ทันทีที่มิร่าสิ้นสติ เสียงสั่งการก็เงียบลง และแรงที่ตรึงร่างมิวไว้ก็คลายออกในพริบตา
แต่มิวไม่ได้รู้สึกเป็อิสระเลยแม้แต่นิดเดียว
เข่าของเธอทรุดลงกับพื้นเอง แค่เพราะมันไม่มีอะไรค้ำอยู่อีกแล้ว เธอนั่งอยู่ตรงนั้น หอบเป็พักๆ จ้องมือสองข้างของตัวเองราวกับมันเป็ของแปลกปลอม กางออก กำเข้า กางออกอีกครั้ง ช้าๆ ทีละนิ้ว เหมือนคนที่เพิ่งได้เครื่องมือคืนมาแต่ยังไม่แน่ใจว่ามันจะเชื่อฟังตัวเองจริงไหม
เพราะเมื่อกี้มันก็ "ขยับเอง" มาแล้วครั้งหนึ่ง
ภาพมันกลับมาซ้ำโดยไม่ต้องเรียก — กำปั้นของเธอเองที่เหวี่ยงเข้าหาหน้าอาเรียเต็มแรง เสียงตัวเองที่กรีดร้องสั่งให้มือหยุดแต่มือไม่ฟัง ความรู้สึกตอนที่ร่างกายทั้งร่างไม่ใช่ของเธออีกต่อไป เหลือไว้แค่หัวที่ยังคิดได้ ยังกลัวได้ ขังอยู่ข้างในเฉยๆ ได้แต่มองตัวเองทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
ตอนนี้มิร่าสลบแล้ว เสียงนั้นเงียบแล้ว เธอรู้ทั้งรู้
แต่ส่วนลึกในตัวเธอกลับยังไม่กล้าเชื่อ ยังเกร็งรออยู่ว่าเดี๋ยวเสียงใสๆ นั่นจะดังขึ้นมาอีก แล้วแขนขาของเธอจะลุกขึ้นเดินไปทำอะไรสักอย่างโดยที่เธอห้ามไม่ได้ ขนตามต้นแขนยังตั้งชันไม่ยอมราบลง ฟันกระทบกันเบาๆ ทั้งที่ห้องไม่ได้หนาว ตัวสั่นเป็ระลอกที่ไม่เกี่ยวกับความเย็นเลยสักนิด
น้ำตายังไหลไม่หยุด ไหลเองโดยที่เธอไม่ได้สั่ง เป็น้ำตาของร่างกายที่เพิ่งรอดจากอะไรบางอย่างมาได้ ทั้งที่หัวยังตามไม่ทันด้วยซ้ำว่ารอดแล้ว
ห้องที่เคยอลหม่านเงียบลงสนิท เหลือเพียงเสียงหายใจหอบของสองคน กับกลิ่นคาวเืจางๆ ในอากาศ
อาเรียยืนหอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงวงเวียนเหล็กออกจากไหล่ตัวเองอย่างไม่สะทกสะท้าน วางมันลงกับพื้นเบาๆ แล้วแตะมือลงบนแผลของตัวเอง แสงเวทอ่อนๆ เรืองขึ้น เนื้อที่ฉีกขาดค่อยๆ ประสานกลับเข้าหากันทีละน้อย
มิวมองดูเพื่อนเงียบๆ แล้วเสียงก็สั่นเครือออกมา
"เธอ...เธอบ้าไปแล้วหรือไง อาเรีย ทำกับตัวเองแบบนั้น... ฉันนึกว่าเธอจะ..."
"มันได้ผลนี่" อาเรียตอบเรียบ สายตายังจดจ่ออยู่กับแผลของตัวเอง "เจ็บแค่นี้ ฉันรับได้"
อาเรียสามารถใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูได้ ด้วยพลังเวทมหาศาลของเธอ พวกกับความเข้ากันได้ดีของร่างกาย แค่เธอใช้มือที่เปล่งแสงประครองแผลไว้ประมาณสิบวิทุกอย่างก็เรียบร้อย
เธอรักษาแผลตัวเองเสร็จ แล้วลุกขึ้นเดินไปหามิร่าที่นอนสลบอยู่ ก้มลงมองใบหน้าที่พอหลับตาลงก็กลับมาดูใสซื่อไร้พิษภัยอีกครั้ง รอยช้ำที่เคยมีจางหายไปจนเกือบหมดแล้วด้วยตัวเอง
"เธอ...เธอจะทำอะไรมันต่อ" มิวถามเสียงเครือ "ฆ่ามันทิ้งเลยไหม มันเพิ่งจะ—"
"ไม่" อาเรียคว้าสายชาร์จกับผ้าพันคอที่กองอยู่ใกล้ๆ มามัดข้อมือของมิร่าไว้ข้างหลังอย่างแ่า "เธอเนี่ยนะพูดอะไรโหดร้ายจัง ถึงจะเป็ปีศาจก็เถอะ แต่กฏหมายใหม่ก็บอกแล้วนิว่าถ้าเป็ปีศาจที่ลงทะเบียนไว้ การกระทำการใดๆ ที่เกินกว่าเหตุจำเป็ต้องรับโทษทางกฏหมายนะ"
"ตะ...แต่เมื่อกี้..."
เธอรัดปมสุดท้ายจนแน่น แล้วเงยหน้าขึ้น ดวงตาเ็านิ่งสงบ
"อย่างที่สอง... ฉันยัง้าให้มิร่าพูด"
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง มองใบหน้าสลบของมิร่า แล้วเอ่ยเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับมิว
"เพราะยังมีเื่ที่มิร่ารู้ แต่ซันไม่ยอมบอกฉัน อีกเยอะ"
ความเงียบในห้องทอดยาวออกไป มีแต่เสียงหายใจของสามคน — สองคนตื่น หนึ่งคนหลับ จนกระทั่งเปลือกตาที่ปิดสนิทของมิร่าเริ่มกระตุก
มิวสะดุ้งถอยทันที แต่อาเรียแค่ขยับเข้าไปนั่งใกล้ขึ้นอีกนิด สายตาเย็นจับจ้องไม่วาง
มิร่าลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาแดงเรืองปรับโฟกัสกับเพดานห้องที่ไม่คุ้น แล้วค่อยๆ รับรู้ว่าแขนตัวเองถูกมัดไพล่หลัง เธอขยับข้อมือทดสอบเชือกอยู่ครู่หนึ่ง — แล้วก็ยิ้มออกมา
"อ้าว..." เสียงใสๆ กลับมาพร้อมรอยยิ้ม ราวกับตื่นมาในงานเลี้ยง ไม่ใช่กลางสนามรบ "ตื่นมาก็โดนมัดซะแล้ว พี่สาวปีศาจนี่ใจร้ายกับเด็กตัวเล็กๆ จังเลยนะคะ"
"มะ...มันตื่นแล้ว..." มิวพึมพำ ถอยหลังพิงขอบเตียง
มิร่าเอียงคอมามองมิว รอยยิ้มกว้างขึ้น
"รู้ไหมคะ ตอนนี้หนูแค่อ้าปากสั่งคำเดียว ยัยคนธรรมดาข้างๆ นั่นก็เอาหัวโขกกำแพงให้หนูดูได้เลยนะ... เอาไหมล่ะ อยากดูไหม"
"อย่า!" มิวยกมือกุมหัวตัวเองโดยอัตโนมัติ ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "อย่ามองฉันสิ มองอย่างอื่น!"
แต่อาเรียไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว เธอมองมิร่านิ่งๆ แล้วเอ่ยเรียบๆ
"เธอแค่ขู่ไปงั้นแหละ"
รอยยิ้มของมิร่าค้างไปเล็กน้อย
"ฉันััได้" อาเรียพูดต่อ น้ำเสียงเหมือนกำลังอ่านป้ายราคา "เงื่อนไขเวทมนตร์ที่เธอผูกไว้กับมิว มันถูกล้างไปหมดแล้วตอนที่เธอสลบ ตอนนี้เธอสั่งใครไม่ได้สักคน นอกจากจะมีคนโง่พอไปทำให้เธอเจ็บใหม่อีกรอบ"
มิวกระพริบตาปริบๆ
"เดี๋ยว...งั้นเมื่อกี้มันโม้เหรอ"
"อืม"
"ยัยปีศาจขี้โม้!" มิวตวาด เสียงสูงปรี๊ดด้วยความโล่งอกปนโมโห
มิร่าหรี่ตาลงนิดหนึ่ง รอยยิ้มหวานยังอยู่
มิร่าเงยหน้าขึ้น เอ่ยขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงหวานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"พี่สาวปีศาจคะ... พี่จะมานั่งเสียเวลาเฝ้าเด็กที่ถูกมัดอย่างหนูอยู่ทำไมกันนะ"
เธอเอียงคอ ดวงตาทอประกายอ่อนโยนปลอมๆ "ป่านนี้พี่ชายคงตื่นขึ้นมาที่คอนโดแล้วมั้งคะ ตื่นมาไม่เจอพี่ ไม่เจอหนู อยู่คนเดียวในห้องเงียบๆ... เขาไม่ชอบตื่นมาคนเดียวเลยนะ หนูรู้ได้ไงน่ะเหรอ ก็แค่ขังเขาไว้เล่นๆ วันสองวันแล้วจับตาดูนิดหน่อย" เธอถอนหายใจอย่างเสียดาย "แต่เื่เล็กๆ น้อยๆ แบบนั้น พี่คงไม่เคยรู้หรอกใช่ไหมล่ะ มีเื่เกี่ยวกับพี่ชายตั้งหลายอย่างที่พี่ไม่รู้ แต่หนูรู้หมด"
มิวขมวดคิ้ว รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล แต่บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร
รอยยิ้มของมิร่าคมขึ้นทีละนิด
"หรือว่า... จริงๆ แล้วพี่แอบกลัวที่จะกลับไปเจอหน้าเขากันแน่นะคะ หลังจากเห็นภาพที่คอนโดมาเต็มสองตาแล้ว พี่จะยังกล้ามองตาเขาอยู่อีกไหมเนี่ย"
อาเรียมองเด็กสาวที่ถูกมัดอยู่ตรงหน้านิ่งๆ ไม่รับเหยื่อที่ล่อมาแม้แต่ปลายนิ้ว
"เธอทำอีกแล้วนะ"
"...อะไรคะ"
"ั้แ่ลืมตาขึ้นมา เธอก็เอาแต่หาทางไล่ฉันออกไปจากห้องนี้ ให้รีบไปหาซัน" อาเรียเอียงหน้าเล็กน้อย "ตัวร้ายที่จับตัวประกันไว้ในมือได้แล้ว ปกติต้องรั้งฉันไว้สิ แต่เธอกลับพยายามไล่ฉันไปหาผู้ชายที่เธออ้างปาวๆ ว่าเป็ของเธอ... ไม่แปลกเหรอ"
มิร่าเงียบไปวับหนึ่ง รอยยิ้มแข็งค้าง
"ระหว่างที่เธอหลับ ฉันนับได้สามข้อ ที่เธอเล่นเป็ตัวร้ายได้ไม่เนียนเลย" อาเรียยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "เมื่อกี้ที่เพิ่งทำ ก็นับเป็ข้อที่สี่"
"ข้อแรก" อาเรียพยักคาง "ตอนบุกมา เธอให้มิวต่อยฉัน ทั้งที่มีทางง่ายกว่านั้นเยอะ ถ้าเธออยากชนะจริงๆ แค่สั่งให้มิวเอามีดแทงตัวเอง หรือะโลงจากหน้าต่างถ้าเกิดฉันขัดขืน ถ้าเป็อย่างนั้นฉันคงไม่กล้าขยับ จบั้แ่ยกแรก แต่เธอไม่ทำ"
"นี่!" มิวร้องลั่น หน้าซีด "อย่าพูดเหมือนเสียดายที่ไม่ได้ทำได้ไหม! ขนลุกหมดทั้งตัวแล้ว!"
"ข้อสอง" อาเรียพูดต่อหน้าตาเฉย "ตัวร้ายที่ไหนเอาแต่แก้ต่างให้ผู้ชายที่ตัวเองจะแย่ง เธอย้ำแล้วย้ำอีกว่าซันไม่ผิด ว่าเขาเป็แค่ของเล่น คนผิดคือเธอคนเดียว... คนที่อยากได้ซันจริง ต้องอยากให้ฉันเกลียดเขาสิ ไม่ใช่คอยเช็ดความผิดออกจากตัวเขาให้สะอาดแบบนี้"
มิร่าเงียบ ดวงตาเริ่มไหวเล็กน้อย
"ข้อสาม" อาเรียเอนตัวเข้าใกล้ขึ้น "ถ้าเธออยากกำจัดฉันจริงๆ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเอาซันมาคืนดีกับฉัน รอจังหวะที่ฉันเผลอ แล้วแอบเอามีดแทงข้างหลัง... ซันเป็จุดอ่อนของฉัน ถ้าเธอเล่นแบบนั้น ฉันแพ้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางสู้เลย"
"เธอนี่..." มิวเอามือกุมหน้า "เลิกเปิดจุดอ่อนตัวเองด้วยหน้าภูมิใจขนาดนั้นได้แล้ว! เกิดมันจำไปใช้จริงจะทำยังไง!"
"เธอไม่ใช้หรอก" อาเรียตอบ สายตายังไม่ละจากมิร่า "เพราะเธอไม่เคยอยากชนะฉันั้แ่แรก"
ห้องเงียบลงไปอีกระดับ
รอยยิ้มที่ค้างอยู่บนหน้ามิร่าค่อยๆ สลายลง น้ำเสียงใสหวานที่เคยลากยาวทุกประโยคหายวับไป เหลือไว้แค่เสียงต่ำที่สั่นเครือ
"...หยุดพูดเลยนะ"
เธอก้มหน้าลง ผมทวินเทลปรกบังดวงตา
"พี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนูสักนิด อย่าทำเป็เข้าใจ"
อาเรียมองเด็กสาวตรงหน้าเงียบๆ ครู่หนึ่ง
"เธอพูดถูก" เธอยอมรับเรียบๆ "ฉันมันโง่ จำทฤษฎีเวทไม่ได้สักบท เรียนก็ไม่เก่ง เื่ความฉลาดฉันไม่มีทางเหนือกว่าซันอยู่แล้ว... แต่มีอย่างเดียว ที่ฉันไม่เคยอ่านพลาด"
เธอก้มลงให้ระดับสายตาตัวเองเสมอกับมิร่าที่ก้มหน้าอยู่
มิร่าเงยขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ
"ห้าปีก่อน วันที่เธออาละวาดจนทำให้ทั้งเขตวุ่นวาย ฉันอยู่ที่นั่นด้วย" อาเรียพูดช้าๆ ทุกคำชัดถ้อยชัดคำ "ฉันน่ะ... ฉันเห็นเด็กผู้หญิงคนนึง"
ดวงตาของมิร่าเบิกกว้างขึ้นทีละนิด
"เด็กที่หน้าเปียกโชกไปด้วยน้ำตา ที่กำลังกรีดร้องอยู่ข้างในร่างนั้น ขอให้ใครสักคน — ใครก็ได้ — หยุดเธอที"
"...!!!"
"เธอกำลังร้องขอความช่วยเหลือ" อาเรียพูดเบาลง "ั้แ่ตอนนั้นแล้ว เธอไม่ได้อยากทำเลยสักนิดเดียว ใช่ไหมล่ะ มิร่า"
ร่างเล็กๆ ที่ถูกมัดสั่นเทาขึ้นมา
"...ขี้โกง" มิร่าพึมพำ เสียงแทบไม่เป็คำ "ขี้โกงที่สุดเลย... พูดเหมือนพี่ชายไม่มีความผิดอะไรสักอย่าง พูดเหมือนหนูเป็ฝ่ายน่าสงสาร..."
แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น และคราวนี้ ไม่เหลือเศษเสี้ยวของเด็กสาวเ้าเล่ห์ที่ยิ้มยั่วอีกต่อไป เหลือแต่ดวงตาแดงก่ำที่เอ่อด้วยน้ำตาและความเจ็บที่อัดอั้นมานานเกินไป
"ทำไม..." เสียงเธอแตก "ทำไมต้องเป็แกด้วยที่ได้หัวใจเขาไปทั้งดวง ทำไมต้องเป็แก!"
มิวที่นั่งอยู่ข้างๆ ตัวแข็ง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"หนูไม่ได้ขออะไรมากเลยนะ" มิร่าพูด น้ำตาไหลอาบแก้ม "หนูไม่ได้อยากได้หัวใจเขาด้วยซ้ำ ขอแค่... ขอแค่เป็คนที่ทำให้พี่ชายมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็พอ แค่นั้นเอง แล้วทำไม ทำไมเขาถึงเลือกแก ไม่เลือกหนู หรือใครก็ได้ที่จะทำให้เขารอด"
"จะสี่ปีก่อน จะห้าปีก่อน ทั้งหมดน่ะ..." เสียงเธอสูงขึ้นเป็ะโ "ทั้งหมดมันเป็เพราะแก! ปีศาจที่ล่อลวงพี่ชายให้ต้องทนทรมานมาตลอด ด้วยความรักที่น่ารังเกียจของแก!"
เธอหอบ ก้มหน้าลงอีกครั้ง เสียงอ่อนลงจนเหลือแค่กระซิบ
"ไปหาพี่ชายซะ... ไปสิ ใช่ หนูมันก็แค่คนที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง..."
อาเรียมองเธอเงียบๆ แล้วเอ่ยขึ้น น้ำเสียงไม่มีคลื่นความรู้สึกใดๆ
"ถ้าเธอไม่ยอมพูด ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ขอโทษนะ อย่างที่บอกฉันมันพวกโง่ ต้องบอกมาตรงๆ ถึงจะเข้าใจ"
คำพูดเ็านั้นเหมือนจุดชนวนอะไรบางอย่างในตัวมิร่าที่กดเอาไว้จนสุด
"แก..." เธอเงยหน้าพรวด ดวงตาพร่าด้วยน้ำตาและความโกรธ "แก! ทั้งที่พี่ชายกำลังจะตายอยู่แท้ๆ ทำไมแกถึงพูดอะไรเ็าแบบนั้นออกมาได้!"
เสียงนั้นดังก้องในห้องเล็กๆ แล้วก็เงียบลงทันที
มิร่าเบิกตากว้าง ริมฝีปากเผยอค้าง ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าเพิ่งปล่อยสิ่งที่ไม่เคยตั้งใจจะพูดออกมา
ในห้องนั้น มีเพียงอาเรียที่ยังนิ่งสนิท
แต่ลึกลงไปในอกของเธอ มีบางอย่างกระตุกวูบ — ซันกำลังจะตาย เธอไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน ไม่เคยมีใครบอก ความเย็นในปลายนิ้วแล่นวาบขึ้นมาถึงต้นคอ แต่บนใบหน้า เธอไม่ปล่อยให้มันแสดงออกมาแม้แต่เส้นเดียว
"...งั้นยิ่งต้องบอกฉันสิ" อาเรียพูดเบาๆ
มิร่าจ้องเธอ ตัวสั่น
"แกจะช่วยทำไม! เขาเป็ของหนู หนูบอกแล้วไง! แกควรจะดีใจสิ ถ้าหนู—"
"เธอคิดว่าฉันต้องเอาชนะเธอ เพื่อแย่งซันกลับคืนเหรอ..." อาเรียตัดบท "เธอคิดผิด ฉันไม่เคยคิดจะแข่งกับเธอสักนิด"
"!?"
"เพราะฉันรู้จักซันดีพอ" อาเรียมองตรงเข้าไปในดวงตาที่เปียกของมิร่า "ดีพอจะรู้ว่า ถ้าเขายืนอยู่ตรงนี้ เขาจะไม่มีวันยอมให้ฉันรอดอยู่คนเดียวหรอก เขาจะอยากช่วยเธอด้วย มิร่า แน่นอนที่สุด"
มิร่าค้างไป
ผู้หญิงตรงหน้า — คนที่บอกเองว่าตัวเองโง่ ที่ไม่รู้เื่ห้าปีก่อนทั้งหมด ไม่รู้ความจริงเื้ัสักอย่าง — กลับพูดในสิ่งที่มิร่ารู้ดีแก่ใจว่าจริงที่สุด ทั้งที่กลับมาอยู่กับซันได้แค่ไม่กี่เดือน ในขณะที่มิร่าอยู่กับเขามาตลอดห้าปี... แต่กลับมีสิ่งเดียวที่ผู้หญิงคนนี้เหนือกว่าเธอ
ความเข้าใจในตัวซัน
และนั่นเอง คือสิ่งที่ทำให้บางอย่างในตัวมิร่าะเิออกมา
"...อย่า" เสียงเธอต่ำลง สั่นด้วยอะไรบางอย่างที่ร้อนกว่าน้ำตา "อย่ามาทำเสียงเข้าใจ"
"แกไม่รู้อะไรเลย!" เธอะโสุดเสียง สะบัดร่างจนเชือกบาดข้อมือ "แกได้หัวใจเขามาง่ายๆ ได้ทุกอย่างมาง่ายๆ แล้วยังจะมาทำเป็ใจดีกับหนูอีก! น่ารำคาญ! น่ารำคาญที่สุดเลย!"
"หนูไม่้าความสงสารจากแก!" น้ำตาแห่งโทสะไหลพราก "ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าไปเลยสิ! อย่ามานั่งทำเป็เข้าใจหนู ทั้งที่แกไม่มีวัน — ไม่มีวันเข้าใจหนูได้หรอก!"
เธอหอบ ไหล่สั่นขึ้นลง จ้องอาเรียด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ทั้งเกลียด ทั้งเจ็บ ทั้งสิ้นหวัง
มิวกลืนน้ำลาย มองสลับไปมาระหว่างสองคน ไม่กล้าออกเสียงแม้แต่นิดเดียว
อาเรียไม่เถียงกลับสักคำ เธอแค่มองมิร่าที่กำลังหอบอยู่นั้นนิ่งๆ ปล่อยให้ความโกรธทั้งหมดระบายออกมาจนสุด แล้วจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่สงบจนน่าใจหาย
"ก็ได้ ฉันอาจจะไม่เข้าใจเธอก็ได้ แต่ฉันเข้าใจซัน"
เธอลุกขึ้นยืน มองลงมาที่เด็กสาวที่ถูกมัดและร้องไห้อยู่กับพื้น
"แค่นั้นแหละ ก็พอจะรู้แล้วว่าต่อจากนี้ฉันต้องทำอะไร"
ในห้องเล็กๆ ที่กลิ่นเืยังไม่จาง เสียงสะอื้นที่กลั้นไม่อยู่ของมิร่าแทรกความเงียบเป็ระยะ
ส่วนอาเรียยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาเ็าทอดมองไปไกลกว่าห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ ไปยังคอนโดอีกฟากของเมือง ที่ซึ่งผู้ชายคนหนึ่งกำลังหลับ
อาเรียยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สายตาทอดไกล แต่ความคิดในหัววิ่งเร็วกว่าที่ใบหน้าเรียบเฉยจะบอกใครได้ จนกระทั่งเสียงสะอื้นข้างหลังค่อยๆ เบาลง
"...ยัยปีศาจ"
อาเรียหันกลับมา
มิร่าก้มหน้าอยู่ ไหล่ที่เคยสั่นด้วยโทสะตอนนี้ทรุดลงด้วยความเหนื่อยล้า เสียงที่หลุดออกมาไม่เหลือทั้งความหวานเ้าเล่ห์และความเกรี้ยวกราด เหลือแค่เสียงเด็กคนหนึ่งที่หมดแรงจะเล่นบทอะไรอีกต่อไป
"พูดจริงใช่ไหม... ว่าจะช่วยเขา เพราะแม้แต่หนูเองก็จนปัญญาแล้ว..."
อาเรียมองดวงตาที่เงยขึ้นมาช้าๆ นั้น แล้วตอบเรียบๆ ไม่ลังเลแม้แต่นิด
"จริง"
มิร่าจ้องเธอนิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักกับสิ่งที่เธอกำลังจะยอมเสียไป แล้วก็หลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนคนกำลังจะะโลงจากที่สูง
"พี่ชายติดคำสาป..."
คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้ลมหายใจของอาเรียสะดุดไปหนึ่งจังหวะ
คำสาป
เธอเคยสงสัยมาตลอดว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ซันหายตัวไปตั้งหลายปี อะไรที่ทำให้เขาเลี่ยงการใช้เวทราวกับมันเป็พิษ อะไรที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มกวนๆ ของเขา... แต่เธอไม่เคยถาม ไม่ใช่เพราะไม่อยากรู้ แต่เพราะเธอเชื่อ
เชื่อว่าถ้ามันจำเป็จริงๆ ซันจะเป็คนบอกเธอเอง
และตอนนี้ คนที่บอกเธอ กลับเป็เด็กสาวที่ถูกมัดอยู่กับพื้น
"...คำสาปอะไร" อาเรียถาม เสียงยังคุมให้นิ่งได้ แต่ก็เกือบจะหลุดความตระหนกออกไปแล้ว
มิร่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงเรืองมองตรงเข้าหาเธอ
"คำสาปที่กัดกินิญญา" เธอพูดช้าๆ "ในตัวพี่ชายมีพลังบางอย่างที่ไม่ใช่ของเขา มันสะสมขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาใช้เวท ถ้าปล่อยไว้ มันจะค่อยๆ กลืนตัวตนของเขาไปจนหมด จนวันนึงคนที่ลืมตาขึ้นมาในร่างนั้น จะไม่ใช่ซันอีกต่อไป"
อาเรียไม่ขยับ แต่ปลายนิ้วในกำมือเย็นเฉียบ
"แล้วทางเดียวที่จะชะลอมันไว้ได้..." มิร่ากลืนน้ำลาย "คือให้ซัคคิวบัสดูดพลังส่วนเกินนั่นออกไป มนุษย์ธรรมดาทำไม่ได้ ต้องเป็ซัคคิวบัสเท่านั้น แล้วยิ่งคำสาปลึกเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอ่อนไหวกับพลังของพวกหนูมากขึ้นเท่านั้น"
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเสริมด้วยเสียงที่แ่ลง
"...มันคือคำสาปเดียวกับที่ทำให้หนูคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วอาละวาดจนทั้งเขตวอดวาย เมื่อห้าปีก่อนนั่นแหละ"
อาเรียนิ่งงัน ต่อจุดบางอย่างในหัวเงียบๆ ซัน มิร่า เหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน คำสาปที่ร้อยทั้งสามเข้าด้วยกัน ยังมีช่องว่างอีกมากที่เธอมองไม่เห็น แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาขุดมัน
"เดี๋ยวสิ!" เสียงมิวแทรกขึ้นมา เธอคลานเข้ามาใกล้อีกหน่อย หน้าตางุนงง "ถ้าแค่ต้องให้ซัคคิวบัสดูดพลังออก งั้น... ก็แค่ไปทำเงียบๆ ก็ได้นี่นา! ย่านเริงรมย์มีซัคคิวบัสตั้งเยอะแยะ แล้วซันก็รวยจะตาย จ้างใครก็ได้ จัดการให้จบเป็เื่ๆ ไปสิ! ทำไมต้องปล่อยให้ตัวเองเกือบตายด้วยล่ะ!"
เป็คำถามที่ตรงไปตรงมาจนอาเรียเองก็แอบคิดอยู่เหมือนกัน
แต่พอได้ยิน มิร่ากลับยิ้มออกมา ยิ้มที่เ็ปยิ่งกว่าการร้องไห้
"ถ้าเขายอมทำแบบนั้นได้ มันคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ" เธอพูด "แต่พี่ชาย... เขาไม่ยอมแตะต้องซัคคิวบัสเลยสักตน มาตลอดหนึ่งเดือนเต็มๆ"
"หนึ่งเดือน...?" มิวขมวดคิ้ว
"พอดีเป๊ะกับตอนที่เขาเริ่มคบกับพี่สาวที่อยู่ตรงนี้ไงล่ะคะ" มิร่ามองมาที่อาเรีย ดวงตาเอ่อน้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่น้ำตาของความโกรธ "เขาไม่ยอมให้ตัวเองมีอะไรกับซัคคิวบัสคนไหนอีกเลย ทั้งที่รู้ว่าถ้าฝืนไว้แบบนั้น มันจะฆ่าเขา... เพราะเขาไม่อยากนอกใจพี่ แค่นั้นเลย โง่จะตาย"
ห้องเงียบลงสนิท
อาเรียยืนนิ่ง รับรู้ได้ว่าบางอย่างที่อุดตันอยู่ในอกั้แ่หัวค่ำ กำลังค่อยๆ คลายออก
ภาพที่เธอเห็นที่คอนโดเมื่อหัวค่ำ ภาพที่ทำให้เธอเดินออกมาเงียบๆ โดยไม่เผชิญหน้าเขา ภาพที่กัดกินเธอมาตลอดทั้งคืน...
"...งั้นที่อาเรียไปเห็นที่คอนโด" มิวเอ่ยขึ้นเบาๆ เหมือนเพิ่งปะติดปะต่อได้
"คืนนี้เป็ครั้งแรกในรอบเดือน... และแน่นอนว่าหนูเป็คนบังคับเขาเอง" มิร่าพูดต่อ "เพราะตอนเย็นเขาฝืนใช้เวทช่วยยัยคนธ— ช่วยเพื่อนพี่ที่ห้าง อาการเลยทรุดหนักจนเกือบคุมไม่อยู่ หนูแทบไม่ได้ให้ทางเลือกเขาด้วยซ้ำ ถ้าคืนนี้ไม่ทำ พรุ่งนี้เขาอาจไม่ตื่นมาเป็ซันอีกแล้ว"
อาเรียหลับตาลงช้าๆ
"...เขาไม่ได้อยากทำ" เธอพึมพำ เสียงแ่จนแทบไม่ได้ยิน
ไม่ใช่คำถาม เป็คำตอบ คำตอบที่เธอตามหามาทั้งคืน
"เดี๋ยวก่อนนะ!" มิวผุดลุกขึ้น หน้าแดงก่ำราวกับเพิ่งคิดอะไรออก "ถ้าซันต้องให้ซัคคิวบัสดูดพลัง แล้วเธอก็เป็ซัคคิวบัส แถมอยู่กับเขามาตลอด งั้นที่ผ่านมาเธอกับซันก็... ก็ต้อง...!?"
มิวยกมือกุมปากตัวเอง หน้าซีดสลับแดงเป็ชุด แล้วหันมามองอาเรียอย่างตื่นตระหนก ราวกับกลัวว่าเพื่อนจะะเิออกมาเดี๋ยวนั้น
แต่อาเรียแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างเดียว
"อืม ก็คงงั้น"
อาเรียตอบเรียบๆ ราวกับมิวเพิ่งบอกว่าฝนกำลังจะตก
"แล้วไง"
"แล้วไง...?!" มิวอ้าปากค้าง "เธอไม่โกรธ ไม่หึง ไม่อะไรเลยสักนิดเหรอเนี่ย!"
"ถ้าหึงแล้วซันรอด ฉันหึงให้ดูจนทั้งโลกต้องกลัวเลย" อาเรียพูด สายตาเย็นนิ่ง "แต่ตอนนี้มันไม่ได้ช่วยอะไร เื่นั้นไว้ทีหลัง"
มิร่ามองเธอด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับไม่เข้าใจว่าผู้หญิงตรงหน้าทำตัวแบบนี้ได้ยังไง
อาเรียเดินตรงเข้าไปหามิร่า ก้มลงคลายเชือกที่มัดข้อมือเธอออก มืออาเรียนิ่ง แต่สะบัดปมเชือกทิ้งแรงไปนิด แรงพอจะบอกได้ว่ามีบางอย่างอยู่ใต้ความนิ่งนั้น
ไม่ใช่ความโกรธมิร่า ไม่ใช่ความหึง
แต่เป็ความโมโหเงียบๆ ที่พุ่งไปหาผู้ชายอีกฟากของเมือง ผู้ชายที่เลือกจะแบกความตายไว้คนเดียวเงียบๆ ตลอดทั้งเดือน ยอมให้ิญญาตัวเองถูกกัดกินทีละนิด แทนที่จะปริปากบอกเธอสักคำ
ไอ้คนโง่
"ลุกขึ้น" อาเรียพูด "เธอมาด้วย"
มิร่าเงยหน้าขึ้นมอง งุนงง
"...หา? หนูไปแล้วจะทำอะไรได้ หนูมัน—"
"ก็บอกแล้วไงว่าฉันจะช่วยเธอด้วย" อาเรียตัดบท แล้วคว้าข้อมือมิร่าดึงให้ลุกขึ้นยืน "แล้วคนที่จะช่วยซันได้ตอนนี้ มันก็มีแค่เธอ"
มิร่าสะดุดตามแรงดึง ยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกลากไปทางประตูเสียแล้ว
"เดี๋ยวสิ! รอฉันด้วย!" มิวรีบคว้าเสื้อคลุมแล้ววิ่งตามออกไป ทั้งที่ขายังสั่นอยู่ "จะไปไหนกันดึกดื่นเนี่ย! แล้วก็ — เธอแน่ใจนะว่าปล่อยมันออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้แล้วจะไม่มีปัญหา!"
"ยัยนี้ก็เดินเพ่นพ่านมากับเราทั้งวันแล้วนะ ไม่เห็นจะเป็ไรเลย"
"นะ...นั้นมันก็ใช่อยู่หรอก"
เธอกระชับมือบนข้อมือเล็กๆ ของมิร่าให้แน่นขึ้นอีกนิด แล้วก้าวออกจากห้องไปสู่ทางเดินมืดๆ มุ่งหน้าไปยังที่เดียวที่เธอต้องไปให้ถึงก่อนฟ้าสาง
⸻
ย้อนกลับไปเมื่อหัวค่ำคืนนี้ — ห้องนอนในคอนโดของซัน
ห้องนอนเงียบงัน เหลือเพียงแสงสลัวจากไฟข้างเตียง
ซันนั่งซบอยู่ที่ขอบเตียง หลังโก่งงอ มือทั้งสองกุมใบหน้าตัวเองไว้ ร่างที่เพิ่งผ่านการถูกดูดพลังยังสั่นเป็ระยะ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเื
มิร่ายืนอยู่ไม่ไกล มองแผ่นหลังที่งอลงนั้นด้วยสายตาที่เธอเองก็บอกไม่ถูกว่าเป็ความรู้สึกแบบไหน
"...มันจบแล้ว" เสียงแหบของซันลอยออกมาจากระหว่างฝ่ามือ "มันจบแล้ว อาเรีย..."
เขารู้ เขาเห็นอาเรียยืนอยู่ที่ประตูเมื่อครู่ เห็นแววตาของเธอตอนที่เธอเห็นทุกอย่าง เห็นเขาก้มหน้าลงกับคอของมิร่า ทั้งที่ในใจกรีดร้องให้ตัวเองหยุด แต่ร่างกายที่ถูกความหิวของคำสาปและมนตร์ของมิร่าตรึงไว้ กลับไม่ยอมขยับหนีแม้แต่นิดเดียว เขาได้แต่มองอาเรียหันหลังเดินจากไปเงียบๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
หนึ่งเดือนที่เขากัดฟันอดทน หนึ่งเดือนที่เขายังภูมิใจว่าตัวเองรักษาสัญญาไว้ได้ พังทลายลงในคืนเดียว — ต่อหน้าต่อตาเธอ
"ไม่เป็ไรนะพี่ชาย" มิร่าก้าวเข้าไปใกล้ คุกเข่าลงตรงหน้าเขา เงยหน้าขึ้นมองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "ต่อไปนี้ไม่ต้องไปสนใจยัยปีศาจคนนั้นแล้วก็ได้ หนูจะเป็คนเติมเต็มพี่ชายเอง"
เธอเอื้อมมือไปแตะเข่าเขาเบาๆ
"จะเป็อะไร หนูก็เป็ให้ได้ พี่ชายไม่ต้องลำบากใจเื่เธอคนนั้นอีกแล้ว ไม่ต้องอดทนอีกแล้ว... มีหนูคนเดียวก็พอ ต่อให้เกิดอะไรขึ้น หนูก็จะอยู่ข้างพี่ชายเสมอ"
นี่คือสิ่งที่มิร่าวางแผนมาตลอด ให้อาเรียเห็น ให้อาเรียจากไป ให้เหลือแค่เธอกับซัน แล้วซันจะเป็ของเธอ เธอจะได้เป็คนเดียวที่ช่วยเขาไว้ได้
มันควรจะเป็แบบนั้น
"...เงียบนะ"
เสียงของซันต่ำและแหบ
"เงียบไปเลย มิร่า"
เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ และในดวงตาที่แดงก่ำด้วยความอ่อนล้านั้น มีบางอย่างที่เย็นเยียบกว่าที่มิร่าเคยเห็น
"เธอเป็คนจัดฉากทั้งหมด ใช่ไหม" เขาพูด ทุกคำเหมือนคายออกมาด้วยความเจ็บ "ที่อาเรียมาเห็นพอดีตอนนี้ ที่ทุกอย่างมันลงตัวเป๊ะขนาดนี้... เธอวางมันไว้หมดแล้ว ทั้งหมด ทั้งหมด เพื่อให้เธอเดินจากผมไป"
มิร่าไม่ตอบ
เพราะเธอเถียงไม่ได้
"พี่ชาย ใจเย็นก่อน..." เธอพูดได้แค่นั้น
ซันลุกพรวดขึ้น มือคว้าเข้าที่ลำคอของมิร่า ร่างเล็กๆ ถูกดันถอยจนหลังชนกำแพง นิ้วของซันบีบกระชับขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจของเธอเริ่มขาดเป็ห้วง
"หยุดนะพี่ชาย..." เธอพูดออกมาแ่ๆ
แต่มือเล็กๆ ของเธอกลับไม่ยกขึ้นมาขัดขืนแม้แต่นิดเดียว ปล่อยให้เขาบีบ ปล่อยให้ออกซิเจนค่อยๆ หมดไป ดวงตาเริ่มพร่า
ทั้งที่เธอทำได้
ซันกำลังทำร้ายเธอด้วยเจตนาที่ชัดที่สุด เงื่อนไขครบทุกอย่าง แค่เธอกระซิบคำสั่งคำเดียว ร่างของเขาก็จะแข็งทื่อ ปล่อยมือจากคอเธอทันที — และกับซัน คำสั่งของเธอยิ่งได้ผลดีกว่ากับคนทั่วไปเสียอีก เพราะคำสาปในตัวเขาทำให้เขาอ่อนไหวต่อพลังของซัคคิวบัสมากเป็พิเศษ เธอแทบไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ จะสั่งให้เขาลืมอาเรีย จะสั่งให้เขาเป็ของเธอ ก็ยังได้
แต่เธอไม่ทำ
เพราะในดวงตาคู่นั้น — ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความแตกสลาย — เธอยังเห็นซัน เห็นคนที่เธอรัก ที่ยังมีชีวิต ยังเจ็บ ยังรู้สึก และเธอรู้ดีว่า ในวินาทีที่คำสั่งหลุดจากปากเธอ แววตาคู่นั้นจะดับลงตลอดกาล
เธอยอมให้ปลายนิ้วของคนที่เธอรักรัดคอเธอไว้ ดีกว่าจะเป็คนดับแววตานั้นด้วยมือตัวเอง
และบางที อาจเป็เพราะดวงตาที่ไม่มีแม้แต่เงาของการต่อต้านนั่นเอง ที่ทำให้มือของซันค่อยๆ คลายลง
เขาหายใจแรง มองมือตัวเองที่สั่นเทา แล้วมองหน้ามิร่าที่มีรอยแดงช้ำคาดอยู่รอบลำคอ
"...ทำไม"
เสียงเขาแตก
"ทำไมไม่ Charm ผมล่ะ"
"เธอทำได้นี่" เขาพูด เสียงเริ่มสั่น "ั้แ่แรกแล้ว เธอก็แค่ Charm ผมให้กลายเป็ของเล่นไร้ิญญาที่เชื่อฟังเธอทุกอย่าง มันก็จบแล้ว จะให้ผมทิ้งอาเรีย จะให้ผมทำอะไร ผมก็ทำให้หมด เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยวางแผนอะไรแบบนี้ แล้วผมก็จะได้ไม่ต้อง..."
เขาหยุด เสียงหายไปในลำคอ
"...ไม่ต้องเจ็บแบบนี้อีก"
มิร่ามองเขานิ่ง แล้วส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาคลอเต็มดวงตา
"หนูไม่ได้้าอย่างนั้นนะพี่ชาย" เธอพูดเสียงเครือ "หนูไม่เคยอยากได้ของเล่น... หนูแค่อยากให้พี่ชายมีชีวิตอยู่ต่อไป แค่นั้นจริงๆ"
ความเงียบทอดยาว
แล้วซันก็หลับตาลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความปวดร้าวที่กลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
"ไปซะ" เขาพูด เสียงแทบไม่เป็คำ "ผมไม่อยากเห็นหน้าเธอแล้ว... ไปไกลๆ เลย"
เขาทรุดตัวลงนั่งกับขอบเตียง ก้มหน้าซบเข่าตัวเอง ไหล่สั่นเทา
"ปล่อยผมไปเถอะ..." เสียงนั้นเหลือเพียงเศษเสี้ยว "ผมน่ะ... ขอร้องล่ะ"
มิร่ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองร่างที่แตกสลายอยู่เงียบๆ ตรงหน้า
และในวินาทีนั้นเอง บางอย่างในหัวของเธอก็พังครืนลงมาทั้งหมด
"ปล่อยผมไป" — เขาไม่ได้แค่ไล่เธอ
เธอเพิ่งเข้าใจว่าคำพูดนั้นหมายความว่าอะไรจริงๆ ผู้ชายที่ยอมกัดฟันทนความตายมาทั้งเดือนเพื่อรักษาสัญญากับคนเพียงคนเดียว เมื่อสัญญานั้นพังลงต่อหน้าต่อตา สิ่งที่เหลืออยู่ในตัวเขาก็ไม่ใช่ความอยากมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว
แผนของเธอได้ผลทุกอย่าง อาเรียจากไปแล้ว เหลือแค่เธอกับซันแล้ว
แต่ซันที่เหลืออยู่ตรงหน้า กลับเป็ซันที่กำลังจะตาย — ไม่ใช่เพราะคำสาป แต่เพราะเธอ
เธอคิดมาตลอดว่าถ้าพรากอาเรียออกไปได้ เธอจะได้ซันมา
เธอคิดผิด
สิ่งที่ทำให้ซันมีชีวิตอยู่ ไม่เคยเป็เธอเลย... มันคืออาเรียต่างหาก
มิร่ากัดริมฝีปาก หันหน้าหนีจากภาพตรงหน้าที่ทนมองต่อไม่ไหว — แล้วสายตาของเธอก็บังเอิญไปสะดุดกับโทรศัพท์ของซันที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
หน้าจอล็อกสกรีนสว่างขึ้นเงียบๆ มีข้อความเด้งค้างอยู่บนนั้น
จากอาเรีย
"มิร่า เธอน่าจะเห็นข้อความนี้ได้ ถ้ามีอะไรอยากคุยกัน ก็มาที่หอพักของมิวได้ ที่อยู่คือ..."
มิร่ามองข้อความนั้นอยู่นาน ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเธอค่อยๆ กำแน่นขึ้น
เธอหันกลับไปมองซันที่ยังก้มหน้าซบเข่าอยู่เป็ครั้งสุดท้าย แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ เบาเสียจนเขาไม่มีทางได้ยิน
"...ก็ได้ค่ะ พี่ชาย"
น้ำตาไหลลงอาบแก้ม แต่เธอกลับยิ้ม ยิ้มที่เ็ปที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา
แล้วเด็กสาวก็เช็ดน้ำตา หันหลังให้ห้องนอนที่เกลื่อนไปด้วยซากของแผนที่เธออุตส่าห์วางมา ก้าวออกไปสู่ค่ำคืน