ความตึงเครียดแสนวาบหวามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบสงบในคฤหาสน์หลังงามเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เดินสวนกันในทางเดินแคบๆ หรือสบตากันในระยะประชิด แพรพิมพ์และภัทร์ต่างรู้ตัวดีว่าความรู้สึกที่มีให้กันนั้นเริ่มถลำลึกเกินกว่าคำว่าพี่สะใภ้และน้องสามี แพรพิมพ์พยายามฝังความรู้สึกปั่นป่วนว้าวุ่นเ่าั้ไว้ใต้สำนึกอันมีศีลธรรม ทว่าทุกครั้งที่หลับตา ภาพดวงตาคู่คมและไออุ่นจากผิวกายของชายหนุ่มกลับลอยเด่นขึ้นมาในห้วงความคิดเสมอ เช่นเดียวกับภัทร์ที่คอยเฝ้ามองแผ่นหลังบอบบางและกิริยาชดช้อยของพี่สะใภ้ด้วยความโหยหาลับๆ ที่อัดแน่นอยู่ในอก
ในชีวิตประจำวันของบ้านหลังโต ทั้งคู่ต่างพยายามเลี่ยงที่จะไม่สบตากันตรงๆ ยามที่ต้องร่วมโต๊ะอาหารหรือเดินสวนกัน หากแต่มันกลับเป็การแอบจ้องมองยามที่อีกฝ่ายเผลอ แพรพิมพ์แอบมองท่อนแขนและสรีระแกร่งของภัทร์ตอนที่เขาทำงานบ้าน ส่วนภัทร์ก็แอบลอบมองดวงตาคู่ซึ้งและริมฝีปากนุ่มของแพรพิมพ์ยามที่เธอกำลังเหม่อลอย ความรู้สึกขัดแย้งในใจของแพรพิมพ์เริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มรู้ตัวว่าใจของเธอโหยหาััและการดูแลเอาใจใส่จากใครสักคน ทว่าเธอก็ต้องบีบบังคับหัวใจตัวเองให้หนักแน่นและวางตัวให้อยู่ในร่องในรอยที่ถูกต้องเสมอ
บ่ายวันหนึ่งขณะที่พายุฝนฤดูร้อนเพิ่งจะตั้งเค้า ลมพายุที่เริ่มกระโชกแรงพัดพาให้กิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่รอบบ้านไหวเอนรุนแรง ภัทร์อาสาออกไปช่วยตัดแต่งกิ่งไม้ใหญ่ในสวนรอบบ้านที่อาจจะหักโค่นลงมาทับหลังคาเฉลียง แพรพิมพ์ที่จัดช่อดอกไม้เสร็จเรียบร้อยแล้วยืนเฝ้ามองเขาผ่านบานกระจกหน้าต่างด้วยความเป็ห่วง ลึกๆ ในใจของเธออดชื่นชมความแข็งแกร่งและคล่องแคล่วของชายหนุ่มไม่ได้
แต่แล้วพายุฝนก็เริ่มกระหน่ำเทลงมาอย่างรวดเร็ว เม็ดฝนหนาทึบทำให้ทัศนวิสัยมืดมัว ภัทร์ที่กำลังดึงกิ่งไม้แหลมที่เพิ่งตัดเสร็จเกิดพลาดพลั้ง หนามแหลมคมขูดข่วนกวาดเข้าที่ท่อนแขนแกร่งและหัวไหล่หนาอย่างจังจนเป็แผลยาว เืสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมย้อยออกมาเป็ทางอาบผิวเนื้อ แพรพิมพ์ที่ยืนดูอยู่เบิกตากว้างด้วยความใกลัว เธอรีบเปิดประตูบ้านและวิ่งออกไปช่วยพยุงตัวเขาฝ่าสายฝนร้อนระอุที่เพิ่งตกลงมาเข้ามาในบ้านทันที
“ภัทร์! โดนหนามเกี่ยวเืไหลเต็มเลย เข้ามาข้างในบ้านก่อนค่ะ เดี๋ยวพี่ทำแผลให้” แพรพิมพ์เอ่ยเสียงตื่นตระหนกพลางใช้มือเรียวช่วยประคองแขนข้างที่ไม่เจ็บของเขาพาเดินแกมวิ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
ชายหนุ่มก้าวเดินตามแรงฉุดดึงของเธอเข้ามาในบ้านอย่างว่าง่าย เนื้อตัวของทั้งคู่เปียกปอนไปด้วยละอองฝน แพรพิมพ์รีบวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะหันกลับมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ เขา ภัทร์นั่งถอดเสื้อยืดสีดำที่เปียกชื้นและเปื้อนเืออกพาดไว้บนตัก เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างหนั่นแน่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงกระชับ ผิวเนื้อสีแทนเข้มปนหยาดเหงื่อและละอองน้ำฝนที่ไหลรินตามร่องกล้ามเนื้อสะท้อนแสงไฟสลัวชวนให้อารมณ์ปั่นป่วนซ่านเสียวปะทุขึ้นในอก
แพรพิมพ์ถึงกับชะงักงัน ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ มือเรียวบางสั่นเทาขณะเปิดน้ำเกลือและคีบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ เธอพยายามก้มหน้าสะกดอารมณ์ประหม่าว้าวุ่นของตนเอง ค่อยๆ หยดน้ำเกลือชะล้างคราบฝุ่นและเืบนปากแผลยาว ท่าทางที่ประณีตและเอาใจใส่นั้นทำให้ภัทร์ต้องตึงเกร็งกล้ามเนื้อสะกดความแสบร้อน ชายหนุ่มกัดฟันแน่นจนเห็นสันกรามคมชัดเพื่อรับความแสบจากสำลีชุบแอลกอฮอล์ที่ค่อยๆ แตะลงบนผิวเนื้อแกร่งของเขา
“เจ็บมากไหมคะภัทร์? พี่จะพยายามเบามือที่สุดนะ” แพรพิมพ์ถามเสียงแ่พลางเงยหน้าสบตากับเขาในระยะใกล้ชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
“ไม่เจ็บหรอกครับพี่พิมพ์... ผมทนได้” ภัทร์ตอบน้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำ สายตาคู่คมจดจ้องดวงตาหวานชึ้งและริมฝีปากสีระเรื่อของพี่สะใภ้ที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ กลิ่นกายหอมดอกไม้ป่าอ่อนๆ ของเธอที่โชยผสมละอองฝนทำให้จิตใจของชายหนุ่มปั่นป่วนเต้นเร่า
“ภัทร์... เป็ภาระหรือทำให้พี่พิมพ์ลำบากใจและอึดอัดใจไหมครับที่ต้องมาช่วยดูแลผมแบบนี้” ภัทร์เอ่ยถามเสียงเบาแฝงความน้อยใจลึกๆ
“ไม่เลยค่ะภัทร์ อย่าคิดแบบนั้นเลยนะ...” แพรพิมพ์ตอบกลับปนขัดเขิน มือเรียวบางที่สั่นเทาพยายามคลี่ผ้าพันแผลรอบไหล่หนาแกร่งและแผ่นอกกว้างของเขา การเอื้อมมือโอบรอบกายกำยำเพื่อพันผ้าทำให้หน้าอกอวบหยุ่นของเธอเกือบจะััทาบชิดกับแผงอกหนา ความร้อนระอุจากผิวกายของเด็กหนุ่มที่ปะทะกับร่างกายของเธอทำให้ลมหายใจสั่นสะท้านชวนหยุดหายใจไปตามๆ กัน ทั้งคู่ตกอยู่ในความตึงเครียดที่วาบหวามจนยากจะถอนตัว
หลังจากวันนั้น กระแสความเสน่หาแฝงเร้นก็ยิ่งฝังรากลึกในจิตใจ จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งที่พายุฝนฟ้าคะนองสาดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง สายลมกระโชกแรงทำให้สายไฟด้านนอกชำรุดจนกระแสไฟดับลงวูบใหญ่ ทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความมืดมิด แพรพิมพ์ต้องจุดเทียนไขเล่มหนาสองสามเล่มสร้างแสงสลัววับแวมวาดผ่านผ้าม่านและเงาไม้ชวนฝัน เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวรินไวน์แดงใส่แก้วดื่มเพียงลำพังเพื่อคลายความหนาวและความโดดเดี่ยวในอก ภัทร์ที่เดินออกตรวจความเรียบร้อยของบ้านเห็นพี่สะใภ้นั่งทอดอาลัยอยู่ท่ามกลางแสงเทียนสลัวจึงก้าวเดินเข้ามารวมวงเพื่ออยู่เป็เพื่อน
ฤทธิ์ของไวน์แดงรสเลิศบวกกับความมืดและเสียงฝนตกหนักกระทบหลังคาทำให้เกราะป้องกันใจของแพรพิมพ์พังทลายลง หญิงสาวเริ่มพร่ำบ่นและระบายความอัดอั้นตันใจสะสมเื่ภพออกมาด้วยความอ่อนไหว
“ในวันแต่งงาน... พี่ภพเคยสัญญาว่าจะดูแลพี่และไม่ยอมให้พี่เหงา แต่สุดท้าย เขาก็มุ่งแต่ทำธุรกิจ ทิ้งให้พี่ต้องอยู่กับความเงียบเหงาในบ้านหลังใหญ่หลังนี้คนเดียว... บางครั้งพี่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความหมายอะไรเลยในชีวิตของเขา...” แพรพิมพ์พร่ำพรูพลางน้ำตาคลอเบ้า แววตาสั่นระริกด้วยความเ็ป
ภัทร์ทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ เทิดทูน และห่วงใยอย่างลึกซึ้ง “พี่พิมพ์มีความหมายเสมอนะครับ... พี่เป็ผู้หญิงที่งดงามและแสนดีที่สุด พี่ภพอาจจะยุ่งจนละเลยหัวใจของพี่ แต่สำหรับผมแล้ว... พี่พิมพ์สำคัญและมีค่าที่สุดในบ้านหลังนี้เสมอครับ”
คำปลอบโยนที่แสนอ่อนโยนปัดเป่าความหนาวเย็นในอกของแพรพิมพ์ออกไปจนหมดสิ้น ในเวลานั้น ลมหนาวจากหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทพัดเข้ามาวูบใหญ่ทำให้แพรพิมพ์สั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความหนาว ภัทร์จึงขยับกายเข้าไปใกล้ชิดบนโซฟาตัวยาวเพื่อแบ่งปันไออุ่นจากผิวกายกำยำของเขาให้แก่เธอ ทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากันจนไหล่และต้นขาบดเบียดชิดกัน แสงเทียนสลัวสะท้อนแววตาหยาดเยิ้มของทั้งคู่จนเต็มไปด้วยเสน่หา
ใบหน้าคมคายของภัทร์ค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าของพี่สะใภ้อย่างช้าๆ ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันจนแยกแยะไม่ได้ ริมฝีปากอวบอิ่มของแพรพิมพ์เผยอออกน้อยๆ รสไวน์แดงแสนหอมหวานกรุ่นอยู่บนริมฝีปากที่ใกล้ชิดกันจนเกือบจะััจูบกันอย่างดูดดื่ม หัวใจของทั้งสองคนเต้นะเิรุนแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่
ทว่า... ในวินาทีสุดท้ายที่ปากกำลังจะแตะต้องกัน ใบหน้าของภพในภาพแต่งงานก็แลบขึ้นมาในห้วงความคิดของแพรพิมพ์อย่างกะทันหัน แพรพิมพ์สะดุ้งตัวสุดตัว ดึงสติที่หลุดลอยกลับคืนมาได้อย่างหวุดหวิด เธอใช้ฝ่ามือเรียวบางสองข้างผลักอกแกร่งของภัทร์ออกไปเบาๆ ทันที
“ไม่ได้ค่ะภัทร์... มันไม่ถูกต้อง...” แพรพิมพ์เอ่ยเสียงสั่นระริก แก้มแดงซ่านด้วยความอายระคนสับสน
“พี่พิมพ์... ผมขอโทษครับ...” ภัทร์เอ่ยเสียงเศร้า แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนทรมาน
แพรพิมพ์รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จัดแจงเสื้อผ้าคาร์ดิแกนที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ ก่อนจะรีบหมุนตัวก้าวเดินกึ่งวิ่งหนีขึ้นบันไดไปยังห้องนอนชั้นบนทันทีเพื่อรักษากฎศีลธรรมและความซื่อสัตย์ที่มีต่อสามี ทิ้งให้ภัทร์นอนหายใจหอบอยู่บนโซฟาด้วยความอัดอั้นตันใจ ทรมานและมีความ้าค้างคาอย่างรุนแรงกับบทรักที่เกือบจะเกิดขึ้นท่ามกลางคืนพายุฝน