"มู่อวี๋ซี เ้าไม่รู้หรอกว่าจะมีผู้คนมากมายเพียงใดที่ขอบคุณเ้าเื่นี้"
"ไปให้พ้น!"
"มู่อวี๋ซี..."
"ไปให้พ้น! ข้าบอกให้ไปให้พ้น!"
เสียงร้องใทำให้มู่อวิ๋นฮวาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ั์ตาเปล่งประกายสีเขียวสดใสราวหยกเนื้อดีโดดเด่นบนใบหน้างดงามแสนซีดเซียว ขณะเ้าตัวลืมตาโพลงมองหลังคาเตียงเหนือศีรษะ
ทว่าเพียงพริบตาสีเขียวสดใสก็หายวับไปก่อนถูกแทนที่ด้วยสีดำสนิท
มู่อวิ๋นฮวายกมือขึ้นป้องดวงตาจากแสงแดดสว่างจ้าแยงตาที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา...
แม้จะผ่านไปกว่าห้าวันแล้ว แต่เหตุการณ์ในตำหนักาาแห่งยมโลกก็ยังคงติดตรึงตาและตามหลอกหลอนฉินชิงในร่างมู่อวิ๋นฮวาถึงในความฝัน
ความทรงจำในค่ำคืนตลกร้ายและน่ารังเกียจนั้นยังคงแจ่มชัด อักษรสีขาวสำหรับ ‘งานวิวาห์’ แปะอยู่บนประตูทุกบาน หน้าต่างทุกด้าน และเสาทุกต้น อักษรสีดำสลักบนเทียนไขขาว ผ้าโปร่งดำตัดกับม่านขาวบริสุทธิ์ถูกพันประดับบนขื่อคานและขอบประตู โลงศพกว้างที่นางนอนอยู่ ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็เื่ตลกร้าย … ‘เธอ’ ผู้เป็ทายาทรุ่นที่ 365 ของสำนักเทียนเต้ากลับได้แต่งงานกับภูตผี ทั้งยังไม่ใช่ภูตผีธรรมดา แต่เป็าาแห่งยมโลกผู้เลื่องชื่อแห่งอาณาจักรต้าซี
ฉินชิงไม่มีทางยอมเด็ดขาด!
ความรู้สึกอับจนหนทางจากการไม่อาจควบคุมชะตากรรมของตนเอง ไม่อาจพูดตอบโต้หรือขยับเคลื่อนไหว ไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากนอนนิ่งเฉยรอคอยความเมตตาจากผู้อื่น เป็สิ่งที่ ‘เธอ’ ไม่้าประสบพบเจออีกแล้ว ฉินชิงไม่กลัวความตาย แต่จะไม่ยอมตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่น!
จู่ ๆ ก็ถูกผลักไสให้มารับบทเป็มู่อวิ๋นฮวา บุตรสาวคนที่สองแต่เป็ลูกโดยชอบธรรมของตระกูลมู่ ถูกบังคับให้แต่งงานกับภูตผีในยุคสมัยนี้ มิหน้ำซ้ำรุ่งขึ้นหลังงานวิวาห์ ยังถูกตำหนักาาแห่งยมโลก–บ้านของสามีผีสางกล่าวหาว่านางมีความสัมพันธ์กับชายอื่นก่อนสมรส!
มู่อวิ๋นฮวาที่ร่างกายแสนบอบช้ำถูกจับโยนลงถนนทิ้งให้เผชิญชะตากรรมที่มีแต่ความตายอยู่เบื้องหน้าเพียงลำพัง นี่คือวิธีที่ตำหนักาาแห่งยมโลกใช้ลงโทษตระกูลมู่ ในข้อหาหลอกลวงพวกเขา
แม้จะเข้าใจเหตุและผลเหมือนกับทุกคน แต่ฉินชิงก็ไม่สามารถสรรหาคำอธิบายใด ๆ มาตอบตัวเองได้ว่าเหตุใดตนในร่างมู่อวิ๋นฮวาจึงต้องเป็ผู้แบกรับโทษทัณฑ์ที่ไม่ได้ก่อนี้
…นางทำร้ายแรงอย่างไรผิดถึงต้องนอนจรจัดอยู่ข้างถนน ถูกผู้คนที่ผ่านไปมาชี้หน้าและหัวเราะเยาะ…
หญิงสาวอาภัพต้องทนทรมานกับความเ็ปและอาการพร่ำเพ้อเพราะพิษไข้อยู่สามวันสามคืน กระทั่งมีคนเมตตาสงสารเข้าช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม บุคคลที่ว่านั้นไม่ใช่ใครอื่น… แต่เป็เ้าสาวตัวจริงของวิวาห์ผีที่นางถูกบังคับให้เป็ตัวแทน พี่สาวที่รักของนางและเป็สตรีที่มีชื่อเสียงและเก่งกาจที่สุดในอาณาจักรต้าซี–มู่อวี๋ซี!
ความทรงจำที่ผู้คนมองมาด้วยสายตาชื่นชมเพราะเข้าใจว่าเป็มู่อวี๋ซีในตอนที่นางถูกยกขึ้นรถม้าชวนให้ฉินชิงคับแค้นเหลือทน
‘เธอ’ ต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัสแทนผู้หญิงที่ชื่อมู่อวี๋ซีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ไม่เพียงอีกฝ่ายจะไม่รู้สึกซาบซึ้ง แต่ยังทำตัวราวกับว่าฉินชิงหรือมู่อวิ๋นฮวาเป็ฝ่ายผิด ราวกับน้องสาวผู้ด้อยกว่าทุกด้านสมควรได้รับโทษนี้แล้ว
การแสดงความเมตตาของมู่อวี๋ซีที่สั่งคนไปหอบเอาน้องสาวต่างมารดากลับมา เป็ไปเพียงเพราะมู่อวิ๋นฮวายังคงนับว่าเป็สมาชิกของตระกูลมู่ และมู่อวี๋ซีก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นคนในตระกูลตายอยู่ข้างถนนอย่างอัปยศ เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลมีอยู่เพียงเท่านั้น...
เหตุใดนางผู้เป็บุตรสาวจากภรรยาเอก เป็ทายาทโดยชอบธรรมและคุณหนูที่แท้จริงของตระกูลมู่ต้องแต่งงานแทนบุตรสาวที่เกิดจากนางอนุ
เพียงเพราะมู่อวี๋ซีได้รับการยกย่องว่าเป็อัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรต้าซี ในขณะที่มู่อวิ๋นฮวาเ้าของร่างนี้คนเดิมถูกมองว่าเป็คนโง่ที่สุดในอาณาจักร ฉินชิงที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ในร่างสตรีรันทดจึงต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอดสู ต้องทนถูกกระทำ ทนต่อการปฏิบัติทุกอย่างไม่ว่ามันจะเลวร้ายไร้ความปรานีเพียงใดอย่างนั้นหรือ?
ไม่ยุติธรรมสักนิด ไร้เหตุผลสิ้นดี!
เป็ถึงบุตรสาวโดยชอบธรรมและคุณหนูที่แท้จริงของตระกูล แต่กลับถูกปฏิบัติแย่ยิ่งกว่าบ่าวรับใช้! ความอดอยากเป็เื่ธรรมดา การถูกทำร้ายร่างกายและดูถูกเหยียดหยามเกิดขึ้นบ่อยครั้งเสียจนชินชา
นางผอมแห้งจนดูเหมือนเด็กอายุสิบสามสิบสี่ปีทั้งที่ย่างเข้าวัยสิบหกปี แขนขาเล็กบอบบางจนคล้ายจะหักได้ทันทีด้วยแรงกดแม้เพียงเล็กน้อย
นางอนุทั้งสองในคฤหาสน์ต่างไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่าย หากปราศจากความพยายาม ‘ใจดี’ ของพวกนางในการบ่มเพาะสมญานามให้คุณหนูจากภรรยาเอกเป็ ‘คนโง่เขลา’ ‘คนปัญญาอ่อน’ หรือ ‘โง่กว่าลา’ ไฉนเลยชื่อเสียงของมู่อวิ๋นฮวาจะถูกทำให้มัวหมองด้วยเื่พรรค์นั้นได้
ความจริงแล้วมู่อวิ๋นฮวายังไม่นับว่าเป็คนปัญญาทึบหรือโง่เขลาถึงเพียงนั้น เื่นี้ฉินชิงรู้ดี เพราะแม้ว่ามู่อวิ๋นฮวาจะมีอาการบางอย่างคล้ายกับออทิสติก แต่ก็ยังไม่อาจถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็คนโง่
สาเหตุที่ทำให้มู่อวิ๋นฮวามีอาการเช่นนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็มารดาของนางเอง เตี๋ยฮูหยิน ผู้หายตัวไปหลังจากให้กำเนิดบุตรสาวได้ไม่นาน
“หายตัวไป...หืม”
ฉินชิงเกิดความสงสัยในเื่นี้อย่างมาก ผู้หญิงที่ไหนจะโง่ถึงขนาดลอบมีชู้ใน่หลังคลอดลูกได้ไม่นานกระทั่งถูกจับได้แบบนั้น
มิหนำซ้ำคนที่จับได้ยังเป็อนุว่าน มารดาของมู่อวี่ซี เื่ที่นางอนุเป็ผู้เปิดโปงความผิดของฮูหยินเอกช่างเต็มไปด้วยความน่าสงสัยไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง
ฉินชิงคิดไปไกลถึงขั้นว่ามารดาเ้าของร่างเดิมอาจไม่ได้หายตัวไป แต่ถูกฆาตกรรม
ถึงอย่างนั้น เื่ราวทั้งหมดก็ผ่านไปนานแล้ว คดีปิดลงที่มารดาของมู่อวิ๋นฮวาหนีออกจากคฤหาสน์ ผู้คนในเมืองหลวงวิพากษ์วิจารณ์เื่นี้กันลับหลังอย่างดุเดือด ทางด้านมู่หงไห่ผู้ให้ความสำคัญกับหน้าตาเป็ที่สุดย่อมไม่มีทางอดทนต่อความอับอายได้
บิดาอย่างมู่หงไห่จึงปล่อยปละละเลยบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกของตน และเมื่อเขาไม่ให้ความสำคัญแก่เด็กหญิง ไม่แม้แต่จะเหลียวแล ในที่สุดคุณหนูอาภัพผู้นี้จึงถูกลืมอย่างสิ้นเชิง ข้ารับใช้บ่าวไพร่ในคฤหาสน์รู้ดีถึงสายลมที่เปลี่ยนทิศจึงเริ่มละเลยคุณหนูไปจนถึงขั้นกลั่นแกล้งรังแก
วันเวลาผ่านไป คุณหนูรองทายาทหลักสกุลมู่ก็เปลี่ยนจากคุณหนูผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องกลายเป็แพะรับบาปให้กับความแหลกสลายของตระกูล เผชิญหน้าอย่างแสนสาหัสกับเคราะห์กรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
ทว่าหลังจากพระมเหสีได้พระราชทานสมรสครั้งนี้ มู่อวิ๋นฮวาจึงได้รับความสนใจขึ้นมาอีกครั้งในฐานะบุตรสาวของฮูหยินเอกเพื่อส่งตัวไปแต่งงานกับผีแทนพี่สาว
มิเช่นนั้นนางก็คงยังเป็คุณหนูตกอับที่ถูกลืมอยู่ในมุมมืดของคฤหาสน์ต่อไป
ฉินชิงถอนหายใจแรง ตอนที่เธออยู่ในสำนักเทียนเต้ามักได้รับการอบรมสั่งสอนมาตลอดว่าให้ยึดมั่นในการดำรงชีวิตตามครรลองฟ้าดิน ทว่าเื่ราวอันน่าขมขื่นเช่นนี้ยากจะบรรเทาความหมองหม่นลงได้ หากไม่พยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือเ้าของร่างเดิมชะล้างความขุ่นเคืองที่ค้างคาในใจออกไป
เนื่องจากชีวิตของเ้าของร่างเดิมและตัวเธอเองต้องเผชิญกับความเกลียดชังและแค้นเคืองอย่างไม่เป็ธรรมเช่นนี้ หญิงสาวจึงหมายมั่นจะใช้ร่างนี้ละเมิดคำสอนของสำนัก และท้าทายชะตาฟ้าลิขิตดูสักครั้ง จะต้องจัดการอนุว่าน มู่หงไห่ มู่อวี่ซี และทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลมู่ให้ได้รู้ซึ้งถึงการคิดบัญชีแค้นอย่างสาสม
การแก้แค้นในครานี้เป็ดอกผลจากเมล็ดพันธุ์ที่พวกเขาหว่านไถให้มันเติบโตขึ้นในใจของนางเอง จึงไม่มีผู้ใดสามารถตำหนินางได้หากจะจัดการทุกคนอย่างไร้ความปรานีเมื่อเวลาเก็บเกี่ยวมาถึง
ส่วนิญญาชั่วอย่างอ๋องผู้ล่วงลับ ไป๋หลี่จงหัว
นางจะให้มันต้องชดใช้กรรมที่ก่อด้วยการฉีกกระชากิญญาจนไม่เหลือชิ้นดี เอาให้ไม่ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป
แววตาเยียบเย็นน่าสะพรึงกลัวของมู่อวิ๋นฮวาลุกโชนขึ้นชั่วครู่ ก่อนจะหายไปเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นจากด้านนอก
ผู้มาใหม่พยายามเบามืออย่างสุดความสามารถแล้ว ทว่าประตูบานเก่าคร่ำคร่ายังคงส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
หญิงชราผมสีเทาสวมเสื้อผ้าซอมซ่อก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารเก่าโทรม เมื่อเห็นมู่อวิ๋นฮวาลืมตาอยู่บนเตียงนางก็เบิกตากว้าง พลันเอ่ยถามด้วยความกังวล “คุณหนู ข้าน้อยรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณหนูหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่ ข้าตื่นมาได้พักหนึ่งแล้ว” มู่อวิ๋นฮวาตอบ แล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งโดยไม่ต้องรอให้แม่นมละมือจากสำรับอาหารมาช่วย
ถึงกระนั้น ร่างกาย่ล่างของนางก็ยังคงเจ็บยามเคลื่อนไหว แม้เหตุการณ์จะผ่านไปหลายวันแล้วก็ตาม
หญิงสาวหลุบตาลง ข่มความโกรธเกรี้ยวลงไป เปลี่ยนสีหน้าเป็นิ่งเรียบอย่างชำนิชำนาญ “แม่นม เหตุใดวันนี้จึงกลับเร็วนัก”
แม่นมชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่กำลังจัดแจงสำรับอาหารนิ่งค้างไปชั่วขณะ จากนั้นจึงแสร้งทำเป็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แล้วส่ายหน้าไปมา “คุณหนูเ้าคะ ดูสิวันนี้ข้าน้อยได้สิ่งใดมาจากในครัว...ถือว่าดีมากทีเดียว”
มู่อวิ๋นฮวาหาใช่คนโง่ นางพลันสังเกตเห็นท่าทีพิรุธของหญิงชราที่พยายามจะบ่ายเบี่ยง “แม่นม สองสามวันมานี้มีข่าวลือเกี่ยวกับข้าอย่างนั้นหรือ”