แต่ชั่วขณะนี้แม่นมที่ร่างกายแข็งแรง กำลังกุลีกุจอถอดเสื้อชุดด้านนอกออกคลุมให้คนทั้งสองกำลังจะอุ้มกลับเรือนใครเรือนมัน!
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้หลายต่อหลายคนต่างเห็นเชวียหนิงเชี่ยนรังแกพี่สาวของตนเองเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งจะเริ่มวันสองวันแต่ครั้งนี้กล้าที่จะผลักพี่สาวให้ตกลงไปในน้ำทั้งคู่ ช่างใจกล้าอะไรเช่นนี้!
ทว่าปลายหางตากลับเห็นแม่นมคนหนึ่งหยุดยืนมองจากอีกฝั่งของปลายสะพานด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่นานจึงเดินจากไป
“ตุบ… ตุบ...” หัวใจของต้วนชิงหมิงดังขึ้นครู่หนึ่งถ้าเอาตามความรู้สึก แม่นมสองคนนี้น่าจะเป็นแม่นมที่อยู่มานาน! ดูท่าทางถ้าต้องการมาช่วยเชวียหนิงหรานจริง คงต้องให้แม่นมนี้ยื่นมือเข้ามาช่วย!
ต้วนชิงหมิงจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาพลางเงยหน้าขึ้นไปมองเชวียหนิงเชี่ยนด้วยความผิดหวังเป็นที่สุด พูดว่า “คุณหนูสาม... คุณหนูรองเป็นถึงพี่สาวของคุณหนู เหตุใดถึงใจไม้ไส้ระกำผลักนางตกน้ำต่อหน้าผู้คนมากมายจิตใจคุณหนูทำด้วยอะไร หรือเพราะว่านางเป็นลูกสาวภรรยาเอก จึงตั้งใจกลั่นแกล้งจิตใจคุณหนูช่างดำมืดไม่เหลือที่ไว้ใครอีกแล้วหรือ”
“ข้า... ข้าแค่ผลักนางไปเบาๆ เท่านั้น!”
นางรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน!แม้จะทำอะไรวู่วาม แต่ก็ไม่โง่เขลานางรู้ว่าโทษของการทำร้ายลูกสาวภรรยาเอกเป็นอย่างไรเพียงแค่คิดแต่ไม่กล้าเอื้อนเอ่ย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูฮูหยินเข้าไม่รู้ว่านางจะลงโทษอย่างไร!
เพียงคิดว่าจะต้องคุกเข่าที่พื้นตลอดทั้งคืนเชวียหนิงเชี่ยนก็กลัวจนตัวสั่น จึงร้องเสียงดังว่า “ข้าแค่ผลักนางเบาๆใครจะไปรู้ว่านางจะบอบบางและตกไปในน้ำเช่นนั้นเล่า” ในที่สุดนางก็ยอมรับว่าผลักเชวียหนิงหรานตกน้ำ
ได้ ขอเพียงเจ้ายอมรับผิด เรื่องนี้ก็จัดการไม่ยาก!
มองไปโดยรอบเห็นบ่าวรับใช้มามุงดูเยอะขึ้นเรื่อยๆบ่าวบางคนเริ่มจับกลุ่มวิจารณ์เสียงเบาต้วนชิงหมิงยังคงนั่งน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบหน้าลงมาไม่หยุดร้องไห้ไปพลางทำท่าเช็ดน้ำตาไปพลาง
“เจ้ารังแกข้าเพราะเห็นว่าอายุน้อยกว่าแถมยังด่าทอลูกสาวภรรยาเอกจวนต้วนว่าไร้ซึ่งความสามารถเดิมทีเจ้าด่าทอก็เพียงพอแล้ว แต่ผิดมหันต์ตรงที่ คุณหนูรองไม่ควรช่วยพูดแทนข้าเช่นนั้นหรือเจ้าจึงด่าว่าลูกสาวภรรยาเอกไม่ได้เรื่อง พอเจ้าพูดก็โมโหขึ้นมามิหนำซ้ำยังผลักคุณหนูรองตกน้ำ ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าเกลียดลูกสาวภรรยาเอก...ใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงเป็นลูกสาวภรรยาเอกจวนต้วนแต่เชวียหนิงเชี่ยนยังกล้าด่าทอ เห็นได้ชัดว่า นางไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกสาวภรรยาเอกจวนอื่นฉันใดก็คงไม่ได้ใส่ใจลูกสาวภรรยาเอกจวนเชวียฉันนั้น!ฉะนั้นกล้าที่จะผลักลูกสาวภรรยาเอกร่วงลงน้ำและจาบจ้วงไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดวันนี้เมื่อวานเสียเมื่อไร?
ทางด้านบ่าวรับใช้หลายคนเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมา
“ใช่แล้วๆ คุณหนูลูกของอี๋เหนียงสามรังแกลูกสาวภรรยาเอกในจวนก็ไม่ไหวแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะแกล้งลูกสาวภรรยาเอกจวนอื่นอีกหรือว่านางจะรังแกลูกสาวภรรยาจวนอื่น เหมือนที่จวนเชวีย?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว...อี๋เหนียงสามได้รับการโปรดปราน คุณหนูสามจึงไม่สนใจใคร เรื่องนี้นอกเสียจากท่านคุณปู่และท่านคุณย่าแล้วมีใครบ้างที่ไม่รู้?” เสียงวิจารณ์เห็นชัดว่ามาจากกลุ่มบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ ทว่าไม่เห็นว่าใครเป็นคนพูดโชคดีตรงที่ทุกคนต่างมาดูด้วยตนเองเพื่อความบันเทิงโดยไม่ได้สนว่าคำพูดนี้ลอยมาจากที่ไหน!
…...
ต้วนชิงหมิงเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าพลันร้องไห้เสียงดังขึ้นไปอีก “คุณหนูสามข้าเห็นเจ้าแล้วก็ทักทาย คุณหนูรองยังชมเจ้าว่ามีมารยาทแต่เจ้ากลับกลั่นแกล้งข้ากับคุณหนู... ฮือ ฮือ เจ้าทำเกินไปแล้วข้าจะกลับไปฟ้องท่านพ่อของเจ้า ให้ตัดสินให้กับข้า ว่าเจ้ามากลั่นแกล้งข้า!”
เชวียหนิงเชี่ยนได้ฟังรู้สึกว่าสิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดมานั้นยิ่งเลอะเทอะไปหมดในใจเริ่มหวาดกลัว จึงตะโกนออกมาสุดเสียง “ถ้าเจ้ากล้าบอกท่านพ่อของข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!”
อีกฝ่ายทำท่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกยกมือขึ้นชี้นิ้วไปที่เชวียหนิงเชี่ยน ด้วยความตระหนกพูดว่า “เจ้าพูดอะไรนะ เจ้าจะฆ่าข้า... เจ้าไม่เพียงกลั่นแกล้งข้ายังคิดจะฆ่าข้าอีก... ฮือ ฮือ!”
เด็กสาวไม่เพียงไม่หยุดร้องยังอ้าปากร้องเสียงดังลั่นขึ้นไปอีก เพื่อเรียกร้องความสนใจจากบ่าวรับใช้ทั้งหลาย!ที่จริงเชวียหนิงเชี่ยนแค่ต้องการจะขู่นางเท่านั้น แต่นึกไม่ถึงว่านางจะหวาดกลัวขึ้นมา ยิ่งร้องไห้เสียงก็ยิ่งดังขึ้น!
มองไปทางไหนก็พบแต่สายตาหวาดกลัวระคนตกใจกันไปหมดเชวียหนิงเชี่ยนจึงตะโกนเสียงดังหันไปผลักต้วนชิงหมิงอย่างแรง “เจ้าไปตายเสียเถอะ!”
ต้วนชิงหมิงที่ยังยืนซวนเซไม่นิ่งถูกเชวียหนิงเชี่ยนผลักลงไปในน้ำ!
นางร้อง “ว้าย” เสียงดังออกมาพลันร่วงลงไปในทะเลสาบน้ำเย็นยะเยือก!ต้วนชิงหมิงร้องโวยวายตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำไม่หยุด...นางเพียงแค่ต้องการช่วยระบายความโกรธแทนเชวียหนิงหราน แต่ไม่อยากร่วงลงน้ำไปด้วย!ฮือ ฮือ... เชวียหนิงเชี่ยน เจ้ามันโหดร้ายเกินไปแล้ว ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าลอยนวลได้เป็นเด็ดขาด!
ในน้ำที่เย็นยะเยือกเคว้งคว้างยากจะควานหามือใครมาช่วยต้วนชิงหมิงตะเกียกตะกายเพื่อหายใจ ใกล้จมน้ำ ทว่าเห็นภาพพร่ามัวอีกฝั่งของทะเลสาบราวกับนกกระเรียนขาวกระโดดลอยขึ้นไปบนอากาศและว่ายน้ำข้ามมาเพียงแวบเดียวก็มาอยู่ที่ข้างกายนาง ใช้มือคว้าร่างเด็กสาวที่เพิ่งจมน้ำลงไป!
เมื่อมีคนเพิ่มมาอีกคนทำให้ต้องใช้กำลังขามากขึ้นเพื่อรับน้ำหนักเขาว่ายน้ำหมุนตัวใช้ปลายเท้าถีบไปที่เสาหินฐานของสะพานที่ต้วนชิงหมิงตกลงมาเป็นแรงผลักเพื่อกลับเข้าฝั่งพริบตาเดียวก็อุ้มต้วนชิงหมิงกระโดดขึ้นฝั่งได้ เหมือนนกกระเรียนขาวโบยบินขึ้นสู่นภากาศ!
พระพายข้างหูพัดโชยไปมา แผ่นดินท้องฟ้าสับสนไปทั้งหมดต้วนชิงหมิงไม่เคยมีประสบเหตุการณ์ที่อันตรายเช่นนี้มาก่อนนางรู้สึกตระหนกตกใจกลัวขึ้นมาจับจิตจับใจ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวในฉับพลัน!ใช้สองมือรวบกอดคอเขาไว้แน่น กลัวว่าถ้าไม่ระวังจะร่วงลงน้ำไปอีก!
พลันได้ยินเสียงพูดคล้ายกระซิบอยู่ข้างหู “คุณหนูต้วนมั่นใจหรือว่าจะกอดข้าแน่นไว้เช่นนี้? ” เสียงนั้นช่างไพเราะชวนเคลิบเคลิ้มถึงปานนี้
นางตกใจค่อยๆลืมตาขึ้น รู้สึกอีกทีเท้าก็เหยียบอยู่บนพื้นแล้ว จึงรีบผลักชายคนนั้นออกพูดโมโหว่า “เจ้าคนฉวยโอกาส!” พลันเงยหน้าขึ้นมองก็พบเหยียนหลิ่งอวี๋ ดวงตาเบิกโพลงขึ้นทันที
“ต้วนชิงหมิง เจ้าอย่าลืมว่า เมื่อครู่เป็นข้าที่ช่วยเจ้าไว้!”
เหอะ!หลิวยวนนั่นช่วยเจ้าเพียงครั้งเดียวยังเรียกว่า ‘พี่ชายอย่างนั้นพี่ชายอย่างนี้’ ส่วนเขาไม่รู้ว่าช่วยชีวิตเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยที่ไม่มีจิตใจผู้นี้มาแล้วตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งทว่าทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ถ้าไม่ยิ้มจอมปลอมให้ ก็พูดโกรธเคืองขึงขัง แล้วจะให้คนที่ยโสโอหังอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกอย่างไรกัน?
นางจึงกลืนน้ำลายอย่างสุดกำลังพูดอึกอักว่า “อย่างนั้น... ขอบคุณองค์ชายสามมากเพคะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่ใบหน้าของนางด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับคล้ายแสงตะวันที่สาดส่องไปบนผืนน้ำเปล่งประกายด้วยแสงสีทองของดวงอาทิตย์ภายใต้เงาสะท้อนของคลื่นและแสงแดด จากมุมที่ต้วนชิงหมิงมองสามารถเห็นจมูกเป็นสัน ริมฝีปากชมพูระเรื่อ มองเห็นทุกมุมอย่างเด่นชัดงดงามจนทำให้ใจเต้นระรัว
แน่นอนว่าเพียงองค์ชายสามพูดก็สามารถทำให้คนใจเต้น เคลิบเคลิ้มได้
องค์ชายสามทำทีกระแอมกระไอเลิกคิ้วสูงถามขึ้น “เหตุใดเจ้าไม่พูดว่าขอบคุณองค์ชายจอมฉวยโอกาสล่ะ?”
รู้ว่าองค์ชายบางท่านก็มีจิตใจคับแคบ เมื่อคิดได้ดังนั้น พลันเห็นใบหน้าของนางซีดขาวขึ้นมาอีกครารีบยิ้มอย่างขวยเขิน “เหอะๆ...เมื่อครู่ต้วนชิงหมิงตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อจึงไม่ทราบว่าองค์ชายสามมาช่วยชีวิตไว้เจ้าค่ะ!” ถ้ารู้ว่าคนที่ช่วยนางเป็นองค์ชายสามต่อให้จะกล้าสักเท่าไร ก็คงไม่กล้าเรียกว่าจอมฉวยโอกาส!
ภายใต้แสงตะวันที่งดงามนางแหงนหน้าใบน้อยเท่าฝ่ามือ มองยิ้มอย่างเอาอกเอาใจถ้าต้องการยิ้มเสแสร้งแค่ไหนก็มีเท่านั้น ถ้าต้องการบึ้งตึงแค่ไหน ก็มีให้เท่ากัน!
นางหน้านิ่วคิ้วเริ่มขมวดยิ้มจนเหนื่อยหอบ เหมือนลูกหมาที่น่าสงสารมองไปยังเหยียนหลิ่งอวี๋ ในใจแอบตำหนิตัวเองเสียยกใหญ่ว่า ถ้ารู้ว่าคนที่ช่วยเป็นองค์ชายนางยอมที่ตกน้ำตาย ถือซะว่าเป็นการแช่อ่างอาบน้ำแล้วกันดีเสียกว่าจะต้องมาปั้นยิ้มและเป็นหนี้บุญคุณกัน!
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่สายตากลับกลอกไปมาของนางก็รู้ว่านางไม่ได้คิดดีเป็นแน่ จึงเปลี่ยนสีหน้าค่อยๆ ก้าวไปด้านหน้าก้าวหนึ่งใช้น้ำเสียงกัดฟันพูดกับนางว่า “ต้วนชิงหมิงเจ้ากล้าด่าข้าในใจหรือ? หรือจะให้ข้าโยนเจ้าลงไปในน้ำใหม่อีกรอบดีเพื่อให้เจ้าได้ใส่ร้ายเชวียหนิงเชี่ยนอีกครั้ง?”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังจึงตกใจดวงตาเปิดกว้างเท่าจะมากได้ ใบหน้าถอดสีเป็นซีดเผือดราวกับหิมะขาวโพลน...เขามาอ่านใจนางได้ยังไง? ไม่ว่านางคิดอะไรเขาล้วนรู้ทั้งหมด?
ผงะถอยหลังไปสองก้าวไม่มีวิธีรับมือ นางจึงมองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ พยักหน้าอยู่หลายที “ไม่เอา ข้าไม่อยากลงไปจับปลาอีก!”