ในการอนุรักษ์หนังสือโบราณ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คราบน้ำพืชหรือเชื้อราภายนอกที่มองเห็นได้ชัดเจน แต่คือการคืบคลานเข้ามาของ "แมลงสามง่าม (Silverfish)" มันคือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ว่องไวและคอยกัดกินเยื่อกระดาษในมุมมืดอย่างเงียบงัน หากเราไม่ใช้สารสกัดเคมีฉีดพ่นลงตามซอกหลืบอย่างรวดเร็ว หนังสือเล่มนั้นจะถูกทำลายจากภายในจนไม่เหลือเค้าเดิม สำหรับผมแล้ว... ผู้กองวิชัยและอิทธิพลของคุณพ่อพีทก็เปรียบเสมือนแมลงร้ายพวกนั้นที่กำลังเริ่มรุกคืบเข้ามากัดกินขอบเขตความสุขของผมกับวิเวียน
ยามบ่ายที่ห้องทำงานของผมอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความทรงจำย้อนหลัง ผมยังจำคำสอนแรกของอาจารย์ผู้สอนวิชาบูรณะกระดาษแก่ผมเมื่อหลายปีก่อนได้ดี ท่านเคยบอกว่า *'การบูรณะไม่ใช่การพยายามย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนประวัติศาสตร์ แต่คือการหยุดยั้งความเสื่อมสลายของตัวตนในปัจจุบัน'* วิธีการที่ดีที่สุดคือการเอาใส่ใจทุกแผ่นกระดาษอย่างละเอียดลออ ใช้แปรงขนแบดเจอร์เนื้อนุ่มปัดฝุ่นผงผุพังออกไป ล้างคราบสกปรกด้วยสารละลายแอลกอฮอล์เจือจาง จากนั้นใช้กระดาษสาญี่ปุ่นปะชุนเยื่อใยที่ขาดหาย ผมทำเช่นนั้นกับทุกหน้ากระดาษโบราณ และผมก็กำลังทำเช่นเดียวกันนี้กับวิเวียน... ภาพวาดมีชีวิตแสนรักของผมที่ต้องได้รับการขจัดรอยเปื้อนสกปรกจากอดีตออกไป
วันอังคาร่บ่ายแก่ๆ ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานชั้นสามของหอสมุด แสงแดดรำไรสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างสะท้อนลงบนหน้าจอแล็ปท็อปคู่ใจที่กำลังรันโค้ดระบบเจาะข้อมูลเครือข่ายของ "ธนภูมิกรุ๊ป" อย่างเงียบเชียบ หน้าจอแสดงผลรันสคริปต์คอมพิวเตอร์นับพันบรรทัดผ่านเครือข่ายพร็อกซีสิบสองชั้นทั่วโลกเพื่อซ่อนที่อยู่ไอพีหลักของผม การเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของั์ใหญ่ทางธุรกิจไม่ต่างจากการหาทางสอดแทรกกาวบูรณะเข้าไปในชั้นเยื่อกระดาษที่ติดแน่น... มัน้าเวลา ความละเอียด และการมองหาจุดบกพร่องของระบบที่เล็กที่สุด
ผมใช้วิธีการส่งมัลแวร์ประเภทม้าโทรจันซ่อนตัวอยู่ใต้เอกสารสัญญาการค้าที่ส่งให้ฝ่ายบัญชีของบริษัทพวกเขา และเมื่อระบบภายในเปิดอ่าน มันก็ทำหน้าที่เป็มอดไม้ดิจิทัลเจาะทะลวงผ่านระบบป้องกันข้อมูลไฟร์วอลล์หลักของบริษัทพวกนั้นในทันที ผมลอบเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลส่วนตัวของประธานใหญ่ได้สำเร็จ และสิ่งที่ผมขุดพบคือขุมทรัพย์ชิ้นโต... รายงานบัญชีลับการจ่ายเงินสินบนให้แก่ข้าราชการระดับสูง เอกสารการเลี่ยงภาษีมูลค่าหลายร้อยล้าน และบัญชีเงินฝากฟอกเงินในธนาคารต่างประเทศของประธานใหญ่ที่แสดงรายการเดินบัญชีที่ทุจริตอย่างโจ่งแจ้ง
*นี่แหละ... สารเคมีรุนแรงที่จะละลายเกราะป้องกันของแกให้สลายไป ประธานใหญ่ธนภูมิ... แกคิดจะใช้เงินและอิทธิพลบดขยี้ผม แต่แกหารู้ไม่ว่าเงินของแกกำลังจะกลายเป็บ่วงรัดคอตัวเองและคนรอบข้าง*
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลเ่าั้อย่างเพลิดเพลิน ระบบเตือนภัยส่วนตัวที่ผมติดตั้งไว้ที่บ้านพักและห้องทำงานชั้นล่างก็ส่งเสียงสัญญาณเตือนสีแดงกระพริบบนหน้าจอมือถือ กล้องวงจรปิดขนาดเล็กแสดงภาพผู้กองวิชัยและเ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอีกสามคนกำลังถือหมายค้นเดินเข้ามาในตัวหอสมุดโบราณของผมอย่างเร่งรีบ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปิดหน้าต่างโปรแกรมดาวน์โหลดและกดคำสั่ง 'ทำลายหลักฐานอัตโนมัติ (Wipe)' ที่เซิร์ฟเวอร์จำลองส่วนตัวทันที สัญญาณไฟสีแดงของฮาร์ดไดรฟ์ดับลงอย่างเงียบกริบ ข้อมูลทุกอย่างที่สามารถเชื่อมโยงมาถึงตัวผมถูกเขียนทับด้วยระบบรหัสศูนย์สลับหนึ่งถึงเจ็ดชั้นจนไม่มีทางกู้คืนได้ตามหลักการรักษาความลับทางดิจิทัลขั้นสูง
ผมสวมเสื้อกาวน์บรรณารักษ์ จัดทรงผมและแว่นตาให้กลับมาอยู่ในมาดหนุ่มเนิร์ดผู้สุภาพเรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินลงบันไดไม้อย่างนิ่งสงบ ดิ่งตรงไปต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็มิตร
"สวัสดีครับผู้กองวิชัย... มีธุระอะไรด่วนหรือครับ ถึงได้นำกำลังตำรวจเข้ามามากมายขนาดนี้?" ผมเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มละมุนละไมอันเป็หน้ากากประจำตัว
วิชัยโชว์แผ่นกระดาษหมายค้นตราครุฑในมือ แววตาของเขาจับจ้องใบหน้าของผมอย่างจับผิด "เราได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยและการลักลอบใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินและการหายตัวไปของพีทจากพิกัดแถวนี้ครับคุณธนนท์... ผมจึงจำเป็ต้องขอเข้าตรวจค้นตึกแถวและหอสมุดแห่งนี้ตามกฎหมายครับ"
"ด้วยความยินดีครับคุณตำรวจ... พวกเราไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้วครับ เชิญตรวจค้นได้ตามสบายเลยครับ" ผมเปิดประตูห้องทำงานและเอ่ยต้อนรับอย่างสุภาพ
ตำรวจค้นทั่วตึกแถวสามชั้นอย่างละเอียดลออ ค้นตามชั้นหนังสือโบราณ ใต้โต๊ะทำงาน ตลอดจนห้องทดลองสารเคมีบูรณะหนังสือของผม วิชัยเดินเข้ามาในห้องแล็บบูรณะหนังสือของผม เขาหยิบขวดสารเคมีแคลเซียมไฮดรอกไซด์และเมทิลเซลลูโลสขึ้นมาส่องดูกับแสงแดดพลางถาม "จบเคมีประยุกต์มา แต่เอาสารเคมีมาทำอะไรเยอะแยะในหอสมุดล่ะครับคุณธนนท์? หรือว่ากำลังเตรียมการอะไรที่มากกว่าการซ่อมกระดาษเก่า?"
ผมยิ้มบางๆ อธิบายด้วยท่าทีสุภาพ "สารเหล่านี้ใช้สำหรับกระบวนการลดกรดในเนื้อกระดาษเก่าครับผู้กอง... กระดาษโบราณมักจะสะสมความเป็กรดจากสภาพอากาศทำให้เยื่อกระดาษผุพัง สารเคมีเหล่านี้จะเข้าไปเจือจางและยับยั้งการสลายตัวของกระดาษครับ ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อสิ่งมีชีวิตหรอกครับ"
วิชัยวางขวดสารเคมีลงอย่างหงุดหงิดระคนไม่เข้าใจวิชาการเคมี เขาหันไปสั่งให้ลูกน้องเคาะตามฝาผนังปูนเก่าเพื่อหาประตูลับ แต่ทว่าห้องใต้ดินลึกที่เคยใช้คุมขังพีทนั้น ประตูลับหลังชั้นหนังสือไม้โอ๊กหนักอึ้งถูกผมปิดล็อคด้วยระบบกลไกแมคคานิคัลแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้การจัดเรียงหนังสือสามเล่มที่มีน้ำหนักเฉพาะตัวในตู้ให้เข้าตำแหน่ง ระบบสปริงและน้ำหนักถ่วงจะปลดล็อคโดยไม่มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ให้เครื่องตรวจจับโลหะจับสัญญาณได้ ซึ่งตำรวจไม่มีวันสังเกตเห็นเลย
ตำรวจพากันเดินขึ้นไปค้นที่ชั้นสามซึ่งเป็ห้องพักส่วนตัวส่วนบุคคลของผม วิชัยสำรวจห้องนอนที่เรียบง่ายเตียงเดี่ยว ชั้นวางหนังสือจิ๋ว และตู้เสื้อผ้าสีทึบ เขาเดินไปหยิบกรอบรูปถ่ายโบราณที่มีภาพอาคารประวัติศาสตร์ขึ้นมาดู "ไม่มีภาพครอบครัวของคุณเลยรึ คุณธนนท์?"
ผมมองกรอบรูปนั้นด้วยดวงตานิ่งสงบ "พ่อแม่ของผมเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านตอนผมอายุสิบขวบครับ... ผมจึงไม่มีรูปภาพใดๆ ของพวกท่านเหลืออยู่อีกเลยนอกจากความทรงจำในหัวสมองครับ"
คำตอบของผมทำเอาผู้กองวิชัยชะงัก แววตาของเขาอ่อนแสงลงชั่วขณะด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะรีบดึงมาดเข้มกลับมาและสั่งการตรวจค้นต่อไป หลังจากเวลาผ่านไปสองชั่วโมง ตำรวจกลับลงมาจากชั้นล่างด้วยใบหน้าสับสนและหงุดหงิด พวกเขาไม่พบหลักฐานการแฮกข้อมูล ไม่มีโซ่ตรวน ไม่มีสารเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
วิชัยเดินเข้ามาหาผม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย "คุณธนนท์... คุณเป็คนฉลาดและสะอาดเกินไปจริงๆ นะครับ แต่ผมจะบอกอะไรให้... ในคดีคนหาย ไม่มีใครที่ไม่มีพิรุธหรอกครับ ผมจะจับตาดูคุณไว้ทุกย่างก้าว อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาของผมไปได้ตลอดกาล"
ผมโค้งศีรษะให้เขาอย่างสุภาพเรียบร้อย "ผมเป็เพียงแค่บรรณารักษ์ธรรมดาที่รักหนังสือโบราณครับผู้กอง... ความสะอาดสะอ้านคือหน้าที่ ของผมในการบูรณะสิ่งเก่าๆ ให้คงอยู่ตลอดไปอยู่แล้วครับ ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ"
เมื่อตำรวจล่าถอยออกไปจนหมดสิ้น ผมปิดประตูหอสมุดลงอย่างหนาแน่น แววตาของผมเปลี่ยนเป็ความเ็าและดุดันดั่งสัตว์ร้ายในเงามืด ผมใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เดินเช็ดคราบฝุ่นและรอยรองเท้าของพวกตำรวจตามพื้นห้องและบันไดอย่างประณีตเพื่อคืนสภาพความสะอาดและเงียบงันให้แก่อาณาจักรส่วนตัวของผม
*ผู้กองวิชัย... แกกำลังจะก้าวล้ำเข้ามาทำลายอาณาเขตของผม และแกกำลังทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายขั้นสูงสุด*
ผมก้าวเดินขึ้นชั้นสาม เปิดแล็ปท็อปเครื่องใหม่เพื่อเช็คไฟล์ข้อมูลของ "ธนภูมิกรุ๊ป" ที่ดาวน์โหลดเสร็จสิ้นไว้ในระบบคลาวด์ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว แฟ้มข้อมูลลับคอร์รัปชันทั้งหมดอยู่ในมือของผมแล้ว และผมพร้อมจะเริ่มเกมรุกเพื่อทำลายฐานอำนาจของประธานใหญ่และผู้ปกป้องของเขาให้พังพินาศในวันพรุ่งนี้ เกมกระดานนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด ผมจะค่อยๆ ส่งข้อมูลส่วนแรกให้แก่สื่อมวลชนและสำนักข่าวออนไลน์ต่างๆ เพื่อเปิดประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับจริยธรรมของธนภูมิกรุ๊ป จากนั้นเมื่อเื่ราวกระพือขึ้นเป็ไฟลามทุ่ง ผมจะส่งข้อมูลหลักฐานชิ้นสำคัญให้แก่กรมสรรพากรและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดึงดูดความสนใจของหน่วยงานใหญ่ทั้งหมดไปที่พวกมัน หนี้สินและคดีอาญาจะพันธนาการพวกมันจนดิ้นไม่หลุด และในที่สุดคุณประธานใหญ่ก็จะสูญเสียฐานอำนาจและอิทธิพลไปจนสิ้น ไม่มีอำนาจใดๆ มาปกป้องหรือสั่งการวิชัยได้อีกต่อไป ส่วนตัวผู้กองวิชัยเอง หากเขายังคงหมกมุ่นสืบเสาะเื่ราวของผมต่อ ผมก็มีสารเคมีเฉพาะทางสำหรับล้างคราบรอยเปื้อนอย่างเขาเช่นกัน ทุกตารางนิ้วในอาณาจักรแห่งความรักของผมและวิเวียนต้องสะอาดสะอ้านและปลอดภัย และผมพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษามันไว้ชั่วนิรันดร์ตราบนานเท่านานโดยไม่มีคำว่ายอมแพ้เด็ดขาด เพื่ออนาคตที่สะอาดสะอ้านของเราสองคนสืบไป