ศพของผู้หญิงคนหนึ่ง ร่างและใบหน้าถูกกัดเเหว่งหลายจุดจนดูไม่ออกว่าเป็ใคร เืแดงฉานไหลโชกโทรมกาย เมื่อดูจากรูปร่างก็ปรากฏว่าคล้ายแกงส้ม
“ไม่นะ ไม่ใช่ยัยแกง ” พริกปฏิเสธทันที ก่อนจะก้าวเข้าไปหา
และเมื่อหยุดยืนอยู่เหนือซากนั้น พริกก็ช็อคจนนิ่งอึ้ง เพราะนอกจากรูปร่างจะเหมือน การแต่งกายก็แนวเดียวกันอีก ด้วยเพื่อนสาวของเธอชอบใส่เสื้อยืดขาว กระโปรงยาวแบบผู้เคราะห์ร้ายรายนี้
“ หรือจะเป็ยัยแกงจริงๆ ไม่สิ ต้องดูให้ชัวร์ ” พริกรู้ดีว่าควรทำยังไง แต่ไม่กล้าขยับตัว ด้วยกลัวจะพบกับคำตอบที่แสนโหดร้าย
ขณะที่พริกยืนขาตายอยู่นั้นเอง ก็มีมือบางที่หยาบกร้านยื่นมาแตะหัวไหล่
“นั่นเพื่อนของพริก ใช่มั้ย”
พริกรีบหันกลับไปมอง ทำให้พบกับแตงไทย พร้อมชาวแก๊งที่เหลือ เธอจึงกัดฟันข่มทุกอารมณ์ร้ายที่อยู่ในใจ เพื่อตอบคำถามของสาวรุ่นพี่
“ไม่แน่ใจค่ะ ถึงดูคล้ายกัน แต่เธอยังหันหลังอยู่ ”
แตงไทยมองหน้าพริก แม้ไม่มีคำพูดใด แต่สาวรุ่นพี่ก็เข้าใจความรู้สึกดี เพราะอ่านความนัยจากประกายตาที่สั่นไหวของเด็กสาวออก เลยอาสาทำบางสิ่ง
“เดี๋ยวพี่ทำให้เอง พริกคอยดูนะว่าใช่เพื่อนของเธอมั้ย”
“คะ ค่ะ ” น้ำเสียงของพริกเริ่มขาดห้วง ท่าทางที่เคยมั่นใจหดหายไปจนหมด
แตงไทยมองพริกอีกครู่นึง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็เชิงให้กำลังใจ จากนั้นก็ก้มลงนั่งข้างศพ แล้วงัดมันขึ้นมานอนหงาย
“อึก ” พริกถึงกับสะอึก แต่เหตุที่เด็กสาวเป็เช่นนี้ ไม่ได้เกิดจากกลิ่นเหม็นที่โชยออกมา ทว่าเป็เพราะศพนั้นดันไว้ผมทรงเดียวกับที่แกงส้มชอบทำเป็ประจำ เด็กสาวเลยยกสองมือขึ้นมาปิดดวงตา ก่อนจะร้องไห้
“ฮือ…….”
สามสหายรู้สึกสลด เพราะรู้ดีว่าการสูญเสียนั้นเลวร้ายแค่ไหน โดยเฉพาะแตงไทยดูจะเข้าใจมากกว่าใครๆ เพราะเป็ผู้หญิงเหมือนกัน จึงเข้าไปกอดรุ่นน้องที่ตัวใหญ่กว่า
“ พี่รู้ว่ามันโหดร้าย แต่เพื่อนของพริกไม่เ็ปอีกแล้ว”
“ฮือ….อึก….แต่ยัยแกงไม่น่ามาเจอเื่แบบนี้ เพราะเธอเป็คนดี ” พริกยังสะอึกสะอื้นไม่เลิก ซึ่งก็น่าเห็นใจ เพราะที่ผ่านมา เธอและแกงส้มสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องร่วมอุทร
สองชายนิ่งเงียบ โดยแห้งถอดหมวกปีกกว้างออก ท่าทางคล้ายจะไว้อาลัย ส่วนขนุนแม้จะเข้าใจความรู้สึกของพริก แต่จำเป็ต้องขัด ด้วยมีเหตุเฉพาะหน้าที่ร้ายแรงกว่า
“ ชั้นเข้าใจว่าเธอกำลังเศร้า แต่เราต้องรีบไปจากที่นี่ เพราะอีกไม่กี่นาที บ้านหลังนี้จะโดนฝูงซอมบี้นับร้อยรุมถล่ม”
แตงไทยได้ยินทุกถ้อยคำ จึงดันพริกออกจากอ้อมอก พร้อมปลุกปลอบให้ได้สติ
“พี่รู้ว่าพริกเสียใจมาก แต่ตอนนี้เราต้องไปแล้ว”
“อึก….อือ….” พริกเอาสองมือปาดน้ำตาบนใบหน้า แต่น้ำสีใสก็หลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ ทว่าสุดท้าย เธอก็เข้มแข็งพอจะเดินตามชาวแก๊งออกจากบ้าน
ขากลับ สามสหายเหนื่อยหนักเป็เท่าทวี เพราะนอกจากต้องล้มซอมบี้ที่ขวางทาง ยังต้องปกป้องพริกด้วย เนื่องจากเด็กสาวไม่อยู่ในสภาวะที่ป้องกันตัวเองได้ แต่ด้วยทีมเวิร์คที่ดีเยี่ยม สี่ชีวิตจึงพากันเข้ามานั่งในรถกระบะได้สำเร็จ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อหลบหนีไป
……………………..
ระหว่างทาง พริกยังคงโศกเศร้า เธอซบหน้ากับกระจกข้าง แล้วส่งเสียงสะอื้นแ่เบา เพื่อเซ่นสรวงน้ำตาให้กับิญญาของเพื่อนสาว ทำให้แตงไทยที่นั่งข้างๆรู้สึกเป็ห่วง
“อย่าเสียใจเลย เพื่อนเราน่ะไปดีแล้ว แต่พริกยังต้องอยู่ต่อนะ หักห้ามใจซักหน่อยเถอะ”
“ แต่แกงส้มเป็คนดี และเป็เพื่อนสนิทคนเดียวของหนู” พริกกล่าวเบาๆ โดยมีเสียงสะอื้นสอดแทรกเป็ระยะ
“ ก็ใช่ แต่ถ้าพริกรักแกงส้มจริง ต้องตั้งสติแล้วรอดต่อไป พี่เชื่อว่าเพื่อนของพริกก็คงอยากให้เป็แบบนั้น”
นับว่าแตงไทยมีจิตวิทยาในการพูดที่ดี จึงไปสะกิดพริกให้ได้คิด และพอเด็กสาวเห็นพ้อง เธอก็พยายามกลั้นสะอื้น
“อึก ชะ ใช่แล้ว ระ เราต้องรอดต่อไปให้ได้ ยัยแกงส้มจะได้ไม่ตายเปล่า ”
………………………
แม้พริกจะเป็เด็กสาวที่เข้มแข็ง แต่การตายของเพื่อนสนิทก็เป็เื่ที่ะเืใจขั้นสุด น้ำตาจึงแอบรินไหลเป็ระยะ และพอเล่นบทโศกอยู่นานหลายชั่วโมง ความอ่อนเพลียก็คืบคลานเข้ามา ทำให้เธอผล็อยหลับบนอกของแตงไทย
“เฮ้อ น่าสงสาร ” สาวร่างเล็กลูบไล้เส้นผมหยักศกที่ดูยุ่งเหยิงของพริก ในใจนึกสงสาร และพอปรับอารมณ์จนกลับมาเป็ปกติ เธอก็เอ่ยถามพี่ขนุน ผู้เป็สารถี
“ นี่ใกล้จะมืดแล้ว คืนนี้พักที่ไหน ”
ขนุนเลื่อนสายตาไปมองนาฬิกาตรงคอนโซลรถ ทำให้รู้ว่าตอนนี้เป็เวลาห้าโมงเย็น จึงนิ่งตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับ
“.คงต้องรีบหา ถ้ามืดเมื่อไหร่ จะเคลียร์พื้นที่ยาก ”
“ งั้นก็ลุยเลย ลูกพี่ ชั้นพร้อมแล้ว ” แห้งเริ่มตรวจอาวุธของตนเอง สีหน้าแสดงออกถึงความมั่นใจ
“เออ ซักครู่ ขอเช็กให้ชัวร์ก่อน ” ชายร่างใหญ่กล่าว ดวงตาพยายามชำเลืองมองไปตามสองข้างทาง ที่ตอนนี้ปรากฏโรงงานใหญ่ผุดขึ้นมาเป็ระยะ แน่นอนว่ามันเป็สถานที่ที่ป้องกันได้ยาก เพราะค่อนข้างกว้าง แถมทางเข้าออกยังมีหลายประตูอีกต่างหาก
“ ต้องหาหลังเล็กกว่านี้ ”
………………………….
สามสหายใช้เวลาไม่นาน จึงได้ที่พักแรมเป็ร้านขายของที่ระลึกในศาลเ้า ซึ่งเป็จุดที่สงบ เพราะมองด้วยตาเปล่า ไม่เห็นซอมบี้เลยซักตัว
“ ที่นี่น่าจะเหมาะ ประตูเข้าออกมีทางเดียว” ชาวแก๊งจอดรถห่างจากร้านค้าพอสมควร ก่อนที่แตงไทยจะสำรวจพื้นที่ผ่านแว่นส่องทางไกล จากนั้นก็หันมาคุยกับพริก
“น้องพริกไม่ต้องลุย เพราะน่าจะเพลียอยู่ คอยเฝ้าของไว้แล้วกัน ว่าแต่หนูขับรถเป็มั้ย”
“ เคยหัดมานิดหน่อยค่ะ ”
“ดี พอพวกพี่เคลียร์พื้นที่ได้ จะโบกมือเรียก แล้วค่อยขับตามมา ”
“ค่ะ ” พริกพยักหน้ารับคำ
พอทุกสิ่งพร้อมสรรพ สามสหายก็ค่อยๆย่องไปยังร้านขายของที่ระลึก โดยวิ่งสลับฟันปลาแบบยุทธวิธีทหาร ซึ่งทำได้คล่องแคล่ว ด้วยทุกคนได้รับการฝึกมาเป็อย่างดี
ทั้งสามใช้เวลาไม่นาน แตงไทยก็มาหลบซ่อนข้างประตูทางเข้าศาลเ้า อันอยู่ห่างจากร้านค้าเพียงสิบก้าว สาวร่างเล็กจึงยกมือขึ้นมาเป็สัญญาณให้หยุด
ขนุนและแห้งซึ่งกำบังกายอยู่หลังสิ่งก่อสร้างอื่น รีบปฏิบัติตามคำสั่ง สองตาสำรวจไปรอบๆ เพื่อเพิ่มมุมมองให้กว้างขึ้น ทว่ากลับพบแต่ถนนที่ว่างเปล่า และรถหลายคันที่ถูกทิ้งร้าง
เพื่อให้เกิดความชัวร์ แตงไทยจึงหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาสำรวจอีกที จึงพบว่ายังไม่อะไรแปลกปลอมย่างกรายเข้ามา ราวกับว่ามันถูกทิ้งร้างมานับล้านชาติ
“ ดูปกติดี แต่ยังประมาทไม่ได้ ” แตงไทยพึมพำเบาๆ ก่อนจะหยิบก้อนหินแถวนั้นขึ้นมาเดาะสองสามที จากนั้นก็ขว้างไปที่ร้านค้า
“เพล้ง ” ก้อนหินพุ่งชนกระจกหน้าต่างแตก
ทว่าแตงไทยยังคงซุ่มอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่ง พอเห็นว่าไม่มีอะไร สาวร่างเล็กจึงเริ่มมั่นใจ
“ คงไม่มีอะไร เพราะถ้ามีคนหรือผีดิบหลบอยู่แถวนั้น มันต้องออกมาแล้ว ”
พอเห็นว่าน่าจะปลอดภัย แตงไทยจึงให้สัญญาณเคลื่อนพล แห้งและขนุนที่เป็ลูกแถวก็ค่อยๆรุกคืบไปด้านซ้ายและขวาตามระบบ ก่อนพี่ชายคนโตจะประเดิมด้วยการเปิดประตูร้านค้า
“แอ๊ด……”
ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง แห้งก็รีบชักปืนพกขึ้นมา โดยที่มือซ้ายยังคงกำขวานสั้น เขาส่องสำรวจพื้นที่ในร้านอยู่อึดใจ ก็พุ่งเข้าไปยึดร้านรวงตามยุทธวิธี จากนั้นก็ะโเสียงดังเป็สัญญาณ
“เคลียร์…..”
พอขนุนได้ยินเสียงนั้น เขาก็เหลียวซ้ายแลขวาอยู่พักนึง กายสูงใหญ่ยังปักหลักที่ประตูทางเข้าร้าน จากนั้นก็ส่งสัญญาณแบบเดียวกัน
“เคลียร์….”
แตงไทยเห็นเพื่อนร่วมทีมทำหน้าที่สำเร็จ สาวร่างเล็กก็รีบวิ่งเข้าไปในร้าน ทันทีที่ถึงใจกลาง เธอก็รีบก้มลงไปหลบหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน มือขวาชักมีดขึ้นมา เพื่อเตรียมรับศึกที่คาดไม่ถึง พอเห็นว่าทุกสิ่งเงียบสงบ ก็ะโจนสุดเสียง
“เคลียร์…..”
จังหวะที่แตงไทยประกาศเคลียร์ ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากส่วนลึกสุดในร้านค้า อันดูคล้ายการขยับตัวของสิ่งมีชีวิต
“กึก กึก กึก ”
สามสหายจึงหยุดชะงักพร้อมกัน มือกำอาวุธแน่นขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย ส่วนพริกที่รออยู่ในรถ ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ คล้ายสังหรณ์ถึงบางสิ่ง
“ เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆเราถึงรู้สึกแปลกๆ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
