หลังจากที่เฉินม่อไป๋ออกจากร้านของเมิ่งหลาน เธอก็ไม่ได้รั้งจะอยู่ที่ตลาดแห่งนี้ต่อ
ขณะที่กำลังเดินอยู่ หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมากดหาสถานที่ตั้งของธนาคารที่ใกล้ที่สุด แต่คิดไปคิดมา เฉินม่อไป๋กลับรู้สึกว่าเื่นี้ควรบอกกับเจี้ยนลู่น่าจะดีกว่า ถือโอกาสขอสมุดบัญชีของตนคืนด้วย ไม่ต้องไปเปิดบัญชีใหม่ให้ยุ่งยาก
เมื่อตกลงกับตัวเองเสร็จแล้ว เฉินม่อไป๋ก็ไม่ได้รีบร้อนจะกลับบ้านในทันที เธอ้าจะเดินเล่นดูที่ทางอีกสักหน่อยเพื่อทำความคุ้นชินกับยุคสมัยใหม่
เฉินม่อไป๋เดินตามเส้นทางเท้าข้างถนนไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ดวงตากวาดมองรอบด้านไปด้วยความสนใจอย่างเต็มเปี่ยม
สิ่งที่เธอชอบที่สุดในยุคสมัยนี้คือระบบชายเป็ใหญ่และระบบสามภรรยาสี่อนุนั้นได้ห่างหายไปตามกาลเวลาแล้ว หญิงสาวมากมายสามารถทำงานและสอบราชการได้เท่าเทียมกับผู้ชาย ทั้งการหย่างร้างยังถือเป็เื่ปกติ ไม่เหมือนในยุคของเธอ แม่ม่ายหรือหญิงที่ถูกหย่าร้างมักจะโดนรังเกียจจากผู้คน หากหนักขึ้นหน่อยก็อาจถึงขั้นขับไล่ออกจากหมู่บ้านเลยก็มี
สำนักดารากระจ่างของเธอจึงรับสตรีเหล่านี้เข้ามา ให้ที่อยู่อาศัยและงานอย่างใจกว้าง หากมีพร์ก็จะได้รับเลือกเข้าเป็ศิษย์สายในอีกด้วย
แต่ก็นั่นแหละ ยิ่งแสดงความเอื้ออาทรต่อสตรีผู้น่าสงสารมากเท่าไหร่ก็ยิ่งถูกดูแคลนจากคนรอบข้างมากขึ้นเท่านั้น หากไม่ใช่ว่าสำนักดารากระจ่างคอยสั่งสอนนักพรตเก่งกาจมากมาย คงไม่แคล้วถูกโจมตีทั้งทางวาจาและการกระทำจากพวกใจหยาบช้าแน่
เดินมาได้สักพัก เฉินม่อไป๋ก็เข้ามาในเขตชุมชนแออัด บนใบหน้าของเธอก็ประดับด้วยรอยยิ้ม ทำให้คนมองอยากจะยิ้มตามไปด้วย
ยิ่งมองก็ยิ่งละสายตาไม่ได้
แน่นอนว่าถังเยี่ยนคุนเองก็เป็หนึ่งในนั้น ดวงตาคมกริบมองชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนซึ่งดูโดดเด่นจากคนอื่น ๆ อย่างพิจารณา ขณะที่รถของเขากำลังเคลื่อนตัวผ่านไป เสียงเรียบนิ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ขับช้าลงหน่อย"
คนขับรถสมกับเป็มืออาชีพที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี เพียงแค่เ้านายสั่งก็ทำตามโดยไม่กล่าวถามสิ่งใด ทว่าในใจกลับรู้สึกสับสน
ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ขับรถเร็วมากมายเท่าไหร่นัก ออกจะช้ากว่าปกติเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากบริเวณนี้ยังอยู่ในย่านชุมชนจึงต้องระมัดระวังเป็พิเศษ แต่เมื่อต้องขับช้าลงอีกก็แทบจะเป็ความเร็วระดับเต่าคลานเลยก็ว่าได้
คนขับมองเ้านายผ่านกระจองมองหลังด้วยความกังวลระคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ถังเยี่ยนคุนไม่ได้คิดอะไรมากเกินไปกว่าสิ่งที่อยากทำ เขารู้สึกว่าชายหนุ่มข้างทางคนนั้นน่าสนใจเป็พิเศษ เมื่อยกมุมปากโค้งขึ้นก็ดูดีจนอยากจะมองซ้ำอีกครั้ง จึงออกคำสั่งให้คนขับรถขับช้าลงอีกหน่อยเพื่อที่จะได้มองใบหน้านั้นให้นานขึ้น
เฉินม่อไป๋ที่กำลังเดินอยู่พลันชะงักเท้า แล้วหันศีรษะมองรถหรูสีดำที่ขับขนาบข้างเธอมาั้แ่เมื่อครู่อย่างพิจารณา
เมื่อถังเยี่ยนคุนสบเข้ากับดวงตางดงามคู่นั้น โลกทั้งใบก็หยุดนิ่งทันใด หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน กว่าเขาจะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ รถก็แล่นผ่านเขตชุมชนออกไปแล้ว เขาได้แต่ขมวดคิ้ว มือยกขึ้นทาบอกด้านซ้ายอย่างงุนงง เกิดอะไรขึ้นกันนะ?
"พี่ชาย ทำไมคนในรถเมื่อกี้น่ากลัวจังเลย" อู๋หลิ่วถงนำทัพเหล่าิญญาออกมาจากที่ซ่อนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
เฉินม่อไป๋ยิ้มก่อนจะอธิบาย "คนในรถน่าจะมีร่างเทียนหยาง พลังงานด้านบวกของเขาค่อนข้างแข็งแกร่ง พวกนายเป็ิญญาซึ่งมีพลังงานด้านลบ จึงโดนผลกระทบเข้าเต็ม ๆ หากไม่หนีก็คงถูกเผาไปแล้ว"
"ถ ถูกเผาเหรอ" อู๋หลิ่วถงและเหล่าิญญาตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัว
"อืม" เฉินม่อไป๋ตอบรับในลำคอขณะเดินไปด้วย
หญิงสาวเดินผ่านเขตชุมชนจนกระทั่งเข้าย่านการค้าเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
ขณะที่กำลังเดินเล่นเรื่อยเปื่อย ดวงตาเรียวก็สะดุดเข้ากับร้านเสื้อผ้าผู้หญิงขนาดเล็กในย่านการค้า
"จะว่าไปแล้ว เราไม่ค่อยมีเสื้อผ้าใส่เที่ยวสักท่าไหร่เลย...อืม...ซื้อไปสักชุดดีกว่า" เฉินม่อไป๋พึมพำ เธอเดินเข้าร้านหลังจากตัดสินใจเสร็จ
"สวัสดีจ้ะ พ่อหนุ่มหาชุดแบบไหนอยู่รึเปล่าจ๊ะ" หญิงวัยกลางคนเข้ามาถามอย่างเป็กันเอง
เฉินม่อไป๋ยิ้มแล้วพูดขึ้นโดยใช้เสียจริง ๆ "คือฉันอยากจะได้ชุดที่เหมาะกับตัวเองน่ะค่ะ คุณมีที่แนะนำบ้างไหม"
ทั้งหญิงวัยกลางคนและเหล่าิญญาอ้าปากค้างกันเป็แถบๆ รู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"เอ่อ สรุปว่ามีไหมคะ" เฉินม่อไป๋ถูจมูกตัวเองอย่างประหม่า ทำไมถึงจ้องกันแบบนี้ล่ะ!
"มะ มีจ้ะ ๆ เมื่อกี้ฉันขอโทษที่ทักผิดไป เดี๋ยวจะไปเลือกชุดให้นะ" เสวี่ยม่านยิ้มรับ เมื่อครู่เธอเสียการควบคุมตัวไปเพราะไม่คิดว่าหนุ่มหล่อตรงหน้าจะเป็ผู้หญิง
เสวี่ยม่านมองหญิงสาวตรงหน้าเพื่อคำนวนสัดส่วนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปเลือกเสื้อผ้าในร้านมาสองสามชิ้น
"นี่จ้ะ ลองใส่ดูก่อนได้นะ นั่นห้องเปลี้ยนเสื้อ" เสวี่ยม่านยื่นเสื้อผ้าให้หญิงสาวแล้วชี้ไปที่ห้องลองเสื้อ
"ขอบคุณค่ะ" เฉินม่อไป๋พยักหน้ายิ้ม ๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อแคบ ๆ ทิ้งให้เหล่าิญญาลอยมึนงงอยู่ตรงนั้นโดยไม่อธิบายอะไร
ชุดที่เสวี่ยม่านเลือกมานั้นมีสามชิ้น เสื้อคอลูกไม้สีขาว กระโปรงสีฟ้าประมาณเข่า เสื้อโค้ดสีฟ้าเข้ากับกระโปรง เมื่อสวมแล้วให้ลุคที่ดูกึ่งทางการเล็กน้อย
หญิงสาวหมุนตัวรอบกระจกอยู่ครู่หนึ่งก็ขมวดคิ้ว ผมของเธอดูไม่เข้ากับชุดเท่าไหร่แหะ เธอเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อก่อนจะถาม "มีชุดอื่นอีกไหมคะ"
"รอเดี๋ยวนะ" เสวี่ยม่านลูบคางประเมินเฉินม่อไป๋อย่างครุ่นคิด จากนั้นก็เดินไปหยิบเสื้อแล้วยื่นให้
เฉินม่อไป๋รับเสื้อผ้ามาเปลี่ยนอีกรอบ คราวนี้เป็เสื้อเชิตสีขาวไล่สีฟ้าขึ้นมาจากด้านล่าง ใส่คู่กับกางสแล็คสีดำ ดูเรียบง่ายและสุภาพ
เมื่อใส่ชุดเสร็จก็ลองหมุนตัวดู
ยังดูเหมือนผู้ชายอยู่เลย
เธอครุ่นคิดก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นและสอดชายเสื้อเข้าไปในกางเกงเผยสัดส่วนที่ปกปิดเอาไว้
รูปร่างของเธอค่อนข้างดีพอสมควร แม้ทรวดทรงจะไม่โค้งมนเหมือนหญิงสาวทั่วไป แต่ก็คงไม่มีใครเข้าใจผิดว่าเป็ผู้ชายแล้ว...มั้งนะ
เฉินม่อไป๋วางมือทาบลงบนหน้าอกที่มีเพียงน้อยนิดแล้วถอนหายใจ เพราะแบบนี้แหละ ผู้คนถึงได้ไม่สงสัยในเพศของเธอมาตลอด
หลังจากเฉินม่อไป๋ออกมาจากห้องลองเสื้อ เสวี่ยม่านก็ดวงตาเป็ประกายแล้วยกยิ้มพอใจแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับหญิงสาวตรงหน้า
"ฉันซื้อชุดนี้ค่ะ รบกวนตัดป้ายด้านหลังให้ด้วยนะคะ" เฉินม่อไป๋กล่าว
เสวี่ยม่านพยักหน้าแล้วเดินไปคิดเงิน
ค่าเสียหายของเฉินม่อไป๋ในครั้งนี้ตกอยู่ที่สองร้อยกว่าหยวน ทว่าขณะกำลังหันไปหยิบเงินจากกระเป๋าเป้ เธอก็ได้เห็นผมปลอมที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของร้าน
เธอเห็นผมปลอมดัดลอนสีดำยาวก็ตกหลุมรักมันทันที ไม่รอช้าที่จะพูด "ฉันขอซื้อผมปลอมชิ้นนั้นด้วยค่ะ"
เฉินม่อไป๋จ่ายเงินเสร็จก็รบกวนให้เสวี่ยม่านช่วยใส่ผมปลอมให้ ซึ่งหญิงวัยกลางคนก็ไม่ลังเลที่จะช่วย ทั้งยังสอนวิธีใส่วิกที่ถูกต้องอย่างค่อยเป็ค่อยไป
หลังจากใส่ผมปลอม เธอก็ดูเป็ผู้หญิงขึ้นมาทันที ถ้าหากกันคิ้วสักหน่อย ทาลิปสักนิดก็ยอดเยี่ยมเลย
เฉินม่อไป๋พยักหน้าอย่างพอใจที่สุด เธอสะพายเป้เดินออกจากร้านเสื้อผ้าด้วยความมั่นใจ
หญิงสาวใบหน้าคมดุเรียกสายตาจากคนรอบข้างได้เหมือนเดิม ทว่าคราวนี้ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงที่มองอีกต่อไป
"พี่ชาย...ไม่สิ พี่สาวสวยจังเลย" อู๋หลิ่วถงที่นิ่งเงียบมานานพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น เขามองหญิงสาวด้วยแววตาเป็ประกายวิบวับ
เฉินม่อไป๋ยิ้มรับ ใครจะไม่ชอบให้ถูกชมล่ะจริงไหม
"ไม่คิดว่าลูกศิษย์จะเป็ผู้หญิง ทำเอาเกือบหัวใจวายตายอีกรอบแหนะ" เวิ่นอันลูบหน้าอกตัวเองอย่างปลอบประโลม หญิงสาวคนนี้เองก็ปิดบังเก่งจริง ๆ
เฉินม่อไป๋ไม่ได้พูดอะไร เธอทำเพียงหัวเราะเบา ๆ ให้พอได้ยินกันแค่กลุ่มิญญาที่ลอยอยู่รอบข้าง เท่านั้น
เดินวนย่านการค้าแห่งนี้รอบหนึ่งก็เริ่มหิว เธอมองหาที่นั่งดี ๆ ก่อนจะหยิบข้าวกล่องขึ้นมาเปิดกินเมื่อกินอิ่มก็เก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
ขณะหญิงสาวกำลังนั่งรถประจำทางกลับ เธอก็ครุ่นคิดในใจอย่างอารมณ์ดี
วันนี้สนุกจริง ๆ ไว้คราวหน้าพาแม่มาด้วยดีกว่า