โจวอวิ๋นเฉินครุ่นคิดใคร่ครวญแผนการอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้า “คำพูดของอ้ายเฟย[1]มีเหตุผล ลูกรัก เฉินอวิ๋นหวงใส่ร้ายเ้า ทำให้กว่าเหรินเกือบทำผิดต่อเ้า การฆ่านางจะช่วยบรรเทาความชิงชังในใจของพวกเราได้ ไยเ้าไม่ทำเล่า?”
ทันทีที่คำเหล่านี้ถูกพูดออกมา ทั้งซูอวี้เจ๋อและอวิ๋นหวงต่างก็ตกตะลึง
เมื่ออวิ๋นหวงได้สติกลับคืนมา ก็คลี่ยิ้มอย่างเ็า “ถึงอย่างไรก็ต้องตาย ต่อให้ข้ากลายเป็ผี ข้าก็จะไม่ปล่อยพวกท่านไป!”
ซูอวี้เจ๋อถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเต็มแผ่นหลัง
แข็งเกินไปก็หักง่าย อวิ๋นหวงไม่รู้จักถนอมชีวิต แต่เขารู้
คนตายแล้วไม่อาจฟื้นคืน การมีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงจะมีความหวัง ภายภาคหน้ายังสามารถล้างแค้นและชำระความอัปยศได้
หากนางตาย เขาก็คงไม่มีความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป...
เมื่อเห็นซูอวี้เจ๋อลังเล โจวอวิ๋นเฉินจึงเกิดความสงสัย “ทำไม? ลูกรัก เ้าทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ? หรือว่าพวกเ้าสองคนมีข้อตกลงกันจริง ๆ?”
ซูอวี้เจ๋อหันไปมองอวิ๋นหวง แล้วกัดฟันพูด “เสด็จพ่อทรงเข้าพระทัยลูกผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ ลูกกำลังคิดว่า ตอนนี้เราเหลือเพียงองค์ชายสี่เฉินเจิ้นตงและองค์หญิงเก้าเฉินอวิ๋นหวง หากเราฆ่าพวกเขาทั้งหมด เสด็จพ่อก็จะไม่เหลือสิ่งใดไปต่อรองกับไท่จื่อแคว้นต้าเฉินอีก นอกจากนี้องค์หญิงใหญ่ก็อาจโน้มน้าวให้แคว้นฉู่ส่งกองกำลังมาเสริมทัพของไท่จื่อได้ ถ้าพวกเขาไม่มีอะไรต้องกังวล สองทัพโจมตีพร้อมกัน กองทัพของเราก็จะเสียเปรียบเป็อันมาก มิสู้เราจับองค์หญิงเก้าและองค์ชายสี่ไปคุมขังไว้ชั่วคราวก่อน เพื่อล่อให้ไท่จื่อแคว้นต้าเฉินยอมจำนน”
ดวงตาของโจวอวิ๋นเฉินเปล่งประกาย “ลูกรัก เ้าช่างหลักแหลมนัก คิดอ่านได้รอบคอบ กว่าเหรินเข้าใจเ้าผิดไปจริง ๆ”
อวิ๋นหวงไม่รู้ว่าซูอวี้เจ๋อกำลังคิดอะไรอยู่ นางคิดเพียงว่าจิตใจของเขานั้นโหดร้าย นางทั้งโกรธและเกลียดชัง ดวงตาทั้งสองข้างลุกโชนด้วยไฟโทสะ “ซูอวี้เจ๋อ! ท่าน ท่าน...”
ซูอวี้เจ๋อเหลือบมองอวิ๋นหวง ชายหนุ่มกลัวว่านางจะพูดอะไรที่ทำให้โจวอวิ๋นเฉินบันดาลโทสะขึ้นมาอีก ดังนั้นจึงสาวเท้าก้าวไปข้างหน้า ยกฝ่ามือฟันฉับลงไปที่หลังคอของนาง
เสียงของอวิ๋นหวงหยุดลง นางหมดสติไปทันที
“ลากสองคนนี้กลับไปขังที่คุก!” โจวอวิ๋นเฉินออกคำสั่ง เหล่าทหารทั้งสองฝั่งก้าวเข้ามาเตรียมลงมือจัดการ
“เสด็จพ่อ ให้ลูกคอยดูองค์หญิงเก้าเองเถิดพ่ะย่ะค่ะ ถึงอย่างไรที่นี่ก็คือพระราชวังแคว้นต้าเฉิน มีอดีตข้ารับใช้ขององค์ไท่จื่อแคว้นต้าเฉินอยู่มากมาย หากมีคนลักลอบช่วยองค์หญิงเก้าไป ปัญหาต่าง ๆ ก็จะตามมาไม่จบสิ้น” ซูอวี้เจ๋อร้องขอรับสั่ง
เฉินซินอี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างกำลังจะเข้าไปขัดขวาง แต่กลับถูกสวีกุ้ยเฟยดึงตัวไว้
“...” โจวอวิ๋นเฉินใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้า “อืม ทุกเื่ล้วนต้องทำอย่างระมัดระวัง การที่ไท่จื่อคำนึงถึงแคว้นเป็สำคัญ ไม่สนใจผลประโยชน์ส่วนตน เช่นนี้กว่าเหรินก็เบาใจ อนุญาตตามที่เ้าขอ”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” ซูอวี้เจ๋อคุกเข่าโขกศีรษะ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เจ็ดวันต่อมา ในตอนเช้าตรู่ หน้าประตูเมืองแคว้นต้าเฉิน
องค์รัชทายาทแคว้นต้าเฉินนำทัพทหารกล้าหนึ่งแสนนาย เดินทางโดยไม่หยุดพักจนมาถึงเมืองหลวง!
ใต้กำแพงเมือง ธงรบโบกสะบัด ลมพัดกระโชกแรง
สองทัพเผชิญหน้ากัน เหล่าทหารผู้แข็งแกร่งในชุดเกราะและอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ เตรียมพร้อมที่จะปะทะได้ทุกเมื่อ
องค์รัชทายาทแคว้นต้าเฉิน เฉินคุนเฉิงนั่งอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าองอาจสง่างาม น่าเกรงขาม
ม้าที่เขาขี่มีชื่อว่า เหงื่อโลหิตไร้เงา เป็ม้าศึกที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในเวลานั้น อาจกล่าวได้ว่า ยามที่คนและม้าคู่นี้บุกเข้าห้ำหั่นกองทัพของศัตรู พวกเขาดูคล้ายเงาทั้งยังรวดเร็วดุจสายลม ไม่มีใครขวางทางได้ ทำให้กองทัพของศัตรูหวาดกลัวยิ่งนัก
บัดนี้าานักรบผู้พิชิตหวนคืนสู่บัลลังก์ กองทัพเข้าประชิดกำแพงเมือง!
โจวอวิ๋นเฉินยังไม่ทันได้ออกศึก เขาก็หวาดกลัวจนตัวอ่อนต้องพิงกำแพงเมืองไว้ ส่วนมือที่ชี้ไปยังซูอวี้เจ๋อก็สั่นเทาด้วยโทสะ “เ้าพูดว่าอะไรนะ? ทหารระดับยอดฝีมือนับล้านนายของต้าโจวหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วข้ามคืน และตอนนี้เหลือเพียงไม่ถึงห้าหมื่นนายสำหรับใช้ต่อกรกับข้าศึกอย่างนั้นหรือ?”
ซูอวี้เจ๋อพูดอย่างใจเย็น “เป็อย่างที่เสด็จพ่อทรงเห็นพ่ะย่ะค่ะ”
“ซูอวี้เจ๋อ! ไม่ใช่เ้าบอกว่าไท่จื่อแคว้นต้าเฉินถูกเ้าซุ่มโจมตีระหว่างเดินทางกลับ และสิ้นใจตายไปแล้วหรอกหรือ?” โจวอวิ๋นเฉินเดือดดาล
ซูอวี้เจ๋อเอ่ยเพียง “เขาใช้ตัวปลอมมาแทน ลูกไม่ทันระวังจึงถูกเขาหลอก ขอเสด็จพ่อโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ผายลม! จบ จบสิ้นแล้ว หายนะกำลังมาเยือน...เ้า รีบไปพาเฉินอวิ๋นหวงกับพี่ชายของนางมาที่นี่ซะ!”
เมื่อคิดได้ว่ายังมีตัวประกันสองคนอยู่ในมือ โจวอวิ๋นเฉินก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที
ซูอวี้เจ๋อกลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
โจวอวิ๋นเฉินร้องคำราม “บังอาจ! เ้ากล้าไม่ฟังราชโองการ ขัดคำสั่งกว่าเหรินรึ! รีบไปนำตัวเฉินอวิ๋นหวง นักโทษทั้งสองคนนั้นขึ้นมา หากไท่จื่อแคว้นต้าเฉินกล้าลงมือ กว่าเหรินก็จะสังหารพวกเขาก่อน!”
ซูอวี้เจ๋อเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ทูลรายงานเสด็จพ่อ เฉินอวิ๋นหวงกลัวว่าจะทำให้ไท่จื่อแคว้นต้าเฉินได้รับอันตราย จึงกัดลิ้นฆ่าตัวตายไปแล้วเมื่อวานนี้ ส่วนเฉินเจิ้นตงคลุ้มคลั่งเสียสติ พลัดตกลงไปในบ่อน้ำและเสียชีวิตเมื่อเช้าวันนี้พ่ะย่ะค่ะ”
โจวอวิ๋นเฉินผงะไปครู่หนึ่ง พอได้สติกลับมา เขาก็ตะคอกเสียงเย็น “มีชีวิตต้องเห็นตัว ตายต้องเห็นศพ หากเ้ากล้าหลอกลวงเ้าเหนือหัวคนนี้ กว่าเหรินไม่ปล่อยเ้าไปแน่!”
ซูอวี้เจ๋อโบกมือให้องครักษ์ที่อยู่ข้าง ๆ
องครักษ์หลายคนล่าถอยออกไป ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็หามศพสองร่างขึ้นมาวางบนพื้น
โจวอวิ๋นเฉินเข้าไปเพ่งมองใกล้ ๆ อย่างละเอียด พลันพบว่าเป็เฉินอวิ๋นหวงและเฉินเจิ้นตงจริง ๆ
โจวอวิ๋นเฉินทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใกลัวอย่างที่สุด และทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ “นี่ นี่ นี่...มันเป็แบบนี้ไปได้อย่างไร!”
ซูอวี้เจ๋อจึงเอ่ยขึ้นว่า “ลูกคิดว่า ยามนี้ศัตรูแข็งแกร่งเราอ่อนแอ ดังนั้นแทนที่จะต่อสู้หลังชนฝาอย่างดันทุรัง มิสู้เปิดประตูเมืองยอมจำนนดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
โจวอวิ๋นเฉินเดือดดาลจนถอดมงกุฏฮ่องเต้เขวี้ยงทิ้ง แล้วชี้หน้าซูอวี้เจ๋อพลางก่นด่าเสียงขรม “ไอ้คนสารเลว กว่าเหรินอุตส่าห์ซุ่มวางแผนมาเป็สิบปีเพื่อเตรียมพร้อมทำา วิ่งมาไกลหลายพันลี้ และล่มแคว้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่สุดท้ายจะให้เปิดประตูเมืองและยอมจำนนหรือ? หากเปิดประตูเมืองยอมจำนน แล้วกว่าเหรินยังจะมีชีวิตรอดไปได้อย่างไร!”
“แล้วเสด็จพ่อทรงคิดว่าควรทำอย่างไรดีเล่าพ่ะย่ะค่ะ?” ซูอวี้เจ๋อยิ้มเยาะ
โจวอวิ๋นเฉินตกตะลึง แล้วชี้หน้าเขาอย่างเคลือบแคลงสงสัย “เ้า เ้า...เ้าทรยศหักหลัง ร่วมมือกับไท่จื่อแคว้นต้าเฉิน สมคบคิดวางแผนสังหารกว่าเหริน?”
ซูอวี้เจ๋อยกมุมปากเล็กน้อย “เสด็จพ่อทรงพระปรีชายิ่ง ลูกก็แค่อยากได้สิ่งที่ควรเป็ของลูกกลับคืน ถึงเวลาที่เสด็จพ่อจะต้องคืนมันให้แก่ลูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
โจวอวิ๋นเฉินเซถลาล้มลงกับพื้น “เ้า เ้ามันเนรคุณ...คิดสังหารบิดาเพื่อแย่งชิงอำนาจ?”
สีหน้าของซูอวี้เจ๋อดำทะมึน “อย่าลืมสิว่าท่านแซ่โจว ส่วนข้าแซ่ซู ใครคือลูกของฮ่องเต้อย่างท่านกัน? ท่านสังหารเสด็จพ่อเสด็จแม่ของข้า ขโมยบ้านเมืองของข้า ทำลายทุกสิ่งอย่างที่เป็ของข้า หนำซ้ำยังตลบตะแลงหลอกใช้ข้าทำงานให้ท่าน! ทุกอย่างก็เพื่อวางแผนยึดบ้านเมืองของราชวงศ์เฉิน ท่านคิดว่าข้าไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ หรือ?”
โจวอวิ๋นเฉินหน้าถอดสีด้วยความใ “เ้ารู้ได้อย่างไร? ตอนที่กว่าเหรินวางยาพิษสังหารมารดาของเ้า เ้ายังเป็แค่เด็กทารกนอนแบเบาะ เ้า...” พูดจบ โจวอวิ๋นเฉินก็มองไปที่ซูอวี้เจ๋อที่กำลังหัวเราะอย่างเ็า ทันใดนั้นเขาก็พลันตระหนักได้ว่าตนเองหลุดปากพูดออกไปแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลาของซูอวี้เจ๋อมืดมนลง ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาทันที “เป็อย่างที่ข้าคาดไว้จริง ๆ!”
โจวอวิ๋นเฉินใกลัวจนใบหน้าซีดเซียว “ลูก ลูกรัก เ้าอย่าไปฟังคำยุยงของไท่จื่อแคว้นต้าเฉินเลย...”
ซูอวี้เจ๋อตวาด “ไม่มีใครยุยงข้า! ั้แ่เด็ก ท่านจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และใจกว้างกับองค์ชายองค์อื่น ๆ ทว่ากับข้า ท่านกลับโหดหี้ยมอำมหิต ที่ท่านส่งข้าไปวัดกูหลง ก็เพราะกลัวข้าจะรู้ความจริง ด้วยความสงสัยในใจ หลายปีมานี้ ข้าจึงสืบสวนอย่างลับ ๆ แต่ก็ไม่กล้าแน่ใจ ทว่าเมื่อครู่ท่านเพิ่งยอมรับมันจากปากของท่านเอง ท่านยังจะกล้าเถียงอีกหรือ?”
โจวอวิ๋นเฉินเหงื่อแตกพลั่กอย่างน่าสมเพช “ไม่ว่าอย่างไร กว่าเหรินก็มีบุญคุณเลี้ยงดูเ้ามา เ้าควรเห็นแก่ความเป็บิดาบุตรของเรา...”
ซูอวี้เจ๋อเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “ความเคียดแค้นที่ฆ่าบิดาและทำร้ายมารดา ทำให้เราไม่อาจอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันได้!”
เมื่อซูอวี้เจ๋อย่างสามขุมเข้ามาใกล้ โจวอวิ๋นเฉินก็ถอยกรูดไปที่ฐานกำแพงด้วยความตื่นตระหนก ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ว่าตนเองเป็ถึงฮ่องเต้ เหล่าทหารที่ปกป้องกำแพงเมืองพวกนี้ควรจะฟังคำสั่งของเขา ดังนั้นโจวอวิ๋นเฉินจึงได้สติกลับมาทันที “พวกเ้ายังยืนเหม่ออะไรกันอยู่อีก? รีบมาคุ้มกันกว่าเหรินสิ แล้วก็จับเ้าคนทรยศผู้นี้ไว้!”
คาดไม่ถึงว่าทันทีที่พูดจบ ทหารที่ยืนอยู่ข้างหลังซูอวี้เจ๋อจะก้าวเข้าไปจับตัวเขากดลงกับพื้น
“ฏ ก่อฏแล้ว! ใครก็ได้!” โจวอวิ๋นเฉินดิ้นรนต่อสู้อย่างหมาจนตรอก “ซูอวี้เจ๋อ เ้าอย่าลืมว่าเฉินหลงและฮองเฮาของมันตายภายใต้คมดาบของเ้า องค์หญิงเก้าและองค์ชายสี่ก็ถูกเ้าสังหาร ไท่จื่อแคว้นต้าเฉินจะไม่ยอมอภัยให้เ้าง่าย ๆ แน่!”
“ไม่ต้องห่วง!” ซูอวี้เจ๋อผลักโจวอวิ๋นเฉินที่ถูกมัดเหมือนบ๊ะจ่างขึ้นไปบนสุดของกำแพงเมือง พลางมองไปที่กองทหารหลายหมื่นที่อยู่ด้านล่าง จากนั้นชายหนุ่มก็ชูป้ายหยกทหารขึ้น “ถ่ายทอดคำสั่งทหาร เปิดประตูเมือง ต้อนรับกองทัพของไท่จื่อแคว้นต้าเฉินเข้าเมือง!”
องค์รัชทายาทแคว้นต้าเฉินโบกมือให้ซูอวี้เจ๋อจากระยะไกล
ในพริบตา ประตูเมืองก็เปิดออก ทหารหลายหมื่นนายเดินทัพเข้าไปในเมืองอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
“ฮ่า ๆ ๆ...”
ทันใดนั้น โจวอวิ๋นเฉินก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
ซูอวี้เจ๋อรู้สึกงุนงงสงสัย
พอโจวอวิ๋นเฉินหัวเราะจบ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็มืดมน “ซูอวี้เจ๋อ เ้าคิดว่าเ้าสามารถวางแผนเอาชนะกว่าเหรินได้หรือ? หากเ้าอยากได้ทั้งแผ่นดินและสาวงาม เ้าก็อย่าหวังเลย! ก่อนที่เฉินอวิ๋นหวงจะถูกส่งไปหาเ้า กว่าเหรินได้สั่งให้คนเอาผงใจสลายเจ็ดวันให้นางกิน เ้าไม่รู้เื่นี้แถมยังให้ยานางกินอีก ฮ่า ๆ ๆ...นางจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้ว เ้าก็อย่าหวังที่จะได้แผนที่หงส์เพลิงและความไว้วางใจจากไท่จื่อแคว้นต้าเฉินเลย!”
เมื่อซูอวี้เจ๋อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไป!
**
[1] อ้ายเฟย (爱妃) คำที่ใช้เรียก พระสนมคนโปรด, พระสนมที่ฮ่องเต้รักใคร่
.
.
.