่นแฟ้นเป็อย่างมาก
การจากไปของกุ้ยเฟยทำพระนางโศกเศร้าเหลือเกิน กินไม่ได้กลืนไม่ลงอยู่แรมเดือน ไมตรีอันดีงามนี้ฟางอี้ฉีเห็นและััมันได้ตลอด เขาจึงอาสาคำนับสามหนให้ฟ้าดินเป็พยาน ต่อจากนี้องค์ชายสามฟางอี้ฉียินยอมเห็นฮองเฮาเป็มารดาคนที่สอง พระองค์จึงได้มีกำลังวังชาลุกนั่งได้
ส่วนสาเหตุที่ฮองเฮาทรงประทานผู้เชี่ยวชาญหลายแขนงไว้ข้างกายฟางอี้ฉีอย่างลับ ๆ นั้น สังเกตครั้งแล้วครั้งเล่าฮ่องเต้มีตาหามีแววไม่ เพชรเม็ดงามอยู่ใกล้พระหัตถ์เพียงนี้กลับฉายพระเนตรไม่ทั่วถึง และเพื่อป้องกันคำครหาจากราชสำนักหลีกเลี่ยงมิให้ฝ่าาทรงกังวลว่าบัลลังก์ตนจะสั่นคลอน ฮองเฮาจึงปฏิเสธทำโดยพลการหนุนหลังองค์ชายสามเงียบๆ ยามเหลียงโจวถึงคราวคับขันก็ยังพอมีฟางอี้ฉีที่พึ่งพาได้
"องค์ชาย... แต่ว่าต้าหยางไม่เหมือนเมื่อก่อน ท่านจะ..."
เจียงอวิ๋นเซี่ยนักฆ่ามือพระกาฬพี่ชายของเจียงเว่ยซางปรากฏตัวพร้อมองค์รัชทายาทแห่งเหลียงโจวกลับมายังแผ่นดินต้าหยาง หลังจากได้ฟังน้ำคำของฝ่ายนั้นก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถ่ายทอดอารมณ์ผ่านทางสีหน้าคล้ายมีเื่ต้องสะสางแค่ไม่กล้าขอปลีกตัวไป องค์ชายฟางอี้ฉีมิใช่คนโง่เขลาเบาปัญญาล้วนดูออกั้แ่แรกจึงชิงพูดตัดบทขึ้นมาดื้อๆ
"ไปจัดการธุระของเ้าเถอะ"
เมื่อได้ยินฟางอี้ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบพร่าทั้งที่เป็คนสุขุมพูดจาราบเรียบมาโดยตลอด ก็พอจะจับทางได้ว่าเขาเริ่มจริงจังขึ้นมาแล้วจริงๆ ในเมื่อได้รับอนุญาตแล้วเจียงอวิ๋นเซี่ยค้อมตัวประสานมือคารวะก่อนจะจากไปตามเส้นทางเดิมของตน ส่วนปลายทางของเขาเป็ที่ไหนนั้นไม่มีผู้ใดคาดเดาได้
เรือนซอมซ่อขนาดกลางที่ใช้เป็เรือนหอ
กึกๆ เสียงบานประตูถูกเคาะจากด้านนอก โล่งใจไปทีที่เป็เสี่ยงชูไม่ใช่หลานเจ๋อเซียว
"คุณหนูเ้าคะ คุณหนูลั่วหลินรอพบท่าน"
[คุณหนูลั่วหลิน? ลั่วหลิน... นางคือใครกัน]
เจียงเว่ยในคราบคุณหนูถีหลันเอียงหูฟัง ขมวดคิ้วครุ่นคิดพยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่านางคือใครกันแน่ ฉไหนคุณหนูผู้รากมากดีนางนี้ถึงได้รู้จักคนนั้นคนนี้มากมายนัก ด้วยความที่ไม่อยากยุ่งยากและยังไม่อยากให้ผู้ใดรบกวนหญิงสาวจึงกระแอมเสียงหมาดคอ ไอคุกๆลอดผ่านบานประตูให้คนที่รอหลังประตูรู้จักเกรงใจ
"แจ้งนางไปเถิด ว่าข้ายังมีอาการเจ็บไข้เหลืออยู่ พบกันหนนี้คงไม่สะดวกนัก" นางเอื้อนเสียงตอบเสี่ยงชูที่ยืนรอรับคำสั่ง
"เ้าค่ะคุณหนู "
"เช่นนั้นเสี่ยงชูเชิญคุณหนูลั่วหลินกลับเรือนก่อนเถิดเ้าค่ะ"
เสี่ยงชูงุดหน้าก้มต่ำชักสีหน้างุนงง เดิมทีคุณหนูลั่วหลินกับผู้เป็นายสนิทกันมากมิใช่หรือ แม่สื่อแม่ใยที่คอยชักด้ายสนเข็มให้บุพเพของคุณหนูถีหลันราบรื่นล้วนเกิดจากนาง มากไปกว่านั้นเวลาที่คุณหนูลั่วหลินมาเยี่ยมเยือนิถีหลันมักจะเก็บอาการไม่อยู่ระริกระรี่ออกนอกหน้า หนนี้ปฏิเสธมิให้เข้าพบเสียงราบเฉยราวจดจำสัมพันธ์ไมตรีในอดีตมิได้ แต่ถึงจะสงสัยอย่างไรคนเป็บ่าวไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นวิจารณ์อย่างอื่น เสี่ยงชูจึงปล่อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว
"ได้ยินว่านางฟื้นในคืนเข้าหอ ผ่านมาสามวันแล้วที่นางเอาแต่กักตัวไว้ด้านใน ทหารในกองทัพปากมันลิ้นลื่นเอาเื่ของนางไปนินทาให้ข้าได้ยินอยู่บ่อยๆ หรือนางจะพาลโกรธข้าซ้ำไปด้วยแล้วที่คืนเข้าหอพี่หลานเจ๋อไม่ได้ค้างแรมกับนาง"
'จื่อลั่วหลิน' ญาติห่างๆของหลานเจ๋อเซียว ถึงอย่างนั้นนางก็รู้จักมักคุ้นกับสกุลหลานเป็อย่างดี ั้แ่เล็กติดตามบิดามาค้างแรมที่สกุลหลานปีละหลายหน ด้วยความที่นางยังเล็กนักและเป็หญิงไหนเลยจะละเล่นกับคุณชายหลานทั้งสองได้ หากไม่มีคุณหนูิถีหลันที่เข้าออกจวนหลานเป็ว่าเล่น ฤดูวสันต์ปีนั้นก็คงน่าเบื่อไม่น้อยสำหรับนาง
หลายทีปีหนพบพานกันบ่อยครั้งเข้า สาวน้อยเติบโตพร้อมกันแม้อายุจะไล่เลี่ยกันเล็กน้อยโดยลั่วหลินอ่อนกว่าสองปี สำหรับถีหลันแล้วย่อมเป็สหายได้ เพื่อให้เท่าเทียมพวกนางจึงสัญญาเป็สหายกันนับแต่นั้นเป็ต้นมา ยิ่งลั่วหลินน้อยรู้ว่าถีหลันมีใจมั่นต่อพี่รองหลานเจ๋ออย่างมั่นคง นางยิ่งยินดีเป็อย่างยิ่งที่จะยื่นมือช่วยเหลือให้พี่สะใภ้ในอนาคตเป็คนแซ่ิ
*****
หนีออกจากวังไปตามหาเบาะแสแล้วหนึ่ง
พี่เขาอยากแก้แค้นให้ว่าที่พระชายา
ฝากเอาใจช่วยฟางอี้ฉีไท่จื่อตี้ด้วยน้า
ซื้ออีบุ้กที่Meb