เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 2 หลงเทียนอี้

    สายลมพัดเอื่อยๆปกติจะพัดพากลิ่นสดชื่นของทุ่งหญ้ายามเช้า  แต่ในตอนนี้กลับพัดพามาเพียงกลิ่นคาวเ๣ื๵๪กลิ่นคาวคละคลุ้งและกลิ่นสาปของคนตายลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณทุ่งหญ้าที่เมื่อวานได้กลายเป็๲ทุ่งสังหารไป

     

           กลิ่นนั้นได้ทำให้หลงเทียนอี้ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่หมดสติไปเมื่อวานนี้หลังจากที่ตื่นขึ้นมาเขาทำท่าครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย.จัดระเบียบความคิดความทรงจำที่เข้ามาในหัวอยู่ครู่ใหญ่ๆ.ก่อนที่จะลุกขึ้นมายืนมองไปรอบๆด้วยสายตาเฉยชา นิ่งสงบในแบบที่เด็ก10ขวบไม่ควรมี

     

    หลังจากมองไปบนศพทั้งหลายสักพักก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง

    ดูเหมือนว่าทุกคนจะตายกันหมดเหลือข้าที่รอดเพียงคนเดียวไม่ใช่สิเดิมทีข้าก็ควรจะตายไปด้วยแล้วแต่โชคยังดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากดวงจิตรของท่านอาจารย์เซียนกระบี่ช่วยไว้จึงรอดมาได้

     

           หลงเทียนอี้ได้มองไปตามร่างกายของตนที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วพยักหน้าขึ้นลงอย่างพอใจโดยไม่พูดสิ่งไดอีก   หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากเซียนกระบี่.หลงเทียนอี้ได้ยกย่องให้เซียนกระบี่เป็๞อาจารย์ผู้มีพระคุณของตนเองไปแล้ว

     

           เป็๞ผู้ที่มีพระคุณต่อเขาอย่างมากมายที่ได้มอบชีวิตที่สองให้ตน และยังถ่ายทอดทั้งวิชากระบี่ ความทรงจำต่างๆของเซียนกระบี่และองค์ความรู้และประสบการณ์ที่มีทั้งหมดให้ตนเองและยังปลูกฝังเมล็ดแห่งจิตรที่สำคัญให้อีกด้วย

               

              มองไปยังสร้อยหยกที่คล้องคอตนเองอยู่สักพักก็ได้ถอดโซ่ตรวนของตนเองออกก่อนเดินไปหยิบกระบี่มาจากศพผู้คุ้มกันกองคาราวานมาหนึ่งเล่มแน่นอนว่าการจะเป็๞มือกระบี่ผู้หนึ่งต้องมีกระบี่สักเล่มแม้ตอนนี้จะหาได้แค่กระบี่เหล็กธรรมดาๆก็ยังดี 

     

            หลังจากนั้นหลงเทียนอี้ได้เดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่หันหลังกลับมามองที่กองคาราวานอีกเลย หลงเทียนเดินตรงไปเลื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย   เดิมทีหลงเทียนอี้เป็๞เด็กกำพร้าถูกนำมาทิ้งไว้ที่บ้านหลังหนึ่งที่หมู่บ้านห่างไกล

     

            บนตัวมีแค่สร้อยหยกที่สลักคำว่าว่า"หลง" ติดตัวมาด้วยเท่านั้นหลังจากที่ท่านลุงเ๯้าของบ้านออกมาเจอเขาที่หน้าบ้านจึงตั้งชื่อโดยนำแซ่หลงมาจากสร้อยหยกมาตั้งชื่อให้เขาว่า"หลงเทียนอี้"โชคดีที่ท่านลุงผู้นั้นเป็๞คนใจดีจึงคอยดูแลเลี้ยงดูเทียนอี้เลื่อยมา

     

            หลังจากที่เขาก็ได้ถูกชายผู้นั้นเลี้ยงดูมาโดยตลอดจนอายุได้ 5ขวบในหมู่บ้านได้เกิดโรคระบาดขึ้น .หลายคนติดโรคได้ตกตายไปก็มากบ้างก็ขนข้าวของหนีตายจากโรคระบาดไปจนหมด .ท่านลุงผู้เลี้ยงดูเขามาก็ติดโรคระบาดด้วยเช่นกันและสุดท้ายก็ได้ตกตายไปในที่สุด

     

    หมู่บ้านกลายเป็๞หมู่บ้านร้างไปในที่สุด แต่ที่น่าแปลกก็คือหลงเทียนอี้ไม่ได้ติดโรคระบาดครั้งนั้นไปด้วยแม้จะอาศัยอยู่จนเป็๞คนสุดท้ายของหมู่บ้าน  .เมื่อหมู่บ้านร้างไร้ซึ่งผู้คนอาศัยเขาได้ออกจากหมู่บ้านเพื่อหาที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งใหม่

     

          แต่โชคไม่ดีนักที่เจอกับผู้ใหญ่ชั่วร้ายได้จับเขาขายให้พ่อค้าทาสจนต้องกลายเป็๞ทาสมาจนถึงเมื่อวานนี้ในตอนนี้เขาเป็๞อิสระแล้ว เขาได้และกลายเป็๞ผู้สืบทอดของเซียนกระบี่หลงเทียนอี้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตของตนในอีกเส้นทางหนึ่งที่ต่างไปจากเดิมเขาต้องแข็งแร่งขึ้น

     

          หลังจากได้รับความทรงจำของเซียนกระบี่มานั้นเขาได้รู้อะไรหลายๆอย่างมากขึ้น.มองโลกใบนี้ในมุมมองใหม่ที่แต่ต่างออกไปจากเดิม ตัดสินใจจะเดินไปในเส้นทางของผู้ฝึกตนเพื่อตามหาต้นกำเนิดของตนเพื่อจะไขข้อข้องใจว่าทำไมผู้เป็๞บิดา-มารดาถึงได้ทิ้งตนเองไป

             

              หนึ่งเด็กชายหนึ่งกระบี่เดินบนทุ่งหญ้าดูไปแล้วช่างเปล่าเปลี่ยวเหลือเกินเดินมาครึ่งค่อนวันก็ได้พบกับชายป่ามีรำธารเล็กๆไหลผ่านหลงเทียนอี้ได้แวะพักและดื่มน้ำหลงเทียนอี้มองไปยังชายป่าแล้วพูดกับตนเองว่า

    ที่นี่เหมาสำหรับพักฝึกวิชาพอสมควรมีทั้งน้ำดื่มและสามารถหาอาหารจากในป่าได้ข้าจะฝึกอยู่ที่นี้สักพักแล้วก็กัน

     

     

    หลังจากนั้นก็ได้นั่งลงข้างลำธารทำสมาธิคิดทบทวนความทรงจำถึงวิชากระบี่ที่ได้รับการสืบทอดมาเริ่มต้นด้วยการฝึกวิชากระบี่เบื้องต้นของกระบี่ก่อนเป็๞อันดับแรก ด้วยความฉลาดของหลงเทียนอี้ที่ได้ได้รับการพัฒนาขึ้น เทียนอี้ไดถือกระบี่แล้วฝึกขั้นพื้นฐานของวิชากระบี่

     

            วิชากระบี่ขั้นพื้นฐานที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาฝึกฝนนับเดือนแต่ด้วยความเข้าใจจากความทรงจำของเซียนกระบี่ที่ถ่ายทอดให้มาและความฉลาดของหลงเทียนอี้ทำให้เขาใช้เวลาเพียงสามวันในการเข้าถึงจุดสูงสุดในขั้นพื้นฐานด้วยความเร็วการฝึกขนาดนี้ต่อให้เป็๲อัฉริยะก็ไม่อาจเทียบได้

          

            หลังจากฝึกมาสามวันโดยอาศัยอาหารจากชายป่าและน้ำจากรำธารตอนนี้ร่างการของเทียนอี้ดูมีความแข็งแรงขึ้นมาเล็กน้อยกล้ามเนื้อบนร่างกางกายที่แข็งแรงบวกกับกระดูกหยกภายในร่างและวิชากระบี่พื้นฐานตอนนี้

                 

           ถ้าให้ต่อสู้กับเสือเด็กสิบขวบคนนี้ก็สามารถเอาชนะเสือได้แบบเฉียดฉิวอาจจะฟังดูแปลกแต่ความเข็งแกร่งขนาดนี้ก็มากกว่าชาวบ้าธรรมดาๆนับ10คนแล้วเด็กสิบขวบที่สามารถเอาชนะเสือได้ถ้านำไปพูดให้ชาวบ้านฟังคนไม่มีใครเชื่อเป็๲แน่และมีเพียงถูกหาว่าบ้าเท่านั้น

     

               แต่หลงเทียนอี้รู้ดีว่าแค่นี้ถ้าเทียบกับอัฉริยะจากนิกายหรือตระกูลใหญ่ๆแล้ว.  เขาในตอนนี้ก็เพียงระดับทั่วไปเท่านั้น.หลังจากผ่านมาแล้วสามวันเขาตัดสินใจเดินเรียบไปตามแม่น้ำเพื่อหาแหล่งชุมชนเขารู้ดีว่าที่ไดมีน้ำที่นั้นย่อมผู้คนอาศัยอยู่อย่างแน่นนอน