“งานที่ฉันสั่งให้แกไปทำคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว” จ้าวเหลียงถามหลานชาย
จ้าวเหลียงเป็ผู้รับเหมารายใหญ่ ครอบครัวของเขาร่ำรวยมาแล้วจากรุ่นสู่รุ่น และที่ครอบครัวของเขารอดจากเหตุการณ์ครั้งสำคัญมาได้หลายครั้งก็เพราะเขาจ่ายเงินให้เ้าหน้าที่ไปมากมายเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ เขามีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคนคือจ้าวหวั่นฮุ่ย แต่น่าเสียดายที่ลูกชายของเขามาเสียชีวิตไปแล้วด้วยอุบัติเหตุ ถึงแม้อุบัติเหตุครั้งนั้นจะมีจุดที่น่าสงสัยอยู่มากมาย แต่เขาก็ไม่เคยได้เบาะแสใดกลับมาเลย จนเวลาผ่านไปหลายปี เขาก็เลยวางมือจากเื่นี้ลงและไม่ได้สืบหาสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายอีก
“ผมติดต่อกับเ้าหน้าที่ที่ดูแลเื่การพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่อยู่ครับคุณลุง แต่ทางโน้นขอเวลาพิจารณาดูก่อน เห็นว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับเื่นี้อยู่อีกหลายคน” จ้าวหย่งตอบ
“แกอย่าปล่อยให้เสียเวลาไปเปล่าๆ เจรจาเพิ่มค่าตอบแทนไปอีกได้เลย เราจะได้เริ่มลงมือทำงานกันเสียที เพราะยังมีงานประมูลใหญ่รอเราอยู่อีกหลายงาน ต่อไปถ้ามีการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจมากกว่านี้ ลุงคิดว่าคู่แข่งของเราก็ต้องมีเพิ่มมากขึ้น”
“ครับคุณลุง ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับ”
จ้าวหย่งเป็หลานชายที่เกิดจากน้องชายต่างแม่ของจ้าวเหลียง แต่โชคร้ายที่น้องชายและน้องสะใภ้มาด่วนจากไปก่อน จ้าวเหลียงจึงรับเลี้ยงหลานชายคนนี้มาั้แ่เด็ก ทีแรกจ้าวเหลียงตั้งใจจะเลี้ยงจ้าวหย่งไว้ให้คอยเป็มือขวาของลูกชาย แต่เมื่อลูกชายของเขาจากไปแล้ว กิจการของเขาทั้งหมดก็คงจะต้องยกให้หลานชายเป็คนดูแล ลูกสาวอย่างจ้าวหวั่นฮุ่ยนั้นคงจะเข้ามารับมือต่อจากเขาไม่ได้ เพราะจ้าวเหลียงเป็คนหัวโบราณ เขาจึงมีความเชื่ออยู่เสมอว่าผู้ชายต้องเก่งกว่าผู้หญิง ซึ่งความคิดนี้ของเขาก็สร้างปมแห่งความอิจฉาและน้อยใจให้กับจ้าวหวั่นฮุ่ยมาั้แ่เด็ก
“ผู้ช่วยฉั่ว ่นี้หวั่นฮุ่ยกับฉิงฉิงเป็ยังไงบ้าง พวกเธอไม่ได้มาเยี่ยมฉันนานแล้วนะ”
“คุณหวั่นฮุ่ยยังเข้าไปเล่นไพ่นกกระจอกที่บ่อนเหมือนเดิมครับ ส่วนคุณหนูฉิงฉิง...เอ่อ...” ผู้ช่วยฉั่วเริ่มอึกอัก
“มีอะไรก็พูดมาเถอะ”
“คุณหนูฉิงฉิงไปพบคู่หมั้นของเธอตามลำพังอยู่บ่อยๆ ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงจะลึกซึ้งไปมากแล้วครับ”
“หวั่นฮุ่ยรู้เื่นี้ไหม”
“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”
“นายส่งคนไปจับตาดูพวกเธอต่อก็แล้วกัน อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ฉันไม่อยากให้เกิดเื่ไม่ดีขึ้นก่อนที่ฉิงฉิงจะได้จัดงานแต่ง เฮ้อ...ตอนนั้นหวั่นฮุ่ยคงคิดว่าฉันไม่รู้สินะว่าเธอท้องก่อนแต่ง ยังดีที่หลินฮ่าวยังมีความรับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นฉันคงได้สั่งเก็บเขากับลูกสาวของเขาไปนานแล้ว”
“คุณท่านครับ หลินซูลี่ลูกสาวของคุณหลินฮ่าวกลับมาอยู่เมืองหลวงแล้วนะครับ ตอนนี้เธอเปิดร้านขายอาหารว่างอยู่ครับ”
“นายรู้ได้ยังไง”
“หลินซูลี่มาเช่าหน้าร้านของลูกสาวผมน่ะครับ ตอนนี้ลูกสาวของผมแยกบ้านออกมาอยู่เองแล้ว”
“ลูกสาวของนายคงอดทนกับครอบครัวสามีไม่ไหวแล้วสินะ ฉันบอกแล้วว่าให้นายไปจัดการแทนเธอตั้งนานแล้วแต่นายก็ไม่ฟัง ปล่อยให้ลูกสาวไปถูกกดขี่อยู่ได้ตั้งหลายปี”
“ลูกสาวของผมยังไม่ยอมเรียกผมว่าพ่อเลยนี่ครับ และเธอยังห้ามผมเด็ดขาดว่าอย่าเข้าไปยุ่งกับชีวิตของเธอ เป็เพราะเมื่อก่อนผมทำผิดต่อภรรยาและลูกสาวเอาไว้มากน่ะครับ ผมก็เลยไม่อยากทำให้เธอผิดหวังในตัวผมอีก เพราะฉะนั้นผมคงได้แต่รอวันที่เธอจะให้อภัย และหากเธอ้าความช่วยเหลือเมื่อไหร่ เธอก็คงจะมาบอกผมเอง”
“ก็คงเป็เพราะนายต้องมาคอยติดตามฉัน ทำให้นายไม่มีเวลากลับไปดูแลครอบครัว” จ้าวเหลียงถอนหายใจ “เอาเถอะ ฉันเชื่อว่าต้องมีสักวันที่พวกเขาจะเห็นความหวังดีของคนเป็พ่ออย่างเรา อ้อ...ผู้ช่วยฉั่ว ฝั่งจ้าวหย่งนายก็อย่าลืมส่งคนไปคอยดูเขาบ้างนะ อย่าให้เขาเที่ยวไปวางอำนาจที่ไหนอีก เดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน เราไม่สามารถใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาได้ทุกเื่อีกแล้ว”
“ครอบครัวนั้นเขารังแกลูกมากเลยหรือลูกถึงได้ย้ายออกมา ให้พ่อไปจัดการพวกเขาให้ไหม” ผู้ช่วยฉั่วถามลูกสาว
“ที่คุณกำลังพูดถึงคือครอบครัวของสามีฉันนะคะ พวกเขาจะดีหรือไม่ดีเอาไว้ฉันจะจัดการเอง” ฉั่วปิงปิงตอบ
“ปิงปิง...เมื่อไหร่ลูกถึงจะยอมให้อภัยพ่อ ตอนนั้นพ่อมีความจำเป็จริงๆ ถึงกลับมาดูแลแม่ของลูกไม่ได้ หากย้อนเวลากลับไปได้พ่อจะไม่ยอมให้เกิดเื่อย่างวันนั้นขึ้นมาเลย”
“คุณมาพูดตอนนี้จะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ แม่ไม่ได้ยินคำขอโทษของคุณอีกแล้ว และฉันก็ไม่อยากได้ยินเหมือนกัน”
“ลูกจะให้พ่อทำยังไงลูกถึงจะให้อภัยพ่อ”
“เอาเป็ว่าตอนนี้คุณลองปล่อยให้ฉันจัดการชีวิตของฉันเองก่อนนะคะ แล้วก็...วันนี้เหนื่อยมาก ถ้าคุณกินข้าวอิ่มแล้วก็กลับบ้านของคุณไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากพักผ่อน” ฉั่วปิงปิงหันหลังเดินเข้าบ้านไป ปล่อยให้ผู้ช่วยฉั่วมองตามหลังอย่างเสียใจ
“คุณพ่อครับ” ฟางิเรียกพ่อตา “คุณพ่อกลับบ้านไปก่อนเถอะครับ รอให้ปิงปิงอารมณ์ดีกว่านี้แล้วผมจะพูดกับเธอให้”
“ทำไมพวกนายถึงย้ายออกมาจากบ้านของนายกันล่ะ” ผู้ช่วยฉั่วยังไม่อยากกลับ เพราะเขามีบางอย่างที่ต้องพูดกับลูกเขย “เป็เพราะเื่ที่ปิงปิงยังไม่ท้องใช่ไหม”
“ครับ พ่อกับแม่ของผมไม่พอใจที่ปิงปิงยังไม่ท้อง” ฟางิตัดสินใจบอกความจริง “ผมไม่อยากให้ปิงปิงคิดมาก ผมก็เลยย้ายออกมาน่ะครับ”
“บ้านหลังนี้นายซื้อหรือเช่าเขาอยู่”
“ซื้อครับ แต่น้องสาวของผมเป็คนออกเงินให้ก่อน”
“เดี๋ยววันหลังฉันจะเอาเงินมาให้ นายก็รีบเอาไปคืนน้องสาวของนายก็แล้วกัน”
“ไม่ดีหรอกครับคุณพ่อ เื่นี้ปล่อยให้เราจัดการเองดีกว่า อีกอย่างปิงปิงก็ยังไม่ยอมคุยกับคุณพ่อเลยนะครับ ถ้าเธอรู้ว่าผมรับเงินมาจากคุณพ่ออีก มีหวังเธอได้โกรธคุณพ่อมากขึ้นแน่” ฟางิมองพ่อตาอย่างเห็นใจ “ปิงปิงยังฝังใจเื่ของคุณแม่อยู่น่ะครับ คุณพ่อปล่อยให้เธอทำใจอีกหน่อย ผมเชื่อว่าอีกไม่นานปิงปิงก็คงจะหายโกรธคุณพ่อแล้วล่ะครับ เอาไว้ผมจะช่วยพูดให้อีกแรง”
“อาิ ฉันมีปิงปิงเป็ลูกสาวแค่คนเดียว ฉันฝากนายช่วยดูแลเธอด้วย และถ้านาย้าความช่วยเหลือก็อย่าได้เกรงใจ ให้นายรีบไปบอกฉันทันที”
“ครับคุณพ่อ ผมจะดูแลปิงปิงให้ดี ผมสัญญาด้วยชีวิตของผมเลยครับ แต่ว่าคุณพ่อครับ คุณพ่อไม่สังเกตหรือครับว่าวันนี้ปิงปิงบอกให้คุณพ่ออยู่กินข้าวที่นี่ก่อน” ฟางิยิ้มให้พ่อตา
“ปิงปิงบอกให้ฉันกินข้าวที่นี่หรือ? เมื่อไหร่กัน”
“ทุกทีที่คุณพ่อมาหา ปิงปิงก็มักจะไล่คุณพ่อกลับทันทีเลยนี่ครับ แต่วันนี้เธอบอกว่าถ้าคุณพ่อกินข้าวอิ่มแล้วค่อยให้คุณพ่อกลับ”
“นั่นน่ะสินะ แต่ว่าพวกนายกินข้าวเย็นกันแล้วไม่ใช่หรือ” ผู้ช่วยฉั่วยิ้มอย่างดีใจ
“วันนี้ปิงปิงเรียนทำหมั่นโถวกับสามชั้นตุ๋นน้ำแดงมาจากน้องซูลี่น่ะครับ เธอแบ่งเอาไว้ชามหนึ่ง ผมคิดว่าเธอน่าจะตั้งใจแบ่งไว้ให้คุณพ่อได้ลองชิม” ฟางิอธิบาย
“ขอบใจนะเ้าลูกเขย” ผู้ช่วยฉั่วอดที่จะยิ้มดีใจไม่ได้ แสดงว่าตอนนี้ลูกสาวคงเริ่มเปิดใจและอีกไม่นานลูกสาวคงจะให้อภัยเขาแล้ว
ฉั่วปิงปิงที่ยืนอยู่หลังประตูก็ได้แต่อมยิ้ม เธอรู้ว่าพ่อของเธอชอบกินสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกับหมั่นโถวที่สุด วันนี้เธอก็เลยขอให้หลินซูลี่ช่วยสอนวิธีทำให้เธอ เพราะเธออยากจะทำอาหารดีๆ ให้เขากินสักมื้อ เพื่อชดเชยที่เมื่อก่อนเธอทำตัวไม่น่ารักกับเขา
ตอนที่แม่คิดสั้นจนจบชีวิตตัวเองลงเพราะคิดว่าพ่อไม่สนใจ และคิดว่าพ่อไปมีผู้หญิงคนใหม่ ฉั่วปิงปิงโกรธพ่อของตัวเองมาก ถึงขนาดไล่เขาให้ออกไปจากงานศพของแม่ทั้งที่มีแขกมากมายอยู่ในงาน จากนั้นเธอก็ไม่ยอมพบหน้าและไม่ยอมพูดคุยกับพ่อของตัวเองอีกเลย
จนเวลาผ่านไป เธอเติบโตขึ้นและเห็นชีวิตของคนอีกมากมายที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวตอนที่ประเทศเกิดความไม่สงบ ในเมื่อตอนนี้เธอเหลือพ่ออยู่แค่คนเดียว แล้วเธอจะเก็บเอาความโกรธในอดีตมาไว้ในใจทำไม ไม่สู้เธอกับพ่อรีบปรับความเข้าใจแล้วมาใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขไม่ดีกว่าหรือ แต่ถึงจะคิดได้อย่างนั้นมันก็ยากที่เธอจะทำได้ เธอ้าเวลาปรับตัว และทุกอย่างต้องค่อยเป็ค่อยไป