เสี้ยววินาทีที่หมัดขวาอันอัดแน่นด้วยพลังปราณสีเหลืองขุ่นของจ้าวฝานพุ่งทะยานเข้ามา ทุกสิ่งรอบกายคล้ายจะตกอยู่ในห้วงเวลาที่เชื่องช้าลงอย่างน่าประหลาดในมโนสำนึกของเฟิงอี้ กำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยไอสังหารขยายใหญ่ขึ้นจนแทบจะบดบังทัศนียภาพ ลมปราณอันร้อนแรงปะทะเข้าใส่ผิวหน้าจนแสบสะท้านราวกับถูกเปลวเพลิงเลีย เจตนาทำลายล้างอันชัดแจ้งพุ่งตรงเข้ามา หมายจะบดขยี้ใบหน้าที่บังอาจงดงามเกินฐานะให้แหลกลาญ!
ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิด ไม่มีเส้นทางให้หลีกหนี!
ร่างกายของเฟิงอี้ขยับไปเอง... สัญชาตญาณดิบของการเอาชีวิตรอดที่ฝังลึกอยู่ในสายเืและจิติญญา ตื่นขึ้นมาครอบงำทุกสิ่ง!
วูบ!
เพียงชั่วพริบตาที่แสงอาทิตย์สุดท้ายดับลับขอบฟ้า ร่างที่ดูเหมือนจะยอมจำนนต่อชะตากรรมกลับพลิ้วหลบไปด้านข้างราวกับเงาจันทร์สะท้อนผิวน้ำ! ศีรษะเอียงหลบพ้นวิถีหมัดทำลายล้างไปเพียงฝ่ามือคั่น ลมปราณร้อนผ่าวเฉียดผ่านใบหูไปจนได้ยินเสียงหวีดแหลมเสียดประสาท! มันเป็การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ลื่นไหล และแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ... ราวกับภาพความทรงจำเลือนรางจากอดีตชาติที่เขาอาจเคยฝึกฝนมานับพันครั้ง แต่ไม่เคยตระหนักรู้ในชีวิตนี้!
ในจังหวะที่ร่างกายเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณนั้นเอง แขนขวาที่ยังคงกำด้ามไม้กวาดผุพังอยู่ก็สะบัดออกไปด้านหน้าตามแรงเหวี่ยงของการหลบหลีก มันไม่ใช่การจงใจตอบโต้ แต่เป็การเคลื่อนไหวเพื่อรักษาสมดุลและป้องกันตัวตามธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีซึ่งชีวิตแขวนอยู่บนคมดาบ! ไม้กวาดเก่าคร่ำคร่าในมือ กลายเป็ปราการด่านสุดท้ายที่ขวางกั้นระหว่างเขากับความตาย!
จ้าวฝานซึ่งมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถบดขยี้เศษสวะตรงหน้าได้ในหมัดเดียว ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนเดือดดาล! มันไม่เคยคาดคิด! ไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการว่าไอ้เด็กกวาดลานที่มันเหยียบย่ำมาตลอดจะหลบหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังของมันได้! แถมยังกล้า... กล้าเอาไม้กวาดสกปรกนั่นมาตวัดใส่หน้ามัน!
‘บังอาจ!!! ไอ้เดนสวะ!!!’ ความหยิ่งผยองถูกหยามเหยียดอย่างรุนแรง! มันคำรามในใจ พยายามจะบิดเปลี่ยนกระบวนท่าเพื่อซ้ำเติมให้แหลกคาที่!
แต่... ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าความคิดจะตามทัน!
ปลายด้ามไม้กวาดที่เฟิงอี้ตวัดออกไปตามสัญชาตญาณเพื่อป้องกันตัวนั้น ด้วยความบังเอิญอันน่าเหลือเชื่อ หรือชะตากรรมอันใดสุดจะหยั่งรู้ มันกลับพุ่งเข้ากระทบใส่ "จุด" เปราะบางบนข้อมือขวาของจ้าวฝานที่เพิ่งจะปล่อยหมัดผ่านไปพอดี! จุดที่แม้แต่มันเองก็อาจไม่เคยระวัง!
เปรี๊ยะ!!!
เสียงดังลั่นราวกับกิ่งไม้แห้งโบราณถูกหักสะบั้นกลางพายุ! ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันโหยหวนและแหลมสูงจนแสบแก้วหู สะท้อนก้องไปทั่วลานศิลาร้าง!
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!"
ความเ็ปอันมหาศาลชนิดที่ไม่เคยประสบในชีวิตแล่นพล่านจากข้อมือขวาที่แหลกละเอียดขึ้นมาถึงสมอง! ราวกับถูกอัสนีบาตฟาดเข้าใส่จิติญญาโดยตรง! จ้าวฝานมองเห็นภาพกระดูกข้อมือของตนเองบิดเบี้ยวและแตกละเอียดเป็เสี่ยงๆ ด้วยตาเปล่า ด้วยแรงกระแทกที่ไม่น่าจะมาจากไม้กวาดผุๆ พังๆ ได้เลย!
พลังปราณก่อแก่นปราณที่เคยไหลเวียนอย่างภาคภูมิใจพลันติดขัด สะดุด และปั่นป่วนราวกับม้าพยศ! แขนขวาที่เคยใช้รังแกผู้อื่น บัดนี้หักพับงออย่างน่าสยดสยอง เืสดๆ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์และพื้นศิลา!
ร่างสูงใหญ่ที่เคยยืนหยัดอย่างหยิ่งผยอง บัดนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายใย ความเ็ปและความตกตะลึงพรึงเพริดทำให้มันแทบสิ้นสติ มันกุมข้อมือขวาที่บัดนี้กลายเป็เพียงก้อนเนื้อเละๆ ไว้แน่น น้ำตาและน้ำลายไหลปนเปกันเปรอะใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนผิดรูป ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเฟิงอี้ที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าด้วยความแค้นเคือง ความไม่เข้าใจ และความหวาดหวั่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเป็ครั้งแรกในชีวิต... มัน... มันแพ้ได้อย่างไร? แพ้ให้กับเศษสวะกวาดลานด้วยไม้กวาดเพียงด้ามเดียว?! นี่มันเื่ตลกร้ายอันใดกัน?!
เฟิงอี้เองก็ยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ แขนขวาที่ใช้ตวัดไม้กวาดยังคงรู้สึกชาวาบจากแรงสะท้อน เขาเบิกตากว้างเล็กน้อย ดวงตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ มองผลลัพธ์อันน่าสะพรึงที่เกิดขึ้นตรงหน้า... นี่เขา... เขาทำอะไรลงไป?
เขาแค่... แค่้าปัดป้องมิใช่หรือ? แล้วเหตุใดมันถึงกลายเป็เช่นนี้? แรงกระแทกอันหนักหน่วงเมื่อครู่นั่นมันมาจากที่ใดกัน? ความแม่นยำในการเล็งจุดอ่อนนั่นอีก... มันเหมือนกับว่า... ร่างกายนี้มันเคลื่อนไหวตอบโต้ไปเอง! ตามสัญชาตญาณที่หลับใหล!
ความเงียบเข้าปกคลุมลานศิลาร้างอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็ความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยความตื่นตะลึง ความหวาดผวา และความไม่แน่นอน ลมยามเย็นพัดผ่านไปอย่างเงียบเชียบ... คล้ายไม่้าจะรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งพลิกผัน พาเอาฝุ่นควันและกลิ่นคาวเืจางๆ ให้ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
เหล่าลูกสมุนของจ้าวฝานที่ก่อนหน้านี้ยืนดูอย่างลำพองใจ บัดนี้ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเื พวกมันยืนขาตายตัวแข็งทื่อ ก้าวขาไม่ออก อ้าปากค้าง พูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองภาพเ้านายของตนนอนร้องครวญครางด้วยความเ็ปสลับกับมองเฟิงอี้ที่ยืนนิ่งด้วยแววตาที่ดูว่างเปล่า... หรือบางที... อาจจะไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าที่พวกมันจะเข้าใจได้ ซ่อนอยู่เื้ัม่านแห่งความสงบนิ่งนั้น?
ศิษย์นอกแถวคนอื่นๆ ที่ยังมุงดูอยู่ห่างๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน ความคิดมากมายวิ่งวนปั่นป่วนอยู่ในหัว พวกเขาดูถูกเ้าเด็กนี่ผิดไปหรือ? หรือว่ามันซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงมาโดยตลอด? หรือนี่เป็เพียงอุบัติเหตุที่ประจวบเหมาะเกินไป? แต่... อุบัติเหตุแบบไหนกันเล่า ที่จะทำให้ศิษย์ขั้นก่อแก่นปราณเช่นจ้าวฝานต้องข้อมือแหลกละเอียดด้วยไม้กวาดเพียงด้ามเดียวได้?!
เฟิงอี้ตั้งสติได้เป็คนแรก ความรู้สึกใและงุนงงเมื่อครู่ถูกกดทับลงด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่เฉียบคมราวกับใบมีด เขากวาดตามองสภาพของจ้าวฝานอย่างรวดเร็ว... อาการสาหัสเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายแน่นอน ต่อให้เป็บุตรชายหัวหน้าหอโอสถก็เถอะ เื่นี้ไม่ใช่เื่เล็กน้อยอีกต่อไปแล้ว มันลุกลามใหญ่โตเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้แล้ว เขาเหลือบมองปฏิกิริยาของคนรอบข้าง... แววตาหวาดกลัวและความคิดที่จะรีบไปรายงานเ่าั้บอกเขาว่าสถานการณ์กำลังจะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว... และเป้าหมายต่อไปจะต้องเป็เขาอย่างไม่ต้องสงสัย!
‘ต้องไป...’ ความคิดนั้นชัดเจนราวกับสายฟ้าฟาดในใจ ‘ต้องไปจากที่นี่... เดี๋ยวนี้!’
ราวกับรู้ทันความคิดนั้น ลูกสมุนคนหนึ่งของจ้าวฝานที่พอจะรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงได้ก่อน ก็ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวและความโกรธ มันชี้มือที่สั่นระริกมาทางเฟิงอี้ แล้วะโเสียงหลงออกมาจนเพี้ยน:
"จ... เ้า! เ้ามันปีศาจ! เ้ากล้าทำร้ายศิษย์พี่จ้าวถึงเพียงนี้!"
เสียงนั้นแหลมสูงและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนแทบจะขาดใจ "พวกเรา! ยืนบื้ออยู่ทำไม! คนหนึ่งอยู่ดูอาการศิษย์พี่จ้าวไว้! ที่เหลือรีบไปรายงานท่านหัวหน้าหอ! รีบไปแจ้งผู้อาวุสหอลงทัณฑ์! เร็วเข้า! ไอ้สารเลวนี่มันต้องตาย! มันต้องตายสถานเดียวเท่านั้น!"
เสียงะโอันบ้าคลั่งนั้นทำลายความเงียบงันลงโดยสิ้นเชิง! ปลุกสติลูกสมุนอีกสองสามคนที่เหลือให้ตื่นจากภวังค์ พวกมันสะดุ้งเฮือก รีบหันหลังวิ่งหน้าตาตื่น เหยียบย่ำกันเอง มุ่งหน้าไปยังทิศทางหอโอสถและหอหลักของอารามทันที!
เฟิงอี้เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าแม้แต่ชั่วลมหายใจอีกต่อไป! เขารู้ว่าเวลาแห่งความสงบ (แม้จะเป็ความสงบจอมปลอมที่เขาไม่เคยได้รับอย่างแท้จริง) ได้หมดสิ้นลงแล้วโดยสมบูรณ์! วินาทีแห่งการตัดสินชะตามาถึงแล้ว!
*** จบตอนที่ 2 (ฉบับเกลาสำนวน) ***