ตอนที่ 21 ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
ที่จริงหลิวเฟยตั้งใจจะมาขายอาหารทะเลแต่กลับเจอศัตรูเก่า แถมยังได้สร้างศัตรูใหม่ขึ้นมาอีก ทำเอาเขาถึงกับรู้สึกยุ่งเหยิงไปหมด
เมื่อหลิวเฟยเห็นโม่อวี้มีสีหน้าซีดเผือดพร้อมกับสะอื้นอยู่เบา ๆ หลิวเฟยเลยพูดให้กำลังใจเธอ“อยากร้องหห้ก็ร้องออกมาเถอะอย่าไปอดกลั้นให้คนเศษเดนพรรค์นั้น มันไม่คุ้มค่าเลยซักนิด ! ”
‘แฟนหนุ่มคบซ้อนกับเพื่อนสนิทของตัวเอง’เมื่อเห็นชีวิตของเธอต้องเผชิญฉากละครน้ำเน่าแบบนี้ก็ทำให้หลิวเฟยอดที่จะรู้สึกเห็นใจไม่ได้เขาเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมเธอถึงอารมณ์ร้ายได้ขนาดนั้นทุกครั้งที่พวกเขาเจอหน้ากันเื่แบบนี้เกิดขึ้นกับใครก็คงจะไม่มีใครรับไหว
“ฮือ”
โม่อวี้ฝืนสะอื้นได้สักพักจากนั้นเธอก็ะเิเสียงร้องไห้ออกมาแล้วเขวี้ยงแก้วน้ำ แฟ้มเอกสารหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานลงบนพื้นราวกับคนเสียสติ
หลิวเฟยได้แต่ยืนมองโดยที่พูดอะไรไม่ออกผู้หญิงเมื่อเสียสติขึ้นมาแล้วน่ากลัวมากแต่สิ่งที่ทำให้หลิวเฟยเป็ใบ้ไปเลยก็คือตอนที่เธอเขวี้ยงกล่องหรูที่ดูมีมูลค่าลงพื้นปรากฏว่าบนพื้นเต็มไปด้วยเซ็กส์ทอยที่เทกระจาดออกมาเต็มพื้นไปหมด !
เขาใจนอ้าปากค้าง
ดวงตากลมโตของโม่อวี้นั้นเบิกโพลงออกมาเช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านนอกเธอก็รีบเปิดประตูอย่างฉับไวด้วยความเสียสติแต่ผลปรากฏว่ามีหญิงสาวในชุดกระโปรงแบบสาวออฟฟิศยืนอ้าปากค้างอยู่เช่นกัน
ถ้าหากสามารถหยุดวินาทีนี่ไว้ตลอดไปภาพนี้ก็คงเป็ภาพที่น่าสนใจไม่น้อย
หลิวเฟยกระแอมในคอเมื่อเห็นโม่อวี้ร้องไห้จนหน้าแดงขี้มูกโป่ง สีหน้าของเธอตอนนี้ดูเขินอายอีกทั้งไหนจะยังมีความโกรธที่ยังคงคุกรุ่นอยู่เขาจึงรีบแสร้งทำเป็กระฟัดกระเฟียดชี้โม่อวี้แล้วต่อว่าเธอ“คุณดูแฟนแต่ละคนที่่คุณคบสิ เป็ถึงเถ้าแก่ใหญ่แต่ใช้วิธีสกปรก ซื้อของพวกนี้จากอินเทอร์เน็ตเพื่อมาแกล้งคุณ เื่แบบนี้คุณทนได้หรือ แบบนี้ต้องแจ้งความสถานเดียว ! ”
เมื่อโม่อวี้หันไปเห็นเขากระพริบตาไม่หยุดเพื่อ้าจะสื่อบางอย่างเธอก็รีบมีปฏิกิริยาตอบรับในทันที “เื่แบบนี้ไม่อภัยให้แน่นอนฉันจะต้องให้เขาชดใช้ให้สาสม เอ่อเล.....เลขาฉิน เื่นี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเธอ..... ”
เมื่อเลขาได้หันไปสบสายตาก็เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดในทันทีเธอหันไปกวาดสายตามองข้าวของที่กระจะดกระจายอยู่บนพื้นอีกครั้งอยากนั้นก็เปล่งเสียงแสดงว่ารับทราบ แล้วก็ปิดประตูเดินจากไป
หลิวเฟยหันสายตากลับมามองหญิงสาวที่อยู่ในห้องจากนั้นก็ถอนหายใจแล้วถอยไปนั่งที่โซฟาเขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นจากนั้นก็เปลี่ยนอิริยาบถมานั่งท่าไขว้ห้าง “เอ่อ....ทุกคนก็เป็ผู้ใหญ่กันหมดแล้วเื่นี้มันปกติ โคตรปกติ เอาเป็ว่าผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ! ”
“ฉัน.....”
โม่อวี้เหมือนอยากจะอธิบายอะไรบางอย่างเธออ้ำอึ้งอยู่ในคอ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเธอเก็บสิ่งของที่มีค่าเ่าั้กลับเข้าไปในกล่องด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจากนั้นก็พูดตะกุกตะกักว่า “ขอบ.....ขอบคุณนายนะ นายไหวพริบดีมาก ๆ ”
“พูดขอบคุณก็เป็หรือคุณ” หลิวเฟยแอบยิ้ม
“นาย ! ” โม่อวี้ถลึงตาใส่เขาจากนั้นก็พูดด้วยเสียงหนักแน่น “นายรีบไปซะ ไปให้ได้ยิ่งไกลก็ยิ่งดีอย่ามาเมืองเฟิ่งหวงให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นฉันจะไม่ปล่อยนายไว้แน่”
หลิวเฟยแอบแสยะยิ้มแล้วเอ่ยถาม “ไป ? จะให้ไปที่ไหน ? เมืองเฟิ่งหวงเป็บ้านของผมผมออกจากบ้านไปตั้งนานหลายปีกว่าจะกลับมาได้มันไม่ง่ายเลยรู้ไหม ผมไม่ไปไหนหรอก ! ”
“แต่เขาจะสั่งคนไปฆ่านายแน่ ๆ ”
“คุณเห็นว่าผมโง่หรือ ที่คนอื่นคิดจะฆ่าก็มาฆ่ากันได้ ? ”
“เหอะ ! ”
ก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรเหมือนกันเมื่อพูดเกี่ยวกับเื่ความเป็ความตายเื่ใหญ่ขนาดนี้กลับทำให้โม่อวี้หลุดยิ้มออกมาได้
เธอเม้มปากแล้วพูดกับหลิวเฟย“นายไม่รู้จักจริง ๆใช่ไหมว่าสามพยัคฆ์แห่งเฟิ่งหวงคืออะไร ? ”
หลิวเฟยเอนหลังไปบนพนักพิงที่โซฟาเขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วตอบคำถามของหญิงสาว “เจ็ดปีก่อนผมยังเด็กไม่ค่อยจะรู้เื่รู้ราวอะไรมากนัก พอเจ็ดปีให้หลัง ผมก็ได้กลับมาอีกครั้งก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้ ฉะนั้นผมไม่รู้จริง ๆ ”
โม่อวี้หันไปพูดกับเขาแบบกลืนไม่ได้คายไม่ออก“ไม่รู้ว่าเขาเป็ใครก็จะดันทุรังไปตีกับเขาอีกมิหนำซ้ำยังประกาศว่าตัวเป็ใคร นายไปเอาความกล้าหาญมาจากไหนกันนะ ฉันจะบอกอะไรให้สามพยัคฆ์แห่งเฟิ่งหวงก็คือสามกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดสองสามปีมานี้ได้พัฒนาจนเติบโต เป็บริษัทที่มีศักยภาพสูงมากไอ้เศษเดนคนนั้นก็คือรุ่นที่สองของกลุ่มบริษัทตระกูลหลู่ ร่ำรวยและโอหังเป็อย่างมากทีนี้นายรู้แล้วหรือยังว่าศัตรูนายเป็ใคร ? ”
หลิวเฟยแสร้งทำเป็ห่อตัวแล้วพูดกับเธอ“ฟังแล้วดูเหมือนโคตรเหี้ยมเลยนะผมกลัวสุด ๆไปเลย ! ”
จนถึงขั้นนี้แล้วหลิวเฟยก็ยังไม่รู้ภยันตรายที่จะมาถึงตัวเขาอยู่ดี โม่อวี้เองก็จนหนทางที่จะโน้มน้าวเขาให้เชื่อแล้วจริง ๆ เธอจึงส่ายหน้า “นายมันไอ้บ้า นี่มันใช่เวลาที่จะมาล้อเล่นไหมถ้าหากว่านายจะไม่ออกไปจากเมืองเฟิ่งหวงจริง ๆ ก็ได้เหมือนกันแต่นายต้องหลบซ่อนในหมู่บ้านของนายให้ดี เดี๋ยวฉันจะลองขอความเมตตาจากเขาดูเพราะยังไงเื่ต้นเหตุก็คือฉัน ฉันไม่อยากดึงนายมาเกี่ยวข้องด้วย......”
หลิวเฟยยิ้มแล้วตอบกลับไป“ประโยคที่เขาพูดทิ้งไว้ก่อนไป คุณยังไม่ได้ยินอีกหรือ ? ต่อให้ไม่มีเื่นี้ยังไงสักวันเราคงต้องปะทะกันอยู่ดีฉะนั้นคุณก็อย่าคิดเข้าข้างตัวเองแต่ฝ่ายเดียว ! ”
โม่อวี้เลยขมวดคิ้วถามกลับด้วยความสงสัย“พวกนายรู้จักกันหรือ ? ระหว่างพวกนายเคยมีความแค้นอะไรต่อกันรึเปล่า ? ”
“ไม่มีทั้งนั้น !ผมสามารถจัดการปัญหาของผมเองได้ อย่าเป็ห่วงเลย”
ที่จริงแล้วหลิวเฟยก็ไม่รู้จริง ๆว่าระหว่างพวกเขาสองคนนั้นมีความแค้นอะไรต่อกัน เื่นี้เขาต้องไปสืบมาให้ดีเสียก่อนทว่าเมื่อดูการให้สัญญา และท่าทีกัดฟันด้วยความแค้นของคู่อริใหม่ทำให้เขามั่นใจได้ว่าระหว่างเขาทั้งสองนั้นต้องมีเื่บาดหมางกันมาก่อนแน่
โม่อวี้ตัดบทพูดด้วยความลำบากใจ“ช่างเถอะ ในเมื่อนายดื้อรั้นไม่ยอมฟังฉันก็แล้วแต่นาย นายก็รักษาตัวดี ๆ แล้วกันว่าแต่วันนี้มาหาฉันเพราะเื่อะไร ? ทำไมฉันจึงได้กลิ่นอะไรคาว ๆ ? ”
หลิวเฟยยืนขึ้นแล้วถือถุงผ้าไนลอนไปให้เธอดู“ผมก็แค่อยากหาลู่ทางในการขายอาหารทะเลพวกนี้เท่านั้นเอง ถือว่าเห็นแก่บุญคุณทั้งสองครั้งที่ผมได้ช่วยเหลือคุณอีกอย่างคุณก็ยังขโมยจูบแรกของผมไปอย่างหน้าตาเฉย คุณช่วยเหลือผมหน่อยจะได้ไหม ? โรงแรมขนาดใหญ่อย่างนี้คง้าอาหารทะเลจำนวนมากใช่ไหม ? ”
โม่อวี้อดที่กลั้นยิ้มไว้ไม่ได้เธอได้หันไปตอบเขา “นายนี่มันน่าสนใจจริง ๆ จูบแรกบ้าบออะไรของนายนั่นเขาเรียกว่าการผายปอด จะไปนับเป็จูบแรกได้ยังไงกัน ? ”
หลิวเฟยกระแอม“ตอนนั้นผมช่วยคุณไว้ในฐานะที่ผมเป็หมอ ฉะนั้นในสายตาของผมปากของคุณคืออวัยวะอย่างหนึ่ง....”
“หน้าไม่อาย ! ”
โม่อวี้กลอกตาใส่เขาแล้วคว้าถุงผ้าไนล่อนเข้ามาสำรวจอาหารทะเล เธอใช้มือบีบดูและพลิกอาหารทะเลเ่าั้อย่างละเอียด“อาหารทะเลพวกนี้คุณภาพไม่เลวเลยนี่ นายจับมาเองหรือ ? ตอนนี้นายมีกับตัวอยู่เท่าไร ? ”
“ก็เพิ่งเริ่มเดี๋ยวต่อไปอาจจะหาให้ได้อย่างน้อยวันละ 50 กิโล จะมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แน่นอนบอกมาสิว่ากำหนดราคาซื้อไว้ที่เท่าไร ? ”
โม่อวี้ยืนขึ้นแล้วกล่าว“โรงแรมห้าดาวอย่างเรามีช่องทางในการจัดหาอาหารทะเลอยู่แล้วและก็เป็แหล่งใหญ่ด้วยเหมือนกัน อาหารทะเลของนายนี้มีหอยทั้งหมดสามชนิดด้วยกันก็คือหอยแครง หอยหลอดและหอยนางรม หอยแครงกิโลละ 44 หยวน หอยหลอดกิโลละ 28 หยวน ส่วนหอยนางรมกิโลละ 6 หยวน”
หลิวเฟยตอบรับด้วยความพอใจ “ได้ตกลงตามนั้น พรุ่งนี้ผมจะส่งของมาให้ ทุกแบบจะพยายามหาให้ได้อย่างละ 10 กิโล ”
โม่อวี้ได้ยินอย่างนั้นก็ใ“พรุ่งนี้นายยังจะเข้ามาในเมืองอีกหรือนายไม่กลัวตายหรือไงฮะ ? ”
หลิวเฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“คุณจะคิดว่าอย่างนั้นก็ได้นะ แต่คนอย่างผมพอใจจะอะไรก็ทำอยากจะทำยังไงก็ทำอย่างนั้น”
“งั้นฉันก็จะขอยกเลิกการค้าขายกับนายฉันกลัวว่ามันจะเป็การส่งนายไปตาย”
“งั้นผมก็แค่เปลี่ยนโรงแรมล่ะกันในเมืองเฟิ่งหวงยังมีอีกหลายโรงแรมดัง ไม่จำเป็ต้องมาค้าขายกับโรงแรมของคุณ”
“นี่นาย ! ”
โม่อวี้นับถือชายที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้จริง ๆเธอนิ่งเงียบไปสักพักแล้วจ้องมองไปที่เขา “แต่เดี๋ยวก่อน นายเป็หมอไม่ใช่หรือ ? ทำไมจู่ถึงมาขายอาหารทะเลล่ะ ? ”
หลิวเฟยตอบ “ก่อนอื่นเลยนะผมมีอาชีพเป็เกษตรกรและก็รับตำแหน่งเป็ผู้ใหญ่บ้านไปด้วย นอกเหนือจากนั้นก็ยังเป็หมอสุดท้ายก็รับบทเป็อันธพาล และ่นี้ก็อยากจะลองเป็เถ้าแก่ดูบ้างทั้งห้าสถานะนี้ผมสามารถเปลี่ยนสลับไปมาได้อย่างอิสระ ฉะนั้นคุณก็ไม่ต้องใไป”
โม่อวี้มองเขาหัวจรดเท้าแล้วอดกลั้นขำไว้ไม่ได้ “นาย...นายเนี่ยนะเป็ผู้ใหญ่บ้าน ? นี่กำลังล้อเล่นใช่ไหม ? ”
หลิวเฟยถามกลับด้วยท่าทีจริงจัง“ทำไม ? ดูไม่เหมือนเลยรึไง ? ”
“เหมือนไม่เหมือนมันไม่ใช่ประเด็นหรอกแต่สารรูปนายมันดูไม่มีมาดข้าราชการเลยน่ะสิ ! ”
“ผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่ข้าราชการขอบคุณ ! ”
“แต่มีประโยคหนึ่งพูดกันต่อ ๆ กันมานี่ ประโยคที่ว่าอย่ามองว่าผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่ข้าราชการ......”
“ผมเป็กรณีพิเศษผมก็แค่ช่วยชาวบ้านให้ได้ลองอะไรแปลก ๆใหม่ ๆ ไม่ได้อยากเป็ข้าราชการและก็เป็ไม่ได้อีกด้วย”
โม่อวี้เอามือประคองอกตนที่สั่นระรัวเพราะเสียงหัวเราะเธอได้เดินไปนั่งที่โซฟา จากนั้นก็ไขว้ขาเรียวสวยของเธอเมื่อได้ยินอย่างนี้เธอจึงอดที่จะะเิเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้“ฉันอายุถึงปูนนี้แล้วยังไม่เคยเจอใครที่ประหลาดเท่านายมาก่อนเลย ! ฉันเห็นว่านายฝีมือดี นี่นายเคยเรียนศิลปะป้องกันตัวมาใช่ไหม ? ”
หลิวเฟยตอบ “ก็งั้น ๆ แหละ ทำไมจู่ ๆ ถึงสนใจผมขึ้นมาล่ะคุณตกหลุมรักผมหรือเปล่านะ ? แต่ผมรับบทละครน้ำเน่าแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ไอ้หน้าด้าน ไปตายเสียเถอะ ! ” โม่อวี้ถลึงตาใส่เขาจากนั้นก็นั่งหลังตรงแล้วผ่อนคลายพูดกับเขาดี ๆ“นาย...นายอยากจะร่วมค้าขายกับพวกเราจริงหรือ ? นายไม่กลัวเขาเลยหรือไง ? ”
หลิวเฟยยกบ่าขึ้นจากนั้นก็เดินไปตรงประตูแล้วเอ่ยกับเธอ“พรุ่งนี้อาหารทะเลพวกนี้จะถูกส่งมาถึงคุณราวสี่โมงเย็น ไว้เจอกันนะแต่อย่ากินหอยนางรมให้มันมากนักล่ะ ”
“เดี๋ยว ! นายหมายความว่ายังไง ? ”
เมื่อเห็นหลิวเฟยกำลังจะหันหลังเดินจากไป เธอก็เลยะโใส่เขา จนหลิวเฟยก็หันมาตอบ“เพื่อบำรุงธาตุหยินและหยาง” เธอก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่าหอยนางรมก็มีคุณสมบัตินี้แล้วเธอก็หันไปนึกถึงเซ็กศ์ทอยที่กระจัดกระจายเ่าั้ ทันใดนั้นก็เกิดความรู้สึกอับอายจนแทบจะหารูมุดหนีไป
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องตอบรับข้อเสนอของไอ้บ้าคนนี้ด้วย ? เขาได้มาเป็สักขีพยานเื่ที่ไม่ดีงามขนาดนี้อีกทั้งยังเห็นข้าวของลับส่วนตัวของเธออีกและที่สำคัญเขาถูกหลู่อิงปินหมายหัวอีกเสียด้วย ไม่ว่าจะคำนึงถึงเธอ หรือเขาเองเธอควรจะให้เขาอยู่ห่าง ๆไว้จะดีกว่าไม่ใช่หรือนี่เธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ?
.......
หลิวเฟยกลับถึงตำบลโซ่วเฉิงได้อย่างสบาย ๆเขาซื้อรอกใหญ่และเชือกขนาดยาวกลับมา แล้วจองรถตู้คันใหญ่สองคันสำหรับวันพรุ่งนี้จากนั้นก็เดินทางกลับหมู่บ้านหลิว
หลี่่อวิ๋นโหรวเมื่อเห็นเขาซื้อของพวกนี้มาก็ถามออกไปด้วยความสงสัย“นายหายไปไหนมาทั้งวัน นายรู้รึเปล่าว่าพรุ่งนี้จะเป็วันลงประชามติแล้วนะ ? ”
หลิวเฟยชึ้ไปที่เชือกและรอกแล้วเอ่ยตอบ“ฉันคิดมาดีแล้ว คนเราต้องมีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีพรุ่งนี้ฉันจะต้องโดนปลดออกจากตำแหน่งแน่ ๆเมื่อถึงตอนนั้นฉันก็จะเองเชือกนี้มาผูกคอตาย ! ”
หลี่อวิ๋นโหรวตอบด้วยเสียงที่โกรธเคืองกว่าครั้งไหน ๆ “ถึงตอนนี้แล้วนายยังจะมาล้อเล่นอีก ! เอากระดาษนี้ไปท่องซะให้คล่องถึงเวลาแก้ตัวพรุ่งนี้ก็พูดตามนี้”
เมื่อพูดจบเธอก็ควักกระดาษออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้หลิวเฟยเขามองตัวอักษรที่เขียนเรียงรายเต็มไปหมด แล้วก็เกาหัว ตอบด้วยความร่วมมือ“ใช้ได้นี่ เธอยังเตรียมบทแก้ต่างมาให้ฉันอีกด้วย ฉันจะยอมท่องก็ได้เพื่อเห็นแก่หน้าเธอ”
เมื่อเห็นเขาทำท่าทางเหมือนจะคิดได้เธอก็รีบพูดออกมา “แล้วทำไมยังไม่เร่งมือเข้าอีก อย่าท่องแบบซังกะตายเสียล่ะทำให้มันดูมีชีวิตชีวาและใช้น้ำเสียเศร้าสร้อยเข้าไว้ ฉันไปทำกับข้าวละ”
หลิวเฟยพยักหน้ารับทราบจากนั้นก็เดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง เขากวาดสายตาอ่านบทพูดอีกครั้งจากนั้นก็เอามาวางไปบนหน้าแล้วก็เผลอหลับไป เมื่อหลี่อวิ๋นโหรวเรียกเขามากินข้าวเขาก็เดินถือกระดาษเดินท่องออกมาด้วยท่าทีที่ดูจริงจังมาก
รุ่งเช้าตอนสิบนาฬิกาก็ถึงเวลาที่หลิวเฟยต้องขึ้นไปแก้ต่างให้ตัวเองทว่าเขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนเมื่อวานชาวบ้านบางคนพลิกหมู่บ้านหายังไงก็หาเขาไม่เจอ
“ไม่ได้เื่จริง ๆ เลยมันไม่ได้อยากจะเป็ผู้ใหญ่บ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องลงประชามติแล้ว ปลดมันออกจากตำแหน่งให้สิ้นเื่ไปเถอะ”
“ใช่ ไอ้หนุ่มนี้มันไม่ได้ความแทบจะไม่เห็นชาวบ้านอยู่ในสายตา ต้องปลดมันออกเสีย!”
……
สิ่งที่หลิวเฟยทำไปทำให้ชาวบ้านโกรธเคืองเป็อย่างมากเดิมทีชาวบ้านที่จะโหวตให้เขาได้เป็ผู้ใหญ่บ้านต่อก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปเมื่อหลิวอวี้เหลียนเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดี เธอจึงลองโน้มน้าวใจพวกเขาอีกครั้งแต่ทว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ชาวบ้านใจเย็นลงได้เลย
ส่วนหลี่อวิ๋นโหรวที่วิ่งเต้นอยู่ไม่รู้กี่รอบก็บังเอิญนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่เขาบอกว่าเขาจะผูกคอตายทันใดนั้นเธอก็รู้สึกชาไปทั้งตัว
หรือว่าเขาจะผูกคอตายขึ้นมาจริง ๆ ?