บทที่20 : น่าสงสัย
คิดเรื่อยเปื่อยไปจนกระทั่งหน่วยงานของตำรวจมาครบั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ไตรวิชญ์ไม่ได้เข้าไปร่วมฟังแผนการของพวกเขาและไม่ได้รับข่าวสารอะไรทั้งสิ้นผู้ที่มีหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยราพณ์กับตำรวจก็คือชายหนุ่มแว่นคนนั้น...ปัจจุบันพี่หมอจำไม่ได้ว่าเขาชื่ออะไร เลยเรียกด้วยสมญานามว่า 'เ้าแว่น'
เ้าแว่นนั้นประสานงานกับตำรวจและจัดการแบ่งคนของหน่วยราพณ์ไปกับตำรวจในแต่ละทีมแน่นอนว่าในแผนเ่าั้ไม่ได้นับรวมพี่หมอเข้าไปด้วยเพราะว่าตัวเขาทำงานเป็เอกเทศไม่ขึ้นตรงกับใครอยู่แล้ว
ถึงจะมีตำรวจหน้าใหม่ที่ไม่พอใจกับท่าทางไม่เห็นหัวใครของเขาแต่สำหรับหน้าเก่าแล้วการให้พี่หมอไม่ฟังใครนั่นแหละดีที่สุด...ถ้าเชื่อฟังขึ้นมามันจะน่าขนลุกเกินไป
ไตรวิชญ์นั้นเหมือนไม่สนใจใครก็จริงแต่สายตานั้นยังเหลือบมองหญิงสาวคนหนึ่งเป็ระยะทั้งประหลาดใจทั้งรู้สึกสับสน ยิ่งดูยิ่งเหมือนไม่ใช่ที่หน้าตาแต่เป็ที่พลังิญญานั่น
'ทิวลิป' คือชื่อของเธอคนนั้นดูเหมือนจะเป็ชื่อเล่นแต่เป็ชื่อของดอกไม้ที่มีความหมายขัดกับภาพลักษณ์ที่นิ่งสงบหากแต่ดื้อรั้นอย่างเงียบเชียบมีหลายครั้งที่เหมือนจะได้สบตากับเธอแต่ก็ต้องคาดไปเพราะมีคนขัดขวาง
"มองสาวใหญ่เลยน้า ชอบเหรอพี่หมอ"
ลีเวลที่สังเกตเห็นพฤติกรรมแอบมองของเขาแล้วเอ่ยถามยกแขนขึ้นเท้าไหล่พลางหรี่ตามองผู้หญิงคนหนึ่งที่สามารถดึงดูดสายตาของเ้าคนขี้งกเห็นแก่เงินได้เพียงแค่ยืนเฉยๆทั้งที่ไม่ใช่ผีหรือปีศาจ... แต่เป็มนุษย์แท้ๆ
"ไม่ได้ชอบ ก็แค่ติดใจ"
"ติดใจ เื่อะไรงั้นเหรอ ดูยังไงก็แค่คนธรรมดานะ"
เพราะไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีดำบัญชีแดงของสายข่าวลีเวลก็เลยรู้ได้ว่าเป็คนธรรมดา
"แค่รู้สึกว่าคล้ายเซียร์น่ะ"ไตรวิชญ์ถอนหายใจ "คล้ายเกินไปจนสับสนเลยนะเนี่ย"
ลีเวลเบิกตากว้างหันไปมองทางหญิงสาวคนนั้นอย่างสำรวจจริงจังอีกครั้งเธอเป็ผู้หญิงที่มีใบหน้าหวานแต่ท่าทางเ็า ดวงตาสีดำสนิทกลมโตผิวขาวละเอียดอย่างลูกผู้ดีรูปร่างจัดว่ากะทัดรัดแต่ก็มีส่วนโค้งเว้ามาพอที่จะเรียกได้ว่างามดีผมสีน้ำตาลเข้มเป็ลอนปลายมัดรวบสูง ท่าทางทะมัดทะแมงและที่สำคัญคือสวมถุงน่องสีดำอวดขาสวยถ้าสวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมด้วยคงได้คะแนนสาวเซ็กซี่เต็มเปี่ยมเลยล่ะ
ความเอ็กซ์ไซส์มินินี่... คล้ายเซียร์เรอะ?
"พี่เซียร์ของเขาหล่อเลิศเ็าราวกับเ้าชายในนิทานคนนั้นจะมีคล้ายอะไรกับสาวตัวเล็กนี่ได้กันมันห่างไกลจากคำว่าคล้ายไปไกลลิบแล้วพี่หมอ"
"ไม่ได้หมายถึงภาพลักษณ์สิหมายถึงคลื่นิญญาต่างหากล่ะไอ้บ้า!"
ไตรวิชญ์มองค้อนถ้าภาพลักษณ์ภายนอกยังไงก็ไม่เหมือนแน่ๆ ไปคนละทิศกับเซียร์อย่างชัดเจนขนาดนี้เขาก็ไม่ได้ตาถั่วมองไม่เห็นสักหน่อย
"คลื่นิญญา... ง่า ฉันแยกไม่ออกหรอกนะแบบนั้น"
ลีเวลเป็ผีมือใหม่ ถึงจะใช้พลังแบบผีๆได้แต่เื่การรับรู้คลื่นิญญานั้นเป็เื่ที่ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจังเลยแยกแยะอย่างละเอียดเหมือนพี่หมอไม่ได้หรอก
"คลื่นคล้ายกันเกินไปก็เลยติดใจสงสัยสังเกตมาั้แ่เมื่อกี้แล้วก็ไม่ได้มีความคล้ายอะไรมากไปกว่าคลื่นิญญา น่าประหลาดใจจริงๆ"
"ก็แค่คล้ายนี่ ิญญามีเป็พันล้านดวงจะมีคล้ายกันสักหน่อยก็คงไม่แปลกหรอกมั้ง"
"อืม ก็ไม่แปลก"
ที่แปลกคือมันมาอยู่ในบริเวณใกล้กันต่างหาก
ไตรวิชญ์ไม่ได้พูดท่อนท้ายออกมาตามกฎวัฏสงสารแล้วิญญาที่มีความคล้ายกันไม่ควรมาอยู่ที่เดียวกัน เพราะจะเกิดการกลืนกินกันเองโดยไม่เลือกวิธีการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหายตัวไปหรือที่มนุษย์ชอบเข้าใจว่าเป็ 'ดอพเพลแกงเกอร์'[1] นั่นไงล่ะ
แต่การที่มีิญญาคล้ายกันอยู่ในโลกเดียวกันและที่เดียวกันเป็ปรากฏการณ์ที่หายากจริงๆ ยิ่งหนึ่งเป็มนุษย์อีกหนึ่งเป็ิญญา ผู้ชนะจะได้ร่างกายทันทีทว่า... จากการััิญญาตรงหน้าแล้ว... เธอแกร่งกว่าเซียร์ซะอีก...
ถ้าสองคนนี้เจอกัน เซียร์จะถูกกลืนกิน
...นั่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่
"แค่ไม่ทำให้เจอกันก็พอสินะ"
"เป็อะไรไปครับพี่หมอ"
เ้าแว่นที่เพิ่งกลับมาจากการประชุมวางแผนของทีมเลิกคิ้วมองไตรวิชญ์ที่พึมพำอยู่คนเดียวแถมผีตาแดงข้างๆ ก็ดูครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจังอย่างประหลาดแต่พอถูกมองชายหนุ่มผมสีแดงก็ยิ้มหวานออกมา
"ประชุมเสร็จแล้วเหรอ?"
"ครับ เสร็จแล้ว จะฟังแผนของทางนั้นไหมครับ"
"ไม่ต้อง ฉันมีแผนของตัวเอง"ไตรวิชญ์บอกปัดไปอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันไปเอ็ดใส่ผีสีแดงข้างๆที่ยังคงเกาะแกะน่ารำคาญ "แกก็เลิกเกาะได้แล้วลีเวลโดนดีดไปกี่ทีแล้วไม่จำเลยนะเนี่ย"
ลีเวลที่โดนดุยังคงลอยหน้าลอยตาไม่สะทกสะท้านต่อทั้งคำว่ากล่าวการใช้กำลังของไตรวิชญ์เลยสักนิดหน้ามึนจนเกินจะเยียบยาจริงๆ
"เอ่อ ถ้างั้นทางพวกผมจะไปกับตำรวจแนวหน้านะครับแล้วพี่หมอจะจัดการยังไงต่อ"
"ก็ไปแนวหน้ากับพวกนายนั่นแหละยังไงงานของฉันก็คือการจับตัวคนร้ายอยู่แล้วนี่นาถ้าอยู่แนวหลังก็จับอะไรไม่ได้สิฟะ"
"อ่า... ครับ"
เ้าแว่นไม่พูดอะไรอีกพูดไปก็ถูกตอกกลับมาเหมือนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันซะอย่างนี้ เขาเลยเดินไปรวมกลุ่มกับพวกตำรวจพร้อมกับคนของหน่วยราพณ์คนอื่นๆแทน
การบุกจู่โจมแบ่งออกเป็สี่หน่วยล้อมแหล่งกบดานที่พวกเขาสืบรู้มาได้แล้วว่าผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยหลักที่สามารถสืบสาวไปถึงตัวรายใหญ่ได้นั้นอยู่ที่ไหนที่จริงแล้วงานนี้พี่หมอก็ไม่จำเป็ต้องมาก็ยังได้แต่เพราะสัญชาตญาณบอกให้เขามาที่นี่เขาก็เลยยอมมา
การยิงต่อสู้กันของตำรวจและผู้ร้ายที่เห็นตรงหน้าก็เหมือนฉากในหนังแต่ดูร้ายแรงยิ่งกว่าคือไม่ใช่ยิงกันไม่โดน แต่ฝ่ายอาชญากรโดนยิงกันไปไม่น้อยนี่เป็ความแตกต่างของคนที่ฝึกฝนการใช้ปืนมากับพวกที่ไม่รู้วิธีใช้แต่มีปืนในก็คล้ายกับคนหัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่น[2]
ไตรวิชญ์ในไม่กลัวะุปืนเพราะยังไงก็ไม่มีใครยิงเขาโดน ถึงจะบังเอิญโดนสักนัดสองนัดก็ไม่ทะลุิัของเขาหรอก...เพราะเขาน่ะอย่างหนา เอาบาซุก้ายิงยังไม่ระคายผิว
เหล่าคนที่ถูกยิงยังไม่พบผู้เสียชีวิตและมีผู้หลบหนีรอดออกไปได้อยู่สามคนหนึ่งในสามคนนี้เป็ผู้ที่มีพลังิญญาแข็งแกร่ง ด้วยอาคมิญญาพรางตาที่ยอดเยี่ยมทำให้ทั้งเขาและผู้จ้างวานหลบหนีออกไปได้อย่างหวุดหวิดท่ามกลางห่าะุ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รอดพ้นสายตาพี่หมอไปได้หรอก
"ไม่ส่งผีตามไปจะดีเร้อ"
ลีเวลเอ่ยท้วงเขาเองก็เป็อีกคนที่เห็นหมอผีและผู้ว่าจ้างหนีไปซึ่งๆ หน้าเหมือนกันเพียงแต่พี่หมอไม่ขยับเขาก็ไม่เคลื่อนไหวเช่นกัน ไตรวิชญ์พ่นลมหายใจแล้วยิ้มเยาะเย้ย
"ไม่ต้องหรอก แค่ดูคลื่นิญญากับดูหนังหน้าพวกมันก็พอฉันสามารถหาตำแหน่งได้น่า กับไอ้การหลบหนีแบบโง่ๆ นั่นใครหาไม่เจอก็แย่แล้ว"
"เห... ทำได้ยังไงอ่ะพี่หมอ"
"ความลับของวิชาชีพว่ะ"
"บู่ว ขี้งก"
"รอจนพวกมันไปถึงแหล่งกบดานใหม่ก่อนค่อยตามไปก็แล้วกันแล้วแกล่ะเกาะติดอยู่อย่างนี้ไม่คิดจะออกไปส่องอะไรที่ไหนหรือไง"
ไตรวิชญ์เหลือบมองเ้าผีติดขนมที่จนป่านนี้ก็ยังเกาะติดเขาไม่เลิกก็พูดรู้อยู่หรอกว่าที่สนใจออกมาก็เพราะมีเื่บางอย่างจะทำแต่ถ้าไม่ออกไปไหนเลยมันจะไปทำอะไรได้วะ
"ก็พยายามส่องเก็บรายละเอียดอยู่ไง"
"แล้วได้อะไรบ้างไหมล่ะ?"
"ไม่ได้อะไรเลย"
ลีเวลเบ้ปาก ติดตามมาครั้งนี้ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยสักนิดพี่หมอหัวเราะในลำคอดวงตาสีดำมองอย่างเยาะเย้ยสุดๆ
"เพราะมัวแต่เกาะติดฉันเลยไม่รู้อะไรมากกว่ามั้ง"
"พี่หมอพยายามจะไล่ฉันไปไกลๆ ว่างั้น?"
"ก็รู้ตัวนี่หว่า จะไปไหนก็ไป เสร็จแล้วก็กลับบ้าน"
"ไม่กลัวว่าฉันจะหนีเหรอ"
"ถ้าคิดว่าหนีรอดจากฉันได้ก็ลองพยายามดูแล้วกัน"ไตรวิชญ์ยิ้มขบขัน ขนาดคนยังไม่รอดสายตาเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงิญญาว่าจะซ่อนตัวจากเขาได้"ได้เวลาแล้ว ฉันไปก่อนล่ะ แกอยากจะไปไหนทำอะไรก็เชิญเลยแค่อย่ากลับบ้านทีหลังฉันก็แล้วกัน ไม่งั้นแม่คิมบ่นแน่"
"อ่า... ได้"
ทำไมต้องยกแวมไพร์คนสวยมาขู่กันด้วยล่ะเนี่ย
ไตรวิชญ์เคลื่อนไหวแล้ว เพียงพริบตาเดียวชายหนุ่มก็หายไปจากสายตาลีเวลยกมือขึ้นเกาหัวแล้วเลิกคิ้วมองทิศทางที่พี่หมอมุ่งหน้าไป
"ในเมื่อปล่อยให้เคลื่อนไหวสะดวกขนาดนี้ก็จะยอมว่าง่ายขึ้นอีกสักหน่อยแล้วกันนะพี่หมอ"
ผีติดขนมพึมพำในลำคอ สีหน้ายังคงยิ้มแย้มแต่แววตาเป็ประกายคมกริบหมุนตัวเดินหายไปอีกทางหนึ่ง เขาเองก็มีสถานที่ที่อยากไปอยู่เหมือนกัน จะให้มาจมอยู่กับสถานที่กิ๊กก๊อกแบบนี้มันก็ไม่ใช่สไตล์เขา
ถ้าความคิดของเขาถูกต้องคนร้ายก็ไม่ได้ไกลตัวสักเท่าไหร่หรอก
ลีเวลมาปรากฏตัวอยู่ที่ร้านขนมหวานซึ่งเป็ร้านที่ตรวจสอบว่ามีการผสมสารเสพติดลงในขนมร้านยังคงเต็มไปด้วยผู้คนคึกคัก เขาหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านทะลุผ่านสิ่งกีดขวางและผู้คนจนเข้าไปถึงในครัว
ภายในครัวนั้นวุ่นวายคนขึ้นรูปแป้งและตกแต่งขนมพร้อมอบนั้นกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้นมีเครื่องตีแป้งอยู่สองเครื่องเพื่ออำนวยความสะดวกในการผสมแป้งเพื่อผลิตขนมปังออกมาใกล้ๆ กันนั้นก็มีถุงแป้งที่เขียนแบ่งแยกเอาไว้อย่างชัดเจนว่ามีแป้งอะไรอยู่บ้างลีเวลเดินไปดูเล็กน้อยและลองดมกลิ่น
"นี่ไม่ใช่แป้งแฮะ"
ลีเวลพำพึม จากที่ลองดมๆดูแล้วมีถุงผงที่ภายในไม่ใช่แป้ง เขาจำแนกได้เพราะว่าเคยทำขนมมาก่อนเพราะความชอบส่วนผสมอันนี้ที่ไม่ใช่แป้งก็มีความเป็ไปได้ที่จะเป็สารเสพติด
เอามากองเรียงกันไว้ซึ่งๆหน้าอย่างนี้โดยบอกว่าเป็แป้งแถมยังมีปริมาณที่มากพอจะเอาไปขายส่งให้ผู้ค้ารายย่อยได้อย่างสบายๆ เลย
ช่างเป็แหล่งพักสินค้าที่ดูดีมีสไตล์ซะเหลือเกิน
ไม่สิ นี่อาจจะเป็แหล่งค้าใหญ่เลยก็ได้ทั้งค้าปลีกและค้าส่งได้อย่างแเีเลยทีเดียวคงไม่มีใครสงสัยหรือจับพิรุธกับร้านขนมอย่างนี้หรอก
ลีเวลเดินผ่านคนงานไปยังอีกห้องหนึ่งที่ตอนนี้มีเสียงโวยวายเล็ดลอดออกมาเมื่อเข้ามาในห้องก็เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่อย่างเคร่งเครียด
"แล้วจะทำยังไง จุดนัดรับ 'ของ' ก็โดนพวกตำรวจเฝ้ากันขนาดนั้น ถ้า 'ของ' ล็อตนี้ไม่ได้ล่ะก็เราน่าจะเสียหายเยอะแล้วยังเสี่ยงต่อการถูกจับได้อีกนะ!"
[ก็คงต้องเปลี่ยนที่รับใหม่ นี่ยังดีที่ฉันหนีออกมาได้ ถ้าโดนจับก็อาจจะซวยกันไปหมด]
ปลายสายตอบกลับมาอย่างฉุนเฉียวไม่แพ้กันลีเวลเลิกคิ้วสูง ดูท่าพี่หมอจะยังไปไม่ถึงตัวของอีกฝ่ายงั้นสินะ
"ถ้าจะเปลี่ยนที่รับก็แจ้งก่อนทางฉันเองก็จะโทรหาท่านผู้นั้นเหมือนกัน จะได้ให้เขาช่วยเคลียร์พื้นที่และกันพวกตำรวจออกไปด้วยไม่รู้ทำไมพวกมันถึงทำงานกันเร็วอย่างนี้"
[แถมยังมีหมอผีของภาครัฐเข้ามายุ่งด้วย นี่หมอผีที่เราจ้างมาก็บอกฝีมือไม่ธรรมดาเหมือนกันจะไม่รับงานอีกแล้วถ้าไม่เพิ่มค่าจ้าง]
"เหอะ! ข้ออ้างรึเปล่าน่ะ"
[ไม่หรอก หมอผีของทางนั้นฉันก็เห็นนะ ยิงไม่เข้าสักนัด แถมเอาดาบผ่าะุกันดื้อๆเลยอย่างกับไม่ใช่คน เหมือนหมอผีที่เราจ้างนี่แหละ ให้ตายเหอะ! ไม่รู้ว่าไอ้พวกมีพลังิญญาแท้ๆ มันประหลาดกันแบบนี้หมดหรือเปล่า]
เสียงฮึดฮัดขัดใจที่ดังลอดจากโทรศัพท์ออกมาทำให้ลีเวลเกือบหลุดหัวเราะแค่คนของหน่วยราพณ์ก็พอเขย่าขวัญคนธรรมดาแล้ว ถ้าอีกฝ่ายได้เจอกับพี่หมอคงไม่เรียกว่าแค่ประหลาดหรอกและคงสรรหาคำมาเลี้ยงไม่ถูกเลยแหละ
แต่เอาน่า เดี๋ยวก็คงได้เจอ...หรือไม่ทางนั้นก็กำลังรอฟังข้อมูลอยู่เลยยังไม่ออกไปตะครุบเท่านั้นเองนิสัยพี่หมอก็อย่างนั้นนี่นะ
"เออๆ ถ้าพวกหมอผีฝรั่งนั่นอยากได้เพิ่มเดี๋ยวฉันจะเพิ่มให้แต่นี่คงเป็งานสุดท้าย ถ้าผ่านล็อตนี้ไปแล้วหมอผีพวกนี้ก็คงไม่จำเป็"
[ฉันก็คิดว่างั้นแหละ งั้นแค่นี้นะ]
"อื้ม"
หญิงสาวกดวางสายก่อนจะต่อสายอื่นเพิ่มโดยใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่เพื่อปิดบังประวัติการโทรลีเวลแอบจดจำเบอร์เอาไว้แล้วค้นในสมองว่าคุ้นเคยหรือไม่ พอพบเจอข้อมูลใบหน้าหล่อเหลาก็แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาทันที
"อ๋า~ เป็หมอนั่นน่ะเองโชคร้ายจังนะที่ถูกฉันจับได้"
และคงเป็โชคดีที่เขามาเจอในจังหวะนี้
ลีเวลไม่อยู่รอฟังการสนทนาในรอบนี้แล้วในเมื่อเขารู้แล้วว่าใครอยู่เื้ังานในครั้งนี้ถึงความจริงแล้วจะเอาข้อมูลจะเซียร์เลยมันก็ได้อยู่หรอก แต่เพื่อความชัวร์ออกภาคสนามเองน่าจะดีกว่า
แล้วยังตกได้ปลาตัวใหญ่ในทันทีซะด้วย...
"เอาล่ะ แกล้งเล่นขำๆ หน่อยก็แล้วกัน แก้แค้นเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้ฉันคนนี้ต้องตายล่ะนะ"
ชายหนุ่มผมสีแดงหัวเราะคิกคักอย่างนึกสนุก หยิบสมาร์ทโฟนออกมากดส่งข้อความหาสายข่าวของเขาเพื่อทำอะไรสนุกๆส่วนเื่เงินค่าจ้าง... อ่า... คงต้องขอคุณพ่อเซียร์ซะแล้วล่ะเพราะตอนนี้เขาเป็แค่ผีจนๆ เท่านั้นเองนี่นา
ก็ถือเป็การช่วยงานพี่หมอ เซียร์ก็คงยอมจ่ายล่ะมั้ง
เขาเดินอย่างอารมณ์ดีไปได้สักพักก็เจอกับพี่หมอที่ยืนกอดอกพิงกำแพงเหมือนรออยู่แล้วลีเวลรีบยิ้มสดใสแล้วปรี่เข้าไปหาในทันที
"พี่หมอ งานเสร็จแล้วเหรอ!"
"เสร็จแล้ว"
ไตรวิชญ์ตอบเสียงเรียบเฉย
"งั้นเราก็กลับบ้านกันเถอะเนอะ"
"ยัง"
"อ้าว ทำไมอ่ะ"
"ดูนู่น"
ไตรวิชญ์พยักพเยิดไปในซอย มีชายหนุ่มน่ารักคุ้นตายืนทำหน้าบูดบึ้งมองมาทางพวกเขาดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความโกรธแต่ก็ฉ่ำน้ำเหมือนคนใกล้จะร้องไห้เต็มที่ท่าทางที่มองทั้งเขาและพี่หมอนั่นเหมือนกับหมาน้อยที่ถูกรังแกแต่ไม่รู้จะฟ้องใครเลย
"เอ่อ...นี่คือคนที่เจอกันเมื่อตอนนู้นใช่ไหมพี่หมอ"
"ใช่"
"แล้วทำไมเหรอ เอ๊ะ! ดูเหมือนจะมองเห็นฉันด้วยอ่ะ!"
"ก็ลองเดินเข้าไปดูใกล้ๆ สิแล้วจะรู้ว่าทำไม"
เมื่อพี่หมอเอ่ยอย่างนั้นแล้วลีเวลก็ไม่รอช้าเดินเข้าไปในซอยมืดที่มองเห็นร่างของชายหนุ่มน่ารักที่ยืนอยู่อย่างชัดเจนแต่พอเข้าไปใกล้เข้าก็ต้องชะงัก กะพริบตาปริบๆ แล้วหันขวับไปมองพี่หมออย่างรวดเร็ว
"นี่มันศพไม่ใช่เรอะ!"
เจอศพแล้วทำไมไม่บอกจะพูดให้เขาอยากรู้จนเดินเข้ามาทำไมล่ะเนี่ย พี่หมอบ้า!
[1]ดอพเพลแกงเกอร์ (Doppelgänger) เป็ความเชื่อ มนุษย์ทุกคนบนโลกจะมีฝาแฝดของตนอยู่หากบุคคลนั้นเป็คนดี ฝาแฝดก็จะชั่วร้าย และการที่ฝาแฝดทั้งสองมาพบกันนั้นก็จะยังผลให้ทั้งคู่ต้องพบกับจุดจบของชีวิต
[2]สำนวนหัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่น - ผู้ที่ได้สิ่งซึ่งไม่เป็ประโยชน์แก่ตนหรือได้มาแต่ใช้ไม่ได้