หลังจากเหล่านักบวชทั้งสามได้เผาผลาญพลังชีวิตเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง พวกเขาก็สามารถท่องบทสวดปลดปล่อยิญญาได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม
แต่น่าเสียดายที่เวลาพวกเขามีน้อยเกินไป ทำให้พวกเขาปลดปล่อยิญญาของชาวเมืองได้เพียงหมื่นกว่าคนเท่านั้น ส่วนเหล่าิญญาที่เหลืออีกหลายหมื่นคนได้ถูกลบหายไปตลอดกาล..
"แค่กๆ พวกเราทำดีที่สุด"
"พวกเราประมาทคำสาปของหนังสือโบราณมากเกินไป ถ้าพวกเรามาเร็วกว่านี้ละก็…บางทีมันคงไม่กลายเป็แบบนี้"
"เฮ้อ..อย่ามัวมาเสียใจกันเลย พวกเรายังต้องรีบไปหอการค้าแสงจันทร์กันอีก"นักบวชทั้งสามมองหน้ากันด้วยความผิดหวัง ก่อนจะะโขึ้นดอกบัวหายไปอีกครั้ง
…
หมู่บ้านกลางหุบเขา
เมื่อไม่มีอะไรแล้ว หลงเทียน้าเดินกลับสำนักเพื่อไปอ่านหนังสือปฎิบัติธรรมต่อ เขาต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อสายตาได้เหลือบไปเห็นร่างของชายแปลกหน้าทั้งสามคนที่กำลังนอนสลบถูกมัดอยู่กับต้นไม้
แถมบนร่างกายของพวกเขายังเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว!!
ก่อนหน้านี้เขาเร่งรีบไปหานักบวชทั้งสามโดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่ามีคนถูกมัดอยู่กับต้นไม้
"เอ๊ะ?..พวกเขาเป็ใครกันเหรอ?"หลงเทียนหันไปถามชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านไปมาอย่างไม่สนใจคนทั้งสามเลย
"คาราวะนายน้อย..พวกเขาเข้ามาก่อกวนในหมู่บ้านคิดจะทำร้ายพวกเราขอรับ แต่พวกมันอ่อนแอเกินไปเลยถูกพวกเราจัดการเป็อย่างนี้ขอรับ"ชาวบ้านตอบด้วยความเคราพ
เมื่อได้ยินคำพูดของชาวบ้าน หลงเทียนสำรวจร่างกายของคนทั้งสามอย่างรอบคอบใหม่อีกครั้ง
สายตาของเขาก็ได้สังเกตเห็นบริเวณเอวของพวกมันที่มีแผ่นป้ายสลักรูปฟีนิกซ์ห้อยออกมา และสิ่งนี้ทำให้เขาเข้าใจเื่ราวทั้งหมดทันที!
“เข้าใจแล้ว..เ้าพวกนี้คงเป็พวกกลุ่มกองโจรอย่างนั้นสินะ แผ่นป้ายรูปฟีนิกซ์คงเป็สัญลักษณ์จากแก๊งของพวกมัน!!”
“แต่โชคดีที่แก๊งฟีนิกซ์ของพวกมันคงอ่อนแอเกินไป ไม่อย่างนั้นพวกลุงๆป้าๆในหมู่บ้านคงจัดการพวกมันไม่ง่ายอย่างนี้”
“ถ้าปล่อยคนทั้งสามกลับไป พวกมันคงเอาที่ตั้งของหมู่บ้านไปแจ้งพรรคพวกที่เหลือแน่ เราจะสังหารพวกเขาไปเลยก็ไม่ได้ด้วย พวกเขาเป็เพียงพวกกลุ่มโจรธรรมดาเท่่านั้น ยังไม่ได้ทำอะไรที่อันตรายใดๆกับหมู่บ้านเลย แล้วเราจะทำอย่างไรกับพวกมันดีนะ?”
หลงเทียนถอนหายใจเบาๆก่อนจะเอ่ยขึ้นมา"เฮ้อ…ข้าพอจะเข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าเราจับพวกเขาเอาไว้อย่างนี้คงไม่ดีแน่ ความผิดของพวกเขายังไม่สมควรถึงกลับต้องฆ่าแกงกัน แต่เราจะปล่อยให้พวกเขาเป็แรงงานของหมู่บ้าน5ปี ก่อนปล่อยพวกเขากลับออกไป"
ขณะที่หลงเทียนกำลังพูดอยู่นั้น เขาไม่รู้เลยว่าชายทั้งสามได้ตื่นขึ้นมานานแล้ว แต่พวกเขายังต้องแสร้งเป็นอนสลบเพื่อหาโอกาสหลบหนี
คำพูดของเขายังทำให้ภายในใจของชายทั้งสามเต็มไปด้วยความโกรธแค้น พวกเขาเป็ถึงผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิ ไม่ว่าจะไปที่ไหนในยุทธภพก็มีแต่คนเคราพนับถือ
แต่ตอนนี้ชายหนุ่มธรรมดาผู้นี้ กลับ้าจับพวกเขาใช้เป็แรงงานของหมู่บ้าน ความอัปยศนี้พวกเขาไม่สามารถทนมันได้!!
แม้จะเป็อย่างนั้น พวกเขาก็ยังไม่ลืมว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีหญิงร่างอ้วนที่อาวุธศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่
ในความคิดของพวกเขาทั้งสาม หญิงร่างอ้วนที่จัดการพวกเขา ต้องเป็ผู้เชี่ยวชาญซ่อนเร้นระดับเทวะที่กำลังปกครองหมู่บ้านแห่งนี้อยู่แน่นอน มันจึงทำให้พวกเขายังไม่กล้าเคลื่อนไหวใดๆ!!
แต่ตอนนี้การปรากฏตัวของชายหนุ่ม ได้จุดประกายแผนการหลบหนีให้กับพวกเขาขึ้นมาแล้ว!!!
"หึหึ..เ้าเด็กบ้านี้เป็นายน้อยในหมู่บ้านแห่งนี้ มันต้องมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกชาวบ้านคงไม่เคราพมันอย่างนี้"
"ใช่..ถ้าเราจับเ้าเด็กนี้เป็ตัวประกันเอาไว้ ผู้เชี่ยวชาญซ่อนเร้นคนนั้นคงไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้"
"เมื่อพวกเราไปถึงกองทัพที่ชายแดนแล้ว พวกเราจะให้สามพี่น้องหมาป่าคลั่งจัดการกับผู้หญิงบ้าคนนั้นให้สาสม!"
"ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นคงออกไปข้างนอกแล้ว ข้าไม่สามารถััถึงเธอได้เลย นี่เป็โอกาสครั้งเดียวของพวกเราแล้ว!!"
"เริ่มแผนการหลบหนีได้!!"ชายทั้งสามส่งเสียงผ่านััิญญาไม่ให้คนนอกได้ยิน ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว
ทุกอย่างได้เกิดขึ้นเร็วจนหลงเทียนไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ ร่างของเขาก็ได้ถูกชายทั้งสามคว้าตัวเอาไว้แล้ว!
"ฮ่าๆ..เ้าเด็กโง่อยู่นิ่งๆถ้าไม่อยากตาย!"ชายทั้งสามหัวเราะอย่างตื่นเต้น พวกเขาไม่คิดเลยว่าแผนการของพวกเขาจะสำเร็จง่ายดายขนาดนี้
"ขะ-ข้าเข้าใจแล้ว"หลงเทียนทำได้เพียงยืนนิ่งเป็ท่อนไม้เชื่อฟังคนทั้งสาม“อ๊าก..ถ้าข้าไม่เชื่อฟังพวกมัน ข้าต้องถูกพวกมันฆ่าตายแน่ๆ ข้าจะทำอย่างไรดี!!”
ชาวบ้านที่กำลังพูดคุยกับหลงเทียนก็ใกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ก่อนส่งเสียงะโดังทั่วหมู่บ้านออกมา"ทุกคน..นายท่านได้ถูกพวกคนนอกจับตัวเอาไว้!!!"
เมื่อสิ้นสุดเสียงะโของเขา ไม่ว่าเหล่าชาวบ้านจะทำอะไรกันอยู่ พวกเขารีบพุ่งตรงมายังทิศทางของเสียงทันที แม้แต่ชาวบ้านที่กำลังอ่านนิยายอยู่ในห้องสมุดก็รีบวิ่งออกมา รวมทั้งหญิงร่างอ้วนที่จัดการคนทั้งสามด้วยเหมือนกัน
ส่วนหมาน้อยกับลูกศิษย์คนแรกของเขามองหน้ากันครู่หนึ่งแล้วก้มอ่านหนังสือต่อ พวกเขาไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะมีใครสามารถทำอะไรหลงเทียนได้
เพียงพริบตาชาวบ้านทั้ง20คนได้มายืนล้อมร่างของคนทั้งสามเอาไว้ ภายในหัวของชาวบ้านแต่ละคนได้ส่งเสียงผ่านััิญญาด้วยความสงสัย
"นายท่าน้าทำอะไรกัน?"
"ทำไมนายท่านถึงปล่อยให้พวกอ่อนแอทั้งสามจับตัวเอาไว้?"
"หืม..ความคิดของนายท่านลึกซึ้งเกินกว่าคนอ่อนแออย่างเราจะหยั่งถึง มันต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนเอาไว้แน่ๆ"
"ถูกต้องแล้ว..การกระทำของนายท่านมักจะแฝงไปด้วยคำสอนบางอย่างให้พวกเราได้คิดตาม"
"เข้าใจแล้ว! พวกเ้าไม่เห็นเหรอว่าทำไมนายท่านยืนเงียบไม่พูดอะไรเลย? ที่จริงแล้วนายท่่านกำลังทดสอบพวกเราว่าจะแก้ปัญหาเื่นี้อย่างไรต่างหาก!!"
"คนมีเมตตาอย่างนายท่านคงไม่อยากให้พวกเราลงมือสังหารพวกมันแน่นอน แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดี?"
ในสายตาของชายทั้งสามแล้ว พวกเขาไม่ได้สนใจเหล่าชาวบ้านคนใดเลยนอกจากหญิงร่างอ้วนคนเดียวเท่านั้น
"พวกเ้ารีบถอยออกไป..ไม่อย่างนั้นพวกเราจะสังหารเ้าเด็กนี้ทิ้งซะ!"ชายทั้งสามะโเสียงขู่พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันจักรพรรดิออกมา
แต่ทว่าคำขู่ของพวกเขาทั้งสามกลับไม่มีผลใดๆต่อเหล่าชาวบ้านเลย นอกจากพวกชาวบ้านจะไม่ยอมถอยออกไปแล้ว บรรยากาศรอบๆตัวของชาวบ้านแต่ละคนก็เริ่มแตกต่างออกไป
จากเหล่าชาวบ้านธรรมดาได้แปรเปลี่ยนเป็พยัคฆ์ที่ไม่สามารถแตะต้องได้ กลิ่นอายของพวกเขาแต่ละคนในตอนนี้ ได้ทำให้ความหวังทั้งหมดของคนทั้งสามพังทลายลงมา!
เพราะกลิ่นอายของชาวบ้านทั้งหมดไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกมันคาดคิด พวกเขาทั้งหมดกลับเป็ผู้เชี่ยวชาญระดับเทวะ!!
ถ้าพวกมันประกาศเื่นี้ออกไปคงไม่มีใครเชื่อพวกมันแน่นอน แม้แต่เขตฟีนิกซ์ยังมีระดับเทวะไม่ถึง10คนด้วยซ้ำ
แต่หมู่บ้านเล็กๆห่างไกลความเจริญเช่นนี้กลับซ่อนผู้เชี่ยวชาญเทวะเอาไว้20คน มิหนำซ้ำพวกเขายังอาวุธศักดิ์สิทธิ์ด้วยเหมือนกัน!!
"พวกเ้าจะทำอย่างไรกันต่อเหรอ?"เหล่าชาวบ้านเผยรอยยิ้มภูมิใจ
"มะ-ไม่จริง…เป็อย่างนี้ไปได้อย่างไร!!"คนทั้งสามมองเหล่าชาวบ้านด้วยใบหน้าว่างเปล่าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
พวกมันเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพวกชาวบ้านแสดงท่าทางไม่สนใจพวกมันเลย ที่แท้ในสายตาของพวกเขาแล้ว พวกมันเป็เพียงมดที่ไม่มีค่าต้องให้ความสนใจ
แต่ตอนนี้พวกมันกลับมาจับตัวนายน้อยของพวกเขาเป็ตัวประกัน ไม่แปลกเลยถ้าพวกเขาจะโกรธแล้วสังหารพวกมัน..
“เอ๊ะ..นายน้อยเหรอ?...”
คนทั้งสามหันมองหน้ากันเหมือนพึ่งคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาพวกมันพลันขยายเบิกกว้างก่อนจะรีบคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านยังเป็ผู้เชี่ยวชาญระดับเทวะ แล้วชายหนุ่มที่ชาวบ้านเคราพจะเป็เพียงคนธรรมดาได้อย่างไร?
ยิ่งพวกมันคิดเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มมากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งหวาดกลัวชายหนุ่มมากขึ้นเท่านั้น!
มันทำให้พวกเขาอดคิดไม่ได้ว่าชายหนุ่มกำลังวางแผนการครั้งใหญ่อยู่ ไม่อย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญเทวะมากมายคงไม่มารวมตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้
และตอนนี้พวกมันดันเข้ามาเห็นความลับน่ากลัวเช่นนี้แล้ว!!
"นะ-นายน้อยโปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยขอรับ"
"พวกเรามันตาบอดเองที่ไม่สามารถรับรู้ความยิ่งใหญ่ของนายน้อยได้"
"นายน้อยโปรดให้โอกาสพวกเราด้วย พวกเราจะยอมเป็ทาสของนายน้อยตลอดชีวิต"
ขณะที่คนทั้งสามกำลังอ้อนวอนหลงเทียนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา หลงเทียนกลับยืนขมวดคิ้วด้วยใบหน้ามึนงง
ก่อนหน้านี้เขาเห็นแต่เพียงเหล่าชาวบ้านพวกลุงๆป้าๆที่กำลังยืนล้อมอยู่เท่านั้น ไม่สามารถััได้ถึงกลิ่นอายน่ากลัวใดๆจากร่างของพวกเขาเลย
“พวกเขาคงคิดได้สินะว่าคงไม่สามารถหลบหนีจากชาวบ้านจำนวนมากได้ เลยเลือกจะยอมแพ้..”
หลงเทียนลูบคางด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ก่อนจะหันไปมองคนทั้งสาม"พวกเ้าทั้งสามคงคิดกันได้แล้วสินะ แม้พวกชาวบ้านทั้งหมดจะอ่อนแอ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเ้าทั้งสามสามารถผ่านไปได้"
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ใบหน้าของคนทั้งสามพลันซีดเผือกมากกว่าเดิม“นะ-นี่เขากำลังหมายถึงว่าเหล่าเทวะเป็เพียงกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดของเขาอย่างนั้นเหรอ!”
“เฮ้อ..พวกเขาเป็โจรที่อ่อนแอกันจริงๆ ถูกพวกชาวบ้านล้อมเอาไว้ พวกเขาก็ยอมแพ้ไปง่ายๆเลย หรือว่าพวกเขาถูกบังคับให้มาเป็โจรกันนะ? ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่กลัวชาวบ้านธรรมดามากขนาดนี้”
หลงเทียนมองร่างคนทั้งสามที่กำลังสั่นพร้อมกับพูดต่อด้วยความสงสาร"ถ้าอย่างนั้นเราก็ใช้ข้อตกลงเหมือนเดิม พวกเ้าทั้งสามต้องช่วยงานในหมู่บ้านเป็เวลา5ปี พอครบกำหนดแล้วพวกเ้าทั้งสามจะถูกปล่อยให้เป็อิสระ"
"เอ๊ะ…ให้พวกเราเป็แรงงานเพียง5ปีเหรอ?"คนทั้งสามกระพริบตาแปลกใจ
พวกเขาคิดว่าชายหนุ่มจะต้องสังหารพวกเขาเพื่อปกปิดความลับของหมู่บ้าน หรือไม่ก็จับพวกเขาให้เป็ทาสไปจนกว่าจะตาย แต่สุดท้ายชายหนุ่มกลับจับพวกเขาใช้แรงงานเพียง5ปีเท่านั้น
ในฐานะผู้ฝึกตนอย่างพวกแล้ว พวกเขาเก็บตัวบ่มเพาะแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า10ปี การลงโทษ5ปีของชายหนุ่มไม่นับว่าเป็อะไรเลย
….
หลังจากนักบวชทั้งสามออกเดินทางจากเมืองทุ่งหญ้าเขียวได้ไม่นาน ในที่สุดพวกเขาก็ได้มาถึงหอการค้าแสงจันทร์ของสาขาเมืองชุมนุมเซียน
การปรากฏตัวของพวกเขา ทำให้ชายชราจีเฟิงกลับมามีความสุขอีกครั้ง ั้แ่หลานสุดที่รักของเขาเผชิญกับคำสาป เขาไม่สามารถข่มตานอนหลับได้เลย
หลานของมันต้องทนทุกข์ทรมานทุกวันไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้ มันกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากยืนดูหลานของมันอย่างเ็ปเท่านั้น
ซึ่งการมาถึงของนักบวชทั้งสามได้จุดประกายความหวังของมันอีกครั้ง!
แต่น่าเสียดายที่นักบวชทั้งสามไม่สามารถรักษาหลานของมันได้ในทันที พวกเขาต้องกลับไปพักฟื้นพลังปราณจากการเผาผลาญพลังชีวิตเสียก่อน..
เมื่อนักบวชทั้งสามได้เข้ามาในห้องพักขนาดใหญ่ที่ชายชราจีเฟิงเตรียมให้ พวกเขาทั้งสามได้เอาถุงผ้าออกมาวางบนพื้นทันที
"ฮ่าๆ..เรามาดูกันเถอะว่าเป็หนังสือหลักธรรมใดที่เ้าเด็กนั่นมอบให้มา"นักบวชทั้งสามจ้องมองถุงผ้าก่อนจะเปิดถุงผ้าด้วยความสนใจ
เมื่อถุงผ้าได้ถูกเปิดออกมา สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาพวกเขาคือหนังปกหนังสือที่เขียนไว้ว่าการปฏิบัติธรรมพร้อมกับออร่าแห่งธรรม!
นอกจากนี้กลิ่นอายของมันยังได้ทำให้ดวงตาพวกเขาทั้งสามเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
"นะ-นี่กลิ่นอายแห่งธรรมที่ปลดปล่อยออกมาสูงกว่าหนังสือธรรมสูงสุดของพวกเราเสียอีก!!"
"ใช่..หนังสือเล่มนี้อยู่สูงกว่าระดับศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว เ้าเด็กนั่นเอามาจากที่ใดกัน?"นักบวชทั้งสามกลืนน้ำลายด้วยร่างกายสั่นเครือ
เพียงหน้าปกหนังสือก็ทำให้พวกเขาทั้งสามไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้แล้ว พวกเขาไม่รอช้ารีบเปิดหนังสือหน้าต่อไปทันที
แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏออกมาสู่สายตาพวกเขาไม่ใช่กลิ่นอายแห่งธรรมอีกต่อไป มันกลับเป็ภาพของสาวงามร่างเปลือยเปล่ากำลังเสพรักกับชายหนุ่มอยู่บนเตียง!
กลิ่นอายของมันที่เผยออกมาปกคลุมไปด้วยเจตจำนงค์เต๋าราคะอย่างรุนแรง แม้พวกเขาจะเป็นักบวชที่ตัดอารมณ์ความรู้สึกทุกอย่างมาแล้วก็ยังไม่สามารถละสายตาจากการล่อลวงในภาพของหนังสือได้
พวกเขาเปิดหน้าต่อไปอย่างเหม่อลอยโดยไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ และมันยิ่งทำให้อารมณ์พวกเขาพลุกพล่านมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แกนกลางความเป็ชายของพวกเขาที่สงบไปนานกว่าร้อยปีได้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
เจตจำนงค์เต๋าราคะได้แทรกซึมเข้าไปในจิตใต้สำนึกของพวกเขาทั้งสาม สิ่งนี้หมายถึงพวกเขากำลังถูกเบียงเบนเข้าสู่เส้นทางราคะ!!!
"อะ-อดทน…เอาไว้"นักบวชทั้งสามพยายามกัดฟันใช้สติทั้งหมดที่เหลืออยู่ต่อต้านการรุกรานของเจตจำนงค์เต๋าราคะ
แต่ทว่าการดิ้นรนของพวกเขาไม่สามารถทำอะไรเจตจำนงค์เต๋าราคะได้เลย อารมณ์ความรู้สึกด้านลบต่างๆของพวกเขาเริ่มถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนอารมณ์ด้านบวกของพวกเขากลับถูกตัดออกไปแทน สิ่งนี้ไม่แตกต่างจากการทำให้พวกเขากลายเป็ปีศาจราคะไร้สติ!
"อัก..ข้าไม่สามารถต่อต้านมันได้แล้ว.."
"ขะ-ข้าด้วยเหมือนกัน"
"พวกเรา….ต้องทำลายหนังสือเล่มนี้!"
สายตาของนักบวชทั้งสามเริ่มพร่ามัวเปลี่ยนเป็แดงก่ำอย่างหื่นกระกาย ในขณะที่สติสุดท้ายของพวกเขาจะสูญสิ้นหายไป ภายในดวงตาของพวกเขาส่องประกายความแน่วแน่ออกมาเหมือนตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
พวกเขาทั้งสามพยักหน้าจริงจังโดยไม่จำเป็ต้องพูดใดๆ พวกเขาได้พร้อมใจควบคุมสติจางๆที่เหลืออยู่เผาผลาญพลังชีวิตอย่างบ้าคลั่ง มันทำให้พวกเขาสามารถกลับมาควบคุมร่างกายได้ครู่หนึ่ง
สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือรีบทำลายหนังสือในถุงผ้าอย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นพวกเขา้าปลิดชีพตัวเองต่อในทันที
แต่น่าเสียดายที่สติพวกเขาทั้งสามกลับถูกพลังงานด้านลบกลืนกินไปเสียก่อน เหลือไว้แต่เพียงชายทั้งสามดวงตาแดงก่ำที่กำลังเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายเท่านั้น
"หึหึ…ได้เวลาออกล่าแล้ว"
…
ในอีกด้านของหมู่บ้าน
"เอ๊ะ..หนังสือของข้าหายไปไหนแล้ว!!"หลงเทียนกวาดสายตามองลานฝึกซ้อมด้วยใบหน้ากระตุก
เขาจำได้ว่าก่อนจะออกไปหานักบวช เขาได้วางหนังสือเอาไว้บนเก้าอี้นั่งเล่นของเขา แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าไปแล้ว
“แย่แน่ๆ..ข้าได้แอบเปลี่ยนหน้าปกไม่ให้ทุกคนสนใจ ถ้าพวกเขาเปิดมันอ่านเข้า พวกเขาคงรู้ความลับของข้าแน่ๆ”