“พระพายครับตื่นแล้วเหรอลูก” ดอกเข็มยิ้มกว้างเมื่อลูกน้อยวัยสองขวบคลานเข้ามาหาเธอกำลังนั่งคีย์ข้อมูลผลผลิตและการขายสินค้าของไร่คุณอนันต์อยู่ได้ยินเสียงกุกกักจึงหันไปมอง
ตัวน้อยสวมเสื้อกล้ามโปร่งสีเหลืองคลานจากที่นอนหาแม่เพื่อขอของกิน
“หิวแล้วเหรอ” เธอละสายตาจากงาน อุ้มลูกขึ้นมาหอมแก้มแล้วพาไปที่โต๊ะกาน้ำร้อนไฟฟ้า
“รอแป๊บนึงน๊าแม่ชงนมก่อน” หญิงสาววางลูกลงพื้นบอกพลางยิ้มให้เขา
“จินนมจินนม จินนม”ตัวเล็กมองแม่หยิบจับอุปกรณ์บนโต๊ะพร้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ
ดอกเข็มชงนมอย่างคล่องแคล่วไม่นานก็ได้น้ำนมในอุณภูมิที่เหมาะสมส่งให้ลูกชายพระพายรีบส่งจุกเข้าปากดูดจ๊วบ ๆ อย่างหิวกระหาย
“กินนมไปก่อนนะลูกแม่ทำงานแป๊บนึง” เธออุ้มลูกกลับไปนั่งบนเบาะนุ่มสีฟ้าอ่อนลายก้อนเมฆยังไม่ทันได้ทำงานก็มีเสียงดังอยู่นอกบ้าน ดอกเข็มถอนหายใจจำได้ว่าเป็เสียงผู้จัดการไร่ที่ชอบเอาของกินมาจีบเธอ
“เดี๋ยวแม่ออกไปดูหน้าบ้านก่อนนะลูก”
ั้แ่มาอยู่กับมัสยาดอกเข็มอาศัยอยู่บ้านพักของแม่บ้านคนเก่าที่เสียชีวิตห่างจากเรือนหลักของเ้าของไร่ประมาณห้าร้อยเมตรรอบบ้านปลูกผักสวนครัวกับผลไม้ไว้หลายชนิดเอาไว้ทำกับข้าวให้เ้านาย
ดอกเข็มคอยรดน้ำถอนหญ้าพวกมันตอนว่างแต่เธอไม่ได้เป็คนทำกับข้าวหรอกตอนแรกที่มาอยู่ช่วยงานเอกสารเล็ก ๆ น้อย ๆมัสยาและสามีให้เงินเดือนเท่ากับพนักงานประจำเพราะสงสารตอนนี้พระพายเริ่มโตก็มีงานต้องรับผิดชอบเยอะขึ้น
สำหรับผู้จัดการไร่ที่ชื่อทรัพย์นี้เขาหย่ากับภรรยามาหลายปีแล้วเขาตามจีบดอกเข็มมาั้แ่พระพายยังไม่ถึงขวบ
“พี่ทรัพย์มีอะไรเหรอ”
“พี่ไปในเมืองมาซื้อขนมมาฝากเข็ม” อีกฝ่ายยื่นถุงใส่ขนมหลายชนิดมาให้
“เกรงใจจังเลยค่ะเอามาฝากตลอดเลยเข็มกินไม่หมดหรอก พี่ทิ้งไว้แค่ห่อเดียวแล้วเอาไปแบ่งคนอื่นดีกว่า”หญิงสาวเคยปฏิเสธไม่รับเลยแต่เขามักจะตื้อจนรำคาญจึงรับบ้างไม่รับบ้างเพื่อให้เขารีบกลับ
“แต่พี่ตั้งใจเอามาฝากเข็มนี่นา”
“ขอบคุณน้ำใจค่ะแต่ขนมพวกนี้มันเสียไวเข็มกินคนเดียวไม่หมดก็น่าเสียดายไม่สู้ให้คนอื่นกินด้วยกันเขาจะได้ว่าผู้จัดการใจกว้าง”
ทรัพย์ถอนหายใจก้มหน้าผิดหวังเมื่อถูกปฏิเสธอีกรอบ“ลูกเข็มตื่นแล้วเข็มต้องไปทำอาหารให้ลูกขอตัวก่อนนะคะ”
เธอเข้าบ้านปิดประตูไปโดยไม่หยิบขนมมาแม้แต่ชิ้นเดียวพ้นหน้าเขาแล้วก็ถอนใจ
สองปีมานี้ศานต์กับนิลตาเ็าต่อกันมากโดยเฉพาะปีแรกชายหนุ่มโกรธแค้นภรรยาจนไม่ยอมพูดกับเธอหากไม่ใช่เื่สำคัญนิลตาเองก็รักศักดิ์ศรีเล่นาประสาทกับเขาแต่ปีนี้ใจของทั้งสองเริ่มอ่อนลงแล้ว การแข่งขันในบริษัทเข้มข้นขึ้นบิดาของนิลตาก็ล้มป่วยสามีภรรยามีความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น
“หลับแล้วเหรอคะ” นิลตาเห็นศานต์นอนเร็วจึงขยับเข้าไปใกล้ถามเบา ๆวันนี้เธอเห็นสามีถูกน้องชายเยาะเย้ยเื่ยังไม่มีลูกทั้งฝ่ายนั้นยังสืบรู้ว่าลูกที่มีต้องระหกระเหินไปอยู่ที่อื่นแถมยังเอาเื่การเจรจาที่ไม่สำเร็จมาถากถางเขาต่อหน้าพนักงานจำนวนมาก
“ผมปวดหัวน่ะ” ศานต์ตอบแล้วค่อยลืมตามอง หญิงสาวถอนใจนอนลงข้างเขาแล้วกอดไว้
“คุณปวดหัวบ่อยแบบนี้น่าจะไปหาหมอบ้างคุณพ่อก็ป่วยถ้าคุณเป็อะไรไปอีกฉันจะทำยังไง”
“ผมไม่เป็ไร”
“พวกที่ชอบพูดว่าตัวเองไม่เป็ไรนี่แหละสุดท้ายจะป่วยหนักจนรักษาไม่ได้”
“ก็แค่เครียดเื่เดิมๆ”
“คุณรู้ไหมฉันปวดใจแค่ไหนที่เห็นคุณเป็แบบนี้ฉันเสียใจที่เคยเอาแต่ใจจนคุณต้องพรากจากลูก ลูกของเราก็ต้องเสียไป”
ศานต์หลับตาลงจับมือเล็กที่สวมกอดตนกุมไว้“คุณรักษาสัญญาไม่ยุ่งกับเข็มอีกผมไม่ติดใจอะไรแล้วผมเองก็ผิดต่อคุณ คุณถูกเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะว่าผมไม่ใส่ใจแต่ไม่เคยบอกผมสองปีมานี้ผมรู้สึกว่าคุณไม่เหมือนเดิม”
“คุณศานต์คะ” นิลตาเอ่ยเบา ๆสายตาเขาตอนนี้มองเธอด้วยความรู้สึกผิดแต่มันมีความอบอุ่นปนอยู่ในนั้นด้วย
“รอให้คุณแข็งแรงกว่านี้เราค่อยมีลูกกันเถอะถ้ามีตอนนี้มันเสี่ยงกับร่างกายคุณ”
“คุณยังอยากมีลูกกับฉันอีกเหรอคะ” นิลตาถามอย่างไม่เชื่อหูั้แ่เกิดเื่กับดอกเข็มเธอกับศานต์ไม่ได้มีสัมพันธ์ทางกายกันเลย
เขายิ้มเล็กน้อยตอบเธอเบาๆ “คุณเป็ภรรยาผมหนิ”
แม้ปฏิกิริยาตอบรับจากเขาจะมีเพียงเล็กน้อยที่บอกว่ายังมีเยื่อใยกับเธอแต่แค่นั้นนิลตาก็ดีใจแล้ว
“เราแต่งงานกันเพราะอะไรฉันรู้ดีฉันไม่ได้หวังให้คุณมารักฉันแค่อยากให้คุณเป็เหมือนวันนี้ เราเป็ที่พึ่งของกันและกันคุยกันได้ทุกเื่”
ศานต์คร้านจะรื้อฟื้นว่าเมื่อก่อนภรรยาไม่ได้อ่อนโยนอย่างวันนี้แต่เขาไม่พูดอะไรเพราะตัวเองก็ปฏิบัติกับเธอไม่ค่อยดี
“นอนเถอะร่างกายจะได้พักผ่อน”
ที่ศานต์ยังไม่ร่วมรักกับนิลตาเพราะยังคิดถึงดอกเข็มกับลูกยิ่งวันนี้ถูกรื้อฟื้นเื่เก่าใจชายหนุ่มก็ยิ่งไม่สงบ
“ป่านนี้พี่ยังคิดถึงยัยนั่นอยู่หรือไง”เขานึกถึงเื่เมื่อกลางวัน “ถึงจะพาลูกพี่ไปแต่ก็คงหาพ่อใหม่ให้แล้วผมว่าพี่น่าจะหันมาทำดีกับพี่สะใภ้ดีกว่ามั้ง”ศศินรู้ว่าพี่ชายกับนิลตามีปัญหากันจึงพูดให้เขาเจ็บใจ
ผ่านไปค่อนคืนแม้นิลตาจะนอนกอดอยู่ข้างกายแต่ใจศานต์กลับไม่ได้อยู่กับเธอเขารู้สึกเ็ปเมื่อคิดว่าแม่ของลูกป่านนี้คงมีคนรักใหม่แล้วยิ่งคิดก็ยิ่งไม่อาจข่มตาหลับจึงลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบลงไปนั่งเล่นชิงช้านอกบ้าน
กลิ่นดอกไม้อบอวลในตอนกลางคืนทำให้คนช้ำรักนึกถึงค่ำคืนที่ทั้งเศร้าและสุขของตน
หลายวันหลังจากไม่เจอดอกเข็มมีเื่มากมายให้สมองต้องขบคิดตลอดเวลาใจของศานต์ร่ำร้องหาแต่เธอ ถึงกับห้ามใจไม่อยู่ขับรถไปหอพักหญิงสาว
พอเห็นเขาดอกเข็มที่พึ่งเลิกงานก็รีบหลบหน้าเร่งฝีเท้าหนีเข้าห้องอย่างเร็วแต่ศานต์ตามไปทันคว้ามือที่ถือกุญแจและกับข้าวของหญิงสาวไว้ได้
เขาเห็นหลายคนมองมาจึงเอ่ยกับเธอว่า“เข้าไปคุยในห้องได้ไหมคนอื่นเห็นเราสองคนแบบนี้คงไม่ดี”
“คุณมีธุระอะไรคะ” หญิงสาวยอมให้เขาเข้าไป
“ผมคิดถึงเข็ม”
“คุณไม่ควรมาพูดแบบนี้กับฉันคุณมีภรรยาแล้ว”
“ทำไมใครๆ ต่างก็ไล่ให้ผมไปอยู่กับเขา ไม่มีใครถามผมเลยว่ารู้สึกยังไง อยากอยู่กับใครแม้แต่คนที่ผมรักก็ยังพูดแบบนี้”สายตาเ็ปที่มองทำจิตใจดอกเข็มหวั่นไหว เธอรีบหันหน้าหนีไม่อยากมองเขาให้ใจอ่อน
“ความรู้สึกของคุณฉันคงรับไว้ไม่ได้หรอกเราเจอกันช้าไป”
“เข็ม” ศานต์เข้าสวมกอดเธอจากด้านหลัง “ไม่ใช่ว่าเราเจอกันช้าไปแต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องแต่งกับคนที่ผมไม่ได้รักเพราะผลประโยชน์ต่อให้เรารักกันมาก่อนผมก็ยังต้องแต่งกับเขา”
“ถ้าอย่างนั้นคุณยิ่งต้องปล่อยฉัน”
ศานต์คลายอ้อมกอดก้มหน้ารู้สึกผิดที่ตัวเองรุ่มร่ามกับเธอ“ผมขอโทษ ผมแค่ไม่อยากตัดขาดกับเข็มถึงเราจะคบกันไม่ได้แต่ไม่ให้เจอกันเลยมันโหดร้ายไปผมไม่มีสิทธิ์มีคนรู้ใจกับเขาบ้างเหรอ”
“ถ้าเจอกันแล้วมันจะยังไงต่อคะ”
ชายหนุ่มเงียบไม่รู้คำตอบของคำที่หญิงสาวถามจึงได้แต่ถามกลับอย่างคนจนหนทาง
“คุณไม่อยากเจอหน้าผมอีกแล้วจริงเหรอ” ดอกเข็มไม่ตอบ ไม่อยากโกหกหัวใจตัวเอง
“ขอโทษนะต่อไปผมจะไม่มาอีก” เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มดังขึ้นจะกลับออกไปหญิงสาวกลัวต่อไปจะไม่ได้เห็นเขาอีกรีบหันกลับไปมองไม่คิดว่าศานต์จะหันกลับมาสบตากับดวงตาเศร้าสร้อยของตน
“อยากให้ผมไปจริงเหรอ” เขาถามอีกเบา ๆ ดวงตาแต่ละฝ่ายแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นด้วยความไม่มั่นใจ
“อยากค่ะ”ดอกเข็มเปิดปากพูดเสียงสั่นแต่ร่างกายกลับทำตรงกันข้ามมันดึงดูดเธอเข้าหาเขาและดึงดูดเขาเข้าหาเธอทั้งสองสวมกอดกันไว้ราวกับโลกนี้กำลังจะสลาย
“ทำไมคุณไม่ไป”
“ผมจะไปจากคนที่ผมรักได้ยังไงผมไม่เคยรักใครแบบนี้มาก่อนเลย”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเขื่อนน้ำตาไหลทะลัก พอสบตาเขาเธอก็ลืมความถูกผิดไปสิ้น
ยามเขาโน้มหน้าลงมาจูบริมฝีปากตอบรับด้วยความเต็มใจมือที่ถือข้าวเย็นกับกุญแจอ่อนแรงจนมันหล่นพื้นดีที่เป็ผัดกะเพรากับข้าวสวยหากเป็แกงคงตกแตกแล้ว
ชายหนุ่มกอบกุมใบหน้านองน้ำตาขึ้นจุมพิตก่อนจะเลื่อนมายังลำคอที่คละคลุ้งกลิ่นกายและกลิ่นน้ำหอมของเธอ
“เราลืมเื่ต่างๆ ไปสักพักเถอะนะ”น้ำเสียงแหบพร่าบอกพลางที่นิ้วโป้งลูบแก้มเนียน
ดอกเข็มจับมือที่สวมแหวนแต่งงานของศานต์เอาไว้เธอส่ายหน้าไปมา “ไม่ค่ะฉันไม่ลืมฉันเป็ผู้หญิงไม่ดีนอนกับสามีคนอื่นเพราะรู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำฉันไม่มีเหตุผลแก้ตัว”
“ถ้างั้นผมก็ไม่ลืมผมมันไม่ดีนอนกับผู้หญิงคนอื่นทั้งที่มีภรรยาแล้ว”เขาพูดจบก็จูบเธอ ลิ้มรสความขมหวานจากริมฝีปากและลิ้นสีชมพูอย่างหิวกระหายราวกับคนขาดน้ำที่ต้องรีบดื่มกิน
ความรู้สึกของทั้งคู่ไม่อาจหยุดยั้งระหว่างจูบศานต์ดึงเนกไทออกปลดกระดุมเสื้อตัวเองอย่างร้อนรนดันร่างบางไปที่กำแพงห้องโดยไม่ละริมฝีปากออกจากเธอเลย
มือใหญ่ถอดเสื้อแขนยาวตัวนอกของดอกเข็มออกกดจมูกและริมฝีปากลงดูดดื่มกับซอกคอหอมกรุ่นดอกเข็มโอบเอวศานต์ไว้ให้เขานำพาโดยที่เธอแค่ให้ความร่วมมือ
“ห้องคุณร้อนจัง” ศานต์ว่าพร้อมเช็ดเหงื่อที่ติดอยู่บนหน้าผากหญิงสาวหลังถอนจูบออกมา
“พะพัดลมอยู่ตรงโน้นค่ะว้ายคุณศานต์” ดอกเข็มใที่อยู่ ๆเขาอุ้มเธอไปตรงฟูกนอนที่มีพัดลมตัวเล็กตั้งอยู่
“ชู่ว์อย่าเสียงดังผมว่าห้องคุณไม่ค่อยเก็บเสียง” บอกขณะวางเธอบนที่นอนเบามือ
หญิงสาวอายหลบสายตาชายหนุ่มได้ใจริมฝีปากไม่หยุดเพียงซอกคอของเธอลดระดับลงไปจนถึงรอยแหวกกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเขาแกะมันออกด้วยสีหน้าใจเย็นแต่กลับทำเสร็จภายในไม่กี่วินาทีจากนั้นจูบไปทั่วเนินอกอย่างไม่เกรงใจ
สักพักมือใหญ่ก็สอดใต้ร่างเขาดันตัวดอกเข็มขึ้นเล็กน้อยลูบคลำกลางหลังปลดตะขอบราอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากดอกเข็มหันหน้าสีแดงเข้มกลับมามองเขาที่ยิ้มให้อยู่พอดี มือน้อยค่อย ๆเลื่อนสายเสื้อในที่คล้องแขนอยู่ออกช้าท่าทางเอียงอายนี้เขาจึงรู้ว่าเธอยังไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อนความร้อนในใจชายหนุ่มเบาบางลง กุมมือน้อยไว้ช่วยเธอปลดสายเสื้อใน
“อืม…”เสียงเล็กรอดผ่านริมฝีปากเมื่อนิ้วชี้ของชายคนรักแตะที่ริมฝีปากลากลงมากลางอกเขากอบกุมดอกบัวตูมของเธอเต็มกำมือ
“อือ” หญิงสาวส่งเสียงเมื่ออีกฝ่ายเคล้นคลึงนิ้วหัวแม่มือเขาลูบไล้กดมันทั้งสองข้างแล้วจะห้ามเสียงอย่างไร
“อืออ๊ะ” ดอกเข็มส่งเสียงเบาออกมาเป็ครั้งคราวเกรงข้างห้องจะได้ยินแต่ศานต์ไม่ปราณีเธอเลยเอามือััมันแล้วยังไม่พอยังก้มมาดูดกลืนลามเลียให้เธอได้อายมือเขาไม่รู้ทำด้วยอะไรแตะส่วนไหนบนตัวก็วาบหวามไปหมด
“คุณศานต์อ๊ะ”หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวถูกมือใหญ่ล่วงล้ำเขตหวงห้ามตรงหว่างขาจึงเผลอร้องเสียงดังกว่าเก่านิ้วเขายังขยับเข้าออกอยู่ตรงนั้นของเธอยิ่งดอกเข็มพยายามหนีบขาไว้ก็เหมือนเพิ่มความตื่นเต้นให้เขาเข้าไปอีก
ศานต์ยิ้มพึงพอใจมองใบหน้าแดงเรื่อแล้วอดใจไม่ไหว ละปากจากความเบิกบานตรงกลางอกขึ้นไปจูบแก้มจูบปากมือใหญ่ยังคงทำหน้าที่อย่างชำนาญพอหญิงสาวลืมตัวอ้าขาออกหน่อยเขาก็เพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไป
“อ๊ะ…”ปากเป็อิสระแล้วเผลอร้องออกมาทั้งยังกัดมันไว้ด้วยความอาย
“นี่แค่น้ำจิ้มน่ะ”เขากระซิบจุ๊บปากจุ๊บตาตอนเธอหลับตาเขินก่อนขยับจากร่างน้อยมานั่งคุกเข่าถอดเข็มขัดและกางเกง
โชว์ของจริงให้เธอดูแต่ยังไม่ใช้กลับมาสนใจลอกผ้าส่วนล่างของดอกเข็มออก คราวนี้เขานอนราบบนที่นอนขาเลยออกไปบนพื้นซุกหน้าชิมหยดน้ำหวานจากหยาดน้ำผึ้งที่ล่อตาล่อใจแมลงตัวผู้อย่างเขาเสียก่อน
“อ๊ะ… อ้า… อือ มีแบบนี้ด้วยเหรอคะ”หญิงสาวกัดริมฝีปากเผลอครางออกมาหลายทีเพลงรักที่ลิ้นเขาบรรเลงอยู่กับกลีบดอกไม้ของเธอทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนขนทั่วร่างลุกชัน
“ต่อไปต่างหากถึงจะเป็ของจริง” เขาเงยหน้าขึ้นตอบ คลานขึ้นมาบนฟูกคร่อมร่างเธอไว้
“คุณพร้อมไหม”ถามไปอย่างนั้นแหละไม่รอให้ตอบก็จับเข่าที่ตั้งขนาบสองข้างตัวเองให้ถ่างกว้างขึ้นอีกนำอาวุธสุดแสนภูมิใจเคลื่อนเข้าจุดยุทธศาสตร์สำคัญของหญิงสาว
“อ้าอ๊า คุณศานต์คุณ…คุณทำอะไรทำไมมันเจ็บ”สีหน้าแหยแกร้องขึ้นอย่างทนไม่ไหว ความเ็ปแล่นไปทั่วสรรพางค์ศานต์หายใจเข้าออกลึกยาวมือลูบคลำให้คนใต้ร่างรู้สึกดีขึ้น
“มันเป็ครั้งแรกของคุณผมขอโทษใจเย็น ๆ นะไม่ต้องกลัว”
ดอกเข็มมองหน้าเขาแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ “คุณกางขาออกอีกนิดสิ”เธอทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่ายเพราะตอนนี้กลางลำตัวเจ็บเหลือเกิน
ยิ่งคาราคาซังเธอก็ยิ่งเจ็บคิดแล้วชายหนุ่มดันของตัวเองเข้าไปอีกไม่ให้แรงเกินไป “อ๊ะเจ็บค่ะ อ้า ทำไมมันเจ็บจังคะ”
“แค่ตอนนี้แหละต่อไปมันจะดีขึ้นนะเชื่อผม”เขาลองขยับท่อนแข็งเข้าออกให้ช่องแคบของหญิงสาวยืดหยุ่นขยับอยู่หลายนาทีดอกเข็มจึงรู้สึกดีขึ้น แต่ตอนนี้เป็เขาเองที่จะทนไม่ไหวร่างกายเธอบีบรัดจนเขาเผลอกัดริมฝีปาก
“คุณหายเจ็บแล้วใช่ไหม”เสียงกระเส่าถามพร้อมจังหวะเพลงรักที่เร็วขึ้นถึงจะเจ็บนิดหน่อยแต่ดอกเข็มอดทนพยักหน้าเธอเห็นสีหน้าเขาเ็ปเหมือนกันจึงไม่ห้ามอารมณ์ดีที่ไม่นานความเจ็บหายไปเกือบหมดเหลือแต่ความสุขสม
“อาเข็ม…ผมไม่ไหวแล้ว คุณทำผมคลั่งแล้วตอนนี้”
“อ๊า”หญิงสาวร้องเสียงดังเมื่อแรงที่เข้ามาคราวนี้มันเล่นเอาจุกแบบตั้งตัวไม่ทันกระนั้นแรงมหาศาลนี้ยังเข้ามาถี่ ๆ เสียงแห่งความเสน่หาดังติดต่อกันดอกเข็มลืมสนใจแล้วว่าใครจะได้ยินไหม ศานต์ทำหัวสมองเธอตื้อไปหมด
“อ๊าอ๊า คุณศานต์ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ”หญิงสาวบิดเร่าร่างกายด้วยความเสียวกระสันยิ่งเพิ่มแรงบีบรัดท่อนแข็งของเขาจนแทบคลั่งชายหนุ่มเร่งจังหวะอีกในตอนท้ายพูดเสียงแหบตอบเธอไปพลาง
“ผมก็ไม่ไหวแล้วไปพร้อมกันเถอะนะอา เข็มคุณนี่ไม่เพียงมัดหัวใจผมได้แต่ยังมัดตัวผมได้ด้วย”
“อืออ๊ะ ฉันไม่ได้ทำอะไร…อะสักหน่อยค่ะ”
“คุณ…แค่ไม่รู้ตัว อา”ชายหนุ่มถอนหายใจเมื่อได้ปลดปล่อยสารแห่งความสุขจนหมดสิ้นเขาหายใจเข้าออกแรงอีกสองสามครั้งก่อนก้มลงจูบเธอ
“ผมรักคุณนะ”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะความดีที่เคยทำมาคงไม่อาจชดเชยความผิดครั้งนี้ได้”หญิงสาวว่า
“ก็ความผิดมันเย้ายวนขนาดนี้ใครจะไปอดใจไหว” เขาพูดแล้วลงไปนอนหอบข้างเธอโอบร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวมากอดไว้ด้วยความหวงแหน จากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงก็กลับไปที่บ้าน
“ไม่รู้ป่านนี้คุณกับลูกจะเป็ยังไงบ้างผมคิดถึงคุณเหลือเกิน”ความทรงจำที่แสนหวานยังประทับในใจคอยสร้างความปวดร้าวให้ศานต์เสมอมาความสุขจากการได้ร่วมรักกับคนที่รัก มันมากกว่าการมีสาวสวยมากหน้าหลายตามาห้อมล้อมเอาใจเสียอีก
“คุณพูดถูกเราทำผิดต้องรับผลของมันแต่ถ้าเลือกได้ผมขอรับมันไว้คนเดียวดีกว่า”
นั่งคิดไปคิดมาบนชิงช้าจนเลยตีสองไปแล้วศานต์กลับไปบนห้องนอน ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าชีวิตของเขาควรก้าวไปข้างหน้าเลิกเดาไปต่าง ๆ นานาว่าดอกเข็มกับลูกจะเป็ยังไงเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเขาจะได้พบลูก ถึงเวลานั้นควรมีสิ่งชดเชยให้กับพวกเขา
อีกอย่างเขากับนิลตายังไม่มีลูกกันสักคนนิสัยของเธออ่อนลงมากจะทำเป็ไม่ใส่ใจเลยก็จะผิดกับเธอจนเกินไปอย่างน้อยหากมีลูกนิลตาจะได้ไม่คิดว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดทุ่มเทเพื่อลูกเมียน้อยเธอจะได้สบายใจเลิกคิดร้ายกับพระพายและดอกเข็ม
“ขอโทษนะลูกพ่อจะแก้ไขตัวเองปูทางไว้ให้ลูกรอวันที่เราได้เจอกัน”