ตอนที่ 24 หัวใจศาสตร์วิชาของหลวงตาเสาร์
ตุบ ตุบ ตุบ
“เอ้าไอ้ผา! กล้วย! พวกเอ็งก็อยู่ที่นี่ด้วยอย่างนั้นรึ?”
อ่ะ!
พ่อผู้ใหญ่!
“ดีเลย ดีเลย! พวกเอ็งอยู่ที่นี่ก็ดีเพราะข้าพึ่งกลับมาจากกุฏิหลวงพ่อเมื่อครู่นี้ หลังจากที่ได้ปรึกษากันเกี่ยวกับสถานที่ที่จะให้ท่านพญาคชสารพงไพรและโขลงของท่านอยู่”ผู้ใหญ่สุขได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสและเป็กันเองหลังจากที่ได้พบเห็นพันผาและกล้วย…….
“ที่ไหนขอรับพ่อผู้ใหญ่?”พันผาตอบรับและถามกลับไปอย่างอยากรู้อยากเห็นทันที……
“ก็ป่าที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับวัดท่าเสด็จนั้นไงละ! ที่นั่นทั้งอุดมสมบูรณ์และยังติดกับอยู่กับท่าน้ำอีกด้วยเวลาพวกท่านพญาคชสารพงไพรจักใช้สอยน้ำก็จักได้ง่ายดาย!”ผู้ใหญ่สุขได้ชี้นิ้วไปยังป่าที่อยู่ตรงกันข้ามกับหน้าวัดท่าเสด็จทันทีหลังจากที่พันผาถามก่อนจะอธิบายถึงสาเหตุที่ว่าทำไมถึงเลือกผืนป่าแห่งนี้ให้เป็ที่อยู่อาศัยของโขลงพญาคชสารพงไพร........
แปร้น! โฮกกกกก!
“ในฐานะผู้นำของคชสารพงไพรทั้งโขลง ข้าขอขอบน้ำใจพวกเ้าทุกๆคนและผู้มีบุญเป็อย่างมากที่ได้มอบผืนป่าแห่งนั้นให้แก่พวกเรา แต่ในระยะนี้พวกข้าจะต้องขอกลับไปยังป่าที่จากมากเสียก่อนเพราะข้าจะต้องจัดการกับบางสิ่งบางอย่างที่นั่นให้แล้วเสร็จ! เนื่องจากตัวข้าเองก็เป็ถึงาาท้องที่และมีอาณาเขตเป็ของตัวเอง ดังนั้นข้าจึงต้องกลับไป!”
พญาคชสารพงไพรรู้สึกขอบคุณมากที่ได้รับที่อยู่แห่งใหม่จากผู้ใหญ่สุขแต่เขายังมีเื่ที่ต้องกลับไปจัดการภายในอาณาเขตของตนก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงจะยังไม่ได้อยู่ด้วยในตอนนี้และจะกลับมาทีหลังเมื่อจัดการกับธุระเสร็จหมดแล้ว………
ขอรับท่านพญาคชสารพงไพร!
แปร้น แปร้น!
เย้ เย้!
ตึง ตึง ตึง ตึง
คชสารพงไพรตัวน้อยได้ส่งเสียงดีอกดีใจใหญ่ที่เขาจะได้บ้านแห่งใหม่หลังจากที่เขามองไปดูป่าอันสวยงามและน่าอยู่เป็อย่างมาก และที่สำคัญที่สุดเลยมันยังอยู่ใกล้แหล่งน้ำอีก.........
สิบนาทีผ่านไป..........
หลังจากที่เื่ดีๆทุกอย่างได้ลงตัวกันเป็ที่เรียบร้อยแล้วหลวงตาเสาร์ ผู้ใหญ่สุข และพันผาก็ได้แยกย้ายกันไปพันผ่อนกันตามอัธยาศัย ซึ่งในขณะนั้นเองเสียงของกล้วยกับคชสารพงไพรตัวน้อยก็ได้ดังขึ้นมาเป็ระยะๆเพราะการหยอกล้อกันอย่างมีความสุขสนุกสนานตามแบบฉบับของเด็กๆเพียงแต่เป็เด็กมนุษย์กับคชสารเด็ก...........
ตึง ตึง ตึง
“พรายงามลูก พ่อของเ้าให้แม่มาตามเ้าข้ามฝากไปดูป่าแห่งใหม่ในตอนนี้!” ซึ่งในขณะนั้นแม่ของคชสารพงไพรตัวน้อยก็ได้เดินเข้ามาบอกให้เขา ข้ามฝากไปดูป่าแห่งใหม่ที่ทางผู้ใหญ่บ้านให้มาพร้อมกับพ่อของเขา...........
ขอรับท่านแม่!
“กล้วยประเดี๋ยวเราค่อยเจอกันใหม่นะ ข้าขอติดตามพ่อของข้าข้ามฝากไปดูป่าแห่งใหม่เสียก่อน!” คชสารพงไพรตัวน้อยหันหน้ามาบอกกล้วยหลังจากที่เขาได้รับคำสั่งจากแม่ให้ติดตามพ่อของเขาข้ามฝากไปดูป่าแห่งใหม่........
“ก็ได้ ประเดี๋ยวเราค่อยกลับมาเล่นกันใหม่ ขอให้มีความสุขกับบ้านหลังใหม่นะพรายงาม!” กล้วยส่งรอยยิ้มพร้อมกับพูดบอกให้คชสารพงไพรตัวน้อยมีความสุขกับบ้านหลังใหม่........
แปร้น!
ตึง ตึง ตึง!
กล้วย!!
ตุบ ตุบ ตุบ
หืม!?
“กล้วย! นี่ผ้าโพกศีรษะของเ้า! ข้าตั้งใจทำให้กับเ้าเชียวนะรับไปสิ!” ในเวลเดียวกันนั้นเอง จู่ๆก็มีเสียงของเด็กสาวที่ฟังดูลื่นหูและไพเราะดังขึ้นพร้อมกันกับร่างเด็กสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับกล้วยที่เดินเข้ามาหาเขาก่อนที่เธอจะยื่นผ้าโพกหัวให้กับกล้วย……
อ๊ะ!
ว้าว! อุษา!
“ผ้าผืนงามขนานนี้ ข้ามิกล้ารับเอาไว้ดอก ข้าเกรงใจ!”กล้วยอุทานขึ้นมาหลังจากที่เขาได้เห็นผ้าโพกศีรษะผืนงามที่เด็กสาวอุษาเอามาให้ก่อนจะกล่าวปฏิเสธที่จะรับเพราะว่าผ้าโพกหัวนี้มันทำมาจากผ้าที่มีคุณภาพดีเขาจึงรู้สึกเกรงใจ..........
“ทำไมล่ะ! ข้าอุส่าตั้งใจทำให้เ้าเชียวนะ แถมทำตั้งหลายวันใน่ที่เ้าไม่อยู่หากเ้าไม่รับเอาไว้เราทั้งสองคนก็ไม่ต้องมาคุยกันอีกเลย ชิ!”อุษาพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่งอนตุ๊บป่องอย่างไม่พอใจเล็กน้อย หลังจากที่กล้วยได้ปฏิเสธที่จะรับผ้าเอาไว้เพราะความเกรงใจ.......
หมับ!
“อ่ะ อ่ะ ก็ได้ ก็ได้ ข้ารับเอาไว้ก็ได้ แหมแค่นี้ก็งอนกันด้วยนะอุษา!” กล้วยยื่นมือไปจับผ้าโพกศีรษะที่อยู่ในมือของอุษาเอาไว้ ก่อนจะพูดปลอมในเชิงขอโทษ.......
“ชิ! ก็แค่นั้นแหละ ทำให้เป็เื่ยุ่งยากไปได้ เอาล่ะ!ข้าไปก่อนนะ!” เมื่ออุษาเห็นว่ากล้วยรับเอาผ้าโพกที่เธออุส่าทำมาไปแล้วเธอก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มขึ้นมานิดหน่อยอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เธอจะขอตัวและเดินจากไปในทันที.........
ตุบ ตุบ ตุบ
วะ!
“อะไรของเธอนะ นิสัยผู้หญิงนี่แปลกจริงๆ คิดจะก็มา คิดจะไปก็ไป เฮ้อ!” กล้วยรู้สึกไม่เข้าใจกับการกระทำของอุษาสักเท่าไหร่เพราะเธอมักจะเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว และจากไปโดยไม่ทันให้เขาได้พูดอะไรสักคำซึ่งเขาคิดว่าผู้หญิงมักจะมีนิสัยแบบนี้ทุกคนหรือไม่นะ.........
“ช่างเถอะ! กลับบ้านดีกว่าเรา!”
รุ่งเช้าวันต่อมา เวลาประมาณตีห้าห้าสิบนาที……
ณ บริเวณประตูหน้าวัดท่าเสด็จ........
เม้งเม้ง เม้งเม้ง เม้ง
ตุบ ตุบ ตุบ
“นี่บาตรขอรับหลวงตา!” เสียงของกล้วยได้ดังขึ้นหลังจากที่เขาเห็นหลวงตาเสาร์เดินออกมาที่หน้าประตูวัด ก่อนที่เขาจะยื่นบาตรให้กับหลวงตาเสาร์และเดินตามหลวงตาเสาร์ไปรับบิณฑบาตพรตามกิจวัตรประจำวันของพระสงฆ์ในยามเช้า..........
หมับ!
“ขอบใจมากเ้ากล้วย!หลวงตาคิดว่าเ้าหน้าจะบวชเณรเสียดีไหม หลวงตายังพอมีไตรจีวรเก็บเอาไว้อยู่นะ!” หลวงตาเสาร์ยื่นมือไปรับเอาบาตรมาจากกล้วยในขณะที่กำลังนั่งคุกเข่ารอประเคนอยู่ก่อนที่หลวงตาเสาร์จะยิ้มขึ้นมา พร้อมกับพูดหยอกให้เ้ากล้วยมาบวชเณร.........
“ไม่เอาขอรับหลวงตา กระผมขออยู่แบบนี้จะดีกว่าขอรับ! ข้าไม่อยากหัวโล้น มันเย็นหัวขอรับหลวงตา อีกอย่างยังเย็นข้างล่างด้วย!” กล้วยรีบตอบปฏิเสธหลวงตาเสาร์กลับไปในทันทีก่อนจะอธิบายถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อการบวชออกมา..........
บ๊ะ!
“เอาเถอะ! ไม่บวชก็ไม่บวช ถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ! ประเดี๋ยวชาวบ้านจะรอ”หลวงตาเสาร์ถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยเมื่อได้ยินความคิดของกล้วยที่แสดงออกมาก่อนที่หลวงตาเสาร์จะเปลี่ยนเื่แล้วเดินนำหน้าไปโดยไม่พูดอะไรอีก…….
ขอรับหลวงตา!
อิอิ!
ตุบ ตุบ ตุบ
สามสิบนาทีผ่านไป.........
หลังจากที่หลวงตาเสาร์เดินออกจากวัดไปรับบิณฑบาตจากญาติโยมที่รอใส่บาตรในหมู่บ้านก็ได้กลับมาถึงวัดในเวลาราวๆประมาณหกโมงครึ่งซึ่งเป็่เวลาที่แสงแดดกำลังสาดส่องพอดิบพอดี รวมทั้งสายลมที่พัดผ่านยังไม่หนาวและไม่ร้อนมากทำให้รู้สึกเย็นสบาย.........
ณ หน้าทางเข้าศาลาฉันข้าวขนาดเล็ก……
หือ!?
“นี่ไอ้จุกมันหายหัวไปไหนของมันวะ! ไม่รู้จักมารอรับบาตรพระ ปล่อยให้เ้ากล้วยตัวเล็กๆหาบของอยู่คนเดียวเสียอย่างนั้น!?ถ้ามาข้าจะมอบมะกอกให้หลายๆลูกเลยคอยดูสิ!ฮึ่ม!” หลังจากที่หลวงตาเสาร์ได้เดินกลับมาถึงวัดแล้ว แต่ก็ไม่เห็นไอ้จุกมารับบาตรอย่างเคยซึ่งทำให้หลวงตาเสาร์รู้สึกไม่พอใจกับการขาดวินัยของไอ้จุกและคิดที่จะมอบมะกอกให้เพื่อสั่งสอน.........
“พี่จุกไม่อยู่ก็ไม่เป็ไรขอรับหลวงตา กระผมถือไหวอยู่ขอรับ! อีกอย่างก็ถือเป็การออกกำลังกายยามเช้าด้วย ได้ทั้งบุญได้ทั้งสุภาพไปพร้อมๆกัน” กล้วยพูดขึ้น เพื่อบอกหลวงตาเสาร์ว่าตนสามารถถือของเหล่านี้ได้สบายๆพร้อมทั้งแสดงท่าทางขยันขันแข็งออกมาและยิ้มอย่างมีความสุขทั้งๆที่ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยเหงื่อย.........
“จริงอย่างนั้นหรือเ้ากล้วย! โกหกพระมันบาปนะ!”
จริงขอรับหลวงตา!
“เอ้า! จริงก็จริง ถ้างั้นก็เข้าไปข้างในเถอะประเดี๋ยวจะเลยเวลาฉันเช้าเอา!”
ตุบ ตุบ ตุบ
ห้านาทีผ่านไป……
“แค่นี้ก็น่าจะเรียบร้อยแล้วนะ! ของหวาน ของคาวผลหมากลากไม้และก็น้ำ อื้ม…..ครบหมดแล้วที่เหลือก็แค่รอหลวงตาฉันเสร็จ เราค่อยรอต่อ อิอิ!”หลังจากที่กล้วยได้เดินขึ้นมาบนศาลาพร้อมกับหลวงตาเสาร์แล้ว เขาก็แยกตัวออกไปจัดสำรับข้าวให้แก่หลวงตาก่อนจะยกสำหรับข้าวมาประเคนให้กับหลวงตาได้ฉัน........
อึ๊บ!
“สำรับข้าวมาแล้วขอรับหลวงตา!”
ตุบ!
อ่า!
“ขอบใจมากเ้ากล้วย!”
สิบห้านาทีผ่านไป……….
“กล้วยเอ๊ย! ไปบอกพ่อเอ็งมากินข้าวกินปลาเสียสิ! ถ้าพากันกินอิ่มแล้วก็ ให้เ้าทั้งสองขึ้นไปพบหลวงตาที่พระอุโบสถด้วยนะ!”หลวงตาเสาร์พูดขึ้นหลังจากที่ท่านฉันเช้าเสร็จ ซี่งหลวงตาได้ให้กล้วยไปตามพันผามากินข้าวด้วยกันที่นี่และถ้ากินอิ่มกันแล้วก็ให้ทั้งสองไปพบท่านที่พระอุโบสถหลังจากนี้..........
“ขอรับหลวงตา”
ตุบ ตุบ ตุบ
ยี่สิบนาทีผ่านไป..........
หลังจากที่พันผากับกล้วยได้กินข้าวที่หลวงตาเสาร์แบ่งเอาไว้ให้จนอิ่มเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็ได้พากันไปหาหลวงตาเสาร์ที่พระอุโบสถในทันที.........
แก๊ก แอ้ดดดดด
“กราบนมัสการขอรับ หลวงตา!” พันผากับกล้วยผลักประตูพระอุโบสถเข้าไปก่อนจะก้าวเดินเข่าเข้าไปและก้มกราบสามครั้ง แล้วพูดขึ้นมาเพื่อให้หลวงตาได้ยินว่าพวกตนมากันแล้ว........
“อื้ม! มากันแล้วกระนั้นรึ!”หลวงตาเสาร์พูดขึ้น พร้อมกับค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากการนั่งวิปัสนาธรรมฐานอย่างเงียบสงบ..........
“ก่อนอื่น เ้าทั้งสองจง นมัสการพระรัตนตรัยและตั้งนะโมสามจบแล้วขอพระกรรมฐานตามหลวงตา ว่า! อิมาหัง ภันเต ภะคะวาอัตตะภาวัง ปะริจะชามิฯ”
อิมาหัง ภันเต ภะคะวา อัตตะภาวัง ปะริจะชามิฯ
“เอาละดีมาก! วันนี้หลวงตาจักสอนวิชาพระกรรมฐานซึ่งเป็หัวใจของสัจธรรม ให้แก่เ้าทั้งสองคนได้รับรู้ พวกเ้าจงตั้งใจและปล่อยวางจิตใจให้ว่างเปล่าเอาไว้ให้ละทุกสิ่งทุกอย่างแล้วกำหนดไปที่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้น!”
ก่อนที่หลวงตาเสาร์จะได้สอนวิชาพระกรรมฐาน ซึ่งเป็หัวใจหลักอันประกอบไปด้วยเกสา(เส้นผม) โลมา(ขน) นะขา(หนัง) ทันตา(เล็บ) ตะโจ(กระดูก) ธาตุทั้งสี่ก็คือปฐวี(ดิน)อาโป(น้ำ) เตโช(ไฟ) วาโย(ลม) และขันธ์ทั้งห้าก็คือ รูป เวทนา สัญญา สังขารและิญญา ซึ่งอยู่ในหลักสูตรเดียวกันอันเป็หัวใจของการเจริญพระกรรมฐานตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเ้าที่ได้กล่าวและสอนสั่งเอาไว้แด่พระภิกษุเอาไว้........
ขอรับหลวงตา!
พุทโธ ธัมโม สังโฆ!
สามชั่วโมงผ่านไป..........
หลังจากที่พันผากับกล้วยได้รับคำแนะนำจากหลวงตาเสาร์แล้ว ทั้งสองก็ได้ตั้งใจเจริญพระกรรมฐานตามที่หลวงตาเสาร์แนะนำอย่างตั้งใจซึ่งไม่นานทั้งสองคนก็ปฏิบัติมาได้ถูกทางจนไม่รู้เวลาเลยว่าเวลาเลยผ่านไปนานเท่าใดแล้ว........
“เอาละทั้งสองคน! บัดนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้วจงคลายออกจากสมาธิเถิด!” และในตอนนั้นเอง เสียงของหลวงตาเสาร์ได้ดังขึ้นเพื่อบอกให้พันผากับกล้วยค่อยๆคลายจิตออกจากสมาธิแล้วลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆตามธรรมชาติโดยไม่ให้เร่งรีบ.........
พรึบ!
อ่า!
“เป็อย่างไรบ้าง ไหนเ้ากล้วย เ้าจงเล่าความรู้สึกที่ได้จากการนั่งวิปัสสนากรรมฐานให้หลวงตาฟังเสียหน่อยสิ!” เมื่อหลวงตาเสาร์เห็นทั้งสองคนลืมตาขึ้นจนสุดแล้ว ท่านก็ได้หันไปบอกให้กล้วยเล่าถึงความรู้สึกหลังจากที่เขาได้นั่งวิปัสสนากรรมฐานว่าเป็อย่างไรบ้าง.........
“ได้ขอรับ! ในตอนที่จิตใจของกระผมเขาสู่สมาธิได้แล้ว กระผมก็รู้สึกสงบร่มเย็นเป็อย่างมากเลยขอรับหลวงตา!นอกจากจะมีจิตใจที่สงบแล้ว กระผมยังมองเห็นแสงสว่างเล็กๆด้วยขอรับราวกับว่ามันเป็เส้นทางที่จะนำพาให้ตัวกระผมไปสู่อีกโลกหนึ่งอย่างนั้นแหละ”กล้วยได้เล่าความรู้สึกที่ตนเองได้รับในขณะที่เขานั่งวิปัสสนากรรมฐานให้แก่หลวงตาเสาร์ฟังซึ่งเขาได้พบกับสิ่งแปลกใหม่ที่ต่างไปจากตอนที่พญาคชสารพงไพรสอนเขา........
“อื้ม! เช่นนั้นก็ดีแล้ว ถือว่าเ้าปฏิบัติไปดีและถูกต้อง”หลวงตาเสาร์กล่าวตอบรับอย่างกล้วยอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปหาพันผาแล้วพูดขึ้นมาว่า“แล้วเอ็งละไอ้ผา เป็เยี่ยงใดบ้าง! รู้สึกอย่างไรหรือว่าเ้ายังทำให้จิตใจสงบไม่ได้กันล่ะหือ?” สำหรับกล้วยหลวงตาเสาร์ไม่เป็ห่วงเท่าไหร่นักแค่กลับพันผาแล้ว หลวงตารู้ว่าพันผานั้นมีปมอยู่ในใจ จึงอาจจะเป็อุปสรรคที่ยากต่อการทำจิตใจสงบเป็สมาธิ........
“กระผมเพียงแค่เข้าถึงสมาธิได้ขอรับแต่จิตใจของกระผมยังคงไม่สงบนิ่งพอ”พันผาตอบกลับไปตรงๆเลยว่าตัวเขานั้นไม่อาจที่จะทำจิตให้สงบได้เพราะเขายังคงคิดถึงเื่กาลก่อนที่เคยผ่านมา ซึ่งก่อนหน้าที่เขาได้ทำสมาธิกับพญาคชสารพงไพรแล้วไม่ก้าวหน้าเหมือนกับกล้วยก็เพราะเหตุผลเดียวกันนี้เอง…….
“อื้ม! ไม่เป็ไรดอก อย่างน้อยเองก็ยังสามารถเข้าสู่สมาธิระดับต้นได้หากแต่เองได้เรียนวิชาพระกรรมฐานอีกต่อๆไป บางทีเอ็งอาจจะสามารถทำจิตใจให้สงบก็ได้!”หลวงตาเสาร์ดีถึงความรู้สึกนี้ของพันผา ดังนั้นท่านจึงได้บอกให้พันผานั่งวิปัสสนากรรมฐานต่อไปบางทีจิตใจที่หว้าวุ่นและสับสนของเขาอาจจะกลับมาดีขึ้น........
“ขอรับหลวงตา! กระผมจะมั่นทำสมาธิบ่อยๆ!”
“เอาละ! วันนี้เรียนแค่นี้กันก่อนเ้าทั้งสองไปพักผ่อนเถอะ ส่วนวันพรุ่งให้มาหาหลวงตาเวลาเดิมก็แล้วกัน!” แล้วหลวงตาเสาร์ก็บอกให้พันผากับกล้วยไปพักผ่อน พร้อมกับนัดหมายให้ทั้งสองมาในวันพรุ่งนี้แล้วเรียนกันอีกครั้ง.........
“ขอบพระคุณขอรับหลวงตา! พวกเราขอกราบลา!”
“เจริญพร!”
ตุบ ตุบ ตุบ