“ขอรับ แต่บัดนี้แคว้นพยูของเราถูกรัฐปะาโดยนายพลอ่องไต๋ ตอนนี้ท่านเป็เ้าชายไร้บัลลังก์ไม่มีแม้สมบัติติดตัว วิชาเดียวที่พอจะทำเลี้ยงชีพได้....” สาวันมองเ้าชายสันติราช
“ก็คือการเต้นระบำยั่วยวน!!” เขาพูดกระแทกเสียง ให้เ้าชายสำนึก
“สมัยก่อน มีนางกำนัลมากมายต้องมาเต้นรำให้ข้าดู ข้านึกจะสั่งใครปลดผ้า ข้าก็ชี้นิ้ว แต่ตอนนี้ชะตาตกดิ่งเหวกลายเป็ข้าที่ต้องมาเต้นให้คนอื่นดู” เ้าชายตัดพ้อชะตาชีวิต ท่ามกลางร่างเกือบเปลือย
“อย่าเสียใจ เ้าชายทำได้ดีแล้ว เห็นหรือไม่วันแรกก็มีแขกเรียกเ้าชายไปคุยด้วยเต็มเลย แต่กระหม่อมเลือกให้แล้ว สาวใหญ่ทรัพย์หนัก และท่าทางจะเวอร์จิ้นนั้น ฝ่าาคงรับมือได้ สำหรับการทำงานวันแรก”
“หึ .... แต่ข้าไม่อยากไปคุยมันดูหยามและิ่เกียรติศักดิ์ศรีเป็ที่สุดการต้องมีเพศสัมพันธ์กับอิสตรีเพื่อแลกกับเงิน"
“ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้แล้วเ้าชายปากท้องต่างหากที่ต้องรักษาไว้ตอนนี้ เราจะไม่มีเงินซื้อข้าวกินแล้ว เราต้องมีทิปเพื่อเลี้ยงชีพต่อไปขอรับ”
“สาวัน!!!” เ้าชายไม่รู้สถานการณ์มากนักสาวันเป็ผู้ติดตามที่จงรักภักดี ทั้งคู่ลอบเข้าประเทศมาโดยไม่มีเงินอดอยากมาเกือบสามวันเต็มแล้ว!!!
“ไปเถอะเ้าชาย อย่าให้แขกรอนานเ้าของร้านก็จะไล่พวกเราออกได้นะขอรับ”
เสียงเพลงตึง ตึง ตึง ยังคงยั่วเย้า เร่งจังหวะการตัดสินใจภายในของ สันติราช เพลงดังกล่าว น่าจะเป็เพลงประจำชาติ ปลุกใจให้เขาฮึกเหิมยอมขายตัวแลกเงิน! เพราะจำเป็ต้องรักษาชีวิตให้อยู่ต่อไป “ก็ได้ งั้นเอาแบบนี้ข้าจะหลอกนาง ขโมยและปล้นทรัพย์สินนางหลังจากนั้นเราสองคนจะรีบออกไปจากที่นี่"
“เมินเสียเถิดเื่นั้น”
“ทำไมจะไม่ได้อีกเล่า”
“อย่าลืม ที่นี่ปลอดภัยที่สุด ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าเ้าชาย รัชทายาทลำดับที่เจ็ดของเมืองพยู จะมาหลบอาศัยในย่านสุรวงศ์คลับบาร์ของผู้ชายขายบริการ”
“แล้วเราต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน?”
“ก็จนกว่า… จะมีคนมาช่วยเ้าชายกู้บัลลังก์ได้น่ะขอรับ…อย่าห่วง ตอนนี้เหตุการณ์รัฐปะาในเมืองพยู เป็ข่าวดังกระจายไปทั่วโลกไม่นานทั่วโลกจะยื่นมือเข้าช่วย จัดการนายพลอ่องไต๋แล้วตามหาท่านกลับไปครองราชบัลลังก์"
สันติเข้าใจสถานการณ์และเกิดแรงฮึกเหิม!
"ข้าจะรอวันนั้นขอให้บรรพบุรุษที่ก่อร่างสร้างเมืองพยูมาทุกรุ่น ช่วยดลจิตดลใจสร้างปาฏิหารย์ให้เ้ากับข้ารอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปเร็วๆ ด้วยเถอะ”
สันติราชแหงนหน้าขึ้นฟ้า แต่ก็เจอดวงไฟลูกกลมๆ วิ่งไปวิ่งมาไม่ขลังเลยสิ้นดี เขาจึงก้มหน้าลง ยอมรับชะตากรรม เห็นเป็เป้าตุงๆ ใหญ่ๆนี่เป็อาวุธ ที่ทำให้เอาตัวรอด ก่อนที่จะไปสืบบัลลังก์ ...
ดูท่า เขาต้องยอมขายอธิปไตยของตัวเองจริงๆเขาหันไปมองสาวใหญ่ที่เรียกเขาไปต้อนรับ
ก่อนยิ้มบางๆโชว์ฟันซี่ขาวเรียงกันให้เธอเห็น ... ยิ้มนั้นช่างมีเสน่ห์
ขณะเดียวกัน มีโทรศัพท์ลึกลับ แจ้งทาง ตม.ว่าพบเห็นชายหนุ่มหน้าตาเหมือนสันติ แถบพื้นที่สุรวงศ์ ทำให้ ผู้กองค็อปต้องรีบลงพื้นที่ด่วน ...
หลังจากสำรวจพื้นที่พบว่าเป็แหล่งบาร์เต้นอะโกโก้ ผู้กองค็อป ไปพร้อมลูกน้องคนสนิท จอมสันหรือ หมวดจอมทั้งสองต้องแข่งกับเวลาจึงเดินเข้าเดินออกคลับบาร์แถวนั้นอย่างมีพิรุธไม่เหมือนแขกที่มาเที่ยวทั่วไป ...
จนมาถึงหน้าบาร์โฟร์แมน จรดอาจ หรือ พี่อาจหนุ่มใหญ่ที่เป็ทั้งนักอาละวาด นักวีน และนักเลง ในคนๆ เดียวกัน บางวันเขาก็เป็ "เฮีย"บางวันก็เป็ "เจ๊" เพราะต้องคลุมกิจการบาร์ทั้งหมดทำให้เขาเป็ได้ทุกอย่าง
จรดอาจเห็นทั้งค็อปและจอมไม่เหมือนนักเที่ยวทั่วไปโดยสภาพเบื้องต้นรูปร่าง หน้าตา พร้อมทรงผม ที่ใส่หมวกแก๊ปปกปิดมันฟ้องว่าเป็นายตำรวจนอกเครื่องแบบแน่ๆ เมื่อทั้งสองจะเข้าร้าน จรดอาจจึงขวางไว้
"เข้าไปไม่ได้" เฮียอาจเอาตัวขวางพูดเสียงเข้ม แต่ปลายเสียงก็ยังสะบัดนิดหนึ่ง
"ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ครับในเมื่อพวกผมมาเที่ยว"
"อย่าโกหกหน่อยเลย ผีมันต้องเห็นผีเหมือนกันคุณสองคนไม่ได้มาเที่ยวหรอก แต่จะมาสืบค้นอะไรสักอย่างใช่ม้ั๊ย? มองปราดเดียวก็รู้ว่าตำรวจแน่ๆ"จรดอาจพูดอย่างตรงไปตรงมา ในเมื่อเขาแบไพ่แล้ว
"ก็ได้ผมจะไม่ปิดบัง ผมมาตามหาคนๆ หนึ่ง เป็แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฏหมาย"ความซวยเมาเยือนจรดอาจ เพราะข้างในมีหนุ่มต่างด้าวเต็มไปหมดมากกว่าจำนวนหนึ่งที่นายตำรวจตามหา ความผิดเขาอาจท่วมทวีคูณ
"ไม่ได้เด็ดขาด"จรดอาจกำชับเสียงเข้ม!
เพื่อไม่ให้แขกแตกตื่น เ้าของบาร์รีบไล่ดันอกนายตำรวจไปคุยให้พ้นร้าน
ก่อนจะทำเป็มีไมตรีมิตร ส่งบุหรี่ให้ดูด
“มีหมายค้นหรือเปล่า?” เขาพูดพลางจุดไฟแช็ก
แต่หมวดค็อปและจอมส่ายหัว
“ยังไม่มี แต่กรณีเร่งด่วนครับเพราะมีคนแจ้งว่าพบบุคคลที่เราตามหา”
“ผมก็อยากให้ความร่วมมือแต่ถ้าปล่อยให้คุณตำรวจเข้าไป แขกผมคงแตกตื่นและคงหนีออกจากร้านกันหมดแน่ ”
“เอาเป็ว่าผมจะเข้าไปสำรวจเงียบๆ ไม่ให้โตกตาก”
“ไม่ได้"
"คุณกำลังขัดขวางการปฏิบัติงานของเ้าหน้าที่นะครับผู้กอง ไม่ต้องไปฟัง เข้าไปลุยเลย ผมมั่นใจว่าเป้าหมายอยู่ในนี้แน่เพราะเราค้นมาทุกร้านแล้ว เหลือร้านนี้ร้านเดียว"
"บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิครับคุณตำรวจ ... ผมคนทำธุรกิจรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้เข้าไปง่ายๆ ต่อไปแขกที่ไหนจะเข้าร้านในเมื่อมีข่าวตำรวจลงแล้วจัดการกับตำรวจไม่ได้" ผู้กองค็อปคิดหนัก
"แต่หน้าที่ของผู้ประกอบการที่ดีต้องให้ความร่วมมือกับเ้าหน้าที่นะครับ ถึงจะถูก"
"ให้ก็ได้ แต่ผมขอให้คุณทำตามขั้นตอนเอาหมายค้นมาก่อนแล้วค่อยเข้าไป” จรดอาจยืนยัน ดูดบุหรี่สองทีก็ทิ้งลงพื้นเอาเท้าขยี้
"ปรับมันข้อหาทิ้งขยะก่อนเลยดีมั๊ยครับผู้กองหมั่นไส้นัก" จอมบอกค็อป "วันนี้ปล่อยไปก่อนแล้วกันอย่างน้อยก็รู้แล้วว่า เป้าหมายน่าจะอยู่แถวนี้"
"ไม่น่าเชื่อเลยนะครับระดับผู้กองมือดีขนาดนี้ แทนที่จะได้รับมอบหมายให้ไปจับผู้ร้ายค้ายาค้าอาวุธข้ามชาติ กลับต้องมาได้งานแบบนี้ ... ค้าอะไรก็ไม่รู้" จอมตั้งข้อสงสัย ก่อนเห็นป้ายหน้าร้าน โฟร์เมน รับสมัคร Stripper หนุ่มเต้นระบำเปลื้องผ้า
ขณะที่ผู้กองค็อป ถอนหายใจ ยอมรับว่าน้อยใจผู้บังคับบัญชาไม่น้อยเช่นกัน
ในบาร์โฟร์แมน เวทีตรงกลางตอนนี้ยังมีหนุ่มๆ เต้นอยู่เต็มแต่สันติไม่ว่างแล้ว เขาต้องไปบริการสาวใหญ่ที่เลือกเขาไว้ สาวใหญ่คนนั้นชื่อ คุณโรซี่
โซฟาที่โรซี่นั่ง แต่เดิมกว้างขวางแต่ตอนนี้แคบลงไปถนัดตาเป็เพราะร่างสูงใหญ่ของสันติ มาเบียดอยูู่กับร่างหนาท้วมของ โรซี่ พื้นที่เล็กทำให้ต้องอิงแอบแนบชิดทำให้แขกชอบ
ฝ่ายหนึ่งฝืนใจใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมข้ามไปโอบไหล่ของฝ่ายตรงข้ามเพราะอยากเอาใจ
อีกฝ่ายสมใจ แถมกล้าไม่เบา ใช้มือลูบไล้ไปบนต้นขา ที่เต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแรงสมบูรณ์ไร้ที่ติ
เสียงเพลงยังดังกระหึ่ม ส่งผลให้ต่างฝ่ายต้องพูดเสียงดังและใช้อวัจนภาษา ด้วยการโอบกอด รัดเหนี่ยว คุยไป เคล้าคลึงไปถึงเนื้อตัวถึงตัว
ใบหน้าหล่อคมเข้มของสันติ ยิ่งมองระยะใกล้ยิ่งทำให้โรซี่แทบคลั่ง
“เต้นนี่ ใช้พลังงานเยอะเหรอคะตัวชุ่มเหงื่อเชียว”
“อึมม์... คงตื่นเต้นเพราะใกล้เ้า”สันติพยายามข่มอารมณ์ แต่นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวเข้าใจผิด คิดว่าเขาน่าจะกลัดมัน
“เ้า” โรซี่งงกับสรรพนามเล็กน้อย
สาวันบริการต้นห้อง รีบเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์
“สันติเป็เด็กใหม่ที่เพิ่งลงจากดอยมาไม่นานครับ ภาษาไทยเลยไม่แข็งแรงคุณลูกค้าโปรดให้อภัยน้องด้วยนะครับ”
“อ้อ… งั้นเหรอ …เข้าใจแล้วล่ะ” โรซี่มองหน้าใกล้ๆ ก็รู้ว่าไม่น่าจะเป็หนุ่มสัญชาติไทยแท้
"คนหล่อทำอะไรก็ไม่ผิดหรอก หล่อนะคะเนี่ยรู้ตัวหรือเปล่า หล่อกว่าชายไทยต้องหลายคน"
“เ้าก็งาม…….ใช่หยอก”สันติราชเริ่มทำใจได้ จึงเอ่ยชมไปตามหน้าที่ พร้อมกับยิ้มแห้งๆเกร็งกรามแน่นตามสไตล์
“ปากหวานจัง อยากได้กี่ดริงค์ล่ะคะเนี่ย”โรซี่พร้อมเปย์
“ก็แล้วแต่ความจงรักภักดีที่เ้าจะให้ก็แล้วกัน”สันติราชหลุดสรรพนามอีกแลัว
“ห๊าาา.... ฮ๊าาา ... ว่าไงนะคะ” โรซี่ใกับคำพูดที่ได้ยิน "น้องเพิ่งลงจากดอยครับภาษาไทยไม่แข็งแรง" สาวันต้องยืนยันอีกครั้ง
โรซี่นิ่งงงไปสักพัก ก่อนหัวเราะออกมาดังๆ โชคดีได้จังหวะที่เธอเมาแล้วจึงมองเป็ความบันเทิง
“น้องๆ" เธอะโเรียกบริกรคนอื่นเสียงดัง"ขอเครื่องดื่มที่แพงที่สุดหนึ่งแก้ว ให้น้องสันติ”
เ้าชายและสาวันที่หายใจไม่ทั่วท้องเมื่อครู่ หันมายิ้มแฉ่งโรซี่ไม่ได้ติดใจอะไร พร้อมใจป้ำอีกด้วย
เป็ที่รู้กันว่าเหล่าstripper จะได้เปอร์เซ็นต์จากเครื่องดื่มซึ่งคอมมิชชั่นของแต่ละแก้วไม่เท่ากัน ยิ่งเครื่องดื่มแพง คอมมิชชั่นยิ่งเยอะ