บทที่ 6: หนึ่งเดือนในความมืด
แววตาของเย่เฉินที่ทอประกายขึ้นในความมืดนั้น ปราศจากความลังเลหรือความขยะแขยงใดๆ อีกต่อไป จิตใจของเขาถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยความแค้นอันแสนสาหัส การจะกลืนกินซากศพเพื่อความแข็งแกร่งนั้น เทียบไม่ได้เลยกับความปรารถนาที่จะได้เห็นใบหน้าที่สิ้นหวังของเซียวอี้เฟิง
เขาเริ่มเคลื่อนไหว...
ร่างกายที่ยังคงาเ็สาหัสทำให้ทุกย่างก้าวเป็ไปด้วยความยากลำบาก เขาลากสังขารของตนเองออกจากบ่อน้ำพุโลหิตทมิฬ และเริ่มสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างเชื่องช้า ความมืดมิดและไอเย็นะเืที่เคยทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่น บัดนี้กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยราวกับเป็บ้านของตนเอง
ในที่สุดเขาก็พบมัน...
ห่างจากบ่อน้ำพุไปราวร้อยเมตร มีโครงกระดูกขนาดมหึมาของสัตว์อสูรชนิดหนึ่งนอนทอดร่างอยู่ มันคงตกลงมาตายที่นี่เมื่อหลายร้อยปีก่อนจนเนื้อหนังเน่าเปื่อยไปหมดสิ้น เหลือเพียงโครงกระดูกสีขาวโพลนที่ยังคงแผ่กลิ่นอายแห่งพลังจางๆ ออกมา
เย่เฉินไม่ลังเล เขาวางมือลงบนโครงกระดูกนั้นและเริ่มเดินเคล็ดวิชา "เตาหลอมแห่งความโกลาหล" ทันที
วังวนสีดำปรากฏขึ้นในมิติภายในจิตใจของเขาอีกครั้ง พลังดูดกลืนอันมหาศาลแผ่ออกมา โครงกระดูกมหึมานั้นเริ่มสั่นะเื ก่อนจะค่อยๆ สลายกลายเป็ธุลีผงสีขาวและถูกดูดเข้าไปในวังวนนั้นอย่างรวดเร็ว!
กระบวนการนี้กินเวลาไปเกือบหนึ่งชั่วยามเต็มๆ เมื่อโครงกระดูกชิ้นสุดท้ายถูกกลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้น เตาหลอมแห่งความโกลาหลก็ได้ปลดปล่อยพลังงานาที่บริสุทธิ์และเข้มข้นกว่าครั้งก่อนออกมาหลายเท่า!
เย่เฉินรีบดูดซับพลังงานนั้นเข้าสู่ร่างกายทันที เขาโคจรเคล็ดวิชากายาโลหิตอย่างบ้าคลั่ง ความเ็ปจากการหลอมร่างสร้างกระดูกใหม่หวนกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เย่เฉินเพียงแค่ขบกรามแน่นและอดทนรับมันไว้ได้ดีกว่าเดิมมาก
หลังจากดูดซับพลังงานทั้งหมดจนหมดสิ้น เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของตนเองแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับ าแภายนอกเริ่มสมานตัวเร็วขึ้น และพลังสีโลหิตในเส้นเืก็เข้มข้นขึ้นอีกหนึ่งส่วน
เมื่อพบหนทางแล้ว เย่เฉินก็ไม่หยุดพักอีกต่อไป เขากลายเป็ดั่งิญญาพเนจรที่ออกตามล่า "สมบัติ" ในสุสานใต้หุบเหวแห่งนี้
โครงกระดูกของมนุษย์... กลืนกิน!
ซากของอสรพิษโบราณ... กลืนกิน!
ศาสตราวุธที่ขึ้นสนิมและแตกหักซึ่งอยู่เคียงข้างซากศพเ่าั้... กลืนกิน!
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีชีวิตหรือเคยบรรจุพลังงานเอาไว้ ล้วนถูกเตาหลอมแห่งความโกลาหลย่อยสลายจนกลายเป็เชื้อเพลิงให้แก่เย่เฉิน
เวลาในก้นเหวผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว...
หนึ่งสัปดาห์... สองสัปดาห์... จนครบหนึ่งเดือนเต็ม...
ร่างของเด็กหนุ่มที่เคยนอนจมกองเื บัดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เย่เฉินในตอนนี้ยืนหยัดขึ้นด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ร่างกายที่เคยผอมบางบัดนี้อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามที่สมส่วนและเปี่ยมไปด้วยพลังะเิ ผิวพรรณของเขาไม่ซีดเผือดอีกต่อไป แต่กลับมีประกายจางๆ ราวกับหยกเนื้อดี าแทั้งหมดหายไปจนหมดสิ้น ผมยาวสีดำขลับของเขาปลิวไสวตามสายลมเย็นในหุบเหว
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดคือดวงตาของเขา... มันสงบนิ่งและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม แต่ลึกลงไปในแววตาคู่นั้นกลับซ่อนไว้ซึ่งความเฉียบคมและอำมหิตดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคอเหยื่อได้ทุกเมื่อ
"ฟิ้ว!"
เย่เฉินลองปล่อยหมัดชกออกไปในอากาศอย่างเรียบง่าย แต่กลับเกิดเสียงลมแหวกอากาศที่รุนแรง! เขาลองหันไปชกเข้าที่ผนังหินของถ้ำ
"ตูม!"
เกิดรอยร้าวลึกปรากฏขึ้นบนผนังหินแข็ง! นี่คือพลังกายภาพล้วนๆ ที่ไม่เจือปนด้วยพลังปราณแม้แต่น้อย! พลังในตอนนี้ของเขา หากเทียบเป็ระดับขั้น คงไม่ด้อยไปกว่าผู้บำเพ็ญเพียรในขอบเขตรวบรวมปราณขั้นปลายเลยแม้แต่น้อย แต่รากฐานกายาของเขานั้นแข็งแกร่งกว่าคนเ่าั้นับสิบเท่า!
"ทรัพยากรที่นี่... ถูกข้ากลืนกินจนหมดสิ้นแล้ว" เย่เฉินพึมพำกับตนเอง
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาได้เปลี่ยนก้นเหวแห่งความตายให้กลายเป็ดินแดนแห่งวาสนาของตนเองโดยสมบูรณ์
เขาเงยหน้าขึ้นมองปากเหวที่อยู่สูงลิบลิ่วจนเห็นเป็เพียงจุดแสงเล็กๆ กำแพงหินที่สูงชันและแทบจะตั้งฉากนั้น คืออุปสรรคสุดท้ายที่ขวางกั้นเขากับโลกภายนอก
สำหรับคนทั่วไป มันคือเส้นทางสู่ความตาย แต่สำหรับเย่เฉินในตอนนี้... มันคือเส้นทางกลับบ้าน
เขากำหมัดแน่น แววตาฉายประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
"เซียวอี้เฟิง... ข้ากลับไปแล้ว"
สิ้นความคิดนั้น เขาก็ะโขึ้นเกาะกับหินก้อนแรก เริ่มต้นการปีนป่ายที่แสนยาวนาน... เพื่อกลับไปทวงคืนหนี้แค้นทั้งหมดที่ถูกหยิบยืมไป!