Druw 028 การแข่งขันวันที่ 2 ศึกสองรุมหนึ่ง!
การแข่งขันวันที่หนึ่งผ่านพ้นไป...
วันนี้...คือการแข่งขันวันที่สอง!
เสียงเฮดังกระหึ่มไปทั่วสนาม ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับวันกีฬา (?) ที่พวกเขารอคอย วันที่ตัดสินด้วยการประลองทั้งวัน!
จะมีก็แต่...
จิตสังหารแผ่ออกมาทั่วพื้นที่ของฝั่งหอเซาท์อย่างเยือกเย็นให้เหล่าเพื่อนร่วมหอหนาวะเื ขนหัวลุก และเป็ไข้จับสั่น (!?) ทุกคนต่างเขยิบถอยหนีเ้าของจิตสังหารที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ั้แ่เข้ามาในสนาม คุณชายผู้ไร้อารมณ์แห่งหอเซาท์ตอนนี้กำลังนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าบึ้งตึง กระดิกเท้าเร็วแรงราวกับว่าเ้าตัวกำลังระบายอารมณ์อยู่
ที่มาของความหงุดหงิดนั้นไม่ใช่อะไรที่ไหน...แต่เป็ภาพของดรูว์ที่นอนหลับหนุนตักเชลอยู่ต่างหาก!
เหล่าเพื่อนร่วมหอถอยกรูด พลางส่งสายตาขับไล่เชลออกไปให้ไกลๆ เ้าตัวเล็กหน่อย หากแต่เชฟหนุ่มกลับทำเป็มองไม่เห็นแล้วปล่อยให้ดรูว์นอนบนตักของตนต่อไปอย่างสบายอารมณ์
เหล่าสมาชิกแห่งหอเซาท์แทบอยากจะร้องไห้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณชายผู้ไร้อารมณ์กันนี่ วันดีคืนดีไม่เห็นแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา แต่พอสองสามวันที่ผ่านมากลับแสดงออกว่าหงุดหงิดอย่างชัดเจนเวลาที่ดรูว์ใกล้ชิดกับใครมากเกินไป...โดยเฉพาะกับเชล
หลงแล้วสินะ...คุณชายหลงเสน่ห์เ้าตัวเล็กนั่นแล้วสินะ!
ได้โปรดเถอะคุณชาย นั่นผู้ชายนะ!
โคเรลกับเพลมองเพื่อนร่วมหอแต่ละคนแล้วส่ายหน้า พวกเขารู้ว่าเ้าพวกนี้คิดอะไรอยู่ แต่พวกเขาเองก็ไม่กล้าบอกเ้าพวกนี้เช่นกันว่าเ้าตัวเล็กน่ะเป็ผู้หญิง
รายการการแข่งขันของ่เช้าปรากฏขึ้นบนจอฉายภาพลอยฟ้า...ทุกคนแปลกใจ ในเมื่อเมื่อวานนี้ประกาศ่เช้าและ่บ่ายออกมาพร้อมกัน แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ประกาศแต่่เช้ากันล่ะ!?
[อะแฮ่ม ใน่บ่ายพวกเรามีเซอร์ไพรส์นิดหน่อย เพราะฉะนั้น...ลุ้นกันไปจนกว่าจะถึงตอนบ่ายดีกว่านะ ฮ่าๆๆ] น้ำเสียงร่าเริงที่ฟังดูโรคจิตพิกลดังขึ้นเหมือนกับเมื่อวาน...ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่ซาเมล เอดารอส!
“เ้ารุ่นพี่นั่นโรคจิตชะมัด...ถามจริงเถอะ พวกเ้าเคยพาเ้านั่นไปหาหมอตรวจประสาทกันบ้างหรือเปล่า” ดรูว์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงียระคนหงุดหงิดที่ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอันโรคจิตของรุ่นพี่ เหล่าสมาชิกหอเซาท์ส่ายหน้าพรืด
ไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นกับท่านหัวหน้าหอหรอกนะ...
ส่วนจิตสังหารที่ฟรองเซ่ปล่อยออกมาเป็เวลานานหายไปทันทีที่ดรูว์ลุกขึ้นจากตักเชล ทุกคนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอกที่จิตสังหารสุดสยองนั่นหายไปได้สักที
เหล่าสมาชิกหอเซาท์เหลือบมองเชล...ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องหาทางกันท่าเ้าเชฟนั่นให้ออกห่างจากดรูว์เสียแล้วหากไม่อยากเจอจิตสังหารของฟรองเซ่อีก!
ยิ่งเมื่อคำพูดของเ้าตัวเมื่อวานด้วยแล้ว...
‘เพราะดรูว์คือคนที่สำคัญยิ่งของข้า’
นั่นยิ่งทำให้จิตสังหารของฟรองเซ่น่ากลัวขึ้นมากกว่าเก่าเป็กอง
รู้ก็รู้หรอกว่าเ้าตัวเล็กนั่นมีเสน่ห์ดึงดูดมากแค่ไหน แต่ใครจะคิดเล่าว่าแม้แต่คุณชายผู้ไร้อารมณ์ยังหลงเสน่ห์ไปอีกราย! แถมยังหวงมากๆ เอาเสียด้วย ถึงแม้เ้าตัวจะไม่เคยเปิดปากพูดอะไรทำนองนี้ออกมา แต่จากใบหน้าและท่าทางที่แสดงออก...มองไม่ออกก็โง่แล้ว
“ว่าแต่ฟรองซ์ ข้าเห็นเ้าหงุดหงิดมาได้สามสี่วันแล้ว เ้าเป็อะไรหรือเปล่า? หรือประจำเดือนจะมาไม่ปกติ?” ดรูว์ถามคู่หูด้วยใบหน้าที่สงสัยเต็มกำลัง
เอ่อ...อย่างน้อยก็มีดรูว์คนหนึ่งนั่นละที่โง่
“...” ทุกคนนิ่งเงียบ ตัวแข็งทื่อ ประจำเดือนมาไม่ปกติอย่างนั้นหรือ!? คิดไปได้อย่างไรเนี่ย!
หากแต่ฟรองเซ่กลับไม่โมโหหรือรู้สึกโกรธกับคำพูดของอีกฝ่าย ชายหนุ่มเพียงแค่ขมวดคิ้ว “คนที่ประจำเดือนมาไม่ปกตินั่นมันเ้าต่างหาก”
“...” ทุกคนนิ่งเงียบ นี่ก็อีกคน! คิดไปได้อย่างไรกัน!?
การแข่งขันใน่เช้าของวันนี้มีเพียงแค่การประลองแบบกลุ่มของทั้งสี่หอ โดยให้หอทั้งสี่ส่งคนในหอมาหอละสิบคนและสู้แบบตะลุมบอน สมาชิกหอเซาท์ต่างมองหน้ากันเมื่อตัวแทนขาดไปสอง พวกเขาต่างมองมาที่ฟรองเซ่และดรูว์ที่ตื่นขึ้นมาแล้วเป็ตาเดียว
พอถูกจ้องดรูว์ก็รู้ทันทีว่าตัวเองกำลังถูกทุกคนขอร้องแกมบังคับด้วยสายตา เ้าตังเล็กตีหน้านิ่งทันที “ข้าไม่ลงหรอกนะ” แล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น
ถ้าเธอลงไปมีหวัง...ดรูว์ถอนหายใจออกมา เื่นั้นมันเป็ไปไม่ได้หรอก
ดรูว์ก็เหมือนกับไดรกอน หากพลาดพลั้งแม้เพียงนิดอาจทำอะไรลงไปโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้...
ส่วนฟรองเซ่เมื่อเห็นคู่หูปฏิเสธเขาจึงส่ายหน้าปฏิเสธตาม รุ่นพี่คนหนึ่งขยี้หัวตัวเองจนยุ่งไปหมดอย่างขัดใจ
“ให้มันได้อย่างนี้สิ! แล้วจะส่งใครไปดีล่ะทีนี้!!”
“โน่น” ดรูว์ชี้ไปที่ชายคนหนึ่งในกลุ่ม “และนั่น” ดรูว์ชี้ไปที่ชายคนหนึ่งที่เดินมาทางนี้พอดี
คนถูกชี้สะดุ้ง ส่วนทุกคนแสยะยิ้มออกมาอย่างเริงร่า...ก็จะไม่ให้เป็อย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อดรูว์ชี้ไปที่ชาเอล ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในหอเซาท์ที่ตอนนี้ทำหน้าเหลอหลา ส่วนอีกคนคือซาเมลผู้เป็น้องชายจอมเ้าเล่ห์ที่เดินมาทางนี้พอดี!
“เอ๋? เอ่อ ข้าเนี่ยนะ?” ชาเอลยังคงเอ๋อไม่เลิก
“ใช่! พวกท่านนั่นแหละ!!” ว่าแล้วเหล่าสมาชิกหอเซาท์ก็ต้อนสองพี่น้องเอดารอสขึ้นลานประลองเพื่อไม่ให้ทั้งสองคนปฏิเสธ
ตลอดการประลองผู้คนทั่วทั้งสนามต่างสะท้านเฮือกเมื่อสองพี่น้องผู้แข็งแกร่งที่สุดในหอเซาท์และผู้เ้าเล่ห์แสนกลที่สุดในหอเซาท์ขึ้นไปร่วมประลองด้วย เมื่อการประลองเริ่มขึ้น บนลานประลอง้านั้นก็ถูกสองพี่น้องคู่นั้นทำให้กลายเป็ลานละเลงเื ส่วนโคเรลที่เป็หัวหน้าสายพิเศษ E คนปัจจุบันก็ใช่ย่อย ร่วมมือสาดเืผู้แข่งบนลานประลองช่วยสองพี่น้องคู่นั้น
เหล่าสมาชิกหอเซาท์ที่ดูการละเลงเืนั้นอยู่ห่างๆ ต่างนึกขอบคุณที่ตนไม่ได้ไปเป็ส่วนหนึ่งอยู่บนนั้น และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือต้องขอบใจดรูว์ที่เป็คนโยนภาระนี้ให้สองพี่น้องคู่นั้น! ทุกคนเหลือบมองดรูว์ที่นั่งตาใสมองการละเลงเืในสนาม แถมยังดูดน้ำผลไม้กล่องในมืออย่างไม่สะทกสะท้าน! พวกเขาเ่าั้พากันกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก
ดูเหมือนว่าคนที่น่ากลัวที่สุดในหอเซาท์จะเป็ดรูว์นะ...
ในขณะเดียวกันนั้น ดวงตาสีฟ้าเข้มของเด็กสาวจ้องมองร่างเล็กแห้งของคนที่ไม่มีใครสนใจอยู่ตลอดเวลา การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วยิ่งกว่าตัวแทนหอทั้งสามที่ทุกคนให้ความสนใจ แต่ทว่ากลับไม่มีความเคร่งเครียดใดๆ ปรากฏบนใบหน้านั้น ราวกับว่ามันเป็เื่ปกติที่เขาจะสู้กับคนจำนวนมากแบบนี้ แถมยังไม่มีร่องรอยที่แสดงออกว่าเหนื่อยเลยสักนิด ทั้งที่คนอื่นหอบแฮ่กเหมือนหมาหอบแดดกันแล้ว
เ้านั่นขาดสารอาหารจริงหรือ? ดูอย่างไรนั่นก็นักฆ่ามืออาชีพชัดๆ
ดรูว์รู้สึกว่านี่มันไม่ถูกต้อง อย่าว่าแต่คนธรรมดาเลย แม้แต่พวกนักล่าระดับแนวหน้ายังเคลื่อนไหวไม่รวดเร็วและแม่นยำถึงขนาดนี้ ท่วงท่าของเพลนั้นให้ความรู้สึกที่คล้ายกับเธอ...ตรงที่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะต่อสู้เช่นนี้ั้แ่เด็ก ทว่า่หลังกลับปล่อยปละละเลย
หากเธอกับเพลสู้กัน ก็ไม่รู้ว่าใครจะชนะกันแน่
“ดูเหมือนว่าการประลองใน่เช้าจะจบลงด้วยดี” ดรูว์พูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทั้งๆ ที่ดวงตาสีฟ้าเข้มยังจับจ้องสภาพของบรรดาเพื่อนร่วมหอที่เพิ่งผ่านศึกหนักมา
“จบด้วยดีบ้านเ้าสิ...” เพื่อนร่วมหอทั้งหกต่างก็บ่นพึมพำ ยกเว้นเพลที่นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร ส่วนโคเรล ซาเมล และชาเอลต่างก็วิ่งไปตักน้ำมาดื่มอย่างกระหายจนไม่มีเวลามาบ่น
“เฮ้ ข้าได้ยินนะว่าพวกเ้าพูดอะไร” ดรูว์ขมวดคิ้ว “อีกอย่าง พวกเ้าคิดว่าคนเร่ร่อนอย่างข้ามีบ้านเหมือนกับคนอื่นเขาด้วยรึ?”
“...” ทุกคนหุบปากฉับ ไม่พูดอะไรอีกต่อไป อารมณ์หม่นหมองปกคลุมทั่วพื้นที่ทันใดเมื่อดรูว์ไม่เก็ต แถมยังพูดเื่ชวนหดหู่อย่าง ‘ตัวเองไม่มีบ้าน’ อีก!
“เฮ้ เ้าเป็เพื่อนสมัยเด็กของเ้าตัวเล็กนี่ บ้านของเ้าตัวเล็กเป็อย่างไรหรือ?” โคเรลรีบเอ่ยปากถามขึ้นเมื่อเห็นว่าดรูว์เดินไปทางอื่น พวกเขารู้แค่ว่าดรูว์เป็ชาวควาเซ แต่เ้าตัวเล็กไม่เคยพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเลยสักครั้ง คนอื่นๆ รีบหันมาด้วยความสนใจ ส่วนเชลหรี่ตามองอีกฝ่าย “ก็...ข้าไม่เชื่อหรอกนะว่าเ้าตัวเล็กไม่มีบ้าน อย่างน้อยก็น่าจะมีพ่อแม่...”
“ไม่มีหรอก...ของพรรค์นั้นน่ะ” เชลรีบพูดดักก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ทันพูดจบดี ทุกคนต่างชะงักค้าง
“หา!?”
“แม้แต่รูปถ่ายก็ไม่เคยได้เห็น แม้เสียงจะเป็เช่นไรก็ไม่เคยได้ยิน ดรูว์เป็เด็กที่...” เชลพูดได้แค่นี้ก็เม้มปากแน่น ประกายทอแววเศร้าอย่างชัดเจน ชายหนุ่มหันหน้าหนี “เื่พวกนี้เ้าควรจะถามดรูว์มากกว่ามาถามข้านะ”
“...” ทุกคนต่างเงียบอีกครั้งด้วยความกระอักกระอ่วน โคเรลเริ่มทำตัวไม่ถูกด้วยรู้ว่าตนได้ถามคำถามที่ไม่ควรจะถามออกไป ชายร่างใหญ่ถอนหายใจอย่างอึดอัด “เอ่อ...ข้า...ข้าขอโทษ”
“เ้าไม่ต้องมาขอโทษข้าหรอก”
“เอ่อ...แล้วเ้า...”
“ไม่ต้องห่วง ข้าเป็เด็กที่มีพ่อแม่”
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำให้เ้าเชฟหนุ่มนี่หดหู่เพราะอดีตอันเ็ปของตัวเอง
“แต่พ่อแม่ของข้าถูกฆ่าตายไปั้แ่ข้ากับแบล็คยังเด็กมาก”
“...” ทุกคนต่างกระถดถอยหลังหนีด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วนยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก ทุกคนต่างยิ้มแหยแล้วชวนพูดเื่อื่นแทนก่อนที่แบล็คที่ส่งเสียงขู่พวกเขามาได้สักระยะจะะโมากัดพวกเขาเสียก่อน
“พวกเ้ามีเื่อะไรกันหรือ” เสียงเรียบนิ่งดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ทุกคนทุกดุ้ง ดรูว์ที่เดินกลับมาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้เอียงคอมองทุกคนด้วยสายตาสงสัยก่อนที่ดวงตาสีฟ้าเข้มจะตวัดไปมองเชล “มีเื่อะไรกันหรือ”
เชลหลุดขำเพียงนิด “พวกเขาก็แค่สงสัยว่าบ้านเกิดของเ้าเป็แบบไหน”
โคเรลอ้าปากค้างก่อนจะทำท่าพุ่งเข้าไปตะครุบปากเชลก่อนที่เ้าตัวจะได้พูดอะไรออกมา หากเสียงของดรูว์ก็หยุดการเคลื่อนไหวของชายร่างใหญ่เสียก่อน
“ถ้าพูดถึงบ้านก่อนที่ข้าจะกลายเป็คนเร่ร่อน...ก็มีนะ”
“ใช่ไหมล่ะ!” โคเรลตบมือดังฉาดอย่างดีใจ
“แต่มันไม่ใช่อะไรที่น่าจดจำนักหรอก...มันเลวร้ายจนพวกเ้านึกภาพไม่ออกเลยล่ะ”
“...” คราวนี้เงียบฉี่ไปทั้งหอ ความรู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าความมืดมนปกคลุมไปทั่วบริเวณจนทุกคนแทบอยากจะจับโคเรลโยนหลุมฝัง...โทษฐานที่เป็ต้นเหตุของความมืดมนนี้
“อ้อ จริงสิ เมื่อครู่ท่านจีริเรียกข้าให้ไปเอาไอ้นี่มา” ดรูว์ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งไปให้โคเรล
“ท่านจีริ? เ้าหมายถึงท่านรีจิเรนหรือ?” โคเรลรับกระดาษแผ่นนั้นไปอย่างงงๆ เมื่อเห็นข้อความในกระดาษ ชายหนุ่มร่างใหญ่ก็แสยะยิ้ม
“เอ่อ...ในนั้นเขียนเอาไว้ว่าอย่างไรหรือ” เพลถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น ทุกคนในหอลุ้นกันตัวโก่ง
“การประลองรอบบ่ายประกาศออกมาแล้ว”
ทุกคนทำหน้าตื่นเต้น ดวงตาสีฟ้าเข้มที่คราวนี้ดูนิ่งและเ็าสบกับดวงตาสีน้ำตาลไหม้พลางทำปากขมุบขมิบให้อีกฝ่ายอ่านปากเอา เชลชะงักเมื่อดรูว์พูดภาษาปากจบ แบล็คเองก็เริ่มใจคอไม่ดีเสียแล้ว
เื่นั้น...เป็ไปไม่ได้ มันบังเอิญเกินไปแล้ว!
“การประลองรอบบ่ายทางส่วนกลางได้สุ่มรายชื่อของสมาชิกในหอแต่ละหอมาสามคน แล้วให้ทั้งสามคนนี้เข้าไปสู้ในลานประลองหอละคนพร้อมกันทั้งสี่หอ โดยที่ผู้ที่ถูกคัดเลือกเอาไว้ไม่สามารถเปลี่ยนลำดับที่ของตัวเองได้ ถ้าหากตัวแทนหอไหนไม่สามารถทำการประลองต่อได้ให้ลำดับต่อไปของหอนั้นขึ้นไปประลองต่อได้เลย ตัวแทนของหอไหนที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองคนสุดท้ายคือฝ่ายชนะ ตัวแทนของหอเราก็เป็เชล ฟรองเซ่ แล้วก็ดรูว์...ตามลำดับนี่ล่ะ” โคเรลเริ่มไล่รายชื่อของหออีกสามหอ ซึ่งรายชื่อสุดท้ายของหอนอร์ธและหอเวสต์ทำให้เชลแทบจะกุมขมับ เพราะมันตรงกับที่ดรูว์บอกเขาเมื่อครู่น่ะสิ!
รินกะกับไรเซอร์...ถึงแม้สองคนนั้นจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่ถ้าสองคนนั้นร่วมมือกันละก็...เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าตนเองจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้หรือไม่
แม้เขาจะหนีออกมาจากควาเซได้เจ็ดปีกว่า แต่เขาก็ไม่เคยลืมว่าสองคนนี้คือคู่หูที่น่ากลัวที่สุดของพวกผู้พิทักษ์!
“...ไม่เป็ไรนะ” ดรูว์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงเมื่อเห็นเพื่อนในสมัยเด็กเริ่มทำหน้าเครียด
“ไม่...ไม่เป็ไร” เชลหันหน้าหนี ไม่ยอมสบตาดรูว์ “เ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่แพ้...”
“อย่าฝืนตัวเอง” เชลชะงักกับคำพูดนั้น แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงฝ่ามือเล็กๆ เย็นๆ ที่ไร้ซึ่งชีพจรของดรูว์ลูบบนศรีษะเขาอย่างเบามือราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บหากเ้าตัวออกแรงมากกว่านี้ “หากเ้าไม่ไหว เ้าต้องรีบยอมแพ้ทันที”
“แต่...”
“ถึงแม้สองคนนั้นจะอ่อนแอเมื่ออยู่คนเดียว แต่ถ้าหากสองคนนั้นจับมือกันเมื่อไหร่...าาัก็าาัเถอะ โดนเ้าพวกนั้นสอยร่วงแน่”
แม้จะออกมาจากที่นั่นั้แ่สี่ขวบ แม้จะไม่รู้อะไรมากนัก แต่อย่าลืมว่าเธอมีคุโรวกับดารีเซญ์อยู่ที่นั่น จะติดต่อกันผ่านั์ตนอื่นไม่ได้เลยหรือ?
“...”
“อย่าฝืนตัวเอง เข้าใจไหม?”
เชลถอนหายใจออกมาในที่สุด “...เข้าใจแล้ว”
ดรูว์ยิ้มบางแล้วชักมือออก ปล่อยให้เชลสงสัยกับััเมื่อครู่ของดรูว์
ัันั่น...เขาไม่ได้รู้สึกไปเองใช่ไหมว่าดรูว์ไม่มีชีพจร!?
เป็ไปไม่ได้ ในเมื่อตอนนั้นเมื่อสิบแปดปีก่อน เ้าชเรดนั่นถ่ายอายุขัยให้ดารูวาร์ไปแล้วนี่
เชฟหนุ่มหันขวับ เขาเห็นดรูว์กำลังพูดอะไรสักอย่างกับฟรองเซ่ เชลหรี่ตา...ดูเหมือนว่าเ้านั่นจะเลิกทำเป็เ็าใส่ดรูว์มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ไม่สิ...พูดให้ถูกคือั้แ่ตอนที่ทั้งสองคนถูกส่งเข้าไปในป่าเวทมนต์นั่นต่างหาก เชลแอบเบาใจได้เปราะหนึ่งที่ตอนนี้ทั้งสองคนเริ่มสนิทกันมากขึ้น นั่นหมายความว่าดรูว์จะไม่เหงาแน่นอน แถม่นี้เ้านั่นยังหงุดหงิดง่าย ปล่อยจิตสังหารออกมาเป็ว่าเล่น...
ดูเหมือนว่าเชลจะไม่รู้ว่าที่ฟรองเซ่ปล่อยจิตสังหารออกมาใน่หลังๆ นี้ส่วนใหญ่ก็มาจากเขาเป็ต้นเหตุนี่ละ เชลรีบสะบัดเื่นั้นออกจากหัวแล้วเริ่มคิดว่าตนเองจะจัดการรินกะกับไรเซอร์อย่างไรดี
ถ้าคนใดคนหนึ่งในสองคนนั้นขึ้นบนสนามประลองก่อนก็ดี จะได้รีบจัดการก่อนที่อีกคนจะขึ้นมา
แต่นั่นก็ไม่ง่ายเลย เล่นสู้แบบตะลุมบอนกันแบบนี้ เขาจะเล็งแค่หอใดหอหนึ่งก่อนได้อย่างไร? ถ้าเขาสู้คนหนึ่ง อีกสองคนก็จะสู้กันเอง
การประลองใน่บ่ายมาถึง ตัวแทนของหอทั้งสี่เดินขึ้นบันไดสู่สนามประลอง เสียงเฮดังลั่นไปทั่วลานประลอง...หากแต่ดรูว์กลับเฮไม่ออก ศอกทั้งสองข้างชันเข่า มือประสานกัน เอาคางเกย แถมยังมองลงไปในสนามอย่างเคร่งเครียด ฟรองเซ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงหันมาเห็นพอดี
“เ้าไม่ต้องทำหน้าเครียดอย่างนั้นก็ได้” ฟรองเซ่ถอนหายใจแล้วพูดออกมา
“แรกๆ น่ะข้าไม่เครียดหรอก” ดรูว์กรอกตาไปมา ฟรองเซ่ขมวดคิ้วสงสัย
“คนสุดท้ายจากหอนอร์ธและหอเวสต์ต่างหาก” แบล็คที่นั่งอยู่ข้างดรูว์อีกด้านตอบขึ้นมา
“รินกะกับไรเซอร์?” ฟรองเซ่เริ่มไม่เข้าใจ คราวที่แล้วไรเซอร์ก็แพ้ให้กับเชลไม่ใช่หรือ แถมยังแพ้อย่างหมดท่าด้วย แถมรินกะก็เป็หมอหลวงฝึกหัด แล้วมันมีอะไรน่าเป็ห่วงตรงไหน?
“แม้สองคนนั้นจะอ่อนแอและเคยแพ้ให้เชล แต่ถ้าหากสองคนนั้นร่วมมือกัน...ก็ใช่ว่าข้าจะเอาชนะได้ง่ายๆ” ดรูว์หรี่ตาลงเพื่อปิดซ่อนประกายตาราวกับสัตว์ป่าของตนเองเอาไว้ “อีกอย่าง...ฐานะของรินกะในควาเซถือว่าสูงที่สุดรองลงมาจากราชนิกุล นางเป็หนึ่งในสี่องครักษ์ัราชันย์ ทั้งยังไรเซอร์ที่เป็ถึงหลานชายของหัวหน้าสี่องครักษ์ัราชันย์อีก”
ฟรองเซ่ถึงกับเงียบและพูดอะไรไม่ออก...นี่สองคนนั้นน่ากลัวขนาดนี้เลยหรือ!? ดรูว์ปิดตาลงแล้วถอนหายใจออกมา แบล็คที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็อดที่จะถอนหายใจตามออกมาไม่ได้ มันมองเชลด้วยความเป็ห่วงอย่างที่สุด
“จริงสิ...เมื่อวานข้าได้ยินไรเซอร์เรียกเชลว่าสายเืต้องห้าม มันหมายความว่าอย่างไร” ฟรองเซ่ถามถึง แบล็คสะดุ้งโหยง ส่วนดรูว์ลืมตาขึ้นมองหน้าคนถามเพียงข้างเดียว
แบล็คอึกอักแล้วดวงตาสีน้ำตาลไหม้ของมันก็มองสบตากับดวงตาสีฟ้าเข้มของดรูว์อย่างขอความเห็น ดรูว์เพียงส่งยิ้มบางๆ
“ถ้าเ้าอยากจะพูดก็พูด ข้าไม่ว่าอะไรหรอก”
ัเพลิงดำถอนหายใจออกมา “ข้ากับเชล...พวกเราเป็พี่น้องฝาแฝดกัน”
เห็นได้ชัดว่าฟรองเซ่แปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินเช่นนั้น...เพราะชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น ฟรองเซ่ทำหน้าเหมือนคิดอะไรบางอย่างแล้วพยักหน้ากับตนเอง “เพราะอย่างนั้นร่างมนุษย์ของพวกเ้าถึงได้เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกันสินะ รวมถึงท่าทางแปลกๆ ของพวกเ้าตอนที่เ้าโคเรลพูดถึงเื่ใบหน้าของพวกเ้าที่เหมือนกัน”
“สายเืต้องห้ามคือเด็กที่เกิดมาจากัและเผ่าพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะเป็มนุษย์ ปีศาจ ภูติ หรืออื่นๆ มันเป็ข้อห้ามน่ะ ถึงมนุษย์กับัจะอยู่ด้วยกันได้ แต่ห้ามมีสัมพันธ์กันเด็ดขาด” แบล็คพูดด้วยใบหน้าเศร้า ทว่าคำพูดของไดรกอนเมื่อสมัยก่อนก็ทำให้มันกับเชลไม่เ็ปอะไรมากนักเมื่อมีคนมาเรียกพวกเขาว่าเป็สายเืต้องห้าม
เพราะอย่างน้อย...พวกเขาก็เกิดมาจากความรักของพ่อแม่
“เพราะอะไร?”
“รู้จักัมารใช่ไหม” ดรูว์ถามขึ้น ฟรองเซ่พยักหน้ารับแม้จะไม่รู้ว่าจู่ๆ ดรูว์ถามเื่นี้ขึ้นมาทำไม “ที่เป็ข้อห้าม เพราะเมื่อก่อน...ตอนนั้นยังไม่มีข้อห้ามเื่แต่งงานอยู่กินกันข้ามเผ่าพันธุ์ระหว่างเผ่าพันธุ์อื่นกับั มีเด็กคนหนึ่งเกิดมาจากเผ่าพันธุ์อื่นและั ตอนแรกๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเด็กคนนั้นเข้าใกล้วัยเบญจเพส...” ดรูว์กำมือแน่น “เด็กคนนั้น...ก็กลายเป็ัมาร”
“หา!?”
“เพราะอย่างนั้น...หลังจากนั้นจึงมีการล่าสายเืต้องห้ามกันทั่วโลกเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก การแต่งงานระหว่างเผ่าพันธุ์อื่นกับักลายเป็เื่ต้องห้าม เด็กที่เกิดมาจะต้องถูกฆ่าตายทันที แม้จะไม่แน่ใจว่าเผ่าพันธุ์อื่นที่ว่าเป็เผ่าพันธุ์ไหนกันแน่ แต่แค่เป็สายเืของักับเผ่าพันธุ์อื่น ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็สายเืต้องห้ามทันที”
“แล้วทำไม...” ทำไมเด็กคนนั้นถึงได้กลายเป็ัมารละ? ฟรองเซ่ถามคำถามนี้ไม่ออก
“แต่อันที่จริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสายเืหรอก การที่เด็กคนนั้นกลายเป็ัมาร...เพราะเขาเป็เด็กที่พ่อแม่ไม่้าให้เกิดมา แม่เป็โสเพณี พ่อก็เป็ัที่เ้าชู้ เด็กคนนั้นไม่เคยได้รับความรักจากใครแม้กระทั่งพ่อแม่ของตนเอง แถมยังถูกเลี้ยงดูมาด้วยความแค้นและความเกลียดชังของคนรอบข้าง เมื่อพวกเขาโกรธแค้น บ่มเพาะความมืดในจิตใจของเด็กคนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ...”
“ก็เลยกลายเป็ัมารในที่สุดสินะ” ฟรองเซ่ต่อ ดรูว์พยักหน้ารับ
“ที่พวกซาบรีย์ไม่ฆ่าเชลกับข้าเพราะพวกข้าเป็สายเืของั์ ตอนที่พวกมันฆ่าพ่อของพวกเราไปเหล่าั์ต่างโกรธแค้น ถึงขนาดที่ทำลายหมู่บ้านแห่งหนึ่งของนครฝั่งเหนือให้หายไป และไม่ยื่นมือมาช่วยเหลืออะไรพวกมนุษย์อีก” แบล็คกัดฟันเมื่อพูดถึงความตายของพ่อตน “นั่นเป็แค่การแจ้งเตือนว่าหากพวกมันคิดจะฆ่าข้ากับเชล นั่นหมายถึงเหล่าั์จะทำลายซาบรีย์และนครฝั่งเหนือทิ้งไปเสีย”
ฟรองเซ่รับฟังอย่างสงบ “ข้า...เสียใจด้วยเื่พ่อแม่ของพวกเ้า”
แบล็คชะงัก ไม่เคยมีใครพูดคำคำนี้กับพวกเขามาก่อน ในตอนนั้นดารูวาร์กับไดรกอนฟังอย่างสงบแล้วกอดปลอบพวกเขาเงียบๆ ชเรดกับอีสโรว์นั่งอยู่ข้างกายพวกเขาอย่างเงียบงัน แต่พวกเขาสองคนเข้าใจ สี่คนนี้ปลอบใครไม่เป็ ได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว
“ไม่เป็ไร เพราะตอนนี้พวกข้ามีดรูว์อยู่” ฟรองเซ่ถึงกับจ้องแบล็คตาเขม่นทันทีเมื่อมันพูดมาถึงเื่นี้ “เพราะเมื่อก่อนดรูว์บอกว่าพวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน เพราะฉะนั้นพวกข้าจึงยังมีสิ่งที่ต้องปกป้องอย่างไรล่ะ”
“...”
“นั่นคือความหมายว่าทำไมพวกข้ายังต้องมีชีวิตอยู่”
เสียงเฮในสนามดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตัวแทนจากหออีสต์แพ้ทั้งสามคน ส่วนคนสุดท้ายของหอเวสต์และหอนอร์ธก็กำลังก้าวขึ้นไปบนลานประลอง แบล็คชะงักเมื่อได้ยินสองคนนั้นกำลังคุยอะไรกัน ดรูว์ที่หูดีไม่แพ้กันถึงกับเบ้หน้าด้วยความรังเกียจ
“เ้าพวกนั้น...” ดรูว์กัดฟันกรอด สิ่งที่พวกเธอกำลังกลัวกลายเป็ความจริงแล้ว!
“อะไรหรือ!?” ฟรองเซ่ที่ไม่ได้ยินถามขึ้น เขาไม่เคยเห็นดรูว์โกรธแบบนี้มาก่อน
“สองคนนั้นตกลงร่วมมือกัน” แบล็คเองก็มีสีหน้าไม่ได้ต่างอะไรไปจากดรูว์นัก “ถ้าข้าลงไปได้...”
ฝ่ามือเล็กของดรูว์รีบตะปบแบล็คเอาไว้ “ใจเย็นๆ”
“สองคนนั้นมันคิดจะรุมเชลนะ!”
สองคนนั้นมาจากซาบรีย์ แม้ว่ารินกะจะไม่เคยแสดงนิสัยของพวกผู้ทรยศออกมา แต่ดรูว์กับแบล็ครู้ดี หากสองคนนั้นร่วมมือกัน ไรเซอร์ต้องวางแผนทำอะไรแปลกๆ กับเชลแน่
แบล็คดิ้นพล่านเพื่อให้ร่างของตนหลุดจากอุ้งมือดรูว์ ก่อนที่มันจะชะงักเมื่อััได้ถึงจิตบางๆ ทว่าน่ากลัวยิ่งเสียกว่าจิตของใครๆ
“ข้ารู้...” ดวงตาสีฟ้าเข้มของดรูว์ทอประกายวาวโรจน์ “ถ้าพวกมันเล่นลูกไม้ตุกติกอะไรนอกเหนือจากการต่อสู้ละก็...”
แบล็คกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแล้วยอมอยู่นิ่ง มันรู้ว่าดรูว์ในตอนนี้กำลังโกรธ...มากเสียด้วย ไดรกอนเคยพูดเอาไว้ว่าหากดรูว์โกรธขึ้นมา ดรูว์จะไม่ต่างอะไรไปจากดารูวาร์เมื่อสิบแปดปีก่อนเลยสักนิด ซึ่งมันก็จำได้ดีว่าดารูวาร์เมื่อตอนนั้นน่ากลัวแค่ไหน
ไม่ใช่แค่หนึ่งหมู่บ้าน แต่เป็หนึ่งอาณาจักรที่ต้องล่มสลายไป!
เชลจ้องผู้พิทักษ์ทั้งสองคนพลางเบ้หน้าเมื่อได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน มันทำเอาอารมณ์เขาขุ่นมัวสุดๆ!
“จะรุมข้าก็พูดออกมาโต้งๆ เลยเหอะ ลืมไปแล้วหรือไรว่าข้าได้ยิน เป็ถึงผู้พิทักษ์ของซาบรีย์แท้ๆ” เชลทำเสียงขึ้นจมูกใส่อีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์
“หึ...กลัวจะแพ้ล่ะสิ” ไรเซอร์ทำน้ำเสียงยียวนแต่เชลกลับนิ่งไม่ยอมเป็ไปตามที่อีกฝ่ายยั่วยุ ทว่าหางคิ้วกลับกระตุกถี่
“เพื่อเป็การยุติธรรมกับเ้า พวกข้าจะไม่ใช้พิธีกรรมท้ารบ” รินกะพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
แต่ขอเหอะ...
“มันยุติธรรมกับข้าตรงไหนมิทราบ!” เชลกัดฟันกรอด เขาเป็ฝ่ายถูกรุมนะ!
เมื่อเสียงสัญญาณการประลองดังขึ้น จากสนามประลองที่เป็พื้นปูนจนถึงเมื่อครู่ก็กลายเป็แผ่นดินที่แตกละแหงและมีเปลวไฟปะทุขึ้นจากพื้น! แค่นี้อาจจะไม่ระคายผิวที่แข็งแกร่งราวกับัของเชล หากแต่ถ้าอยู่นานเข้าเขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพลิงสีดำปรากฏขึ้นรอบตัวเชลเพื่อเป็เกราะป้องกันการจู่โจมของอีกฝ่าย หากแต่ดูเหมือนรินกะกับไรเซอร์จะล่วงรู้ว่าเขาจะเล่นไม้นี้ เพราะหญิงสาวใช้เวทน้ำระดับสูงใส่เขาทันที!
เชลรีบะโหลบไปด้านข้าง ก่อนที่เท้าจะถึงพื้นดีไรเซอร์ก็เข้ามาประชิดร่างโดนไม่ทันตั้งตัว! เชลสบถก่อนที่จะยกแขนขึ้นรับการโจมตีของอีกฝ่าย ร่างของเชฟหนุ่มก็กระเด็ดเข้าใส่กำแพงอีกฟาก! เสียงแตกร้าวของบาเรียที่ปกคลุมลานประลองเอาไว้ดังสนั่นจนคนดูรู้สึกเสียวสันหลัง เชลพยายามลุกขึ้นด้วยสภาพย่ำแย่พร้อมกับกระอักเืออกมา ชายหนุ่มสบถออกมาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ไรเซอร์ใช้โจมตีใส่เขาเมื่อครู่คืออาวุธสังหารั
คนละอันกับเมื่อวาน แต่แข็งแกร่งกว่ามาก! ทั้งยังมีคุณสมบัติกระแทกและกัดกินพลังอีกด้วย แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียว พลังของเขาก็ถูกดูดไปแทบไม่เหลือ!
แม้ว่าเชลจะเป็ลูกครึ่งั แต่พลังของอาวุธสังหารัก็ยังส่งผลต่อเขามากอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าเชลแทบจะขยับไม่ได้จากการโจมตีด้วยอาวุธสังหารัเมื่อครู่ ไรเซอร์รีบเก็บอาวุธสังหารัแล้วประสานมือทั้งสองข้างพลางท่องภาษาอะไรบางอย่างออกมา รินกะเองก็ถ่วงเวลาด้วยการใช้เวทน้ำระดับสูงโจมตีใส่เชลเพื่อป้องกันไม่ให้ชายหนุ่มเข้าไปขวาง อักขระแปลกตาสีแดงเืเริ่มปรากฏบนพื้นมากขึ้นเรื่อยๆ
ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าอักขระที่พื้นเริ่มก่อตัวเป็รูปร่างแบบไหน ดรูว์รีบตวาดก้องลั่นสนามจนทุกคนต้องหันไปมองเป็ตาเดียวด้วยความใ
“เชล!! รีบหนีออกมาจากลานประลองซะ!!!”
ทว่าการร้องเตือนนั้นกลับช้าไป ไม่ทันที่เชลจะประติดประต่อกับสิ่งที่ดรูว์พูดออกมาได้ ก่อนที่เชลจะได้พุ่งออกจากสนามเพราะถูกรินกะขวางไม่ให้หนี เขาก็รู้สึกได้ถึงความเ็ปที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง!
เชลกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ร่างของเชฟหนุ่มทรุดลงกับพื้น รู้สึกเหมือนกับมีพลังอะไรบางอย่างพุ่งพล่านอย่างรวดเร็วในร่างกาย ความรู้สึกที่ราวกับว่าร่างจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ พุ่งเข้าจู่โจมสามัญสำนึกจนแทนจะแตกเป็เสี่ยงๆ
ดรูว์กัดฟันแน่นจนเห็นเส้นเืปูดโปน มือทั้งสองข้างกำแน่นจนจิกเนื้อให้ได้เื ดวงตาสีฟ้าเข้มที่ทอประกายวาวโรจน์ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ยิ่งเห็นท่าทางทรมานของเชลเธอก็ยิ่งอยากจะฉีกกระชากสองคนนั้นเป็แหลกคามือ! แบล็ครีบเบือนหน้าหนีอย่างไม่อาจเห็นสภาพของน้องชายในตอนนี้ได้ ไม่เช่นนั้นมันต้องคลั่งไปอีกคนด้วยแน่ๆ
เสียงฮือฮาดังไปทั่วสนามกับภาพเพลิงสีดำที่ลุกไหม้ทั่วร่างของเชฟหนุ่ม ภายในเพลิงสีดำนั้นพวกเขาเห็นว่าร่างมนุษย์ของเชลเริ่มมีหางของังอกออกมา! เขาที่โผล่ออกมาจากขมับทั้งสองข้าง ม่านตาดำหดลงจนเรียวราวกับสัตว์ป่า ฟันที่เริ่มกลายเป็เขี้ยว เล็บมือเล็บเท้าที่เริ่มยาวและแหลมขึ้นจนน่ากลัวดูราวกับอสูรกาย รอยขีดประหลาดตาที่ต่อถึงกันกระจายทั่วร่างพร้อมกับเกล็ดแข็งๆ ที่ปรากฏขึ้นบนิัทุกส่วน ปีกัที่มีเกล็ดสีดำใหญ่ั์ที่โผล่ออกมาจากหลังหนึ่งคู่ ราวกับว่าเ้าของร่างนั้นไม่หลงเหลือสติอีกแล้ว มันคำรามออกมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่ไรเซอร์และรินกะอย่างบ้าคลั่ง!!
ทั้งสองคนผงะใเมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของสายเืต้องห้ามที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างที่ดูน่าขยะแขยงราวกับสัตว์ประหลาดที่มีพลังและความเร็วเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว รินกะกับไรเซอร์ใช้เวทระดับสูงที่สุดโจมตีใส่ร่างของสัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้าใส่เพื่อปิดฉากการต่อสู้ พลังเวทระดับสูงของทั้งสองคนพุ่งเข้าใส่ร่างของสัตว์ประหลาดนั้นเต็มๆ จนเกิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ทว่าไม่ทันที่ฝุ่นพวกนั้นจะหายไป ร่างของสัตว์ประหลาดก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควันเ่าั้อย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเก่า รินกะกับไรเซอร์ใเมื่อเวทที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาใช้ไม่ได้ผล ทั้งสองคนรีบหลบกันไปคนละทางแล้วเรียกอาวุธสังหารัประจำตัวของตนออกมา พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ร่างสัตว์ประหลาดนั้นพร้อมกันจากคนละทาง เสียงปะทะกันของเกล็ดและใบมีดของอาวุธสังหารัดังลั่นไปทั่วสนาม ทั้งสองรีบหลบกรงเล็บของสัตว์ประหลาดแล้วจู่โจมเข้าใส่อย่างรวดเร็วและรุนแรง
การต่อสู้ที่ราวกับร่ายรำของสองผู้พิทักษ์ตรึงสายตาของทุกคนในสนาม
ดรูว์ยิ่งมองภาพเ่าั้ก็ยิ่งสะกดกลั้นความโกรธของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีแค่รุมต่อสู้ธรรมดาๆ เธอก็ไม่คิดมากนักเพราะพวกซาบรีย์มักจะทำอะไรแบบนี้กันอยู่แล้ว แต่นี่...ถึงกลับใช้เวทเฉพาะเพื่อปลุกร่างที่แท้จริงของสายเืต้องห้ามให้ตื่นขึ้นมา เท่านั้นยังไม่พอ วิธีการต่อสู้ของสองคนนั้นก็ราวกับการล่าัของพวกผู้พิทักษ์ไม่มีผิด! นี่สองคนนั้น้าฆ่าเชลเลยหรือไร!?
ภาพสุดท้ายของการต่อสู้คือพลังของธาตุน้ำและธาตุไฟของคนทั้งคู่พุ่งจู่โจมร่างสัตว์ประหลาดจนร่างนั้นหมอบลงไปลงไปกับพื้น! เสียงสัญญาณถึงชัยชนะของหอนอร์ธและหอเวสต์ดังขึ้น ทุกคนนิ่งไม่ไหวติงเพราะไม่มีใครกล้าชื่มขมการกระทำที่เหมือนกับจะฆ่ากันของทั้งสอง และส่วนหนึ่งเพราะไม่มีใครกล้าที่จะขึ้นไปรับร่างของสัตว์ประหลาดนั้นลงมา ดรูว์วิ่งออกไปเพื่อที่จะขึ้นไปรับร่างของเพื่อนสนิท แต่พอถึงบาเรียกลับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเพื่อกันไม่ให้เธอขึ้นไป ดรูว์กัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้นเมื่อเห็นอักขระเขตแดนที่อยู่บนพื้นกับอักขระที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนข้อมือขวาของเธอ นั่นหมายความว่าหากยังไม่ถึงลำดับของตัวเอง เธอก็ไม่อาจขึ้นไปบนนั้นได้!
แบล็คในร่างแปลงมนุษย์รีบขึ้นไป้านั้นพร้อมกับพาเชลลงมา อวัยวะส่วนเกินที่งอกโผล่ออกมาเริ่มหดกลับเข้าไป เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามีชายหนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนเชฟหนุ่มแห่งหอเซาท์ที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา พวกเขาต่างถามคนที่นั่งข้างๆ ว่าชายหนุ่มคนนั้นคือใคร แต่พวกเขาก็ไม่อาจได้คำตอบ แบล็คอุ้มร่างของเชลไปยังจุดรักษาพยาบาลของหอที่มีหน่วยแพทย์ภาคสนามประจำหอรออยู่ ทุกคนต่างพากันหลีกทางให้ แบล็ควางร่างของเชลลงบนเตียงเพื่อให้หน่วยแพทย์เข้ามารักษา หากแต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้...แบล็คกัดริมฝีปากด้านล่างอย่างผิดหวังเมื่อเห็นท่าทีของทุกคน ดรูว์เดินฝ่าฝูงชนเหล่าหอเซาท์แล้วตรงปรี่เข้าไปประคองใบหน้าของเชลอย่างเบามือ
“เชล เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
เปลือกตาของคนถูกเรียกค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างอ่อนล้า ดวงตาสีน้ำตาลไหม้สั่นระริกเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของดรูว์ ชายหนุ่มยิ้มเศร้า “ข้า...แพ้...”
“ช่างมันเถอะ”
“ทั้งๆ ที่ข้า...ไม่อยากให้...เ้า...เห็น...ร่างที่...น่า...รังเกียจ...” ยังไม่ทันพูดจบประโยคเชลก็กระอักเืออกมาอีกครั้ง อวัยวะส่วนเกินหดหายไปหมดยกเว้นรอยขีดที่ยังคงไม่หายไปเลยแม้แต่นิด
รอยขีดที่ว่าคือปานั...ที่ัเท่านั้นจะมี และัแต่ละตนก็จะมีปานัที่แตกต่างกันไป
ดรูว์ส่ายหน้า “เ้าไม่ได้น่ารังเกียจซะหน่อย”
เชลยิ้ม...อย่างน้อยความรู้สึกที่ดรูว์มีต่อเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง ดรูว์ไม่เคยรังเกียจเขา...ไม่ว่าเขาจะเป็อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เชลจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อหน้าผากของเขารับรู้ได้ถึงหน้าผากและเส้นผมสีน้ำตาลแดงของดรูว์ที่แนบลงมา มือทั้งสองข้างที่ประคองใบหน้าของเขาอยู่สั่นระริก
“แค่เ้ายังไม่จากข้าไป...แค่นั้นก็พอแล้ว...”
“...”
“ข้าไม่อยากอยากเสียใครไปอีก ข้าไม่อยาก...สูญเสียคนในครอบครัวไปอีก” เสียงที่แฝงความมีชีวิตชีวาทุกครั้ง ทว่าตอนนี้กลับเย็นเยียบยิ่งกว่าเครื่องจักรสังหาร
“ดารู...วาร์...” เชลครางเสียงเบาเมื่อรับรู้ได้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายเป็ใคร
เสียงที่เย็นะเืไปจนถึงิญญาทว่ากลับสั่นจนสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน นี่เป็ครั้งแรกที่ดารูวาร์แสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา
“หลับเถอะนะ พอตื่นขึ้นมาจะได้หายไวๆ”
เปลือกตาของเชลปิดลงอีกครั้ง ปานัรอบตัวเริ่มหายไป ดารูวาร์ปล่อยมือที่ประคองใบหน้าของเชลออกก่อนจะหันไปมองหน่วยแพทย์ของหอด้วยแววตาเ็าน่าขนลุก ทุกคนที่เห็นแววตานั้นต่างสะท้านเฮือก หน่วยแพทย์ที่พึ่งจะรู้สึกตัวรีบปรี่เข้าไปรักษาเชล...ถึงพวกเขาจะกลัวเชล แต่ดรูว์ในตอนนี้กลับให้ความรู้สึกน่ากลัวยิ่งกว่า!
ร่างสูงของฟรองเซ่เดินขึ้นไปบนสนามประลอง เสียงเฮดังขึ้นอีกครั้ง หากแต่เสียงเฮก็หายไปในทันใดเมื่อฟรองเซ่พูดประโยคหนึ่งออกมา
“ข้าขอสละสิทธิ์การต่อสู้ครั้งนี้!” เสียงซุบซิบดังระงมทั่วสนามด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าฟรองเซ่จะพูดเช่นนี้ออกมา ดวงตาสีน้ำตาลแดงสบกับดวงตาสีฟ้าเข้มที่ตอนนี้กำลังทอประกายเ็าราวกับกำลังเตรียมทรมานใครบางคนให้สาสม “แล้วให้ดรูว์ขึ้นมาสู้ต่อจากข้าได้เลย!”
คราวนี้เสียงฮือฮาดังยิ่งกว่าครั้งไหน ไม่มีใครคิดว่าฟรองเซ่จะยอมสละสิทธิ์เพื่อให้คู่หูของตนซึ่งเป็คนที่สามหรือคนสุดท้ายที่เป็ตัวแทนในการประลองครั้งนี้ ฟรองเซ่เดินลงมาลงลานประลอง ในขณะที่เขากำลังเดินสวนกับดารูวาร์ มือหนาของเขาก็วางลงบนหัวแดงๆ ของเด็กสาวอย่างแ่เบา
“ข้าปล่อยให้เ้าได้สู้กับสองคนนั้นแล้ว พยายามเข้าล่ะ ดารูวาร์”
“...ขอบคุณ” เด็กสาวนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะตอบรับอีกฝ่าย รู้สึกประหลาดใจที่ฟรองเซ่รู้ว่าเป็เธอเพียงแค่สบตาเท่านั้น
ดารูวาร์ที่เปลือกนอกยังคงเป็ดรูว์เดินขึ้นมาบนลานประลอง เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อบางคนที่อยู่ในเหตุการณ์งานเลี้ยงเมื่อสัปดาห์ก่อนจำได้ว่าเด็กคนนี้ทำอะไรลงไปบ้าง บางคนที่ยังไม่เคยเห็นฝีมือของดรูว์ต่างก็รอชมอย่างลุ้นระทึก สาวๆ หอนอร์ธส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่มยิ่งกว่าตอนที่เพื่อนร่วมหอลงสนามเสียอีก…ช่วยไม่ได้ ั้แ่พวกเธอเห็นการต่อสู้กลางอากาศเพื่อช่วยรินกะในครั้งนั้น หัวใจของพวกเธอก็กลายเป็ของคนคนนี้ไปเสียแล้ว! ที่น่าใมากไปกว่านั้นก็คือผู้ชายหอนอร์ธบางคนยังส่งเสียงเชียร์ให้เธออย่างไม่สนใจเพื่อนร่วมหออย่างรินกะอีกด้วย สิ่งนี้ทำเอาคนอีกสองหอข้างๆ ถึงกับสงสัยว่าเ้าตัวเล็กนั่นไปทำเื่อะไรมา คนหอนอร์ธถึงหลงรักมากกว่าเพื่อนร่วมหอที่อยู่ในสนามของตัวเองเสียอีก
เมื่อดารูวาร์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ารินกะกับไรเซอร์ รินกะก็ผงะใกับั์ตาเ็าราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อของดารูวาร์ที่จ้องตรงมายังพวกเธอ
“หึ...ไม่คิดว่าจะได้สู้กับเ้าในที่แบบนี้” ไรเซอร์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอีกฝ่าย
“ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะได้มาสู้กับเ้าในยามที่ข้ากำลังโกรธเช่นนี้เหมือนกัน” ดารูวาร์พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“โกรธ? นี่เ้าโกรธเพียงเพราะข้าทำร้ายเ้าสายเืต้องห้ามอย่างนั้นรึ? หึ! ช่างน่าขันเสียจริง”
รินกะกับไรเซอร์ผงะเมื่อดารูวาร์แสยะยิ้มให้กับคำพูดนั้น...ใช่ ดารูวาร์กำลังแสยะยิ้มด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวบ้าคลั่ง และไม่ได้มีเพียงแค่สองคนในลานประลองเท่านั้นที่ผงะใ หากแต่เป็ทั่วทั้งสนามแห่งนี้!
“ถ้าอย่างนั้น…คราวหน้าหากข้าเจอซันโดร...ข้าจะค่อยๆ ทรมานมันต่อหน้าเ้าเองก็แล้วกัน” ดารูวาร์หัวเราะเสียงเย็น น้ำเสียงของเธอทำให้คนฟังสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้ "ทรมานอย่างช้าๆ อยากจะตายก็ทำไม่ได้ ต้องร้องโหยหวนขอความตายจากข้า"
“เ้า!!!” ไรเซอร์ถึงกับเืขึ้นหน้าทันทีที่เ้าเด็กบ้านี่บังอาจพูดจาสามหาวถึงท่านลุงของเขาเช่นนั้น
“ข้าจะใช้พิธีกรรมท้ารบกับพวกเ้า” ดารูวาร์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเ็าพลางมองทั้งสองคนที่ดูเหมือนจะใไม่น้อยที่เธอท้าพร้อมกันสองคน “แน่นอนว่าพวกเ้าสามารถรุมข้าได้เหมือนกับที่ทำกับเชลเมื่อครู่ หากเ้าคนใดคนหนึ่งชนะข้าก็ถือว่าชนะไปทั้งสองคน และข้าต้องชนะพวกเ้าทั้งสองคนข้าถึงจะชนะ...เอาล่ะ บอกข้อตกลงของพวกเ้ามาสิ”
รินกะกับไรเซอร์มองหน้ากันอย่างปรึกษาก่อนที่หญิงสาวจะพยักหน้าให้ชายหนุ่มแล้วหันกลับมาที่เด็กสาว “หากข้าชนะ เ้าต้องบอกเื่ของเ้าทุกอย่างให้ข้ารู้ รวมถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเ้าถึงแสดงท่าทีเป็ปรปักษ์กับองค์ดราโก้ และ...ตามข้ากลับไปยังควาเซ!”
ดารูวาร์หรี่ตา “ได้...หากพวกเ้าชนะ” แล้วตวัดดวงตาสีฟ้าเข้มไปยังไรเซอร์ “เ้าล่ะ”
ไรเซอร์แสยะยิ้ม “เ้ามาเป็สุนัขรับใช้ข้าตลอดชีวิตเป็อย่างไร เลียรองเท้าให้ข้าทุกวันด้วย”
เหล่าสมาชิกหอเซาท์ต่างลุกฮือขึ้นมาเมื่อไรเซอร์เอ่ยถึงข้อตกลงของตนเอง! เหล่าสาวกดรูว์จากหอนอร์ธด่าประนามไรเซอร์อย่างไม่ไว้หน้า ทว่าผู้พิทักษ์หนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างได้ใจ ไม่สนใจเสียงด่าทอเ่าั้ เขาเชื่อว่าคนตรงหน้าไม่มีวันรับข้อตกลงนี้เป็แน่ หากแต่คำพูดอันหนักแน่นของดารูวาร์กลับทำให้เขาและทุกคนใจสั่นสะท้าน!
“ตกลง” ดารูวาร์ตอบรับโดยไม่เสียเวลาคิด
“...” ทุกคนพูดไม่ออก รวมถึงคนที่เสนอเงื่อนไขอย่างไรเซอร์เองด้วย
“หากแต่เมื่อข้าเป็ฝ่ายชนะ...พวกเ้าต้องทรยศซาบรีย์เหมือนที่พวกเ้าทรยศท่านแม่ของข้า และมารับใช้พวกข้าชาวควาเซนครฝั่งใต้ หากพวกเ้ามีใจคิดทรยศพวกข้าอีกครั้งแม้แต่นิดก็ขอให้พวกเ้าทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็ จะตายก็ตายไม่ได้!!!”