เมื่อทั้งสองเห็นว่าาุโหลิงไม่ได้มาแย่งก็ถอนหายใจ แต่เ้าสำนักอดพูดไม่ได้
"ข้าว่าเื่นี้เอาไวก่อนเถอะ ยังไงพวกเค้ายังไม่ได้บรรลุขั้นกำเนิดพลังเลย ไม่ต้องพูดถึงศิษย์หลังที่ต้องบรรลุก่อกำเนิด"
"ท่านเ้าสำนักคิดว่ามีศิษย์สร้างรากฐานคนไหนสามารถทำลาย ลานประลองที่ทำจากหินวิเศษแม้แต่ขั้นก่อกำเนิดก็ต้องใช้กำลังอย่างมาก็ได้รึ"
"ใช้ถ้าเอาเค้าทั้งสองคนนี้ไปอยู่ศิษย์สายในจะไม่เป็การรังแกงั้นหรอ"
เมื่อเ้าสำนักได้ยินทั้งสองพูดมุมปากก็กระตุก
"แล้วจ้าวเฟิงล่ะเค้ายังไม่ได้ทำลายลานประลองเลย เ้าจะรับเขาไปได้ไง"
"ท่านาุโหยางยังรับได้เหตุใดข้าจึงรับไม่ได้"
าุโหลี่กล่าว เมื่อเ้าสำนักได้ยินถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเค้ากำลังจะพูดก็มีชายชราอีกสองคนเข้ามา
"ฮ่าๆพวกเ้าทั้งสองมาที่นี้ทำไม่บอกข้าก่อน"
"นั้นสิมิตรภาพของเราหายไปไหนหมดแล้ว"
ชายชราคนแรกนานว่า าุโอู่ เ้าหุบเขาเหยาซาน คนที่สอง าุโเย่ เ้าหุบเขาสายลม เมื่อเ้าสำนักเห็นทั่งสองลงมาก็ถึงกับปวดหัว เมื่อเื่นี้จะต้องปล่อยผ่าน เมื่อศิษย์สำนักเมื่อเหล่าาุโกำลังแย่งชิงกันพวกเค้าก็ถึงกับโง่งม นั้นคือเ้าหุบเขาทั้งห้าถ้าไม่รวมหุบเขาดาบก็มาครบทุกเขาแล้ว ั้แ่สำนักเมฆครามอยู่มาไม่เคยมีใครได้เข้าโดยตรงมาก่อน เมื่อเหล่าเ้าหุบเขาเถียงกันก็มีเสียงแก่ชราดังออกมา
"เื่นี้ข้าไม่อนุญาต"
ชายชราคนหนึ่งฉีกมิติออกมา าุโจาง เป็ผู้คุมหอบังคับใช้กฎระเบียบ เมื่อทั้งสี่คนเห็นก็ได้หันไปมอง
"เฒ่าจาง ข้าคิดว่ามันจะไม่เหมาะกับคนที่มีพร์หน่อยน่ะ"
"นั้นสิถ้าอยู่สายในจะเป็การเสียพร์ไปป่าวๆ"
"ข้าคิดว่ามันจะรังแกศิษย์สายในเกินไป"
"คนที่อัฉริยะก็ต้องมีสิทธิ์ของอัฉริยะ"
เมื่ออาวุโยจางได้ยินทั้งสี่คนพูดสีหน้าก็ไม่เปลี่ยนแปลง
"ข้าเข้าใจสิ่งที่พวกเ้าพูด แต่กฏก็คือกฏถ้าที่ครั้งที่หนึ่งต่อไปก็ต้องมีครั้งที่สอง ข้าเป็คนคุมกฏข้าไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ ถ้าพวกศิษย์หลังรู้ข่าวนี้มันจะไม่เป็ธรรมกับพวกเค้าได้"
เมื่อเ้าหุบเขาทั้งสี่ได้ยินพวกเค้าก็เงียบไป สิ่งที่าุโจางกล่าวเป็ความจริง ถ้าเหล่าศิษย์ได้รับรู้เื่นี้จะทำให้เกิดความไม่สงบได้ แต่าุโหยางก็คิดอะไรได้เค้าจึงพูด
"ข้ามีข้อเสนอแนะ"
เมื่อคนทั้งหมดได้ยินก็หันไปทางเค้า
"ตอนนี้ราชวังกำลังมีาอยู่"
เค้าพูดไม่จบแต่ทั้งสองคนรู้ดี ราชวงศ์จางกำลังเปิดศึกกับราชวงศ์เทียนซานอยู่ ห้าสำนักใหญ่ก็เป็ส่วนหนึ่งของราชวงศ์ก็ต้องเข้าร่วมด้วย แล้วที่สำคัญหุบเขามารก็ได้แทรกซึมมาให้สำนักเมฆคราม เื่นี้สำนักจะไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆแน่
"มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยหรอ"
าุโเย่อดกล่าวออกมา
"นี้คือทางเดียวที่พวกเค้าจะแสดงให้เห็นว่าพวกเค้าคู่ควร ถ้าพวกเค้าทำผลงานได้ดีก็จะไม่มีใครกล่าวได้ แบบนี้ได้ไหมเฒ่าจาง"
เมื่อาุโจางได้ยินพวกเค้าก็เงียบไปสักพักก่อนจะกล่าว
"พวกเ้าถามพวกเค้าก็เถอะ"
พวกเค้ามองไปที่พวกฉินหยาง เมื่อพวกฉินหยางเห็นเหล่าาุโจ้องมองมาที่พวกเค้า พวกเค้ามองหน้าก็ก่อนฉินหยางจะตอบ
"พวกข้าขอไปสนามรบเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราคู่ควร"
ฉินหยางตอบอย่างหนักแน่น มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไม่ยอมรับ
"เ้าแน่ใจนะว่าจะไป สนามรบเต็มไปด้วยความโหดร้าย"
"พวกข้าแน่ใจ"
เมื่อาุโจางได้ยินเค้าก็เงียบไป
"ถ้าพวกเ้าทำผลงานดีข้าอนุญาต"
เมื่อเค้าพูดจบก็เดินออกไป เมื่อเหล่าเ้าหุบเขาได้ยินก็พยักหน้า
"พวกข้าหวังว่าพวกเ้าจะทำได้ดี"
เมื่อเหล่าาุโพูดจบก็ได้จากไป เ้าสำนักมองไปที่พวกฉินหยางอย่างพอใจ ก่อนเค้าจะกล่าวจบงานต่อ เมื่อศิษย์เห็นว่าพวกฉินหยางจะไปสนามรบพวกเค้ามองด้วยความชื่นชม แต่มีสายตาสามคู่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนนั่นคือ อู่เหยา หนานอี่ กู่หนาน หนานอี่ไม่กล้าแม้แต่จะมองฉินหยาง กู่หนานเต็มไปด้วยความโกรธต่อกู่เฉินแต่ทำไรไม่ได้ ส่วนอู่เหยานั้นซับซ้อนกว่ามากนางมองไปที่ฉินหยาง ตอนแรกนางจะตีสนิทกับฉินหยางแต่เมื่อนางรู้ว่าเค้ามีพร์สีเขียวนางก็ไม่ค่อยได้สนใจ อู่เหยาได้ถอนหายใจออกมา เมื่อเ้าสำนักกล่าวจบงานก็ได้พาห้าอันดับแรกไป หอฝึกฝนเป็มิติโบราณที่สำนักเมฆครามเจอ พวกเค้าได้นำมิติกลับมาสำนักเพื่อเป็การฝึก ในหอคอยมีพลังิญญาหนานอนมาก แต่นี้ไม่ใช่จุดหมาย เ้าสำนักพาพวกเค้าไปที่แดนลับหอฝึกฝนข้างในผ่านไปห้าวันแต่ภายนอกผ่านไปหนึ่งวัน แล้วยังมีพลังิญญาหนาแน่นกว่าภายนอกสิบเท่า ที่สำคัญยังมีเคล็ดวิชาอยู่ด้วยถ้าใครโชคดีจะได้รับเคล็ดวิชาลับ
"พวกเ้ามีเวลาหนึ่งเดือน ส่วนฉินหยางเ้าไปมีส่วนร่วมกับการค้นพบหุบเขามารจะได้เพิ่มอีกหนึ่งเดือน"
เมื่อเ้าสำนักกล่าวว่าแดนลับทำไรได้เสร็จก็ได้เปิดทางเขา เพื่อให้พวกเค้าเข้าไป เมื่อฉินหยางเข้ามาเค้าก็รู้สึกได้ถึงพลังิญญาจำนวนมากเค้ามองไปรอบๆ
"ถ้าข้าฝึกฝนที่นี้คงจะบรรลุขั้นดำเนินพลังได้แน่"
"ที่นี่เหมาะกันการฝึกฝนมาเ้าจงกินเม็ดยาเปลี่ยนกระดูกจะทำให้เ้าบรรลุได้เร็วขึ่น"
เยเหยากล่าว ฉินหยางไม่รอช้าเค้าได้นั่งสมาธิเพื่อฝึกฝน เมื่อเค้ากินเม็ดยาเข้าไปเค้ารู้สึกถึง กระแสน้ำอุ่นใหลไปทั่วกาย ฉินหยางรู้สึกว่าร่างกายเบาลง เค้าได้บ่มเพราะไปสามเดือนภายในแต่ก็ยังไม่บรรลุ ฉินหยางได้ฝึกไปอีกสามเดือนก่อนจะบรรลุ เมื่อเค้าบรรลุทะเลดาบที่สงบก็สองแสงออกมา ดาบได้เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วตอนแรกก็เหมือนทะเลแต่ไปเรื่อยๆดาบก่อนเต็มไปทั่วท้องฟ้าก่อนจะะเิออกมา ฉินหยางมองไปที่ทะเลดาบที่กว้างขวางจนไม่สามารถมองได้ ฉินหยางทำความเข้าใจเมื่อไม่เข้าใจเค้าก็ไม่สนใจ แต่เค้ารู้ว่าบรรลุกำเนิดพลังแล้วก็พอ
"ข้าได้ยินว่าในแดนลับมีเคล็ดวิชาลับอยู่ด้วยว่าแต่ข้าก็นั่งมานานก็ไม่เห็นมีไรเลย"
ฉินหยางถามอย่างสงสัย
"ข้าััได้ถึงเช่นกันแต่ก็ต้องละแต่โชค แต่ข้าคิดว่าเ้าไม่น่ามี"
เยเหยาพูดอย่างเรียบเฉย เมื่อฉินหยางได้ยินเค้าถึ
งกับหน้ามืด
"ข้าไม่เชื่อหลอกว่าข้าจะไม่ได้"
ฉินหยางพูดอย่างไม่เชื่อพร้อมกับนั่งสมาธิก็ไป