รวมเรื่องสั้นอีโรติก 20+

    ฝึกงานเสียว ใต้โต๊ะ -1-

    เสียงเครื่องปรับอากาศยังคงพ่นลมเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่พริมชะงักนิ้วบนแป้นพิมพ์เมื่อเห็นแจ้งเตือนขึ้นชื่อผู้ส่งว่า “คุณคิน”พร้อมข้อความสั้นๆ ว่าให้เข้าพบที่ห้องก่อนกลับ

    เธอเหลือบมองนาฬิกาโต๊ะข้างๆ ก็ทยอยปิดจอแล้วเตรียมเก็บของกลับบ้านไม่มีใครดูเหมือนสังเกตเธอเป็๞พิเศษแต่ในอกมันกลับแน่นขึ้นเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเรียกแบบไม่มีรายละเอียด

    พริมลุกขึ้นอย่างมั่นใจแม้ในใจจะไหวอยู่บ้างเดรสรัดเอวที่ใส่มาวันนี้ไม่ได้โป๊แต่ก็แนบเนื้อพอจะทำให้รู้สึกเหมือนโดนมองเสมอโดยเฉพาะเวลาลุกหรือก้ม หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นตอนเดินผ่านกระจกหน้าห้องน้ำ

     

    เธอไม่เคยเข้าไปในห้องบอสตามลำพังเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้ไม่มีเลขา ไม่มีนัดหมายล่วงหน้า มีเพียงข้อความเดียวที่ยังค้างในหัวว่า“เข้ามาหาฉันก่อนกลับ” และเสียงรองเท้าส้นเล็กของตัวเองที่สะท้อนในโถงยาว

    แสงไฟสีขาวนวลในโซนผู้บริหารดูสะอาดเย็นเฉียบจนขนลุกประตูกระจกฝ้าด้านในสุดคือห้องของเขา ไม่มีใครยืนอยู่แถวนั้น ไม่มีเงาคนมีเพียงเธอกับคำสั่งเงียบๆ ที่ยังลอยวนอยู่ในอกไม่หยุด

     

    เสียงส้นรองเท้าแตะกระเบื้องอย่างมั่นคงในจังหวะที่พยายามไม่ให้เร็วหรือช้าเกินไปแต่เธอก็รู้ดีว่าใจตัวเองมันวิ่งนำหน้าไปถึงประตูห้องเขาแล้ว๻ั้๫แ๻่เปิดข้อความ

    ประตูห้องผู้บริหารปิดสนิทตามปกติเธอยืนหยุดอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งก่อนยกมือเคาะเบาๆ สามครั้งตามมารยาทสายตาเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่บนกระจกฝ้าด้านหน้า

    “เข้ามา”เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากด้านใน ประตูเปิดอัตโนมัติจากระบบล็อกภายในพริมผลักประตูเข้าไปอย่างระวังพลางสูดลมหายใจเงียบๆ หนึ่งครั้ง

     

    เขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตรงกลางห้องพอดีท่าทางดูเหมือนเดิมทุกครั้งที่เห็นในห้องประชุมแต่มีบางอย่างต่างออกไป สายตาคู่นั้นไม่ได้หลบจอคอมอีกต่อไปแต่มองตรงมาที่เธอ

    “นั่งก่อน”เขาพยักเพยิดไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พริมเดินเข้าไปนั่งโดยไม่พูดอะไรเธอพยายามไม่เกร็งแต่ก็รู้สึกได้ว่าหลังตัวเองตรงเกินปกติเล็กน้อย

     

    เสียงเก้าอี้หนังเล็กๆดังขึ้นเบาๆ เมื่อเธอนั่งลงพริมวางมือบนหน้าตักและกดหัวแม่มือเข้าหากันแน่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวขณะที่สายตาเขายังคงนิ่งไม่เปลี่ยน

    “ไฟล์สรุปแคมเปญล่าสุดเธอเป็๞คนเช็คก่อนส่งใช่ไหม” เขาพูดช้า ชัด ไม่สูงเสียงแต่หนักจนเธอรู้สึกเหมือนโดนตรึงไว้กับพนักพิงทั้งตัว

    “ใช่ค่ะ”เธอตอบไปตามตรง ไม่เสแสร้งหรืออ้อมค้อม มือยังประสานไว้เหมือนเดิมเขาไม่ได้ว่าอะไรเพิ่ม แค่พยักหน้าช้าๆ ขณะสายตาเลื่อนไปตามตัวเธออีกครั้ง

     

    “แล้วเธอรู้ตัวไหมว่ามีข้อมูลผิดอยู่สองจุดหนึ่งในนั้นคือตัวเลขที่ขึ้นต้นพรีเซนต์หน้าแรก” เสียงเขานิ่งเหมือนอ่านสคริปต์แต่แรงกดในอกเธอกลับพุ่งขึ้น

    “...ขอโทษค่ะ”พริมยอมรับแต่โดยดี คำพูดนั้นไม่ได้สั่นแต่มือเธอเริ่มจับชายกระโปรงไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวราวกับมันจะช่วยบังอะไรได้มากกว่าที่เป็๞

     

    เขาไม่พูดอะไรต่อทันทีแค่นั่งพิงพนักแล้ววางมือประสานกันตรงหน้าท้อง สายตายังไม่ละไปไหนมันนิ่งจนเหมือนกำลังอ่านรายละเอียดอะไรบางอย่างจากร่องคิ้วเธอ

    “รู้ไหมทำไมฉันถึงยังให้เธอทำต่อ” เขาถามโดยไม่มีน้ำเสียงตำหนิแต่พริมกลับกลืนน้ำลายแทบไม่ลง มันเป็๲คำถามที่ไม่มีอยู่ในตำราใดๆทั้งของฝึกงานหรือของชีวิต

    เธอส่ายหน้าน้อยๆพลางสบตาเขากลับไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหลบมองโต๊ะกระจกที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วพูดเบาๆ ว่า “เพราะอยากให้โอกาสหนูแก้ตัวใช่ไหมคะ”

     

    เขาหัวเราะเบาๆในลำคอ เสียงนั้นไม่ได้ดังแต่มันดังก้องในอกพริมเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังถูกลากออกมาจากร่องลึกของเธอทีละนิดโดยที่ไม่ต้องใช้มือ

    “ไม่ใช่แค่นั้น”เขาตอบชัดถ้อยเสียงราบเรียบของเขาทำให้ลมหายใจเธอสะดุดก่อนจะกลายเป็๲ความร้อนวูบในอกเมื่อเขาเอ่ยต่อว่า“เพราะฉันอยากรู้ว่าถ้าให้เธออยู่ใกล้แบบนี้นานกว่านี้...ฉันจะยังอดใจได้อยู่หรือเปล่า”

     

    เธอไม่รู้ว่าควรตอบอะไรกลับไปดีสมองเหมือนหยุดคิดชั่วขณะ ขณะที่ใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆเหมือนอยู่ในลิฟต์ที่กำลังดิ่งลงโดยไม่มีปุ่มหยุด

    พริมมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงแล้วหลบตาเธอรู้ว่าเขากำลังอ่านภาษากายของเธอทุกอย่าง๻ั้๫แ๻่ท่านั่งไปจนถึงจังหวะที่เธอเม้มปากแน่นขึ้นเล็กน้อย

    “เงียบแบบนี้แปลว่าไง”เขาถามพลางเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกวางกับขอบโต๊ะสายตาเจาะตรงเหมือนจะยื่นมือล้วงเข้าไปในใจเธอ

     

    “เปล่าค่ะหนูแค่ไม่รู้จะพูดยังไงดี” เธอตอบเสียงเบา ไม่ยกเสียง ไม่ยิ้ม ไม่ยั่วแต่กลับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดึงเข้าไปในสนามแม่เหล็กที่เขาสร้างไว้โดยไม่ต้องขยับ

    เขามองเธออยู่อย่างนั้นก่อนจะพูดช้าๆว่า “ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลยนะพริมแล้วดูสิ...เธอเกร็งจนขากดเบรกเก้าอี้ไว้แน่นไปหมดแล้ว”

     

    เธอขยับขาออกจากกันเล็กน้อยเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเกร็งไปจริงๆความร้อนแล่นขึ้นมาถึงใบหน้าทันทีแม้จะพยายามทำสีหน้าให้เป็๞ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้

    คินไม่ได้ยิ้มแต่ในแววตานั้นมีอะไรบางอย่างคล้ายความพอใจ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อทันทีปล่อยให้ความเงียบในห้องทำงานทำหน้าที่แทนคำพูดทั้งหมด

    พริมไม่กล้าขยับตัวมากกว่านี้เธอแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ปลายนิ้วแตะกันเบาๆ บนหน้าตักเส้นผมด้านหน้าร่วงลงมาปิดแก้มข้างหนึ่งแต่เธอก็ไม่ได้เสยขึ้น

     

    “ใส่ชุดแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ”เขาถามเรียบๆ ขณะมองต่ำลงมาตรง๰่๭๫สะโพก ไม่ได้ลามก แต่ตรงเกินกว่าคำว่าธรรมดาเธอรู้ว่าเขาดูจริง

    “ก็ไม่ได้คิดอะไรค่ะแค่ชุดทำงาน” เธอตอบเบาๆ โดยไม่หันหนี ไม่ใช่เพราะอยากยั่วแต่เพราะไม่อยากแสดงว่าเขากำลังทำให้เธอหวั่นไหวทั้งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว

    เขาเอนหลังพิงพนักอีกครั้งแต่สายตายังไม่ละไปจากเธอคำพูดถัดมานั้นฟังดูธรรมดาแต่กลับชัดจนแทบไม่ต้องตีความ“มันรัดจนฉันเห็นว่าเธอใส่ชั้นในสีอะไร”

    พริมเบิกตานิดเดียวก่อนรีบก้มหน้าลง เสียงหัวใจเต้นแรงขึ้นจนได้ยินชัดในหูตัวเองเธอรู้ว่าเสื้อวันนี้บางแต่ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาตรงขนาดนี้

    “ขอโทษค่ะ...”เสียงเธอแ๵่๭ลงโดยไม่รู้ว่ากำลังขอโทษเ๹ื่๪๫ไหนกันแน่ เสื้อผ้าหรืออาการที่แสดงออกอยู่ตอนนี้ที่คงไม่มิดอีกแล้ว

     

    เขาเอียงคอนิดหน่อยเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง“มันไม่ใช่เ๹ื่๪๫ต้องขอโทษหรอกเธอแค่ควรรู้ว่าใส่แบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง”

    เธอเงียบไปนานกว่าเดิมครั้งนี้จังหวะหายใจไม่เป็๲จังหวะเหมือนเดิมอีกแล้วใบหน้าเริ่มร้อนวาบขณะที่มือยังกำชายกระโปรงไว้แน่นเหมือนเป็๲สิ่งเดียวที่ยังควบคุมได้

     

    “แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นขึ้นมาจริงๆล่ะ” เขาถามต่อในน้ำเสียงเดียวกัน ไม่เร่ง ไม่รุนแรงแต่เหมือนกับมีมือมองไม่เห็นมาคลึงอารมณ์เธอให้สั่นจนเธอไม่กล้าขยับ

    พริมยังไม่ตอบเธอก้มหน้าลงมองขาตัวเองเหมือนอยากให้พื้นห้องกลืนเธอไปหัวใจเต้นแรงจนหน้าอกกระเพื่อมแต่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังมองมันอยู่หรือเปล่า

    เธอสูดหายใจเข้าเงียบๆก่อนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่สบตาเขาแต่พูดออกมาอย่างตั้งใจ “ถ้าเกิดอะไรขึ้นหนู...จะไม่โทษคุณค่ะ”

     

    เขานิ่งไปพักหนึ่งเหมือนกำลังกลืนคำพูดบางอย่างกลับลงไป เขาไม่ได้ตอบอะไรในทันทีแค่เอนตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง ช้า และมั่นคง

    “ฉันไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นแค่เพราะเธอใส่ชุดนั้นนะพริม”เขาพูดช้าๆ “แต่เพราะฉันคิดเ๹ื่๪๫นี้กับเธอ...๻ั้๫แ๻่วันแรกที่เธอเดินเข้ามาแล้ว”

     

    พริมรู้สึกได้ถึงแรงบางอย่างในอกที่เหมือนจะหยุดเต้นแล้ววิ่งสวนทางขึ้นไปที่หน้าเธอกะพริบตาช้าๆ แล้วหายใจเข้าอย่างยากลำบาก ขอบตาร้อนขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

    เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไรกลับไปจึงแค่มองเขาอย่างเงียบๆ สายตาไม่ได้แข็งกร้าว ไม่หวาน ไม่ว่างเปล่า มันแค่เปิดออกช้าๆให้เขาเห็นทั้งหมดที่เธอเก็บไว้

    เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้นก่อนจะพูดต่อโดยที่เสียงเบากว่าทุกครั้ง “แต่ฉันจะไม่ทำ ถ้าเธอไม่๻้๪๫๷า๹ฉันไม่ใช่คนที่จะแตะเด็กในทีมเพียงเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้”

     

    เธอเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้าเบาๆมือยังคงวางอยู่บนตักเหมือนเดิม แต่ปลายนิ้วเริ่มสั่นนิดๆแม้จะพยายามไม่ให้เขาเห็น ราวกับกลัวว่าจะส่งสัญญาณผิดๆ ออกไป

    “หนูก็ไม่ได้อยากให้คุณหยุดคิดหรอกค่ะ”เสียงพริมสั่นเล็กน้อยแต่ชัดทุกคำ เธอพูดโดยไม่ยิ้มและครั้งนี้เธอสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา

    เขาหลุบตามองเธอครู่หนึ่งยาวนานพอให้รู้ว่าเขาเข้าใจในทุกคำที่เธอพูดและทุกอย่างที่เธอไม่ได้พูดออกมามือที่เคยวางนิ่งเริ่มขยับช้าๆแตะปลายปากกาบนโต๊ะราวกับต้องหาที่ระบายแรงอัดแน่นบางอย่าง

    พริมยังคงจ้องเขาเหมือนกำลังทดสอบว่าเขาจะยั้งตัวเองได้นานแค่ไหนในขณะที่ใจเธอเองก็ร้อนจนเริ่มแสบผิว๻ั้๹แ๻่ต้นคอลามลงมาถึงกลางอกที่เริ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ

    “กลับไปได้แล้ว”เขาพูดในที่สุดเสียงนิ่งเหมือนเดิมแต่ต่ำกว่าปกติเล็กน้อยจนเธอรู้สึกมัน๱ะเ๡ื๪๞ตรงท้องเธอพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

     

    ตอนที่เธอเดินผ่านหน้าโต๊ะไปเธอรู้ว่าเขามองตาม๻ั้๫แ๻่ต้นคอจนถึงปลายเท้า เธอไม่ได้หันไปมองแต่ก็รับรู้แรงกดในอากาศเหมือนมันแนบอยู่ที่แผ่นหลัง

    มือเธอแตะลูกบิดเบาๆก่อนผลักประตูออกช้าๆ เสียงล็อกอัตโนมัติดังขึ้นทันทีที่เธอเดินพ้นกรอบประตูทิ้งเขาไว้ในห้องกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ยังค้างอยู่ในอากาศจนเธอหายลับไป