ลานกว้างหน้าจวนศาลว่าการเมืองซีเหลียง...
เกวียนบรรทุกเอกสารราชการจำนวน 18 คันจอดเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ม้วนไม้ไผ่และกองฎีกากองพะเนินสูงดุจูเา เพียงมองจากระยะไกลก็สามารถััได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายทางจิติญญา และหยาดเหงื่อของทาสแรงงานอันลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
ภายในห้องจำศีลอันพังพินาศ... ลู่ชิงนอนหงายเหม่อมองเพดาน สีหน้าไร้อารมณ์ราวศพอันสูญเสียความหวังในการมีชีวิตอยู่ มือขวากำราชโองการหยกดำแน่น ยิ่งมองก็ยิ่งอยากร้องไห้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากสิ้นลมหายใจ
6 หัวเมือง... ราษฎร 1000000 คน... อำนาจบริหาร การคลัง การทหาร และศาลยุติธรรม...
เพียงหลับตาจินตนาการถึงปริมาณงาน ก็ปวดขมับจนอยากเอาศีรษะโขกกำแพงตายให้พ้นเคราะห์
"ข้าจะหนี..." ลู่ชิงพึมพำเสียงสั่น "ใช่... ข้าต้องหนีไปจากวงจรอุบาทว์นี้..."
เขาเริ่มวางแผนการในหัว จินตนาการถึงภาพตนเองแกล้งตาย ขี่ม้าหนีเข้าป่าลึก ซื้อกระท่อมหลังเล็กริมลำธาร ปลูกผัก เลี้ยงไก่ นอนวันละ 16 ชั่วยาม ใช้ชีวิตสงบสุขจนแก่ตายไปเงียบๆ
ทว่า... สายตาก็เหลือบไปเห็นตัวอักษรสีชาดอันประทับด้วยตราหยกัท้ายราชโองการ
ชายหนุ่มเงียบไป 3 ลมหายใจ
...หากละทิ้งภาระงาน โทษปะา 7 ชั่วโคตร...
เพล้ง!
วิมานในอากาศพังทลายลงตรงหน้า เขาพลิกตัวกลับมานอนหงายดังเดิม ใบหน้าไร้ิญญาและอมทุกข์กว่าเดิมอีกหลาย 10 เท่า
ทว่า... ท่ามกลางความสิ้นหวังอันดำมืด เปลวเพลิงแห่งความแค้นก็เริ่มจุดประกายและลุกโชนขึ้นในดวงตาของอดีตมนุษย์เงินเดือน!
ใช่... ข้าหนีไม่ได้ ข้าถูกผูกมัดด้วยกฎหมายบ้าบอนี่... แต่! ผู้ใดบอกว่าข้าต้องทำงานทั้งหมดนี่คนเดียวเล่า! ในเมื่อฮ่องเต้โยนงานให้ข้า ข้าก็แค่ตั้งตัวเป็นายเหนือหัว แล้วโยนภาระงานไปให้พวกทาสแรงงานทำแทนสิวะ!
บัดดลนั้น ภาพใบหน้าของมนุษย์กลุ่ม 1 ก็ลอยขึ้นมาในหัว
กุนซือชรา... เศรษฐีหวัง... จูหยวน... ทูตทั้ง 5 เมือง... พวกตัวการบรรลัยทั้งหมด!
พวกมันคือคนเอาเื่บะหมี่ไปขยายความ! พวกมันคือคนเอาเื่ถนนไปกราบทูลฮ่องเต้! พวกมันคือคนระดมทุนสร้างรูปปั้นทองคำ! และพวกมันคือคนก่อตั้งลัทธิเทพนิทราดึงดูดผู้คนมาบูชาเขา!
หากปราศจากพวกมัน ข้าคงกำลังนอนหลับกอดหมอนอย่างมีความสุขอยู่ยามนี้! ในเมื่อพวกเ้าชอบมโนว่าข้าขยันนัก... งั้นพวกเ้าก็มารับกรรมแทนข้าเสียเถิด!
ลู่ชิงลุกพรวดขึ้นนั่ง ดวงตาเปล่งประกายอำมหิตดุจจอมมารผู้ค้นพบหนทางทรมานเหยื่อ
"อาฝู" เสียงนั้นเย็นะเืและแฝงไปด้วยความชั่วร้ายจนคนฟังขนลุก
อาฝูผู้กำลังกวาดเศษขนนกอยู่สะดุ้งโหยง "ขะ... ขอรับนายท่าน"
ลู่ชิงค่อยๆ ชี้นิ้วออกไปยังูเาเอกสาร 18 เล่มเกวียนนอกหน้าต่าง "เห็นสิ่งนั้นหรือไม่"
อาฝูพยักหน้ากลืนน้ำลาย "เห็นขอรับ"
"นั่นคือความทุกข์ของข้า"
"และต่อจากนี้..." ลู่ชิงแสยะยิ้ม เป็รอยยิ้มอันทำให้อาฝูเริ่มสวดมนต์แผ่เมตตาให้ผู้ใดก็ตามอันกำลังจะตกเป็เหยื่อ "...มันจะกลายเป็ความทุกข์ของพวกมันด้วย ไปถ่ายทอดคำสั่งข้า!"
ครึ่งชั่วยามต่อมา... ทหารยามเมืองซีเหลียงกว่า 100 นายออกปฏิบัติการจู่โจมสายฟ้าแลบทั่วเมือง เกิดภาพความโกลาหลขึ้นทุกแห่งหน!
เศรษฐีหวังกำลังคุกเข่าจุดธูปหน้ารูปปั้นเทพนิทรา ทหาร 10 คนบุกเข้ามาหิ้วปีกอุ้มตัวขึ้นฉับพลัน จูหยวนกำลังประชุมสมาคมการค้า ถูกบุกเข้าล้อมและมัดด้วยเชือกเป็บ๊ะจ่างต่อหน้าลูกสมุน กุนซือชรากำลังยืนบรรยายหลักธรรมแห่งนิทราให้สาวกฟัง ถูกทหารเอาถุงคลุมหัวยัดขึ้นเกวียนทั้งอันยังพูดไม่จบประโยค ส่วนทูตทั้ง 5 เมืองกำลังดื่มชาฉลองกันอยู่โรงเตี๊ยม เมื่อเห็นทหารติดอาวุธกรูกันเข้ามาก็แทบสำลักน้ำชา
ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วยาม ตัวการระดับบอสทั้งหมด 8 คนถูกลากตัวมารวมกันหน้าลานจวนศาลว่าการ แต่ละคนถูกมัดด้วยเชือกเส้นใหญ่นั่งคุกเข่าเรียงกระดาน สภาพไม่ต่างจากนักโทษฏรอการปะาชีวิต
ลู่ชิงเดินออกมาช้าๆ เขายังคงสวมชุดคลุมทับชุดนอนหลวมโพรก เส้นผมยุ่งเหยิง สีหน้าเ็าไร้ความปรานี ทว่าในใจกลับกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจอย่างบอกไม่ถูก!
ฮ่าๆๆ! ท้ายสุด! วันนี้ก็มาถึง! วันอันข้าจะได้ชำระแค้น!
ทูตเมืองประจิมร้องเสียงสั่น ใบหน้าซีดเผือด "ทะ... ท่านมหาผู้ตรวจการ! พวกข้าน้อยทำสิ่งใดผิด! เหตุใดจึงจับมัดพวกเราเช่นนี้!"
ลู่ชิงหัวเราะ "หึ... ผิดอันใดงั้นรึ"
ชายหนุ่มตวัดแขนเสื้อ ชี้นิ้วไปยังูเาเอกสารทั้ง 18 เกวียนด้านหลัง ทุกคนหันไปมองตาม แล้วหน้าถอดสีฉับพลันเมื่อเห็นปริมาณฎีกากองสูงท่วมหัว
"ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป" ลู่ชิงกล่าวช้าๆ ชัดๆ เน้นทุกถ้อยคำ "ขบวนคาราวานของพวกเราจะออกเดินทาง มุ่งหน้าลงใต้สู่หัวเมืองแดนทักษิณ! พวกเ้าทั้ง 8 คน จะต้องร่วมคาราวานตรวจการไปกับข้า และต้องช่วยข้าตรวจเอกสารทั้งหมดนั่น!"
"...ทะ... ทั้งหมดหรือขอรับ?" เศรษฐีหวังถามเสียงแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ
"ใช่ ทั้งหมด 18 เกวียน"
ทุกคนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ลู่ชิงมองปฏิกิริยานั้นแล้วยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขากำลังสถาปนาขุมนรกทาสแรงงานขั้นสุดยอดขึ้นมาบนโลกใบนี้!
"กติกาของข้ามีง่ายๆ" ลู่ชิงประกาศกฎเหล็ก "ผู้ใดตรวจเอกสารและเขียนสรุปไม่ครบวันละ 100 ฉบับ... ข้าจะสั่งโบย ผู้ใดบังอาจอู้งานหรือเผลอหลับ... งดอาหาร 3 มื้อ ผู้ใดคิดหลบหนี... ข้าจะสั่งทหารจับมัดลากติดท้ายรถม้าไปจนกว่าจะถึงชายแดนทักษิณ!"
ความเงียบมรณะปกคลุมทั่วลานกว้าง
ลู่ชิงสูดลมหายใจลึก รู้สึกสดชื่นโล่งอกเป็หนแรกในรอบหลายเดือน ทว่า... สิ่งอันเกิดขึ้นใน 3 ลมหายใจถัดมา กลับทำให้รอยยิ้มอำมหิตบนใบหน้าของลู่ชิงค่อยๆ แข็งค้าง และร้าวราน
กุนซือชราน้ำตาคลอเบ้า เศรษฐีหวังตัวสั่นเทิ้ม ทูตทั้ง 5 เมืองหายใจหอบถี่ขึ้นอย่างรุนแรง... แต่แววตาของพวกเขาไม่ใช่ความหวาดกลัวจากการเป็ทาสแรงงาน หากเป็แววตาแห่ง... ความตื้นตันใจขั้นสุดยอด!
"์..." กุนซือชราพึมพำเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งปีติหยดลงบนพื้น "เอกสาร 18 เล่มเกวียน! ตรงกับขุมนรก 18 ชั้นพอดี! ท้ายสุด... ท่านมหาปราชญ์ก็ยอมรับพวกเราเป็ศิษย์สืบทอด! ท่านกำลังสั่งสอนให้พวกเราบุกเบิกขุมนรกทั้ง 18 เพื่อโปรดเวไนยสัตว์!"
เศรษฐีหวังน้ำตาไหลพราก โขกศีรษะลงพื้นทั้งอันยังถูกมัด "พามุ่งหน้าสู่แดนทักษิณอันแร้นแค้น! มอบหมายให้จัดการงานราชการแผ่นดิน! สอนงานและชี้แนะอย่างใกล้ชิด! นี่คือการถ่ายทอดสุดยอดวิชาปกครองบ้านเมือง!"
ทูตเมืองประจิมร้องะโด้วยความปีติสุดขีด "บังคับให้อ่านฎีกาวันละ 100 ฉบับ! เอกสาร 18 เกวียนนี้ก็คือความทุกข์ยากของราษฎร! ท่านกำลังสอนให้พวกเราเข้าใจความลำบากของโลกมนุษย์! มหาปราชญ์กำลังขัดเกลาจิติญญาของพวกเราให้บริสุทธิ์!!"
"มหาเมตตาบารมี!!" ทั้ง 8 คนะโขึ้นพร้อมกัน เสียงดังกึกก้องไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้า "ศิษย์ขอน้อมรับการลงทัณฑ์เพื่อขัดเกลาจิตใจจากท่านอาจารย์!!"
ลู่ชิงยืนนิ่งแข็งทื่อเป็หิน สมองค่อยๆ ว่างเปล่า รอยยิ้มสะใจถูกสายลมพัดปลิวหายไปจากใบหน้า แทนด้วยลางร้ายอันน่าขนลุกอันแผ่ซ่านขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง
ไม่... เดี๋ยวก่อน... ไอ้พวกสมองกาว! พวกเ้าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว! ข้ากำลังแก้แค้นพวกเ้า! ข้าจะสูบเืสูบเนื้อพวกเ้า! ข้าไม่ได้กำลังรับพวกเ้าเป็ศิษย์เพื่อสอนวิชาอันใดทั้งนั้น!!
แต่เมื่อลู่ชิงมองลึกลงไปในประกายตาดุจคนคลั่งศาสนาของทั้ง 8 คน เขาก็รู้ฉับพลันว่า... ทุกอย่างสายเกินกว่าจะอธิบายด้วยหลักภาษาของมนุษย์ปกติแล้ว การมีลูกสมุนอันถูกบังคับทำงาน มันจะแค่ทำส่งๆ ไปวันๆ... แต่การมีลูกศิษย์อันคลั่งไคล้และกระตือรือร้นเกินเหตุถึง 8 คน มาช่วยตรวจเอกสารราชการระดับแผ่นดิน... พวกมันจะไม่อ่านเฉยๆ แน่ๆ แต่มันจะต้องตีความ มโนแจ่ม และสั่งอนุมัติโครงการประหลาดๆ ในนามของเขาอย่างบ้าคลั่งแน่นอน!
วันถัดมา คาราวานขนาดมหึมาเคลื่อนตัวออกจากเมืองซีเหลียงอย่างเชื่องช้า มุ่งหน้าสู่ 6 หัวเมืองแดนทักษิณ
เกวียนบรรทุกเอกสาร 18 คันทอดยาวสุดสายตา ทหารคุ้มกันหลาย 100 นายรายล้อมอยู่โดยรอบ ส่วนใจกลางขบวน... คือราชรถดัดแปลงขนาดั์ของท่านมหาผู้ตรวจการคนใหม่
ภายในรถกว้างขวางประดุจห้องโถงเคลื่อนแท่น แต่สำหรับลู่ชิง... มันคือคุกเดนตายชัดๆ ชายหนุ่มนอนซุกตัวอยู่บนฟูกขนนกมุม 1 ของรถ ใช้ผ้าห่มคลุมมิดถึงศีรษะ หลับตาแน่นสนิท ตั้งปณิธานเด็ดเดี่ยวในใจ: ไม่ฟัง ไม่มอง ไม่รับรู้ ปล่อยให้พวกทาสแรงงานทั้ง 8 คนจัดการเอกสารกันเอง ข้าจะนอน... ต่อให้ฟ้าถล่มก็อย่ามาปลุก...
ทว่า... ความฝันอันงดงามดำรงอยู่ได้เพียงครึ่งก้านธูป แกรก... แกรก... แกรก...
เสียงคลี่ม้วนไม้ไผ่ดังต่อเนื่อง เสียงพู่กันขีดเขียนลงบนกระดาษดังไม่ขาดสาย รวดเร็วและบ้าคลั่งราวกับฝูงปลวกนับ 10000 ตัวกำลังรุมแทะบ้านทั้งหลัง
กุนซือชรานั่งอยู่กลางห้อง จัดแบ่งกองเอกสารเป็หมวดหมู่สูงลิบ "ยอดเยี่ยม... แผนงานของท่านมหาปราชญ์ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก..." ชายชราพึมพำด้วยดวงตาเป็ประกาย
กุนซือชราหยิบฎีกาอันยับยู่ยี่ฉบับ 1 ขึ้นมา "พวกเ้าดูนี่"
ทุกคนในคณะกรรมการความกาวแห่งชาติรีบสุมหัวมุงดู บนกระดาษแผ่นนั้นมีรอยเปื้อนสีน้ำตาลจางๆ ตรงมุม และถูกขยำจนเกิดรอยพับคดเคี้ยวไปมา
เศรษฐีหวังเบิกตากว้าง "คราบชา! และรอยขยำ!"
กุนซือชราพยักหน้าอย่างลึกซึ้ง "ถูกต้อง แต่นี่มิใช่คราบชาและรอยขยำธรรมดา... มันคือพิมพ์เขียวลับอันท่านอาจารย์มอบให้พวกเราแก้ไขวิกฤตแดนทักษิณ! ฎีกาฉบับนี้กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งขั้นวิกฤตของแดนใต้! พวกเ้าดูเส้นรอยพับนี่สิ มันคดเคี้ยวไปมาเหมือนลำตัวของสัตว์เทพ! ท่านอาจารย์กำลังชี้แนะว่า การแก้ภัยแล้งมิใช่การขุดคลองทางตรง เพราะน้ำจะระบายออกเร็วเกินไปและซึมลงดินไม่ทัน! แต่เราต้องขุดคลองให้คดเคี้ยว... เพื่อชะลอความเร็วน้ำ ให้น้ำค่อยๆ ซึมหล่อเลี้ยงผืนดินอันแห้งผาก!"
จูหยวนเบิกตาถลน ตบโต๊ะฉาด "ข้าเข้าใจแล้ว! เส้นทางคดเคี้ยวดุจั... นี่คือมหาโครงการคลองัพสุธา!!"
"โอ้ววววว!" เสียงอุทานด้วยความเลื่อมใสบูชาดังขึ้นพร้อมกัน
ลู่ชิงอันซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มกระตุกเปลือกตายิกๆ ัพสุธามารดาเ้าสิ! ข้ากินบะหมี่แล้วทำน้ำซุปหกใส่! ส่วนอันมันยับเพราะข้าเอามันไปเช็ดน้ำมูกโว้ย!!
แต่ยังไม่ทันอันเขาจะได้ลุกขึ้นไปด่า จูหยวนก็พลิกเอกสารอีกด้านขึ้นมา "เดี๋ยวก่อน! แล้วคราบสีน้ำตาลตรงมุมนี้เล่า? ภาคใต้อากาศร้อนชื้น ฝนทิ้ง่นาน ท่านอาจารย์หมายถึงสิ่งใด?"
เศรษฐีหวังผู้เชี่ยวชาญการค้ามองคราบนั้นแล้วตัวสั่นเทิ้ม "คราบสีทึบ... ทนแล้ง... ์! ท่านอาจารย์กำลังชี้ช่องทางเศรษฐกิจ! ท่านให้เราส่งเสริมราษฎรแดนใต้ปลูกพืชหัวอันทนความแห้งแล้งได้ดี เช่น มันเทศหรือหัวไชเท้า ไว้ริมคลองั! ราษฎรจะไม่มีวันอดตายอีกต่อไป!"
ลู่ชิงเอาหัวโขกหมอนดังปุ๊ก... อยากสิ้นลม... ข้าอยากกัดลิ้นตายจริงๆ...
บัดดลนั้นเอง รถม้าตกหลุมเล็กๆ จนเกิดการะเื ลู่ชิงอันนอนขดตัวอยู่จึงสบโอกาสพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนแก้เมื่อย
ครืด...
พริบตาอันลู่ชิงขยับตัว ทั้งรถม้าพลันเงียบกริบ พู่กันทั้ง 8 ด้ามหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ทุกคนหันมามองกองผ้าห่มเป็ตาเดียว
กุนซือชรากระซิบเสียงสั่น "ทะ... ท่านอาจารย์ขยับแล้ว"
ทูตเมืองประจิมวิเคราะห์พฤติกรรมฉับพลัน "เมื่อครู่ท่านอาจารย์พลิกตัวจากซ้ายไปขวา... ซ้ายคือธรรมเนียมเก่า ขวาคือวิถีใหม่... หมายความว่าการปกครอง 6 หัวเมืองแดนทักษิณ พวกเราต้องพลิกแผ่นดินทำใหม่ทั้งหมด! ห้ามยึดติดกับระบบราชการเดิมอันล่าช้า!"
ลู่ชิงดึงผ้าห่มคลุมหน้าให้มิดชิดกว่าเดิม น้ำตาซึมไหลริน... เหตุใด์จึงยังไม่ผ่าสายฟ้าลงมาสังหารข้าเสียครา...
ผ่านไปอีกครู่ คณะกรรมการความกาวเริ่มถกเถียงกันเื่งบประมาณ
เศรษฐีหวังกวาดสายตามองบัญชีคลัง "วิกฤตแล้ว... การขุดคลองัให้ครอบคลุม 6 หัวเมือง ต้องใช้แรงงานมหาศาล งบประมาณในคลังแดนใต้ตอนนี้ไม่พอจ่ายค่าจ้างราษฎรแน่"
ลู่ชิงอันนอนฟังอยู่พลันเปิดเปลือกตาขึ้น งบไม่พอ? งบไม่พอเรอะ!? ขุดคลองระดับประเทศแต่คลังไม่มีเงิน! โครงการต้องล้มเหลว! ฮ่องเต้กริ้วอันข้าทำงานไม่ได้เื่! ปลดข้าออกจากตำแหน่ง! สั่งเนรเทศข้าไปเป็สามัญชน! อิสระ! ท้ายสุดพวกเ้าก็เจอทางตัน! ขุดให้คลังแตกพ่ายไปเลย! ข้าจะได้โดนเด้งกลับบ้านไปนอน!
แต่แล้ว... ประโยคต่อมาของกุนซือชราก็ทำเอาลู่ชิงิญญาหลุดออกจากร่าง
"เื่เงินมิใช่ปัญหา..." กุนซือชรายิ้มกว้างอย่างเ้าเล่ห์ "พวกเ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าเรามีลัทธิเทพนิทราสนับสนุนอยู่ ตอนนี้สาวกนับ 100000 คนทั่วแผ่นดิน กำลังกระหายจะสร้างบุญกุศล! พวกเราเพียงแค่ประกาศออกไปว่า การขุดดินสร้างคลอง คือการขุดทำลายกิเลสทางโลก ถวายเป็พุทธบูชาแด่องค์เทพนิทรา! รับรองว่าสาวกจะแห่กันมาพร้อมจอบเสียมส่วนตัว!"
"มิใช่แค่นั้น!" จูหยวนนักธุรกิจหัวหมอแทรกขึ้น "เราเปิดขายตั๋วมหาบุญให้กับพ่อค้าเศรษฐีอันอยากจองคิวขุดดินในทำเลทองด้วย! ยิ่งขุดใกล้เมือง ยิ่งได้บุญเยอะ! นอกจากจะได้คลองฟรีแล้ว คลังแดนใต้ของเราจะกำไรมหาศาลจนทองล้นคลัง!!"
ลู่ชิงค่อยๆ ทิ้งตัวนอนลงดังเดิม ดึงผ้าห่มหนา 3 ชั้นคลุมปิดใบหน้า... ความหวังอันจะได้ถูกปลดออกจากตำแหน่ง แตกสลายกลายเป็ผุยผง ลอยหายไปกับสายลมแห่งลัทธิทุนนิยมพุทธพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว
กุนซือชรากระชากม้วนแผนที่มากาง เศรษฐีหวังดีดลูกคิดรัวๆ จนเกิดประกายไฟ ทูตทั้ง 5 เมืองจับพู่กันเริ่มร่างหนังสือราชการแจกจ่ายภารกิจ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ ศูนย์บัญชาการแห่งความวิบัติระดับประเทศก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบบนรถม้าคันนี้
ลู่ชิงได้แต่นอนนิ่งเป็ผักต้ม ไร้ิญญา ไร้ซึ่งความหวังใดๆ เขาหันศีรษะไปหาเด็กรับใช้คนสนิทอันนั่งอยู่ใกล้ๆ อย่างเชื่องช้า
"อาฝู... ถ้ารถม้ากำลังวิ่งเร็วอยู่เช่นนี้... หากข้าเปิดประตูแล้วะโเอาหัวพุ่งหลาวลงจากรถเดี๋ยวนี้... ข้าจะสิ้นชีพฉับพลันไหม..."
อาฝูนิ่งคิดอยู่ครู่ 1 ก่อนตอบด้วยความยกย่องอย่างจริงใจ "ด้วยกลไกซับแรงกระแทกจากแหนบไม้ไผ่ 5 ชั้นอันนายท่านคิดค้นขึ้นมา ผสมกับถนนยางไม้อันเรียบเนียนดุจผ้าไหม... รถม้าวิ่งนุ่มนวลมากขอรับ หากนายท่านะโลงไป... ข้าน้อยรับรองว่าท่านจะแค่กลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหญ้าข้างทาง ไม่าเ็แม้แต่รอยขีดข่วนเดียวขอรับ"
ลู่ชิงถอนหายใจยาวเหยียด ร่ำร้องอย่างปวดร้าวอยู่ภายในอก 'มารดาเ้าเถอะ... ข้าสร้างรถม้าและถนนแสนสบายเพื่อตนเอง ทว่าบัดนี้มันกลับกลายเป็กรงขังบุนวมอันขัดขวางการปลิดชีพ! ความฉลาดของข้าคืออาวุธร้ายอันย้อนกลับมาแทงคอหอยตนเองชัดๆ!'
หลายวันผ่านพ้น ล้อเกวียนบดทับผืนดินแตกระแหงดังกรอบแกรบ... ขบวนคาราวานอันยิ่งใหญ่เคลื่อนเข้าสู่เขตแดนหัวเมืองทักษิณอย่างเชื่องช้า เบื้องหน้าคือภาพอันหดหู่ใจยิ่ง ทุ่งนาอันเคยเขียวขจีแปรสภาพเป็สีเหลืองหม่น ต้นข้าวแห้งตายล้มระเนระนาด พื้นดินแตกระแหงเป็รอยลึกประดุจาแของแผ่นดิน เหนือท้องฟ้า ฝูงตั๊กแตนและแมลงศัตรูพืชบินวนหนาแน่นราวกับเมฆสีดำทะมึน อากาศร้อนระอุและแห้งผากจนภาพทิวทัศน์บิดเบี้ยว แม้แต่สายลมอันพัดมาก็ยังเจือไปด้วยฝุ่นทรายบาดผิว
หน้าประตูเมือง เ้าเมืองทักษิณพร้อมขุนนางท้องถิ่นกว่า 50 คนกำลังคุกเข่ารอรับขบวนอยู่ ทุกคนผอมซูบจนแก้มตอบ ดวงตาหม่นหมอง ริมฝีปากแห้งแตก สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ยามอันเห็นราชรถขนาดั์ของมหาผู้ตรวจการ พวกเขาพลันโขกศีรษะลงพื้นทรายพร้อมกัน
"ข้าน้อยขอต้อนรับท่านมหาผู้ตรวจการ! โปรดช่วยชีวิตราษฎรแดนใต้ด้วยเถิด! ขอท่านมหาปราชญ์เมตตาชี้แนะหนทางรอดด้วยเถิด!"
เสียงอ้อนวอนดังระงมเจือเสียงสะอื้น ลู่ชิงค่อยๆ ก้าวลงจากรถม้าอย่างเชื่องช้าด้วยใบหน้าอิดโรย
ฉับพลันอันปลายเท้าแตะพื้น แมลงวันหัวเขียวตัว 1 บินพุ่งชนหน้าผากเขาอย่างจัง! อีกตัวบินวนเข้าหู หึ่งงงงง... อีกตัวพุ่งเข้าปากตอนอันเขากำลังอ้าปากหาว "แค่ก! แหวะ!"
ลู่ชิงแทบสำลัก สีหน้าของชายหนุ่มดำทะมึนลงฉับพลัน ร้อนก็ร้อน... แมลงก็เยอะ... แถมยังมีคนผอมกะหร่องอีกเป็ 1000 กำลังจ้องหน้ากดดันข้าอยู่... นี่มันขุมนรกชัดๆ! ข้าอยากกลับห้องดับร้อนแช่น้ำแข็ง! ข้าอยากกลับไปนอน!
"ท่านมหาผู้ตรวจการ..." เ้าเมืองกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ภัยแล้งหนนี้รุนแรงยิ่งนักขอรับ... ขาดฝนตกหนักมาแล้ว 3 เดือน... ซ้ำร้ายฝูงแมลงศัตรูพืชยังลงกัดกินพืชผลอันเหลือรอดจนแทบหมดสิ้น... ราษฎรบางส่วนเริ่มแทะเปลือกไม้ประทังชีวิตแล้ว..."
ลู่ชิงแทบไม่ได้ฟังรายละเอียด สมองของเขากำลังหมุนวนคิดเพียงหลักการเดียว: ทำอย่างไรข้าถึงจะถูกปลด... ทำอย่างไรข้าถึงจะสร้างความเดือดร้อนจนพวกมันทนไม่ได้...
ดวงตาของเขากวาดมองไปเห็นกองขยะสุมทุมพุ่มไม้แห้งข้างกำแพงเมือง จากนั้นมองฝูงแมลงจำนวนมหาศาลบนท้องฟ้า และสายน้ำในแม่น้ำอันอยู่ไกลออกไปซึ่งลดระดับลงจนตลิ่งสูงชัน แล้วความคิดมักง่ายฉบับการประท้วงเงียบด้วยความมักง่ายก็ผุดขึ้นมาในหัว!
"ฟังคำสั่งข้า" ลู่ชิงเอ่ยเสียงเรียบ "ไปโกยมูลสัตว์ ขี้วัว หญ้าเน่า ฟางเปียก และเศษซากขยะเหม็นๆ ทั้งหลายมากองรวมกันให้เป็ูเา จากนั้นจุดไฟเผามันซะ อ้อ เผาให้ควันมันโขมงเลยนะ"
ทั้งลานเมืองตกอยู่ในความเงียบงันระดับมรณะ แม้แต่แมลงวันยังเหมือนหยุดบินขยับปีก เ้าเมืองอ้าปากค้าง ขุนนางทั้งหลายมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ราษฎรเริ่มกระซิบกระซาบด้วยความสับสน
"ท่านมหาผู้ตรวจการเสียสติไปแล้วหรือ? พวกเราจะสิ้นใจเพราะภัยแล้ง หรือจะสิ้นชีพเพราะสูดดมกลิ่นขี้วัวรมควันก่อนกันแน่?"
ลู่ชิงเห็นปฏิกิริยาสับสนและหวาดกลัวของทุกคนแล้ว แทบจะหลั่งน้ำตาแห่งความปีติอยู่ข้างใน! ใช่! เช่นนี้แหละ! สูดดมควันขี้วัวเน่าๆ เข้าไปให้เต็มปอด! แล้วรีบเขียนฎีการวมชื่อไปฟ้องฮ่องเต้เลยว่าข้ามันบ้าอำนาจและสั่งการปัญญาอ่อน! ฮ่าๆๆ!
เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานความบ้าคลั่งจะทะลุเป้า ลู่ชิงจึงสั่งการกวนประสาทเพิ่มไปอีก 1 ดอก
"แล้วก็..." ชายหนุ่มชี้ไปยังตลิ่งแม่น้ำอันสูงชันไกลออกไป "หากพวกเ้าปวดหลังจากการหาบน้ำขึ้นตลิ่ง ก็เลิกหาบเสีย มันเหนื่อย ให้พวกเ้าไปตัดไม้ไผ่มา ทำเป็ล้อเกวียนใหญ่ๆ เอากระบอกไม้ไผ่กลวงๆ ผูกติดไว้รอบล้อ แล้วเอาไปตั้งขวางไว้ในแม่น้ำ ปล่อยให้กระแสน้ำมันหมุนล้อไปเอง... จบ ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าจะไปนอน"
กล่าวจบ ลู่ชิงหันหลังกลับเดินขึ้นรถม้าฉับพลัน ไม่คิดจะอธิบายหลักการกลศาสตร์ใดๆ แม้แต่คำเดียว สีหน้าของเ้าเมืองยิ่งแตกตื่นและโง่งมหนักกว่าเดิม ทว่า... ขณะอันลู่ชิงกำลังจินตนาการฝันหวานถึงหนังสือปลดเกษียณอยู่นั้นเอง เสียงสั่นเครือของชายชราผู้ 1 ก็พลันดังทะลุประตูรถม้าเข้ามา
"์... ลึกล้ำ... ลึกล้ำเหลือเกินฟ้าดินเอ๋ยยยย!!"
ร่างของกุนซือชราแห่งคาราวานคนบาปกำลังสั่นเทิ้มประดุจจ้าวเข้า น้ำตาแห่งความปีติไหลพรากอาบ 2 แก้ม ชายชราหันไปตวาดใส่เ้าเมืองทักษิณ "พวกเ้ามีตาหามีแววไม่! มองไม่ออกหรือ! นี่มิใช่กองขยะเน่าเหม็น! แต่มันคือค่ายกลรมควันปราบมารผสมกับสุดยอดปุ๋ยแร่ธาตุ์ต่างหาก!!"
เปรี้ยง! คำพูดนั้นดังขึ้นราวสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อมของทุกคน
กุนซือชราชี้ไปยังกองหญ้าและมูลสัตว์ "การเผาฟางเปียกและมูลสัตว์ จะสร้างควันไฟหนาทึบอันลอยต่ำ ควันเหล่านี้คือพิษร้ายอันจะรมควันขับไล่ฝูงตั๊กแตนและแมลงศัตรูพืชให้หนีเตลิดไปจนหมดสิ้น! และเมื่อไฟมอดดับลง... ขี้เถ้าอันเหลืออยู่คือเถ้าธาตุศักดิ์สิทธิ์บำรุงดินชั้นยอดอันจะกลายเป็ปุ๋ยฟื้นฟูผืนดินอันแตกระแหงให้กลับมาอุดมสมบูรณ์! รบกวนศัตรูพืชด้วยควันไฟ! บำรุงดินด้วยขี้เถ้า! นี่คือการยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียว ได้เหยี่ยวถึง 2 ตัว!"
จูหยวนะโออกมาสมทบแทบจะในลมหายใจถัดมา "ยังไม่หมดความอัจฉริยะแค่นั้น! พวกเ้าคิดว่ากงล้อไม้ไผ่นั่นเป็เื่เพ้อฝันของเด็กเล่นหรือ!? นี่คือกงล้อวิดน้ำอัตโนมัติ! ท่านอาจารย์กำลังใช้พลังกระแสน้ำอันไหลเชี่ยว ให้ไปเอาชนะแรงดึงดูดของพื้นโลก! ล้อจะหมุนด้วยแรงน้ำ กระบอกไม้ไผ่จะตักน้ำจากเบื้องล่าง แล้วเทลงสู่รางส่งน้ำในจุดสูงสุดยอด โดยไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์แม้แต่คนเดียว! ทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย!"
ทั่วทั้งลานเมืองหน้าประตูกำแพงเงียบงัน... เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจอันเต้นรัวของฝูงชน จากนั้น... เสียงสูดลมหายใจด้วยความสยดสยองต่อความฉลาดล้ำลึกก็ดังขึ้นพร้อมกัน!
"ข้า... ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว..." เ้าเมืองทักษิณทรุดเข่าลง ร้องไห้โฮ "ท่านมหาผู้ตรวจการมิได้รำคาญแมลง... และท่านมิได้เกียจคร้าน... แต่ท่านกำลังสอนนวัตกรรมฟื้นฟูแผ่นดินและสุดยอดศาสตร์ชลประทานขั้นสูงสุดให้พวกเรา! มหาปัญญา! มหาปัญญาจริงๆ!!"
พรึ่บ!! ราษฎรและขุนนางกว่า 1000 คนคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นทรายพร้อมกัน
"องค์เทพนิทราจงเจริญ!! ผู้เนรมิตกงล้อ์จงเจริญ!!"
ส่วนภายในรถม้า... ลู่ชิงยืนแข็งทื่ออยู่หลังบานประตู รอยยิ้มแห่งชัยชนะอันหวังจะโดนไล่ออกค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า... ก่อนจะค่อยๆ แตกสลายกลายเป็เถ้าธุลีอย่างช้าๆ...
ิญญาของชายหนุ่มลอยหลุดออกจากร่าง พุ่งทะลุหลังคารถม้าออกไปสู่ห้วงเวหาอันไกลโพ้นอีกครา ข้า... แค่... รำคาญแมลงวัน... ข้าแค่รำคาญการหาบน้ำ... เหตุใดการประชดประชันของข้า ถึงโดนพวกกาว 8 คนนี้ตีความจนกลายเป็นวัตกรรมกู้แว่นแคว้นไปได้อีกแล้ววะโว้ยยยยยยยย!!!
ทว่าขุมนรกยังไม่จบเพียงเท่านั้น เ้าเมืองทักษิณพลันะโลุกขึ้น ะโสั่งการด้วยไฟแห่งการทำงานอันลุกโชน "พี่น้องทั้งหลาย! รีบสร้างกงล้อวิดน้ำต้นแบบเดี๋ยวนี้! และเพื่อเป็เกียรติสูงสุดแก่มหาปัญญาของท่านมหาปราชญ์! ข้าขอตั้งชื่อมันว่า... มหากงล้อเทพนิทรา!!"
"ยอดเยี่ยม! สมเกียรติยิ่งนัก!" กุนซือชราะโสนับสนุน "พวกเราต้องจารึกชื่อท่านลงบนกระบอกน้ำทุกใบ! และสร้างรูปปั้นแกะสลักของท่าน... ในท่านอนหลับอย่างมีความสุขอยู่บนแกนกลางของกงล้อ!!"
"โอ้วววว! ล้ำลึกยิ่งนัก! เป็สัญลักษณ์ว่า... แม้องค์เทพนิทราจะหลับใหลไร้กิเลส แต่น้ำค้าง์และกงล้อแห่งความเมตตา ก็ยังคงหมุนเวียนหล่อเลี้ยงราษฎรอย่างไม่มีวันจบสิ้น!!"
เสียงสนับสนุนและเสนอแนวทางผลาญงบประมาณเพื่อสร้างลัทธิดังระงมกระหึ่มไปทั่วทั้งเมือง
ลู่ชิงทรุดตัวลงนั่งพิงประตูรถม้า เงยหน้ามองเพดานไม้ น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลอาบ 2 แก้มอย่างเงียบงัน...
กงล้อไม้ั์... หากมันหมุนย่อมส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังสนั่นตลอด 12 ชั่วยาม... แล้วพวกมันยังจะเอารูปปั้นข้าไปตั้งไว้ตรงแกนกลางอันหนวกหูสุดยอดนั่นอีกหรือ...
เื้ัรถม้า... คณะกรรมการบริหารความวิปลาสทั้ง 8 คนกำลังกางโต๊ะ ระดมสมองวางแผนขยายเครือข่ายมหาโครงการมหากงล้อเทพนิทราให้ครอบคลุมทั่วทั้ง 6 หัวเมืองแดนทักษิณ
เบื้องหน้า... ราษฎรนับ 1000 กำลังกราบไหว้จุดธูปบูชาประตูรถม้าจนควันโขมง
และตรงกลาง... มหาผู้ตรวจการผู้เกียจคร้านอันดับ 1 แห่งแผ่นดิน ผู้มุ่งมั่นจะทำงานพลาดเพื่อให้โดนไล่ออก... กำลังนั่งกอดเข่ารับชมการกำเนิดของมหาหายนะบทใหม่... ด้วยหัวใจอันค่อยๆ แหลกสลายและดับสูญลงอย่างช้าๆ...
[จบตอน 27]