พีชไม่ได้ขัดขืน มีเพียงแววตาที่เบิกกว้างและความรู้สึกใหม่ที่ไหลวนอยู่ทั่วร่าง
"อย่าหลับตา" มารตีกระซิบเบาๆที่ข้างหู “พี่อยากให้เธอเห็น ว่าเธอสวยแค่ไหนเวลาสัมผัสความสุข…”
ปลายนิ้วของมารตีไล้ลงตามแผ่นท้องของพีชค่อยๆ สำรวจทุกพื้นที่ที่เจ้าของยอมให้เพียงใครบางคนเท่านั้นได้แตะต้องเสียงหอบหายใจของพีชเริ่มสั่นสะท้าน เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของมารตีจมหายลงไปตรงส่วนล่างของเธอร่างของพีชบิดเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นชิน แต่ไม่มีแม้สักเสี้ยววินาทีที่เธออยากจะให้มารตีหยุด
มารตีเลื่อนตัวลง จูบผิวเนื้อเบาๆ ตรงซอกคอ ไล่ลงสู่เนินอกอวบก่อนจะค่อยๆ ไล้ลิ้นสัมผัสผ่านหน้าท้องเนียนเรียบ ลงไปถึงร่องน้ำกลางผืนนาน้อยๆและวนเวียนอยู่ตรงนั้น อ้อยอิ่งเนิ่นนาน
“โอเคไหมจ๊ะ?” มารตีเงยหน้าขึ้นถาม พีชพยักหน้าเล็กๆดวงตาเธอมีทั้งน้ำตาและประกายที่อธิบายไม่ได้
“พี่เหมือน...กำลังซ่อมแซมอะไรบางอย่างในตัวหนู” พีชเอ่ยเสียงสั่นๆ“มันอุ่น...และดีมาก...”
“ก็เพราะเธอปล่อยให้พี่เข้าไป” มารตีตอบ ก่อนจะจูบหญิงสาวอีกครั้ง จูบที่ครั้งนี้ลึกซึ้งและแนบแน่นยิ่งขึ้นร่างของทั้งคู่ขยับเข้าหากันในจังหวะที่ช้าราวกับบทเพลง การแตะ การสัมผัสการโอบกอด ไม่มีความเร่งรีบใดๆ แต่ทุกอย่างเร่าร้อนด้วยความใส่ใจและความเข้าใจที่ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย
ปลายนิ้วของมารตีเคลื่อนผ่านทุกส่วนของพีชอย่างรู้จังหวะบางครั้งก็หายเข้าไปในร่างสวย บางครั้งก็ไล้อยู่กลางเนินราวกับเธอฟังเสียงร่างกายของหญิงสาวผ่านปลายนิ้วของตัวเอง ร่างของพีชสั่นสะท้านเบาๆเธอปล่อยเสียงครางแผ่วเบาเมื่อสัมผัสบางจุดที่อ่อนไหว และการเสียดสีนั้นถูกจังหวะมากเกินกว่าที่จะต้านทาน
มารตีไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของพีชเลย เธอมองทุกการเปลี่ยนแปลงทั้งความอาย ความโหยหา และ…การเปิดใจ แล้วมารตีก็เอนตัวทาบไปบนร่างของพีชโดยหันศีรษะไปทางปลายเท้า ก่อนที่ซุกหน้าลงไปบนเนินเนื้อของเธอขณะเดียวกันพีชก็แหงนหน้าขึ้นไปชิมความหวานของสาวรุ่นพี่ที่วางครอบอยู่บนใบหน้าสวยของเธอ
เมื่อทุกอย่างดำเนินไปจนถึงจุดที่ทั้งสองคนหลอมรวมกันด้วยความไว้ใจพีชก็ขยับตัวขึ้นมากอดมารตีไว้แน่น แล้วซุกใบหน้ากับลำคอของเธอ "หนูไม่เคยรู้เลยว่าสัมผัสแบบนี้...จะทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขนาดนี้"
มารตีกระซิบที่ข้างหูเบาๆ "เพราะมันไม่ใช่แค่เซ็กส์ แต่มันคือการเห็นตัวตน...ทั้งหมดของตัวเธอเอง"
แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านบางๆ สาดส่องเข้ามาในห้อง บนเตียงที่มารตีและพีชนอนเปลือยร่างแนบชิดกันในอ้อมกอดของกันและกันเส้นผมของพีชกระจายคลุมลงบนอกของมารตีอย่างอ่อนโยนสัมผัสของผิวกายที่ร้อนอบอ้าวจากความเร่าร้อนเมื่อคืนค่อยๆ เย็นลง มารตีหายใจเข้าและออกอย่างช้าๆบ่งบอกถึงความสงบที่กลับคืนมาทั้งสองคนยังคงหลับตาอยู่ในโลกส่วนตัวที่ไม่ต้องการอะไรมารบกวน
เสียงหายใจของทั้งคู่สอดคล้องกันเป็นจังหวะเดียวแสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านบางๆ ทำให้ทุกอย่างในห้องดูนุ่มนวลขึ้น สะท้อนอารมณ์ที่อ่อนโยนและอบอุ่นจากความสัมพันธ์ที่เพิ่งผ่านมา
มารตีค่อยๆ เปิดตาขึ้น รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏที่มุมปากของ สาวสวยเงยหน้าขึ้นมองพีชที่ยังหลับอยู่ในอ้อมกอดของเธอใบหน้าของพีชดูสงบ แต่ก็มีร่องรอยของความรู้สึกที่สับสนอยู่ในนั้น มารตีไม่ได้ถามหรือขัดจังหวะแต่กลับปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้น
"เธอคงจะมีคำถามในใจ..." มารตีพึมพำเบาๆจนเกือบไม่ทันได้ยิน แต่พีชก็ได้ยินและขยับตัวขึ้นเล็กน้อย สบตากับมารตี
"หนูไม่รู้..." พีชเอ่ยเสียงแผ่วราวกับเธอกำลังพยายามเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในใจของตัวเอง
มารตีมองเธอด้วยความอบอุ่นและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เธอยิ้มแล้วค่อยๆยกมือขึ้นลูบผมของพีชอย่างอ่อนโยน “ไม่ว่าเธอจะเลือกอย่างไหน หรือไม่เลือกอะไร พี่ก็ยังอยู่ตรงนี้”คำพูดนั้นดังขึ้นชัดเจนในห้องที่เงียบสงบ ใจของมารตีเต็มไปด้วยความมั่นคงความเชื่อมั่นในสิ่งที่เธอรู้สึก และที่สำคัญ ความปรารถนาที่จะให้พีชรู้สึกปลอดภัยในทุกทางเลือกของเธอ
พีชเงียบไปสักพัก เธอหันหน้าไปยังหน้าต่างดูเหมือนจะพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองในขณะที่แสงแดดยามเช้าเริ่มเจิดจ้าขึ้น การกระทำเมื่อคืนนี้ทำให้พีชมีความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน การได้ใกล้ชิดกับมารตีอย่างนี้ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องร่างกายแต่เป็นเรื่องของการเปิดใจ รับรู้และยอมรับความรู้สึกที่ตัวเองไม่เคยกล้าจะรับรู้
ในความรู้สึกของพีช เธอกำลังต่อสู้กับบางสิ่งในใจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป
“หนูรู้...” พีชตอบเบาๆดวงตาของเธอสะท้อนถึงความลังเลและบางสิ่งที่ไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดได้
มารตีนิ่งไป เมื่อเห็นแววตาของพีชที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจเธอเข้าใจดีว่า ความรู้สึกนี้มันไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันทีคำตอบนั้นอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านี้
“บางทีเวลาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดนะ” มารตีบอกเธออีกครั้งแล้วเอื้อมมือไปแตะที่ข้างแก้มของพีชเบาๆ “อย่ากดดันตัวเองเลย...เราค่อยๆเดินไปข้างหน้าพร้อมกันก็ได้จ้ะ”
พีชหันกลับมาแล้วสบตากับมารตีอีกครั้ง เธอเห็นความมั่นคงในดวงตาของมารตีความเข้าใจที่ไม่ต้องการคำอธิบาย แต่กลับเป็นการยอมรับในตัวตนของพีชอย่างเต็มที่
ในขณะที่มารตีกอดพีชอีกครั้งหนึ่งรู้สึกถึงการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างทั้งสองคนมันไม่ใช่แค่การสัมผัสจากร่างกายเท่านั้น แต่มันคือการเปิดใจให้กันและกันได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเปิดเผย
“มันเป็นแค่การเริ่มต้น” มารตีพูดเสียงเบา ก่อนจะยิ้มให้พีช“และถ้าเธอพร้อม...พี่จะรออยู่ที่นี่”
พีชไม่ได้ตอบอะไร แค่พยักหน้าช้าๆสายตาของเธอเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ในใจเธอกำลังรู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
เช้าวันนั้นเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษแต่ในความเป็นจริงมันกลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งที่ทั้งสองคนต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจ
ในที่สุด พีชก็ยิ้มให้มารตีในความเงียบงันนั้นรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น การเดินทางใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเมื่อแสงแดดยามเช้าเต็มไปทั่วห้อง มารตีกับพีชรู้ว่าพวกเขาได้เริ่มต้นอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
แสงแดดยามเช้าทอแสงลอดกระจกบานกว้างของออฟฟิศหรูใจกลางเมือง ขณะที่มารตีก้าวเข้ามาในสำนักงานด้วยท่วงท่าสง่างามในชุดเดรสสีอ่อนรัดรูปซึ่งเผยไหล่ข้างหนึ่งอย่างจงใจเส้นผมมัดสูงอย่างลวกๆ แต่กลับดูมีเสน่ห์เกินห้ามใจ นัทพงษ์เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเผลอหยุดหายใจไปชั่วครู่
ตั้งแต่กลับมาจากทริปทะเล เขาก็ไม่อาจลืมรสรักของเธอได้เลยรสหวานที่ติดปลายลิ้น รอยจิกบนแผ่นหลัง เสียงครวญครางและเสียงหายใจแผ่วต่ำที่ดังข้างหูยังคงหลอกหลอนเขาทุกยามค่ำคืน
มารตีทักเขาด้วยรอยยิ้มบาง ขณะเดินผ่าน โต๊ะทำงานของเขาที่อยู่หน้าห้องของเธอและในแต่ละวัน นัทพงษ์ก็เฝ้ามองเธอเหมือนศิลปินมองนางแบบผู้เป็นแรงบันดาลใจ
เขาพยายามหาโอกาสใกล้ชิดเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ถี่ขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นการยื่นแฟ้มงานไปให้ถึงมือเธอ แกล้งถามคำถามไร้สาระหรือแม้กระทั่งเดินตามไปซื้อกาแฟทั้งที่ไม่ได้อยากดื่มเลยสักนิด
แล้ววันหนึ่ง เมื่อมารตีกำลังตรวจเอกสารในห้องเธอเงยหน้าขึ้นมาเจอกับแววตาของเขาที่จ้องอยู่ เธอหัวเราะเบาๆ “มองอะไรนักหนา จ๊ะสุดหล่อ?”
ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจเขายื่นแฟ้มให้ แล้วพูดเสียงแผ่ว “พี่...สวยมากเลยนะครับวันนี้”
มารตีหัวเราะเบาๆ แต่ในแววตาเริ่มมีประกายบางอย่าง ทั้งขำขัน และเอ็นดูเธอรับแฟ้มมาเปิดดู แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม “ขอบใจนะ...แต่ไม่ต้องมาทุกวันก็ได้นะเดี๋ยวคนจะสงสัย”
“ผมไม่แคร์หรอกครับ” เขาตอบอย่างจริงจัง น้ำเสียงหนักแน่นและสั่นนิดๆราวกับกลัวว่าความรู้สึกจะมากเกินกว่าที่ควร