บทที่ 19 เหลวไหลสิ้นดี! ซูหว่านมาขอความช่วยเหลือ
"หลินเซียว!"
โอวหยางสวินก้าวยาว ๆ ตรงดิ่งไปหาหลินเซียวทันที
"ท่านผู้เฒ่าโอวหยาง สวัสดีครับ" หลินเซียวทักทายด้วยน้ำเสียงจริงใจ
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ ตอนนี้ผมไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เลยจับมือกับท่านไม่ได้" หลินเซียวชูมือที่สวมกุญแจมือขึ้นให้ดู
วินาทีต่อมาคิ้วของโอวหยางสวินก็ขมวดปมแน่นทันที เขาหันขวับไปมองจางเซิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลัง
"นี่มันเื่อะไรกัน?" น้ำเสียงของโอวหยางสวินทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยการตำหนิ
จางเซิ่งถึงกับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ "อาจารย์ครับ... เื่นี้มันเล่าค่อนข้างยาว..."
"อาจารย์?" หลินเซียวถึงกับอึ้งไปเลย โอวหยางสวินเป็อาจารย์ของจางเซิ่งหรอกเหรอเนี่ย! เหนือความคาดหมายจริง ๆ!
"ปลดกุญแจมือเดี๋ยวนี้!" เสียงของโอวหยางสวินดังกัมปนาทราวกับเสียงสายฟ้า
จางเซิ่งหันไปสั่งหลิวชิงเฟิง "แกมัวบื้ออยู่ทำไมล่ะ? เร็วเข้าสิ ปลดออกซะ!"
"อ้อ! ครับ ๆ! ได้ครับ!" หลิวชิงเฟิงไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปไขกุญแจมือและกุญแจเท้าให้หลินเซียวทันที
...
ภายในห้องทำงานของผู้กำกับ
หลังจากโอวหยางสวินรับรู้เื่ราวทั้งหมด เขาก็เอาแต่ส่ายหน้าไม่หยุด
จางเซิ่งเห็นดังนั้นก็ยิ่งงง "อาจารย์ครับ ท่านส่ายหน้าทำไมกัน?"
"เหลวไหล! เหลวไหลสิ้นดี!" โอวหยางสวินพูดด้วยความเจ็บใจ
จางเซิ่งยืนนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"จางเซิ่ง ในบรรดาลูกศิษย์ที่ฉันเคยสอนมา แกคือคนที่หัวช้าที่สุด ตอนแรกฉันนึกว่าหลายปีมานี้แกจะมีสายตาที่แหลมคมขึ้นบ้าง ที่ไหนได้... ยังเหมือนเดิมไม่มีผิด! ทำงานเนี่ย เคยใช้สมองคิดบ้างไหม?" โอวหยางสวินถอนหายใจยาว
จางเซิ่งถามอย่างระมัดระวัง "อาจารย์ครับ สรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
โอวหยางสวินไม่ตอบ แต่หันไปทางหลินเซียวแทน
"โบราณว่าไว้ 'ศิษย์ไม่ดีเป็เพราะครูไม่สั่งสอน' หลินเซียว ฉันขอเป็ตัวแทนลูกศิษย์ที่ไม่ได้ความคนนี้ กล่าวคำขอโทษต่อเธอด้วยนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเซียวก็ยิ้มออกมา "ท่านผู้เฒ่าเกรงใจเกินไปแล้วครับ ท่านเป็ผู้าุโ เป็ปูชนียบุคคลที่มีทั้งคุณธรรมและฝีมือ ผมจะกล้าให้ท่านมาขอโทษผมได้อย่างไร"
โอวหยางสวินโบกมือ "พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก ทางแห่งธรรมมีก่อนหลัง แต่ความเชี่ยวชาญนั้นแยกส่วนกัน ในเื่ของเื่เล่าสยองขวัญ ฝีมือของเธอนั้นอยู่เหนือกว่าฉันมาก ข้อนี้ฉันยอมรับจากใจจริง"
หลิวชิงเฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับงงเป็ไก่ตาแตก นี่คือการอวยกันเองของคนในวงการหรือเปล่าเนี่ย?
จางเซิ่งเองก็อาการไม่ต่างกัน ตอนนี้เขายังคงมืดแปดด้าน
"อาจารย์ครับ ผมขอแทรกหน่อยเถอะ สรุปมันคือยังไงกันแน่? ตอนนี้ผมฟังแล้วงงไปหมดแล้วครับ!" จางเซิ่งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
โอวหยางสวินขมวดคิ้ว "พูดตามตรง วันนี้ฉันมาที่นี่ก็เพื่อหลินเซียวโดยเฉพาะ!"
"แล้วท่านรู้ไหมครับว่าทำไมหลินเซียวถึงมาอยู่ที่นี่?" จางเซิ่งย้อนถาม
โอวหยางสวิน "รู้สิ! แล้วฉันถามแกหน่อย แกสืบสวนชัดเจนแล้วหรือยัง? แกจับคนมั่วซั่วแบบไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ แกละอายใจต่อเครื่องแบบที่ใส่อยู่บ้างไหม?"
เสียงของเขาดังก้องจนจางเซิ่งถึงกับชะงัก
"ก่อนจะมาที่นี่ ฉันรู้เื่ราวทั้งหมดแล้ว หลินเซียวถูกใส่ร้าย! และคนที่กุเื่ขึ้นมาก็คือ 'หลินเต๋อจื้อ' ผู้อำนวยการสถานีวิทยุเมืองเจียง!" โอวหยางสวินพูดออกมาตรง ๆ
หลินเซียวขมวดคิ้วทันที เป็ไอ้หมอนี่จริง ๆ ด้วย! แต่ว่า... โอวหยางสวินรู้ได้ยังไง?
จางเซิ่งอุทาน "อาจารย์ ท่านรู้ได้ไงครับ?"
"ทำไม? ตอนนี้แม้แต่คำพูดของฉัน แกก็ไม่เชื่อแล้วเหรอ?" โอวหยางสวินย้อนถาม
จางเซิ่งรีบส่ายหัว "เปล่า ๆ ๆ ครับอาจารย์ ท่านพูดแบบนี้ผมจะกล้าไม่เชื่อได้ยังไง จริง ๆ แล้วเื่นี้มันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอกครับ ต่อให้หลินเซียวสร้างผลกระทบที่แย่จริง ๆ ก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ที่ผมพาเขามาที่นี่ก็แค่อยากจะยลโฉมหลินเซียวตัวจริงดูสักครั้งเท่านั้นเอง! วิธีการอาจจะรุนแรงไปนิด แต่ผมเชื่อว่าหลินเซียวคงไม่ถือสาหรอก... ใช่ไหม?"
พูดไปจางเซิ่งก็ขยิบตาให้หลินเซียวไป
หลินเซียวอึ้งไปครู่หนึ่ง "ท่านผู้เฒ่าครับ ในเมื่อเื่มันกระจ่างแล้ว ผมก็ไม่ติดใจอะไรครับ"
"หลินเซียวช่างใจกว้างจริง ๆ!" โอวหยางสวินพยักหน้าอย่างพอใจ
"ท่านอาจารย์ครับ เดี๋ยวผมจะส่งคนไปจับหลินเต๋อจื้อเดี๋ยวนี้เลย! การกุเื่ใส่ร้ายคนอื่นมั่ว ๆ ก็ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเหมือนกัน!" หลิวชิงเฟิงเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
จางเซิ่งเสริม "ใช่! เสี่ยวหลิว ไปเดี๋ยวนี้เลย อย่ามัวแต่ยืนบื้อ! ไอ้หลินเต๋อจื้อนั่น เกือบทำให้ฉันกลายเป็คนผิดที่รังแกคนดีซะแล้ว ต้องลากตัวมาสอบสวนให้หนัก!"
หลังจากออกจากสถานีตำรวจ
โอวหยางสวินคะยั้นคะยอที่จะขับรถไปส่งหลินเซียวที่บ้าน
ที่เบาะหลังรถหลินเซียวมองโอวหยางสวิน "ท่านผู้เฒ่า ขอบคุณมากนะครับที่มาช่วยผมในวันนี้"
"ไม่เป็ไร จะมาเกรงใจอะไรกันล่ะ? หลินเซียว จริง ๆ แล้วฉันชื่นชมเธอมากนะ อายุยังน้อยแต่มีความสำเร็จในด้านเื่เล่าสยองขวัญขนาดนี้ เื่เล่าของเธอแต่ละเื่มันยอดเยี่ยมมากจริง ๆ" โอวหยางสวินพูดออกมาจากใจ
หลินเซียวเลี่ยงตอบด้วยรอยยิ้ม "ท่านกล่าวเกินไปแล้วครับ"
"เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงบอกว่าเธอถูกหลินเต๋อจื้อใส่ร้าย?" โอวหยางสวินถามขึ้นกะทันหัน
หลินเซียวส่ายหน้า "ขอท่านโปรดชี้แนะด้วยครับ"
"เธอรู้จัก 'เสี่ยวน่า' ที่สถานีวิทยุไหม?"
"รู้จักครับ!"
"เธอนั่นแหละที่เป็คนบอกฉัน ตอนแรกฉันก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอมาฟังจางเซิ่งเล่าลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ฉันถึงมั่นใจว่าเสี่ยวน่าไม่ได้โกหก" โอวหยางสวินตอบตรง ๆ
เมื่อฟังจบ หลินเซียวก็หรี่ตาลง
เขาไม่นึกเลยว่าเื่นี้เสี่ยวน่าจะเป็คนช่วยเหลือเขาอยู่ลับ ๆ มันเหนือความคาดหมายจริง ๆ เพราะถ้าเื่นี้แดงขึ้นมา เสี่ยวน่าอาจจะถึงขั้นตกงานได้เลย
เมื่อถึงบ้าน หลินเซียวส่งข้อความหาเสี่ยวน่าทันทีเพื่อขอบคุณ
เสี่ยวน่าตอบกลับมาทันควัน
[ ไม่เป็ไรหรอกหลินเซียว สู้ ๆ นะ =-= ]
่บ่ายวันเดียวกัน
หลินเซียวเพิ่งตื่นจากการนอนกลางวัน เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น
เมื่อเปิดประตูออกไป เขาก็พบว่าคนที่ยืนอยู่คือซูหว่าน
ใบหน้าของเธอดูแย่ยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ดูโทรมและซูบซีดอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นดังนั้น หลินเซียวจึงเปิดใช้เนตรสื่อิญญามองไปที่ใบหน้าของซูหว่านทันที
เป็ไปตามคาด...
ไอหยินที่ระหว่างคิ้วของเธอนั้นเข้มข้นกว่าเมื่อวานมาก และที่แย่กว่านั้นคือกลุ่มไอสีดำรอบ ๆ ขมับของเธอเริ่มจับตัวเป็รูปร่างชัดเจนแล้ว หากไอสีดำนี้ก่อตัวสมบูรณ์ ต่อให้เป็เทพเซียนามาเองก็ช่วยชีวิตซูหว่านไม่ได้!
"หลิน... หลินเซียว ฉัน... ฉันขอ... เข้าไปได้ไหม?" ซูหว่านมองหลินเซียวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
หลินเซียวไม่พูดอะไร แต่เบี่ยงตัวออกเพื่อเปิดทางให้เธอ
หลังจากซูหว่านนั่งลงบนโซฟา หลินเซียวก็รินน้ำอุ่นส่งให้เธอ ซูหว่านใช้มือทั้งสองข้างกุมแก้วน้ำไว้แน่น สีหน้ายังคงดูย่ำแย่เหมือนเดิม
หลินเซียวนั่งลงตรงข้าม แล้วเงยหน้ามองเธอ
"เล่ามาสิ... เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น?" หลินเซียวถามด้วยท่าทางจริงจัง
ซูหว่านเริ่มพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "เมื่อคืนนี้... ฉัน... ฉันเจอผีจริง ๆ ค่ะ"
"หือ?" หลินเซียวหรี่ตาลง "เล่าต่อสิ"
"คุณช่วยฉันได้ไหมคะ?!" ซูหว่านจ้องมองหลินเซียว น้ำเสียงเต็มไปด้วยการอ้อนวอนและความสิ้นหวัง
หลินเซียวสูดหายใจเข้าลึก ๆ "ถ้าคุณไม่เล่าให้ชัดเจน ผมจะรู้ได้ยังไงว่าจะช่วยคุณได้หรือเปล่า?"
"ค่ะ! ฉันจะเล่า!" ซูหว่านพยักหน้าอย่างแรง
จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้น...