ทุกวันชีวิตของเซียวอี้เฟยดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เช้ามาโรงเรียน พักเที่ยงทบทวนบทเรียนกับหลูจงเหยียน เลิกเรียนเลขามู่มารับเธอกับหลูจงเหยียนกลับบ้านด้วยกัน เพื่อติวข้อสอบหนึ่งชั่วโมง แล้วปรึกษาพูดคุยเื่ธุรกิจกับเลขามู่จนถึงเวลาอาหารเย็น ทำการบ้านแล้วเข้านอน
วันเสาร์อาทิตย์ที่เคยออกไปเที่ยวเตร่กับพวกเพื่อนๆ เธอก็ของดไป โดยอ้างว่าั้แ่ประสบอุบัติเหตุจนสูญเสียความทรงจำ เธอทนอยู่ในที่ที่คนพลุกพล่านไม่ได้ จะเกิดอาการปวดหัวรุนแรงทันที เธอจึงขอเก็บตัวอยู่บ้านเพื่อพักผ่อน และหวังว่าจะช่วยให้ความจำของเธอกลับมาโดยเร็ว ด้วยเหตุนี้ เพื่อนๆ ของเธอก็ไม่อาจทักท้วงอะไรได้
เซียวอี้เฟยที่ชาติก่อนเอาแต่ทำงานจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน การทำงานเป็นักข่าวทำให้เธอแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ข่าวจะเกิดวันไหน เวลาไหนก็ได้ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ดังนั้นเธอจึงต้องพร้อมทำงานได้ 24 ชั่วโมง ถึงแม้เธอจะทำข่าวเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยมีเื่เร่งด่วนเหมือนฝ่ายข่าวอาชญากรรมก็ตาม เธอจึงหวงแหนเวลาใน่วันหยุดเสาร์อาทิตย์เป็พิเศษ
ด้วยนิสัยของเธอเป็คนตื่นเช้า ต่อให้เป็วันหยุดเธอก็ไม่สามารถนอนี้เีต่อไปได้ เซียวอี้เฟยจึงลุกขึ้น ล้างหน้าแปรงฟัน จัดการธุระส่วนตัว เปลี่ยนเป็ชุดอยู่บ้าน แล้วเดินลงไปข้างล่าง ก่อนจะต้องแปลกใจที่วันนี้คุณพ่อของเธอไม่ได้ออกไปธุระที่ไหน แต่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะทานอาหาร
“อ้าว อี้เฟย ตื่นแล้วเหรอ มาทานอาหารเช้าด้วยกันสิ ป้าฟาง ยกอาหารเช้ามาให้คุณหนูอีกชุดหนึ่งด้วย” เซียวอู่หลงทักลูกสาวก่อนจะหันไปสั่งแม่นมฟาง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณพ่อ วันนี้ไม่ออกไปไหนหรือคะ”
“วันนี้พ่อมีเพื่อนจะแวะมาหาที่บ้านน่ะ ลูกก็อยู่รอเจอเพื่อนพ่อ แล้วทานอาหารเที่ยงด้วยกันสิ”
“ได้ค่ะคุณพ่อ”
เซียวอี้เฟยคิดเพียงว่า แค่ได้ใช้เวลาร่วมกับพ่อบ้างก็ดี ถึงจะเป็การพบปะพูดคุยกับคนแก่คราวพ่อ ก็ดีกว่าไม่ได้ร่วมกิจกรรมอะไรกันเลย ชาติก่อนเธอไม่มีพ่อมีแม่ ชาตินี้มีพ่อกับเขาอยู่คนหนึ่ง ถึงจะไม่สนิทสนมมากนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
...............
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว อี้เฟยก็ขอตัวไปนั่งเล่น พักผ่อนอยู่ในสวน ขณะกำลังเพลินเพลินกับเสียงน้ำตกจำลอง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู
“วันนี้ไม่ออกไปเที่ยวที่ไหนเหรอ”
เซียวอี้เฟยสะดุ้งโหยงแทบหล่นจากเก้าอี้ ก่อนจะจ้องหน้าแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างคาดไม่ถึง
“จางเกอ...”
เสียงเรียกขานที่บางเบาแทบจะเป็เสียงกระซิบ แต่กลับทำให้ใจของจางอี้เทียนเต้นโครมครามขึ้นมาทันที พร้อมกับมีอาการคันยุบยิบในหัวใจ
เซียวอี้เฟยรีบลุกขึ้นนั่งตัวตรง พร้อมจ้องหน้าจางอี้เทียนนิ่ง พูดอะไรไม่ออก เหมือนสมองจะหยุดทำงานไปชั่วขณะ
‘คนหล่อนี่มีอานุภาพทำลายสูงจริงๆ แค่สบตาจางเกอไปแว่บเดียว สติก็หายกระเจิงไปหมด ว่าแต่จางเกอมาทำอะไรที่นี่นะ’
จางอี้เทียนลอบมองสีหน้าของเซียวอี้เฟยที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาด้วยความขบขัน จากตกตะลึง จนเคลิ้ม และตอนนี้ก็กำลังสับสน
“คุณพ่อพี่มีนัดทานข้าวเที่ยงกับอาเซียวน่ะ ตอนนี้กำลังคุยเื่ธุรกิจกันอยู่ พี่เลยขอตัวออกมาเดินเล่นข้างนอก ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอที่นี่”
“อ้อ ที่แท้เพื่อนของคุณพ่อที่มีนัดทานอาหารเที่ยงด้วยกันก็คือคุณพ่อของจางเกอนี่เอง นี่ก็ใกล้เวลาอาหารแล้ว เราเข้าไปข้างในกันเลยดีหรือเปล่าคะ”
“ถ้าไม่เป็การรบกวนจนเกินไป น้องอี้เฟยจะพาพี่ชมสวนแห่งนี้สักหน่อยก่อนได้รึไม่ พี่คิดว่าคุณพ่อของเรายังคุยธุระกันไม่เสร็จน่ะ”
“ได้สิคะ ด้วยความยินดีค่ะ” เซียวอี้เฟยกล่าวพลางเดินนำจางอี้เทียนไปยังเรือนกล้วยไม้ในสวน
โจวข่ายที่ติดตามนายน้อยมาด้วย ถึงกลับนิ่วหน้าด้วยความสงสัย วันนี้นายน้อยเป็อะไรไป ถึงพูดจาต่อยหอยนัก ปกติพูดจากับใครไม่เกินสามคำ ยิ่งถ้าเป็ผู้หญิงนายน้อยแทบไม่คุยเลยด้วยซ้ำ สงสัยเราจะมีนายหญิงน้อยเร็วๆ นี้ละมั้ง
เมื่อทั้งสองเดินไปจนถึงศาลาพักผ่อนกลางสวน จางอี้เทียนก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วยื่นไปตรงหน้าของเซียวอี้เฟย
เซียวอี้เฟยไม่คาดคิดว่าพ่อหนุ่มน้อยจางจะมีของขวัญมาให้เธอ จึงเอียงคอถามด้วยความสงสัย
“อะไรน่ะ จางเกอให้น้องเนื่องในโอกาสอะไรเหรอ” อี้เฟยถามพร้อมพยายามเพ่งดูของในมือจางอี้เทียน ดูเหมือนจะเป็สร้อยคอพร้อมจี้อะไรสักอย่าง
“เป็ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าน่ะ เดือนหน้าก็จะถึงวันเกิดของเธอแล้วนี่นา”
“ขอบคุณนะคะ ว่าแต่ให้ของมีค่าขนาดนี้ จางเกอคิดยังไงกับน้องหรือเปล่า” เซียวอี้เฟยรับของขวัญมา ก่อนจะถามพร้อมส่งสายตาทะเล้น กับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ไปให้จางอี้เทียน
“ถ้าบอกว่าไม่คิดอะไรเลยก็คงไม่ใช่ เอาเป็ว่าจี้ห้อยคอชิ้นนี้เป็ของขวัญแทนใจเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน” จางอี้เทียนตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
ฝ่ายที่เสียกิริยากลับเป็เซียวอี้เฟยที่ไม่คาดคิดว่าจะได้คำตอบกลับมาแบบนี้ ก็อ้าปากค้าง จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยตาโตเป็ไข่ห่าน
“จางเกอ อย่าล้อกันเล่นแบบนี้สิ มาทำให้หลงดีใจคิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้ไม่ดีน้า”
“ใครบอกว่าล้อเล่น นี่เป็การจับจองกันจริงๆ ต่อไปนี้เธอห้ามไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นอีก รู้รึเปล่า เพราะเธอรับของแทนใจของพี่ไปแล้ว”
“ข้างในจี้อันนี้เป็ชิปที่บรรจุข้อมูลสำคัญ อย่าทำหายล่ะ” จางอี้เทียนกล่าวก่อนจะหันกลับแล้วเดินเข้าคฤหาสน์เซียวไปอย่างรวดเร็ว
‘อุแม่เ้า อี้เฟย อายุแค่ 15 ปีก็มีหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีมาเต๊าะซะแล้ว แถมยังจับจองพร้อมมัดจำอีกต่างหาก เธอจะโชคดีอะไรเบอร์นี้ หา?’
เซียวอี้เฟยที่ไม่คิดว่านี่เป็เื่จริงจังอะไร ก็เพียงแค่เด็กหนุ่มแอบพึงใจน้องสาวข้างบ้าน puppy love ทั่วไป แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จางเกอมาแอบชอบเธอั้แ่ตอนไหนกัน พบหน้ากันถ้าไม่วิ่งหนี ก็แทบจะไม่พูดไม่จากัน
หลังจากสวมสร้อยคอที่จางอี้เทียนมอบให้ เซียวอี้เฟยก็เดินตามอีกฝ่ายเข้าบ้านไป
...........
ที่โต๊ะอาหาร นอกจากคุณพ่อที่นั่งอยู่แล้ว ก็มีคุณลุงท่าทางภูมิฐาน หน้าตาดีจัด ขนาดมีอายุแล้วยังดูดีมาก สมัยหนุ่มๆ ต้องหล่อมากแน่ๆ เลย กำลังพูดคุยกับคุณอย่างอารมณ์ดี
ถัดจากคุณลุงสุดหล่อ ก็คือจางเกอ ที่หน้าตาคล้ายคุณลุงโดยแทบไม่ต้องเดาว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร จางเกอหล่อได้พ่อนี่เอง
“สวัสดีค่ะคุณลุง” เซียวอี้เฟยรีบเอ่ยทักทายและทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อน
“อ้าวหนูอี้เฟย สวัสดี มาๆ เข้ามาใกล้ๆ หน่อย ลุงอยากเห็นหน้าตาคนที่ทำให้ลูกชายของลุงนั่งไม่ติด และจะไม่ยอมไปเรียนต่อถ้าลุงไม่มาพูดคุยกับคุณพ่อของหนูให้เรียบร้อย ฮ่าๆๆ” จางเจียจิ้งพูดพลางหัวเราะอย่างชอบใจ
เซียวอี้เฟยผู้ไม่รู้เื่ราวอะไร ทำได้เพียงแค่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง ก่อนจะเหลือบไปมองหน้าจางเกอ ก็เห็นว่าเขากำลังจ้องหน้าคุณลุงเขม็ง พร้อมบ่นอะไรพึมพำแต่เธอฟังไม่ได้ยิน
“อี้เฟย คุณลุงจางมาคุยกับพ่อเื่ของเรากับจางอี้เทียนน่ะ แค่เกริ่นไว้ก่อน ไม่ได้ผูกมัดอะไร พ่อเห็นว่าอี้เทียนเป็เด็กหนุ่มที่มีความสามารถ ในอนาคตจะต้องเป็นักธุรกิจที่เก่งกาจแน่นอน ส่วนบ้านเราก็ไม่มีลูกชาย ถ้าหากได้อี้เทียนมาช่วยดูแลกิจการให้ก็น่าจะดี ใช่ไหมล่ะ”
เซียวอี้เฟยคิดตามคำพูดของคนเป็พ่อ ถ้าคิดแบบไม่อคติ นี่ก็ถือเป็เื่ดีกับตระกูลของเธอ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะอีกไม่นาน บริษัทของพ่อเธอจะประสบปัญหาจนล้มละลายไงล่ะ และเธอเองก็ไม่ได้อยากจะมารับผิดชอบบริษัทของพ่อเธอด้วย บริษัทตระกูลเซียวเป็ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่เธอไม่สนใจสินค้าประเภทนี้เลย หากให้เธอดูแลคงไปไม่รอดเหมือนกัน
แต่ถ้าหากมีเงินทุนของกลุ่มบริษัทจาง ที่เป็เ้าของกิจการหลายอย่างครอบคลุมหลากหลายวงการั้แ่การเงิน การธนาคาร ไปจนถึงธุรกิจนำเข้าส่งออกอาหาร อย่างนี้บริษัทของพ่อเธออาจจะไม่ล้มง่ายๆ ก็ได้
“ลูกกับจางเกอก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่คะ ดีเสียอีกที่ได้สนิมสนมกับคนหล่อๆ อย่างจางเกอ คุณพ่อกับคุณลุงว่าจริงหรือเปล่าคะ” เซียวอี้เฟยเปิดรอยยิ้มเต็มใบหน้า แถมยักคิ้วให้จางเกอหนึ่งที ทำเอาจางอี้เทียนสะดุ้งจนเกือบจะตกเก้าอี้
‘ฝากไว้ก่อนเถอะยัยเด็กหน้าเหม็น’
แม้จะแอบคาดโทษสาวน้อยตรงหน้า แต่ในใจกับเป็สุขจนรู้สึกเหมือนดอกไม้เบ่งบานในหัวใจ
########