“ท่านหลี่ิในตอนนี้ไม่อยู่เ้ามีธุระอันใดหรือ เกาซุน” เสียงแหลมของหญิงสาวเปล่งออกมาพลางหอบหายใจเบา ๆสีหน้าของนางไม่สู้ดีเสียเท่าไหร่
“คือ-”เกาซุนกำลังจะพูดบางอย่างแต่ก็ถูกเหิงเยว่พูดแทรกขึ้น “ข้านำโอสถมาให้ตามที่ท่านหลี่ิขอเอาไว้”
สตรีนางนั้นเหลือบมองหอผ้าสีขาวตรงมือของเหิงเยว่พลางเผยยิ้มออกมา“ไม่คิดเลยว่าท่านจิวซื่อจะยอมส่งยานี่มาให้ข้าในทันทีนั่นเพราะตามปกติแล้วท่านจิวซื่อคงจะไม่ยอมนำมันมาส่งอย่างแน่นอน”นางเว้น่ก่อนปล่อยหัวเราะออกมาเบา ๆ “แม้คำพูดคำจาของนางจะดูโหดร้ายแต่ก็ผิดกับสิ่งที่นางปฏิบัติอยู่หลายขั้น”
“เข้ามาด้านในก่อนสิ”นางเหลือบมองเกาซุนจากนั้นหรี่ตาลงราวกับเป็สัญญาณบางอย่าง
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับไปเฝ้ายามที่ประตูหน้าก่อนแล้วกัน”เกาซุนว่าแบบนั้นก่อนจะเดินจากไปอย่างว่าง่าย
เหิงเยว่ตอบรับคำเชิญของนางด้วยการเดินเข้าไปยังพำนักและทั้งสองก็ไปหยุดที่โต๊ะรับรองแขก
“ช่วยบอกนามของท่านให้ข้ารู้ได้หรือไม่”
“หลี่ผิง แล้วท่านล่ะ มีนามว่าอะไร”นางตอบกลับระหว่างที่รินน้ำชาลงแก้วเบื้องหน้าของเหิงเยว่ ก่อนยื่นชาแก้วนั้นให้
“เหิ-”เหิงเยว่หยุดคำในทันทีที่นึกขึ้นได้ว่า ตัวเองควรเปิดเผยสถานะในตอนนี้กับคนอื่น ๆหรือยัง เพราะหากไม่ระวัง จิ่นเลี่ยนจะต้องรู้แน่ว่าเขายังไม่ตายดังนั้นการใช้ชื่อปลอมก็เป็เื่ที่จำเป็
ซึ่งการหยุดคำพูดกะทันหันแบบนั้นมันค่อนข้างดูน่าสงสัยสตรีที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็กระพริบตาปริบ ๆ คอยว่าเขาจะพูดอะไร
“เหิงเฟย... ข้าชื่อเหิงเฟย”เมื่อนางรินชาจนเต็มแก้ว เหิงเยว่ก็กล่าวขอบคุณออกไปพร้อมกับหาทางเปลี่ยนเื่ในคราเดียวกัน“ขอบใจแล้วท่านหัวหน้าพรรคล่ะ เขาจะกลับมาเมื่อใด” เหิงเยว่วางห่อผ้าขาว จากนั้นแก้ปมที่ผูกเอาไว้
“เขาออกไปประชุมหาลือกับพรรคอื่นในระแวกนี้น่ะกว่าจะกลับก็คงอีกสองหรือสามวัน ส่วนจดหมายนั่นข้าก็เป็คนเขียนและฝากต้าเหลียวนำไปให้ท่านจิวซื่อเอง”
“แล้วเหิงเฟย ท่านจิวซื่อเป็อะไรกับท่านอย่างงั้นหรือ”
“สตรีท่านนั้นมีพระคุณต่อข้าเป็อย่างมาก” เขาลูบไปที่แขนกลไล่ลงมาเรื่อยๆ “หากไม่ได้นางข้าคงจะไม่มีลมหายใจจนถึงตอนนี้”
“ข้าไม่เคยเห็นแขนเทียมที่รูปร่างแปลกประหลาดเช่นนั้นมาก่อนมันขยับได้จริงงั้นหรือ เพราะปกติแล้วการควบคุมแขนเทียมให้สมบูรณ์นั้นเป็เื่ยาก”
“ฮะ..ฮะ”เขาหัวเราะออกมาแห้ง ๆ เพราะก่อนหน้านี้เหิงเยว่ก็ใช้แขนกลนั่นช่วยแก้ปมห่อผ้าขาวอยู่“เมื่อครู่ข้าก็ใช้แขนนี่ในการแก้ปมห่อผ้านั่นมิใช่หรือถ้าหากมองไม่ทันข้าจะขยับแขนให้ท่านหายสงสัยก็แล้วกัน”
เหิงเยว่บังคับแขนกลหยิบขวดโอสถเทเม็ดยาด้านในออกมาบนฝ่ามือในตอนนี้เขาบังคับแขนกลราวกับเป็อวัยวะที่มาทดแทนกับแขนขวาที่หายไปเรียบร้อยแล้ว
“ท่านได้แขนเทียมนี้มาแต่ใดกันหากแขนเทียมเช่นท่านเผยแพร่ออกไปทั่วทุกสารทิศ ผู้คนพิการคงจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เป็แน่”นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ให้ความสนใจกับแขนเทียมตรงหน้าแบบ สุด ๆ
“ก่อนอื่นท่านควรทานโอสถนี่เข้าไปได้แล้วหลี่ผิง เ้ากำลังป่วยอยู่มิใช่หรือ”
“เหตุใดท่านจึงมองออกกันล่ะว่าข้ากำลังป่วย”นางถามออกมาด้วยความสงสัยพลางแบมือรับเม็ดยาจากเหิงเยว่
“ก็-” เหิงเยว่กำลังจะอธิบายเหตุผลแต่ได้ยินเสียงะโของใครบางคนขัดขึ้นมา
“แย่แล้ว!ท่านหลี่ผิง !” เสียงนำมาไม่กี่อึดใจเสียงผลักประตูเปิดอย่างสุดแรงก็ตามมา จากนั้นปรากฏร่างของชายหนุ่ม
“แฮก... แฮก...” เขาก้มลงมือชันหัวเข่าพร้อมส่งเสียงหอบหายใจออกมาอยู่ครู่หนึ่งซึ่งความไม่ชอบมาพากลนี้ทำให้หญิงสาวลุกจากที่นั่งวิ่งเข้าไปหาเหิงเยว่ก็ทำแบบนั้นเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ ลู่เจ๋อ”
“พะ...พวกนั้น” เขาถอนลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะว่าต่อ“พวกนั้นมันกลับมาอีกแล้วท่านหลี่ผิง!”
“พวกนั้น...” เหิงเยว่เอ่ยออกมาเบาๆ เพราะเขาไม่เข้าใจว่าลู่เจ๋อ้าจะสื่ออะไรกันแน่แต่สำหรับหลี่ผิงแล้วนางรับรู้เป็อย่างดี
“หรือเ้าจะหมายถึงพวกมัน!”