แม้จ้าวเลี่ยงเฟิ่งจะตั้งใจช่วยหลินเยว่ชิงในครั้งนี้ แต่นางก็มีความคิดอยากให้อีกฝ่ายตั้งใจร่ำเรียนขึ้นมาจริงๆ
“ถึงครั้งนี้ข้าจะช่วยเ้าได้ แต่เ้าก็ต้องเรียนไว้ด้วยเช่นกัน วันหน้าหากได้รับคำเชิญหรือมีคน้าความสามารถของเ้าจะได้ไม่เป็ที่กังขา” ในน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยเจือความเป็ห่วงอยู่ด้วย นางเข้าใจว่าที่ผ่านมาปัญหาทั้งเื่คนในจวนทั้งเื่ิญญาที่ตามรังควานทำให้หลินเยว่ชิงไม่มีกะจิตกะใจจะทำสิ่งใดเป็ชิ้นเป็อัน ยิ่งการเรียนคงไม่ต้องพูดถึง
“ข้า...ข้าจะพยายาม แต่ในครั้งนี้คงต้องรบกวนท่านจริงๆ” หลินเยว่ชิงก้มหน้างุด รู้สึกได้ถึงความไม่เอาไหนของตัวเอง พลางคิดว่าที่ผ่านมานางไปทำอะไรที่สำนักศึกษาแห่งนั้นกันแน่ หรือเป็เพียงเบี้ยที่สองแม่ลูกจะสั่งให้ไปทางใดก็ต้องทำตามเท่านั้น
“เ้าทำใจให้สบายเถอะ” จ้าวเลี่ยงเฟิ่งวางมือโปร่งแสงลงบนบ่าหลินเยว่ชิง หญิงสาวจึงปรับลมหายใจอย่างช้าๆ จนเริ่มสงบ
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งรับปากแล้วก็จะทำให้ได้อย่างนั้นไม่มีบิดพลิ้ว ทว่าความกังวลก็ไม่ได้หมดไปง่ายๆ
คืนนั้นหลินเยว่ชิงแทบนอนไม่หลับ นางกระสับกระส่ายอยู่ทั้งคืน กว่าจะข่มตาลงได้ก็เกือบเช้า รู้สึกแย่ยิ่งกว่ามีิญญามายืนล้อมเตียงเสียอีก นางััได้ถึงความอ่อนล้าทางกายภาพได้ชัดเจนเป็ครั้งแรก ที่ผ่านมานางกล่าวอ้างได้ว่าเพราะิญญาก่อกวน จึงส่งผลต่อจิตใจมากกว่าร่างกาย
เช้าตรู่มาถึงอย่างรวดเร็ว หลินเยว่ชิงล้างหน้าล้างตาพยายามประคับประคองสติที่ใกล้หลุดลอย นางมารอหลินเสี่ยวหรงขึ้นรถม้าก่อนเวลาปกติเล็กน้อย บุตรสาวฮูหยินรองไม่ได้พูดอะไรกับนาง เพียงมองด้วยสายตาเหยียดหยามแล้วขึ้นรถไป
วันนี้มีการสอบบรรเลงกู่ฉิน การสอบจัดขึ้นที่ศาลาใหญ่กลางสำนักศึกษา ทุกคนจึงไปรวมตัวกันที่นั่นเพื่อดูผู้ทดสอบของปีนี้ ชั้นปีสุดท้ายของการศึกษามักได้รับความสนใจเป็พิเศษ เพราะได้รับการสั่งสอนจนชำนาญจากอาจารย์แล้ว ฝีมือย่อมต้องไม่ธรรมดา ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นหลายคนต่างมาเพื่อมองหาเป้าหมายที่ตนจะไปให้ถึง บ้างก็มองรุ่นพี่เป็คู่แข่ง บ้างมองเป็แรงบันดาลใจ แต่จุดมุ่งหมายล้วนเหมือนๆ กัน คืออยากเทียบฝีมือให้ได้เท่านั้นบ้าง
หลินเยว่ชิงไม่มีเครื่องดนตรีกู่ฉินเป็ของตัวเอง จึงต้องยืมจากสำนักศึกษามาใช้ ทว่ากู่ฉินของสำนักศึกษาเป็กู่ฉินราคาที่ไม่แพงและคุณภาพเพียงขั้นมาตรฐาน ส่วนใหญ่มักจะให้เด็กปีเริ่มต้นฝึกกัน หลังจากนั้นคุณหนูทั้งหลายจะหาซื้อกู่ฉินหรือเครื่องดนตรีที่เหมาะสมมาเอง หลินเยว่ชิงจึงเป็เพียงไม่กี่คนที่ได้กลับไปใช้มันอีกครั้ง
สำนักบุปผา์เป็เลิศด้วยศาสตร์ทั้งสี่ กู่ฉินที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ต้องใช้เวลาฝึกฝนและขัดเกลาหลายปีจึงเริ่มบรรเลงได้เป็เพลง เสียงของเครื่องดนตรีนี้มีเสน่ห์ที่ความทุ้มต่ำ บางเบา และละมุนละไม เป็การผสมผสานที่ลงตัว
นักสังคีตในรัชสมัยนี้ยังใช้เวลาร่วมสิบปีจึงจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้เป็เลิศขณะบรรเลงออกมา นับเป็ศาสตร์ที่ยากต่อการฝึกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
การเล่นกู่ฉินมีความอิสระ ปลอดโปร่ง ช่วยขัดเกลาจิติญญา และมีข้อกำหนดหลายประการ เป็ศาสตร์ชั้นสูงแขนงหนึ่งที่ได้รับการยอมรับทั้งใต้หล้า ไม่ใช่ใครนึกจะดีดเล่นก็ดีดได้
หลินเยว่ชิงหายใจไม่ทั่วท้องสักเวลาเดียว ชั้นปีที่หกมารวมตัวกันเมื่อใกล้ถึงเวลาตามกำหนดการ กลุ่มชั้นปีสูงเป็ที่สนใจของคนหมู่มาก เพราะในระดับชั้นนี้ถือว่าฝีมือกู่ฉินเป็เลิศกว่าทุกชั้นปีตามการร่ำเรียน
ผู้เรียนแต่ละคนขึ้นไปบรรเลงเพลงกู่ฉินตามลำดับ คุณหนูจากตระกูลชั้นสูงได้โอกาสอวดฝีมือก็คราวนี้ ทุกคนต่างแสดงฝีมือได้ถึงจุดที่อาจารย์ให้คำชม พวกนางทำความเคารพอาจารย์แล้วเดินออกไปให้คนถัดไปได้เข้ามา
หลังจากคุณหนูผู้นั้นสอบเสร็จก็จะถึงคราวของหลินเสี่ยวหรง
หญิงสาวต่างมารดากอดอกเชิดหน้ามองหลินเยว่ชิงอย่างคนต่ำต้อย
“การทดสอบคราวนี้หนักเกินไปสำหรับเ้า กลับบ้านไปเลยดีหรือไม่” นางเริ่มเอ่ยวาจาค่อนขอดตามนิสัย เรียกให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ และได้ยินหันมามอง
“ช่างน่าสงสาร หรือจะเรียกว่าน่าสมเพชดี บางทีหากบีบน้ำตาให้สงสาร อาจารย์คงเวทนาเ้าบ้าง”
หลินเยว่ชิงไม่ตอบโต้ ปล่อยให้พี่สาวต่างมารดาพูดแขวะนางอยู่ฝ่ายเดียว
อาจารย์ผู้ประเมินชำเลืองมองมาครั้งหนึ่งแต่หลินเสี่ยวหรงที่หันหลังอยู่ไม่เห็น ไม่มีใครรู้ได้ว่าผู้าุโจดจำคำที่นางกล่าวไว้แล้วดำเนินการทดสอบต่อไปเงียบๆ
“ฝีมืออย่างเ้าเล่นไปก็ระคายหู ขึ้นไปแล้วก็รีบๆ ลงมาเสียเถอะนะ” หลินเสี่ยวหรงกล่าวเช่นนั้นก่อนเดินขึ้นไปเพราะถึงลำดับของตัวเองพอดี
ทว่าผู้คนไม่ได้สนใจการบรรเลงของนางเท่าการกระทำเมื่อครู่ เกิดเสียงติฉินนินทาขึ้นมาระหว่างที่เ้าตัวไม่รับรู้ แต่จ้าวเลี่ยงเฟิ่งที่ไปไหนมาไหนอย่างอิสระได้ยินทุกถ้อยคำ
“นางทำเช่นนั้นตลอดไม่เบื่อบ้างหรือ”
“เ้าหมายถึงใคร”
“ทั้งพี่ทั้งน้อง”
“ข้าไม่ได้เข้าข้างหลินเยว่ชิงหรอกนะ แต่ก็หวังให้นางตอบโต้บ้าง”
“หลินเสี่ยวหรงทำเช่นนั้นมาตลอดั้แ่เข้าเรียน นางไม่รู้ตัวเลยหรือว่าตัวเองถูกมองอย่างไร”
“ก็เห็นยังทำอยู่จนถึงเมื่อครู่นี้ คงไม่รู้ตัวกระมัง”
คุณหนูที่จับกลุ่มคุยกันอยู่นั้นต่างไหวไหล่ ไม่เข้าใจทั้งคนที่ยกตนข่มพี่น้องตัวเองอย่างออกหน้า และไม่เข้าใจที่หญิงสาวผู้นั้นยอมให้กระทำอยู่ตลอดเช่นกัน พวกนางถูกพร่ำสอนให้ถ่อมตนแต่ไม่ยอมคน ให้มั่นใจแต่ไม่เย่อหยิ่ง แต่บุตรีสกุลหลินนั้น เหมือนจะไม่ได้รับการอบรมมาทั้งสองอย่าง แม้พวกนางในภายภาคหน้าจะมีผลประโยชน์ของตระกูลเข้ามาเกี่ยวข้องในการสร้างมิตรภาพกับใครต่อใคร แต่ก็มิได้มองหาแต่ผลประโยชน์จากกันเท่านั้น
เสียงปรบมือเบาบางและสะเปะสะปะไม่สม่ำเสมอดังขึ้นพอให้รู้ว่าหลินเสี่ยวหรงจบการประเมินแล้ว นางลงจากลานแสดงแล้วตั้งตารอคอยความอับอายของน้องสาวต่างมารดาด้วยใจจดจ่อ
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งสบตากับผู้เป็สหายต่างวัยและต่างภพภูมิ นางยิ้มให้แล้วพยักหน้า หลินเยว่ชิงจึงรับกู่ฉินที่ยืมมาจากผู้ช่วยในสำนัก แล้วเดินขึ้นบันไดด้วยท่าทีเช่นเคย
ทว่าพริบตาที่ก้าวขาขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายบรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวผู้นี้ก็เปลี่ยนไป ทุกท่วงท่าถูกจัดวางอย่างเหมาะสมและพอดี จึงดูเป็การเคลื่อนไหวที่สบายตา ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินั้แ่นางยังไม่เริ่มบรรเลง ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลินเยว่ชิงราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังงานอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งในร่างของหลินเยว่ชิงนั่งลงก่อนจะวางเครื่องดนตรีกู่ฉินบนโต๊ะ มือขวาบรรจงวางดีดสายเสียง มือซ้ายไล่เลียงเสียงสูงต่ำ ท่วงทำนองใสก้องกังวานชวนสดับ ขับกล่อมกลมกลืนไปกับธรรมชาติคล้ายไม่ได้แยกจากกัน แต่ผสานเป็หนึ่งเดียวกับเสียงเ่าั้ ผู้ฟังลืมไปเสียสิ้นว่ามันถูกบรรเลงออกมาจากกู่ฉินฝึกหัดราคาถูก
ท่วงทำนองถูกดำเนินไปพร้อมกับท่วงท่าที่ตราตรึงและสื่อถึงความมั่นใจ ผู้คนโดยรอบราวกับถูกภาพตรงหน้าสะกดเอาไว้จนละสายตาออกไปไม่ได้ ทั้งที่การแต่งกายของนางมิได้โดดเด่น ทว่าการแสดงออกทั้งหน้าตาและกิริยากลับดูเพียบพร้อมไปเสียทุกประการ ไม่มีใครคาดหวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะหลินเสี่ยวหรงที่เหน็บแนมนางไปเต็มที่
อาจารย์าุโยิ้มอย่างพอใจ เขาสั่งสอนในสำนักศึกษามาก็นาน ใช่ว่าจะไม่เคยสังเกตเห็น ปกติหลินเยว่ชิงผู้นี้ไม่เคยใส่ใจการเรียน มาบัดนี้กลับทำได้ดีเกินคาด
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งบรรเลงกู่ฉินมาจนจบเพลง ทว่าเสียงโดยรอบกลับเงียบไปราวตื่นตะลึง กว่าจะรู้ตัวว่าเพลงจบแล้วก็ผ่านไปหลายอึดใจ หญิงสาวบนลานแสดงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางเผยรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างน่ามองก่อนหันไปย่อกายคารวะให้อาจารย์ จากนั้นเสียงปรบมือและเสียงชื่นชมก็ดังขึ้นไปทั่วทุกทิศ กระทั่งอาจารย์าุโผู้ฝึกสอนกู่ฉินก็ยังเอ่ยชมไม่ขาดปาก และกล่าวว่าจะประกาศผลคะแนนในภายหลัง